ศิษย์ข้าใครว่ากาก? ระบบศิษย์คืนกำไรหมื่นเท่า - บทที่ 99: เจ้าอ้วนสำแดงเดช
ดวงตาคู่แล้วคู่เล่าเบิกโพลงจนแทบถลน ปากอ้ากว้างค้างเติ่งจนยัดไข่เป็ดลงไปได้!
ผู้ชมจำนวนนับไม่ถ้วนต่างจ้องเขม็งไปยัง ‘อู๋เสี่ยวพั่ง’ บนลานประลองด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ!
ไห่เผิง ศิษย์อันดับห้าแห่งสำนักหนานไห่ กลับถูกเจ้าอ้วนจากสำนักหลิงเซียนทุบจนหน้าเบี้ยวเสียโฉมไปแล้วจริงๆ!!
ฮือฮา!
เพียงชั่วอึดใจหลังความเงียบงัน เสียงเซ็งแซ่ก็ระเบิดออกมาราวกับคลื่นสึนามิ!
“คุณพระช่วย! เจ้าอ้วนสำนักหลิงเซียนนี่โผล่มาจากหลุมไหนกันเนี่ย? จะเทพเกินไปแล้วมั้ง?”
“เร็วเวอร์! การเคลื่อนไหวของเขาเร็วสุดตีน! ข้ายังมองไม่ทันรู้เรื่องเลย ไห่เผิงก็ปลิวตกเวทีไปแล้ว!”
“ไอ้พวกเด็กใหม่หน้าละอ่อนของสำนักหลิงเซียนพวกนี้ มันจะโหดเหี้ยมอำมหิตกันทุกคนเลยหรือไงวะ?”
……
เสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกดังระงมไปทั่วสนาม ทุกคนต่างตกใจจนทำอะไรไม่ถูก!
บนแท่นสูงประธาน เหล่าผู้นำขุมกำลังต่างก็นั่งไม่ติดเก้าอี้เช่นกัน
นี่มันพลังระเบิดบ้าบออะไรกัน?
แม้เมื่อครู่แรงกดดันราชันย์อันป่าเถื่อนของอู๋เสี่ยวพั่งจะทำให้พวกเขาประหลาดใจอยู่บ้าง แต่พอสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายอยู่แค่ ระดับสร้างรากฐานขั้น 5 ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ทว่าผลลัพธ์เพียงชั่วพริบตา…
ระดับสร้างรากฐานขั้น 5 ไล่ต้อนทุบระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดจนโงหัวไม่ขึ้นเนี่ยนะ?
ต่อให้พวกเขาจะผ่านโลกมาอย่างโชกโชน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเรื่องพรรค์นี้กับตา!
“สำนักหลิงเซียนเลี้ยงดูศิษย์มาดีจริงๆ ถึงได้มีศิษย์ใหม่ระดับสัตว์ประหลาดโผล่มาติดๆ กันแบบนี้!”
เจ้าสำนักหนานไห่อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองเจ้าสำนักหลิงเซียนพลางเอ่ยปากชม
“เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้ ผู้อาวุโสเก้า ของสำนักเรา…”
เจ้าสำนักหลิงเซียนยิ้มจางๆ “สวีหมิงคนก่อนหน้า แล้วก็เจ้าหนูอู๋เสี่ยวพั่งคนนี้ ล้วนเป็นศิษย์ที่เขาฟูมฟักขึ้นมาทั้งสิ้น!”
“ผู้อาวุโสเก้า?”
เหล่าผู้นำขุมกำลังต่างชะงัก สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยัง จางอวิ๋น ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนที่นั่งรับรองแขกพิเศษ
ก่อนหน้านี้ตอนสวีหมิงถูกตระกูลหลินข่มขู่ จางอวิ๋นเคยเอ่ยปากออกมา พวกเขาจึงรู้ว่าเป็นอาจารย์ของสวีหมิง แต่คาดไม่ถึงว่าเจ้าอ้วนคนนี้ ก็เป็นศิษย์ของคนผู้นี้ด้วย?
ผู้นำหลายคนต่างประหลาดใจ
เจ้าสำนักหนานซานส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ จ้องมองจางอวิ๋นเบื้องล่างด้วยจิตสังหารรุนแรง จางอวิ๋นได้ขึ้นบัญชีดำที่ต้องฆ่าของเขาเรียบร้อยแล้ว!
ส่วนเจ้าสำนักหนานไห่ มองจางอวิ๋นอย่างพิจารณาลึกซึ้ง
ระดับจินตานเอาชนะผู้อาวุโสใหญ่ระดับหยวนอิงของพวกเขาได้ ศิษย์คนหนึ่งระดับสร้างรากฐานขั้น 8 ได้เป็นตัวแทนศิษย์ อีกคนระดับสร้างรากฐานขั้น 5 ระเบิดพลังเอาชนะศิษย์ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดของสำนักเขาได้…
ผู้อาวุโสเก้าแห่งสำนักหลิงเซียนผู้นี้ ดูท่าจะมีความลับซุกซ่อนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว!
แววตาของเขาเริ่มฉายแววอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาจางๆ
ณ ใจกลางลานประลองเบื้องล่าง
เหล่าศิษย์สำนักหนานไห่ในเวลานี้ทำหน้าเหมือนเพิ่งกลืนแมลงวันเข้าไป ปากอ้ากว้างจนเป็นวงกลมกันถ้วนหน้า มองอู๋เสี่ยวพั่งบนเวทีด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
ศิษย์พี่ไห่เผิงที่มีฝีมือเป็นอันดับห้าในหมู่พวกเขา โดนสอยร่วงไปดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ?
ผู้ชมรอบนอกอาจดูไม่ทัน แต่พวกเขาที่อยู่ใกล้เห็นชัดเต็มสองตา
กระบวนการทั้งหมดคืออู๋เสี่ยวพั่งไล่ทุบไห่เผิงอยู่ฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่มีโอกาสแม้แต่จะสวนกลับ แล้วก็โดนทุบจนหน้าเบี้ยว…
พอมองดูไห่เผิงที่นอนสลบเหมือดหน้าบวมเป่งเป็นหัวหมูอยู่ไม่ไกล แล้วหันกลับมามองอู๋เสี่ยวพั่งบนเวที มุมปากของพวกเขาก็กระตุกยิกๆ
ตัวแทนศิษย์สำนักหนานไห่ถึงกับมึนตึ้บ
กะว่าจะใช้พลังบดขยี้สำนักหลิงเซียนให้จมดิน แต่ไอ้บ้าเอ๊ย อยู่ๆ มันมีไอ้อ้วนจอมพลังโผล่มาจากไหนฟะ?
“คนต่อไป!”
ทันใดนั้น อู๋เสี่ยวพั่งบนเวทีก็ชี้หน้าตะโกนใส่พวกเขา “รีบไสหัวขึ้นมาลิ้มรสหมัดของท่านปู่ตุ้ยนุ้ยของพวกเอ็งเร็วเข้า!”
ท่าทางยั่วยวนกวนประสาทนั้น ทำให้สีหน้าของเหล่าศิษย์สำนักหนานไห่มืดครึ้มลงทันที
ในฐานะขุมกำลังอันดับหนึ่งแห่งแคว้นหนานอวิ๋น เคยมีใครกล้ามาหยามน้ำหน้าพวกเขาขนาดนี้ที่ไหน?
“ไอ้สารเลว! เจ้าอ้วน อย่าให้มันมากนักนะเว้ย!!”
“ศิษย์สำนักหนานไห่ รีบขึ้นไปจัดการมันสิ! สำนักหนานไห่ของเราไม่ใช่ที่ที่มันจะมาหยามกันได้นะโว้ย!!”
……
พวกเขายังไม่ทันได้โต้ตอบ บรรดากองเชียร์สำนักหนานไห่ก็ของขึ้นไปก่อนแล้ว ต่างพากันจ้องเขม็งไปที่อู๋เสี่ยวพั่งด้วยความโกรธแค้น
เหล่าศิษย์สำนักหนานไห่เห็นดังนั้น จึงหันขวับไปมองตัวแทนศิษย์พร้อมกัน “ศิษย์พี่ใหญ่ รอบต่อไปให้ใครขึ้นดี?”
แม้จะหมั่นไส้ท่าทีกวนโอ๊ยของอู๋เสี่ยวพั่ง แต่ตอนนี้ถ้าให้พูดว่าจะเอาชนะได้ไหม พวกเขาก็ชักไม่มั่นใจ เพราะขนาดไห่เผิงยังโดนยำเละแบบไร้ทางสู้ คนที่เก่งกว่าไห่เผิงในหมู่พวกเขาก็มีอยู่แค่ไม่กี่คน
และต่อให้เป็นไม่กี่คนนั้น ก็ยังไม่กล้ายืนยันว่าจะไล่ทุบไห่เผิงได้หมดสภาพขนาดนี้
ตัวแทนศิษย์สำนักหนานไห่ขมวดคิ้ว
อู๋เสี่ยวพั่งคนนี้ระเบิดพลังออกมาแค่ระดับสร้างรากฐานขั้น 5 ระดับแค่นี้ไม่มีทางรักษาสภาพระเบิดพลังได้นาน ในความคิดของเขา สถานการณ์แบบนี้ควรส่งศิษย์ที่อ่อนกว่าขึ้นไปตัดกำลังน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่ดูอารมณ์กองเชียร์ที่เดือดปุดๆ ตอนนี้สิ ขืนส่งคนอ่อนๆ ขึ้นไปแล้วโดนตบคว่ำง่ายๆ มีหวังโดนน้ำลายคนทั้งสนามถมจนจมน้ำตายแน่!
เป็นเจ้าบ้าน กองเชียร์เยอะก็จริง แต่ความกดดันก็มหาศาลตามไปด้วย!
“มู่ปิน เจ้าขึ้นไป!”
คิดไปคิดมา ตัวแทนศิษย์สำนักหนานไห่ก็หันไปมองชายหนุ่มผมสั้นคนหนึ่ง
มู่ปินผู้นี้ คือศิษย์ที่มีฝีมืออันดับสามอย่างมั่นคงของสำนักหนานไห่!
ชายหนุ่มผมสั้นพยักหน้าแล้วเดินขึ้นเวที
ตู้ม!
ทันทีที่เห็นศิษย์สำนักหนานไห่ก้าวขึ้นมา อู๋เสี่ยวพั่งไม่พูดพร่ำทำเพลง ระเบิด ‘ปราณแท้จริงราชันย์’ ทั่วร่าง ง้างหมัดซัดตูมออกไปทันที
ชายหนุ่มผมสั้นคาดไม่ถึงว่าอู๋เสี่ยวพั่งจะเปิดเกมเร็วขนาดนี้ รีบชักดาบออกมาต้านรับหมัดของอู๋เสี่ยวพั่งอย่างทุลักทุเล
เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะดังสนั่น พลังมหาศาลกระแทกลงบนใบดาบ ส่งร่างของเขาพร้อมดาบปลิวถอยหลังไป
ฟุ่บ!
ยังไม่ทันจะตั้งหลักได้ อู๋เสี่ยวพั่งก็พุ่งตัวตามติดมาแล้วซัดหมัดออกไปอีกหนึ่งดอก
ชายหนุ่มผมสั้นรีบยกดาบขึ้นกันอีกครั้ง
เคร้ง! แล้วก็โดนกระแทกปลิวไปอีกรอบ
ชั่วขณะหนึ่ง เสียง เคร้งๆๆ ดังสนั่นหวั่นไหวบนลานประลอง อู๋เสี่ยวพั่งแทบจะเป็นฝ่ายไล่ทุบคู่ต่อสู้อยู่ข้างเดียวกองเชียร์สำนักหนานไห่เห็นภาพนี้ถึงกับมุมปากกระตุก
มู่ปินคนนี้คือศิษย์อันดับสามของสำนักเชียวนะ ตอนนี้กลับโดนเจ้าอ้วนจับกดอยู่ฝ่ายเดียวเนี่ยนะ?
ล้อเล่นกันหรือเปล่า!
“มู่ปิน สวนกลับสิวะ!”
“ทำบ้าอะไรอยู่มู่ปิน? อย่าเอาแต่กันสิเว้ย สวนมันเลย!!”
……
เสียงตะโกนเชียร์ดังระงม ชายหนุ่มผมสั้นบนเวทีได้ยินแล้วอยากจะร้องไห้
ข้าก็อยากสวน แต่สวนไม่ไหวโว้ย!
ตอนอยู่ข้างล่างเขาก็เฉยๆ แต่พอมาเจออู๋เสี่ยวพั่งต่อหน้าจริงๆ ถึงได้สัมผัสถึงความน่าอึดอัดนี้ ความเร็วและพลังราชันย์อันป่าเถื่อนที่แฝงมาในหมัด หมัดแล้วหมัดเล่ารัวใส่ราวกับเครื่องจักรสังหาร แล้วแบบนี้จะให้สู้ยังไงไหว?
แก๊ง!
ในที่สุดเสียงแตกหักก็ดังขึ้น มือของชายหนุ่มผมสั้นสั่นสะท้าน ดาบในมือถูกกระแทกหลุดกระเด็นออกไป
“แย่แล้ว!”
ชายหนุ่มผมสั้นหน้าถอดสี
อู๋เสี่ยวพั่งย่อมไม่พลาดโอกาสงามๆ แบบนี้ ง้างหมัดเต็มเหนี่ยวแล้วซัดตูมออกไป
ตู้ม!
สิ้นเสียงระเบิดกัมปนาท ร่างหนึ่งลอยละลิ่วเป็นเส้นโค้งพาราโบลาตกจากเวที กระแทกพื้นด้านล่างอย่างจัง
ร่างนั้นคือชายหนุ่มผมสั้นที่สลบเหมือดไปเรียบร้อยแล้ว
ทั่วทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะอีกครั้ง
“แม่เจ้าโว้ย! เจ้าอ้วนสำนักหลิงเซียนคนนี้มันจะดุเกินไปแล้วมั้ง?”
“เก็บศิษย์ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดของสำนักหนานไห่ไปสองคนติดๆ ฝืนลิขิตสวรรค์ เจ้าอ้วนคนนี้กำลัง ฝืนลิขิตสวรรค์ ชัดๆ!!”
……
จากนั้นเสียงฮือฮาก็ระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ผู้คนนับไม่ถ้วนจ้องมองอู๋เสี่ยวพั่งด้วยความตื่นตะลึง
แม้แต่เหล่าผู้นำขุมกำลังบนแท่นสูงยังฉายแววตกใจ
ระดับสร้างรากฐานขั้น 5 เอาชนะระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดได้สองคนติด?
ใจกลางลานประลองเบื้องล่าง
ศิษย์สำนักหลิงเซียนต่างพากันอ้าปากค้าง
ก่อนหน้านี้ที่ได้ยินสวีหมิงกับอู๋เสี่ยวพั่งคุยกันว่าจะล้มระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดสักกี่คน พวกเขายังนึกว่าสองคนนี้แค่โม้เหม็น แต่ตอนนี้…
มองสวีหมิงที มองอู๋เสี่ยวพั่งบนเวทีที แล้วหันไปมอง อวี๋สุ่ยเอ๋อร์ ที่ยังไม่ได้ลงสนามแต่ความจริงเป็นศิษย์ที่มีระดับพลังสูงสุดในยอดเขาลำดับเก้า…
เหล่าศิษย์สำนักหลิงเซียนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
น่ากลัว! ยอดเขาลำดับเก้านี้ มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
บนที่นั่งรับรองแขก
เหล่าผู้อาวุโสสำนักหลิงเซียนต่างก็มีความคิดเดียวกัน สายตาแต่ละคู่พากันหันไปมองจางอวิ๋น
ศิษย์ของยอดเขาลำดับเก้า อัตราการเติบโตน่าตกใจเกินไปแล้ว!
สวีหมิงไม่ต้องพูดถึง แต่เจ้าอู๋เสี่ยวพั่งคนนี้แม้จะยังอยู่แค่ระดับสร้างรากฐานขั้น 5 แต่พวกเขาสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายพลังนั้นเสถียรกว่าตอนงานประลองภายในสำนักมาก แถมยังถึงจุดสูงสุดแล้ว คาดว่าอีกไม่นานคงทะลวงสู่ระดับสร้างรากฐานขั้น 6
จางอวิ๋นเลี้ยงดูพวกมันยังไงกันแน่?
พวกเขาชักจะทำความเข้าใจไม่ทันแล้ว
ระเบิดพลังขนาดนี้ ร่างกายรับไม่ไหวแล้วล่ะสิ!
จางอวิ๋นไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้น ตอนนี้เขาจดจ่ออยู่กับอู๋เสี่ยวพั่ง พอเห็นอีกฝ่ายเริ่มหอบหายใจก็ส่ายหน้าเบาๆ
อย่าเห็นว่าเพิ่งสู้ไปแค่สองรอบ แต่อู๋เสี่ยวพั่งแรงใกล้หมดก๊อกแล้ว!
การระเบิดพลังแบบนี้แข็งแกร่งก็จริง แต่ก็เป็นภาระหนักต่อร่างกายอู๋เสี่ยวพั่งมาก แถมสถานะนี้อู๋เสี่ยวพั่งยังควบคุมเองไม่ได้ดั่งใจ ตั้งแต่เริ่มการประลองรอบแรกพอเข้าสู่สถานะระเบิดพลังแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ออกจากสถานะเลย
ก่อนหน้านี้ที่อู๋เสี่ยวพั่งชี้หน้าด่าศิษย์สำนักหนานไห่ ดูเหมือนเป็นการยั่วยุ แต่จริงๆ คือออกจากสถานะไม่ได้ พลังปราณถูกเผาผลาญตลอดเวลา เลยต้องรีบเร่งให้อีกฝ่ายรีบๆ ขึ้นมาสู้
ดูจากสภาพตอนนี้ คงยื้อได้อีกไม่นาน!
จางอวิ๋นส่ายหน้าเบาๆ แต่พอเห็นอู๋เสี่ยวพั่งที่แม้จะหอบแฮกๆ แต่ยังยืนหยัดบนเวที แถมดวงตาตี่ๆ คู่นั้นยังฉายแววเจ้าเล่ห์แวบหนึ่ง เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ แล้วหลุดขำออกมา
ส่ายหน้า เจ้าอ้วนนี่มัน…
กลางสนามประลอง
เมื่อเห็นมู่ปินถูกซัดกระเด็นตกเวที ศิษย์สำนักหนานไห่ต่างพากันใบ้กิน
แต่พอสังเกตเห็นอู๋เสี่ยวพั่งที่ยืนหอบตัวโยน ตัวแทนศิษย์สำนักหนานไห่ก็ตั้งสติได้ทันที รีบหันไปสั่งศิษย์ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดคนหนึ่ง
“ซูเพียน ขึ้นไป! อย่าให้มันมีเวลาพักฟื้น!”
ศิษย์สำนักหนานไห่ที่ถูกเรียกชื่อได้สติ ตาเป็นประกายวาววับ รีบพุ่งขึ้นเวทีทันที
ในฐานะศิษย์ระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดที่รั้งท้ายตาราง นี่คือโอกาสสร้างชื่อของเขา ตราบใดที่ล้มอู๋เสี่ยวพั่งที่เพิ่งจัดการไห่เผิงกับมู่ปินลงได้ เชื่อได้เลยว่าคนทั้งสนามจะต้องจดจำชื่อเขาได้แม่น!
สวรรค์ประทานพรจริงๆ ที่มอบโอกาสทองแบบนี้ให้!
“เจ้าอ้วน จำชื่อข้าไว้ ซูเพียน วันนี้ ข้าจะเป็นคนบดขยี้เจ้าเอง!”
ซูเพียนพอขึ้นเวทีปุ๊บก็ชี้หน้าอู๋เสี่ยวพั่ง เชิดหน้าชูคออย่างผยอง
“อ๊ากกก——!!”
แต่สิ่งที่ตอบกลับมา คือเสียงแหกปากตะโกนลั่นฟ้าของอู๋เสี่ยวพั่ง
ซูเพียนชะงักกึก คนทั้งสนามก็งงเป็นไก่ตาแตก ทำบ้าอะไรของมัน?
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งตัวติด เงาร่างมนุษย์เลือนรางที่แผ่กลิ่นอายราชันย์อันป่าเถื่อนสะกดข่มใต้หล้า ก็ปรากฏขึ้นซ้อนทับร่างของอู๋เสี่ยวพั่งในวินาทีต่อมา
“หมัดราชันย์ทรราช!”
ไม่มีความลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที อู๋เสี่ยวพั่งง้างหมัดซัดตูมออกไปทันที กำปั้นขนาดเท่ากระสอบทราย ภายใต้การเสริมพลังจากเงาร่างนั้น ขยายใหญ่ขึ้นนับร้อยเท่ากลายเป็นเงาหมัดยักษ์ขนาดเกือบสิบเมตรกวาดล้างไปทั่วเวที
“เชี่ยเอ๊ยยยยยย!!”
ซูเพียนเห็นดังนั้นถึงกับสบถคำหยาบออกมา ไม่คิดจะสู้แล้ว หันหลังวิ่งหนีลงเวทีทันที
ตู้ม!
แต่ก็ไม่ทันการ ร่างของเขาถูกเงาหมัดยักษ์กวาดเข้าเต็มเปา ปลิวกระเด็นไปกระแทกเข้ากับกำแพงด้านล่างอัฒจันทร์คนดูอย่างจัง จนเกิดเป็นหลุมรูปมนุษย์ฝังแน่นอยู่บนนั้น
คนทั้งสนามอ้าปากค้าง ตะลึงจนตาแทบถลนออกจากเบ้า!
……