สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - ตอนที่ 624 ฆ่า!
ยอดฝีมืออื่น ๆ อาจไม่ทันสังเกตเห็นการโถมทะยานอย่างสุดกำลัง ของ
หลินเชียน แต่จูเข่อกับพวกทั้งสามเป็นผู้ประมือกับมันโดยตรง คอยเฝ้าจับ
ตาดูเทพกระบี่หนุ่มผู้นี้อยู่ตลอดเวลา
พวกมันระแวดระวังหลินเชียนเป็นอย่างยิ่ง! หลินเซียนพอลงมือ คนทั้ง
สามก็ประกบติดเป็นเงาตามตัว
พวกมันในใจเต็มไปด้วยความคิดฆ่าฟัน ก่อนหน้านี้สถานการณ์ยังไม่ แน่
ชัด อีกทั้งพวกมันมีข้อห่วงพะวงมากมาย แต่ยามนี้เมื่อเห็นกรงเล็บพิฆาต
มังกรลอยอยู่กลางเวหา หลักศิลาในตำนานจบกองหินอยู่ที่เบื้องล่าง หอ
สมบัติมหาสันติเผยโฉมต่อโลกหล้าอีกครา พวกมันก็ไม่คำนึงถึงสิ่งใดอีก
เจตนาฆ่าฟันทะลักล้นออกมาโดยไม่อาจระงับไว้ได้
หลินเชียนที่สาดพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุด นัยน์ตาแต่ละข้างสาด แสงสี
แดงและนำเงินเจิดจรัส ผมยาวสะบัดปลิวไปตามลม มันทราบ กระจ่างว่า
ช่วงเวลานี้เป็นจุดตัดสินแพ้ชนะ ทันใดนั้นตวาดกึกก้องอย่าง เหี้ยมหาญ
“คุนหลุน!”
“คุนหลุน!”
เหล่าเซียนกระบี่แห่งคุนหลุนตอบรับแทบจะพร้อมเพรียงกัน จากนั้น ชัด
กระบี่บินvองพวกมันมายังหลินเชียบโดยไม่รีรอ
เห็นลำแสงหลายสายระเบิดวาบ กระบี่เจ็ดเล่มกรีดผ่านนภา ตรงเข้า มา
จากทิศทางที่แตกต่างกัน
กระบี่บินทั้งเจ็ด พกพาเจตจำนงกระบี่เจ็ดชนิดที่ผิดแผกแตกต่าง บ้าง
มืดมนเย็นเยียบ บ้างเจิดจ้าพร่างพราว บ้างหนักหน่วงดุจขนเขาข้าง แกร่ง
กร้าวแหลมคม พวกมันล้วนมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน คุนหลาน เจตจำนง
กระบี่ทั้งเจ็ดแม้แตกต่างกัน แต่ล้วนเปี่ยมล้นไปด้วยพลังอันน่าอัศจรรย์ ชั่ว
พริบตาที่สามยอดฝีมือโถมเข้าหาหลินเซียน ลำแสงกระบี่บิน ทั้งเจ็ดก็พุ่ง
วาบ เรียงรายอยู่เบื้องหน้าหลินเชียนในบัดดล
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใด หลินเชียนหันกลับมาเผชิญหน้ากับสามยอด ฝีมือ
มันสีหน้าเคร่งขรึม นัยน์ตาขวาเย็นเยียบปานนํ้าแข็ง นัยน์ตาซ้ายร้อน ระ
อุจดุจเพลิงกัลป์ เจตจำนงกระบี่ทั้งเจ็ดเรียงรายอยู่ตรงหน้า ตั้งขบวน เป็น
กงล้อกระบี่เจ็ดสีวงหนึ่ง
ปลายกระบี่ไทอาพลันจี้ใส่กึ่งกลางวงล้อกระบี่ที่เริ่มหมุนคว้างอย่างจุด
ประกายแสงระเบิดวาบออกมาจากปลายกระบี่!
“ฆ่า”
หลินเชียนแค่นเสียงออกมาเพียงหนึ่งคำ อากาศเบื้องหน้าราวกับถูก หวด
ฟาดอย่างรุนแรง แตกระเบิดดังสนั่นลั่นโลก!
กระบี่ทั้งเจ็ดดุจกงล้อบุปผาบานสะพรั่ง หมุนคว้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพียง
ชั่วพริบตาเดียวก็ขยายใหญ่พรวดพราด กลายเป็นกงล้อแสงเจ็ดสีที่มี
ขนาดใหญ่โตกว่าสิบหมู่ กงล้อกระบี่วงยักษ์หมุนลิ่วปานจักรผัน
ครอบคลุม ใส่สามยอดฝีมือดุจตาข่ายมหึมาผืนหนึ่ง
ภายในกงล้อกระบี่ เจตจำนงกระบี่ม้วนตลบราวกับสัตว์ร้ายใหญ่ยักษ์
แสยะคมเขี้ยว ตระเตรียมกลืนกินผู้คนลงไปในคำเดียว
จูเข่อหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ตวาดด้วยโทสะ “หาที่ตาย!”
หญิงรับใช้วัยกลางคนสายตาเย็นยะเยียบ นางเห็นได้ชัดว่าบันดาล โทสะ
เช่นกัน เขี่ยกวาดเท้าขวาไปด้านหลังใช้เป็นหลักยันกับพื้น หอกยาวเล็งไป
ข้างหน้า พลังสภาวะกล้าแข็งขึ้นทุกขณะ
ซวบ ซวบ!
เสียงหยดนํ้าสองหยดพุ่งทะลุอกเขียนกระบี่คุนหลุนผู้หนึ่ง สร้างบุป ผา
โลหิตสองดอกพร่างพรมลงบนร่างมัน ศิษย์คุนหลุนผู้นั้นพลันดวงตา เบิก
ค้าง ร่างร่วงลิ่วลงจากฟากฟ้า
ปัง มันร่วงฟาดพื้นดูจท่อนไม้ท่อนหนึ่ง บนใบหน้าที่เลอะเทอะเปรอะ
เปื้อนไปด้วยฝุ่นดินผืนเค้นรอยยิ้มน้อยๆ อย่างสาสมใจ ติดค้างอยู่ใบหน้า
ที่แข็งที่อไร้ชีวิตไปตลอดกาล
ซีเตียวอวี่สีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย มันลงมือฆ่าคนสำเร็จโดยไม่ได้ คาด
ฝัน ซึ่งความจริงมันเพียงตั้งใจจะรบกวนสมาธิของเซียนกระบี่คุนหลุน
เท่านั้น
ท่าไม้ตายของหลินเชียนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นค่ายกลกระบี่อันทรง อานุภาพ
ชุดหนึ่ง ค่ายกลกระบี่แม้ทรงพลัง แต่จำต้องมีการร่วมมือ ประสานงาน
อย่างดีเยี่ยม ซีเตียวอวี่เดิมที่เข้าใจว่าเมื่อเซียนกระบี่เหล่านี้ต้องรับมือการ
โจมตีของมัน พวกมันจะต้องเรียกกระบี่บินกลับมา กงล้อกระบี่ของหลิน
เชียนก็จะพังทลายในบัดดล แต่นึกไม่ถึงว่าเซียนกระบี่คุนหลุนผู้นี้ กลับ
เลือกที่จะยอมตายมากกว่าที่จะเรียกกระบี่บินของตน กลับมา!
คุนหลุน!
ไม่ทราบเพราะเหตุใด ชีเตียวอวี่พลันบังเกิดความรู้สึกเย็นเยียบจับใจ
ผู้อื่นอาจมองเห็นว่ามือของจั่วม่อแตะอยู่บนกรงเล็บพิฆาตมังกร แต่ ไม่มี
ผู้ใดทราบ แท้ที่จริงแล้วกรงเล็บพิมาตมังกรถูกห่อหุ้มอยู่ในกลุ่มด้ายที่มอง
ไม่เห็น มือของจั่วม่อจมอยู่ท่ามกลางกลุ่มด้ายเหล่านี้เอง
ในทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อ
ฝูเยาพึมพำด้วยสีหน้าซึมเซา “สายใยสามพันอาวรณ์… ในโลกนี้มี สายใย
สามพันอาวรณ์อย่จริงๆ”
เว่ยเมื่อได้ยินวาจาของฝูเยา พลันสะท้านขึ้นทั้งร่าง ความตื่นตะลึง ฉายชัด
อยู่บนใบหน้า ร้องออกมาว่า “สายใยสามพันอาวรณ์!”
สายใยสามพันอาวรณ์!
การทราบนามของเส้นใยโปร่งใสเหล่านี้ ไม่ได้มีส่วนช่วยอันใดต่อจั่วม่อ
ปลายด้านหนึ่งของเส้นใยเหล่านี้ เดิมที่ล่ามติดอยู่กับหลักศิลาทักษะ
ปิศาจ แต่บัดนี้เมื่อป่าศิลาพังพินาศ หลักศิลาแตกทลาย เส้นใยเรียวบาง
เหล่านี้ก็ปราศจากที่ยึดเหนี่ยว กลายเป็นล่องลอยอยู่กลางเวหา
เส้นใยแต่ละเส้นสะบัดพลิ้วกลางอากาศ มองผ่าน ๆ คล้ายทะเลหญ้า
โปร่งใสไปล่ปลิวตามสายลม
นอกจากจั่วม่อแล้ว ไม่มีผู้ใดพบเห็นการคงอยู่ของพวกมัน
จุดที่มือของจั่วม่อแทรกเข้าไปเป็นตำแหน่งที่กลุ่มด้ายหนาแน่นที่สุด เป็น
แกนหลักของกลุ่มเส้นใยโปร่งใสเหล่านี้
มันสัมผัสถูกลูกแก้วเล็ก ๆ ลูกหนึ่ง ไม่ใช่ หากจะกล่าวให้ถูกต้อง สมควร
บอกว่าเป็นลูกกลมที่ใสกระจ่างคล้ายกลุ่มหมอกเล็กๆ หากมิใช่ว่า ภาพใน
สายตาของมันถูกสภาวะอันเย็นเยือกปรับเปลี่ยนให้มองเห็นอีกโลก หนึ่ง
อีกทั้งมือของมันยังสัมผัสถูกลูกแก้วเล็ก ๆ นี้โดยตรง มันก็จะไม่
สังเกตเห็นเช่นกัน
แต่ในสายตาของมัน มันสามารถมองเห็นได้ว่านี่เป็นลูกแก้วอันแปลก
ประหลาดลูกหนึ่ง
เส้นใยโปร่งใสเรียวยาวทั้งหมด ล้วนงอกเงยออกมาจากลูกแก้วนี้
จั่วมอพอสัมผัสถูกลูกแก้ว บรรดาเส้นใยที่สะบัดพลิ้วกลางอากาศ รวมไป
ถึงเส้นใยที่รัดพันกรงเล็บพิฆาตมังกร พลันชะงักนิ่งในบัดดล
แม้แต่กรงเล็บพิฆาตมังกรอันดุดันอำมหิตยังแข็งที่อตามไปด้วย!
ลูกหมอกโปร่งใสพลันกลายเป็นร้อนลวกแผดเผาดุจเหล็กหลอมเหลว หาก
จั่วม่ออยู่ในสภาวะปกติ ปฏิกิริยาตอบสนองอย่างแรกของมันสมควร เป็น
คลายมือออก และขว้างเจ้าสิ่งนี้ไปให้ไกลที่สุด
แต่ในยามนี้ ด้วยสภาพเหนือมนุษย์ปุถุชนของมัน จั่วม่อไม่สะทก สะท้าน
แม้แต่น้อย ราวกับว่าสิ่งที่ถูกแผดเผาไม่ใช่มือของมันเอง เพียงจับจ้อง
มองดูลูกแก้วอย่างเย็นชา หน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่แวบเดียว
ความรู้สึกร้อนลวกยิ่งมายิ่งรุนแรง กระทั่งจั่วม่อผู้ครอบครองพลังสุดหยาง
สุดแกร่งกร้าวของอุปกรณ์สวรรค์สิบอีกา ยามนี้ยังรู้สึกยากจะทานทนอยู่
บ้าง มือของมันเริ่มสั่นระริก
ในสายตาของมัน บรรดาเส้นใยที่ล่องลอยโบกสะบัดอย่างเสรีกลางเวหา
จู่ๆ แห่แหนเข้ามารุมล้อมรอบกายมัน ประหนึ่งว่าพวกมันรู้สึกถึง อันตราย
จากตัวของจั่วม่อก็มิปาน
เหล่าเส้นใยที่รัดพันกรงเล็บพิฆาตมังกรยิ่งรัดแน่นกว่าเดิมด้วย
สัญชาตญาณ กรงเล็บพิฆาตมังกรเริ่มสั่นระริกอย่างรุนแรง กระทั่งกรงเล็บ
พิฆาตมังกรอันดุร้ายกระหายเลือด ภายใต้เงื้อมเงาของเส้นใยบาง ๆ
เหล่านี้กลับไร้พลังจะต่อต้านแข็งขึ้น
เผชิญกับเส้นใยที่คุกคามเข้าหา จั่วมอไม่หลบเลี่ยง เพียงยื่นมือซ้าย
ออกไปเบื้องหน้า
เส้นใยโปร่งใสประเปรียวผิดธรรมดา เพียงชั่วพริบตาก็รัดพันทั่วร่าง ของ
จั่วม่ออย่างแน่นหนา
จั่วมอในที่สุดได้รู้ซึ้งว่ากรงเล็บพิฆาตมังกรรู้สึกอย่างไรเวลาที่ถูกเส้นใย
เหล่านี้รัดพัน เส้นใยประหลาดนี้แข็งแกร่งอย่างน่าสะพรึงกลัว ทันทีที่ถูก
รัดพัน มันรู้สึกราวกับว่าลมหายใจแทบขาดห้วง แม้ว่าสังขารปิศาจ
อุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาของมันจะจัดอยู่ลำดับสามในด่านเจียง แต่ต่อหน้า
พลังอันน่าพรั่นพรึงนี้ มันเปราะบางไม่ต่างอันใดจากกระดาษแผ่นหนึ่ง
ในเวลานี้เอง จั่วม่อในดวงตาเย็นเยียบไร้ความรู้สึกพลันทอประกาย
วูบ
มันเป็นนายพรานมากประสบการณ์ผู้หนึ่ง เฝ้ารอคอยโอกาสอย่างอด
กลั้น เมื่อโอกาสปรากฏขึ้นตรงหน้า มันไหนเลยจะมัวมารีรอลังเล
จั่วม่อลงมือในบัดดล!
การตายของศิษย์น้องไม่ส่งผลกระทบต่อหลินเชียนแม้แต่น้อย แต่ใน ส่วน
ลึกของนัยน์ตาข้างขวาที่เป็นเยียบดูจนแข็งของมัน พลันทอประกาย
ความรู้สึกที่ยากจะบ่งบอกบรรยายวูบหนึ่ง แล้วหายวับไปทันควัน
กระบวน ท่าของมันไม่สะดุดติดขัดแม้แต่ชั่วแวบ กงล้อกระบี่จู่โจมใส่สาม
ยอดฝีมือที่ เป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดของมันอย่างหักโหม พร้อมกันนั้น
มันสะบัด หน้ากลับมายังหลักศิลาในตำนานอีกครั้ง
หลินเชียนโถมเข้าหาหลักศิลาดุจวิหคยักษ์สยายปีก เบื้องหน้ามันโปร่งโล่ง
ปราศจากสิ่งกีดขวาง
บนท้องฟ้า กรงเล็บพิฆาตมังกรสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เซี่ยวม่อเกอดู เหมือน
กำลังปราบพิชิตของวิเศษนั้น หลินเชียนฝืนระงับความคิดฆ่าฟันที่พลุ่ง
พล่านอยู่ในใจอย่างยากเย็น ยังคงมุ่งตรงไปยังหลักศิลาต้นสุดท้าย
อาศัยพลังฝีมือของเซี่ยวม่อเกอในยามนี้ คิดสยบกรงเล็บพิฆาตมังกร ไม่
ต่างจากแส่หาที่ตาย หากมิใช่จอมปิศาจด่านไสว้หรือมีวิธีการพิเศษเฉพาะ
บางอย่าง คิดปราบของวิเศษที่ดุร้ายกระหายเลือดถึงเพียงนี้ นับเป็นความ
เพ้อฝันของคนไม่ประมาณตน นี่มิใช่เรื่องที่จะชดเชยได้ด้วย พรสวรรค์
ของวิเศษเช่นศาสตรามารชั้นนภายามที่ถือกำเนิด ล้วนผ่านภัย พิบัติ
ทัณฑ์สวรรค์นับครั้งไม่ถ้วน คิดสยบพวกมัน มิใช่เพียงพึ่งพาโชค วาสนาก็
สามารถเอาชนะได้!
กับการปราบพิชิตกรงเล็บพิฆาตมังกร หลินเชียนไม่มีความคิดเพ้อ ฝัน
แม้แต่น้อย
ส่วนสมบัติชิ้นที่สามที่อยู่ในหอสมบัติมหาสันติในตำนาน มันสงสัย ใคร่
รู้อยู่บ้าง แต่ก็เพียงแค่อยากรู้อยากเห็นเท่านั้น ทว่าจนถึงบัดนี้มันยังไม่
พบเห็นสมบัติชิ้นที่สาม
อย่างไรก็ตาม ต่อให้พบเห็นสมบัติชิ้นที่สามจริง ต่อให้เป็นของวิเศษที่
ดึงดูดใจ แต่หลินเซียงเชื่อว่ามันจะไม่หวั่นไหวใจอย่างแน่นอน
เป้าหมายของมันมีเพียงหนึ่งเดียว หลักศิลาทักษะปิศาจแผ่นสุดท้าย
หลินเชียนทุ่มเทท่าร่างสุดกำลังความสามารถ บรรลุถึงขั้นรวดเร็ว อย่างน่า
ตระหนก ในชั่วขณะนี้ในครรลองสายตามันไม่มีผู้อื่นอยู่เลย กระทั่งด้วย
ความหนักแน่นเยือกเย็นของมัน ยังอดรู้สึกหัวใจเต้นกระหนํ่า รับไม่ได้
หากมันสามารถเข้าถึงหลักศิลาแผ่นสุดท้ายนั้น มันก็มีความ เชื่อมั่นอย่าง
เปี่ยมล้น ว่าไม่มีผู้ใดสามารถช่วงชิงของวิเศษนี้ไปจากมือของมันได้!
ต่อให้หลงเหลือแค่มันเพียงผู้เดียว มันก็มีความเชื่อมั่นว่าสามารถ พกพา
หลักศิลาเข่นฆ่าเปิดทางกลับไปยังคุนหลุน!
ใกล้เข้ามาแล้ว! แทบจะอยู่ในมือของมันแล้ว!
ชั่วพริบตาที่ในดวงตาของหลินเชียนวาบประกายยินดีอย่างไม่อาจ
ควบคุม เงาร่างสายหนึ่งพลันสาดพุ่งออกมาจากกองหินโดยไม่มีเค้าลาง
ล่วงหน้า
หลินเชียนม่านตาหดแคบลงทันที
แต่ปฏิกิริยาของมันก็รวดเร็วยิ่ง กระบี่ไทอาในมือขวาติดขึ้นทันควัน แทงใส่
เงาร่างนั้นอย่างเร่งร้อน!
ประกายเจิดจ้าที่ปลายกระบี่ไท่อาระเบิดวาบ! ”
อาเหวินเพิ่งจะปีนขึ้นจากซากปรักหักพัง ทั่วร่างปกคลุมไปด้วยฝุ่นผง
เส้นทางวงกตเมื่อพังทลายลงมาอย่างกะทันหัน พวกมันก็แทบจะถูกฝังทั้ง
เป็น ดีที่แต่ละคนมีปฏิกริยารวดเร็ว แม้แตกตื่นแต่ไม่ลนลาน ชั่วพริบตาที่
เส้นทางวงกตถล่มลงมา พวกมันก็ผนึกศาสตร์อสูรขึ้นคุ้มกันตัวเองอย่าง
ทันท่วงที
มิเช่นนั้น อาศัยสังขารร่างกายอันบอบบางของเผ่าอสูร เกรงว่าคง
กลายเป็นเนื้อบดไปเสียนานแล้ว
ในเวลาเช่นนี้ ยอดยุทธ์ที่ฝึกปรือสังขารปิศาจเช่นอาเหวินมีข้อ ได้เปรียบ
อย่างเห็นได้ชัด มันทลายเปิดทางออกจากกองหิน โดยพึ่งพา เพียงแค่
สังขารร่างกายอันกล้าแกร่งของมันเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ขณะที่มันเพิ่งจะตะกายออกสู่โลกภายนอก ไม่ได้ล่วงรู้
สถานการณ์เหนือศีรษะมันเลยแม้แต่น้อย ทันใดนั้นเจตจำนงกระบี่อันน่า
สะพรึงกลัวจู่ ๆ ก็ล้อมรักมันเอาไว้อย่างฉับพลันทันใด!
อาเหวินหน้าเปลี่ยนเป็นซีดขาว!
เจตจำนงกระบี่สายนี้แกร่งกร้าวจนแทบจะเหนือจินตนาการของมัน น่า
สยดสยองเสียจนขวัญวิญญาณแทบกระเจิดกระเจิงออกจากร่าง
แต่เมื่ออันตรายกรายถึงศีรษะ การฝึกอบรมอย่างเข้มงวดของค่ายเว่ยค่อย
แสดงผลลัพธ์ออกมา อาเหวินแม้สมองขาวว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง แต่
ร่างกายกลับตอบโต้ไปตามสัญชาตญาณ
ขนนกเหล็กบนชุดเกราะของมันสั่นสะเทือนอย่างพร้อมเพรียง พลัง ปิศาจ
ถูกเร่งเร้าไปถึงขอบเขตสูงสุดในชั่วพริบตา หอกมารในมือดีดขึ้น สะอึก
กายไปข้างหน้าหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แล้วพลันกลับกลายเป็น ท่า
เตรียมแทงในรวดเดียวด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
ไม่มีความคิดอื่นใด มันสูดลมหายใจลึก ตวาดกึกก้อง “ฆ่า!”
ปราณหอกสีดำเข้มข้นพุ่งวาบออกจากหอกมาร คล้ายแทงออกจาก ความ
ว่างเปล่า แล่นเข้าปะทะกับกระบี่ไม่อาตรงหน้าอย่างหักโหม!
ภายใต้กองเศษหินน้อยใหญ่ ลูกศรแสงสีม่วงดอกหนึ่งพุ่งวาบออกมา
อย่างฉับพลัน กรีดวาดเป็นริ้วลำแสงตรงแน่ว ยิงเข้าใส่หลินเชียนด้วย
ระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ เป็นศาสตร์เกาทัณฑ์สวรรค์แดน
ใต้ ของหนานเยว่!
พร้อมกันนั้น กลุ่มหมอกสีเขียวอมเทาซึ่งกระเพื่อมไหวอย่างแปลก
ประหลาดแผ่กระจายไปทั่วบริเวณเท้าของหลินเชียนในชั่วพริบตา เป็น
ศาสตร์รอยแผลสีเทาของคังเจ๋อ!
ทั้งลูกศรสีม่วงและหมอกสีเขียวเทาล้วนลี้ลับเลือนราง ยากจะ มองเห็น
ด้วยตาเปล่า นี่เป็นผลจากศาสตร์ประกายพฤกษาวารีของหญิงเจวี๋ยจื่อ!
พื้นที่ใต้ฝ่าเท้าของหลินเชียนทรุดตัวลงอย่างกะทันหัน พื้นที่แปลก
ประหลาดผุดขึ้นล้อมรอบมันในบัดดล ราวกับถูกเส้นเชือกล่องหนล่าม
เอาไว้!
“ฮ่าฮ่า! บุรุษที่สามารถคล้องม้าป่า จึงนับเป็นบุรุษชาติอาชาไนยอัน กร้าว
แกร่ง!” เสียงอสูรผมสมหัวร่ออย่างสาสมใจ ดังกังวานออกมาจากกอง หิน
อสูรควันดำไม่ได้ลงมือจู่โจม แต่กลับโถมเข้าหาหลักศิลาในตำนาน อย่าง
ไม่รีรอลิงเล มันสำนึกตัวว่าฝีมืออ่อนด้อยที่สุดในกลุ่ม แต่มันฉลาด เฉลียว
ยิ่ง เพียงมองปราดเดียวก็ประเมินสถานการณ์ส่วนใหญ่ได้แทบทั้งหมด
มันค้นพบในทันที ว่าวิธีที่สามารถรบกวนสมาธิจิตใจของอีกฝ่าย ได้ดีที่สุด
คือแย่งชิงหลักศิลาแผ่นนั้น
พวกมันหกคนอยู่ด้วยกันจนคุ้นชิน สร้างเป็นความร่วมมือสอด ประสาน
อันหมดจด เพียงชั่วพริบตาที่อาเหวินโผล่ขึ้นมาพบการโจมตีของ หลิน
เชียน การจู่โจมตอบโต้ของพวกมันก็มาถึง นับว่าเพียบพร้อมทั้ง จังหวะ
เวลาและการร่วมมือประสานงาน มิหนำซ้พนับตั้งแต่หลักศิลาทักษะปิศาจ
ช่วยให้พลังฝีมือของพวกมันรุดหน้า นี่ถือเป็นครั้งแรกที่พวก มันลงมือต่อสู้
เดิมพันชีวิต แต่ละคนโจมตีออกอย่างสุดกำลัง แน่นอนว่านี่ เป็นการโจมตี
ที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกมันแล้ว!
เจตนาฆ่าฟันทะลักทลายไปทั่วบริเวณ!