สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 174 ค่ายกลอีกาทองคำฉบับมหภาค
กระบวนท่าดรรชนีของจั่วม่อแปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้ง จิตสำนึกของมันประดุจตาที่
สาม จับจ้องระลอกแปรผันของพลังปราณจากปลายนิ้วและการเปลี่ยนแปลงที่ตามมา
ภายในกระถางหลอมกลั่นอย่างไร้อารมณ์
ผูเยาเคยกล่าวว่าความเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงของค่ายกล
ตอนนี้จั่วม่อกำลังมองหา ‘การเปลี่ยนแปลง’ ที่ว่านี้
ทีแรกเริ่มต้นจากเม็ดยาราชันธัญพืช มันศึกษาการเปลี่ยนแปลงของค่ายกลภายใน
เม็ดยาอย่างรอบคอบ การเปลี่ยนแปลงของโอสถปราณนั้นซับซ้อนมาก แม้แต่เม็ดยาที่
เรียบง่ายที่สุดยังใช้วัตถุดิบหลากหลายชนิดผสมผสานกัน ส่วนโอสถปราณที่ระดับสูง
ขึ้นมาต้องการส่วนผสมหลายสิบชนิด แต่อย่างไรก็ตาม จั่วม่อไม่เคยพบโอสถปราณชนิด
ใดต้องใช้วัตถุดิบมากกว่าหนึ่งร้อยชนิด
นี่ไม่ยากที่จะเข้าใจ วัตถุดิบมากขึ้น ปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ย่อมมีมากขึ้น
อย่างไรก็ตามตำรับโอสถชั้นสูงเหล่านั้น เป็นสิ่งที่อยู่ไกลเกินกว่าสิ่งที่จั่วม่อกำลัง
ศึกษาอยู่ในตอนนี้
มันยังคงต่อสู้อยู่กับโอสถปราณขั้นพื้นฐานที่สุด ขณะที่หลอมกลั่นก็ทำความเข้าใจ
แต่ละ ‘การเปลี่ยนแปลง’ ไปด้วย นี่เป็นแนวคิดที่แตกต่างจากปกติอย่างสิ้นเชิง ทั้งยัง
เป็นปัญหาความยากลำบากที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลังจากผ่านค่ายกลเจตจำนง
กระบี่และศึกษาพื้นฐานค่ายกลในม้วนหยกของคุนหลุน จั่วม่ออาจเรียกได้ว่าเป็นยอด
ฝีมือค่ายกลครึ่งตัว
‘การเปลี่ยนแปลง’ ในโอสถปราณอาจซับซ้อน แต่จั่วม่อตรวจสอบวิเคราะห์ได้อย่าง
ชัดเจนทุกขั้นตอน หลังจากศึกษาอย่างถี่ถ้วน มันก็เรียนรู้ได้หลายสิ่ง เกาะแมกไม้รกร้าง
เงียบสงบมาก เงียบสงบกว่าภูเขาสุญตาเสียอีก เหมาะสำหรับกระทำเรื่องที่ต้องใช้เวลา
ยาวนานเช่นนี้พอดี ทั้งยังไม่ต้องกังวลว่าจะถูกใครรบกวน
มันพบ ‘การเปลี่ยนแปลง’ รูปแบบค่ายกลสิบสองชุดที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
หลังจากค้นพบเรื่องนี้ อัตราความสำเร็จในการหลอมกลั่นโอสถของมันก็เพิ่มสูงขึ้น
อย่างน่าตกใจ
ไม่ต้องกล่าวถึงสิ่งอื่นใด เพียงฝีมือการหลอมกลั่นโอสถของจั่วม่อก็เพียงพอให้ท่อง
ทะยานไปได้ทุกแห่งหน เม็ดยาอีกาทองคำของมันที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว เป็น
เปั้าหมายหลักของการค้นคว้าในคราวนี้ ไฟอีกาทองคำในเม็ดยาอีกาทองคำเป็นคุณค่า
เดียวที่เม็ดยานี้ครอบครอง แต่เนื่องจากติดปัญหาเรื่องส่วนผสมของโอสถ สุดท้ายแล้ว
มันไม่มีปัญญาทำให้เม็ดยาอีกาทองคำเก็บกักไฟอีกาทองคำไว้มากกว่านี้ได้ นั่น
หมายความว่าเม็ดยาอีกาทองคำจะเป็นเพียงโอสถปราณระดับต่ำตลอดไป
จั่วม่อกำลังระดมความคิดจิตใจหาวิธีทำกำไรจิงสือ
บ่อฟูมฟักสัตว์ร้ายจะมีผลลัพธ์ดีอย่างไร เมื่อไรจะได้ผลสำเร็จ สามารถทำกำไรได้
เท่าใด เหล่านี้จั่วม่อล้วนไม่ล่วงรู้ ย่อมไม่ฝากความหวังทั้งหมดของมันไว้ที่บ่อฟูมฟัก
สัตวร์ร้ายที่มันไม่เคยรู้จักและไม่มั่นใจ วิชาหลอมกลั่นโอสถที่มันคุ้นเคยเป็นอีกหนึ่ง
หนทางที่สามารถใช้ทำกำไรได้ดีกว่า
แต่เกาะแมกไม้รกร้างช่างโดดเดี่ยวและห่างไกลอย่างแท้จิง หากมันเพียงผลิตสินค้า
ธรรมดาอย่างเช่นข้าวปราณ แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดยินยอมมา เช่นนั้นสถานการณ์อย่างไรจึง
จะทำให้ผู้คนยินยอมมาไกลถึงเกาะแมกไม้รกร้างนี้เล่า? ย่อมมีเพียงวิธีเดียว นั่นคือเมื่อ
เกาะแมกไม้รกร้างมีสินค้าที่สามารถเสาะหาได้จากที่นี่ที่เดียว ไม่มีที่อื่นอีก
เม็ดยาอีกาทองคำก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว
แต่ติดขัดตรงที่ว่าเม็ดยาอีกาทองคำที่มันหลอมกลั่นได้ในตอนนี้ ก็ยังเป็นเพียงโอสถ
ปราณระดับสองเท่านั้น ผลลัพธ์มีจำกัด แม้ว่าจะดูน่าสนใจอยู่บ้าง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะ
ดึงดูดผู้คนมาไกลถึงเพียงนี้ จั่วม่อเคยครุ่นคิดมานานแล้วที่จะหาวิธียกระดับคุณภาพของ
เม็ดยาอีกาทองคำ
จั่วม่อเชื่อว่าหากเป็นเม็ดยาอีกาทองคำระดับสาม เหล่าคนทำการค้าจะต้องยินยอม
เดินทางมาซื้อหาถึงเกาะแมกไม้รกร้างอย่างแน่นอน!
สำหรับรูปแบบค่ายกลภายในเม็ดยาอีกาทองคำ มันเริ่มมีความเข้าใจเบื้องต้นบ้าง
แล้ว แต่มีค่ายกลที่สำคัญที่สุดรูปแบบหนึ่งซึ่งจั่วม่อไม่เคยพบเห็นมาก่อน ค่ายกลชุดนี้ถูก
สร้างขึ้นด้วยการผสมผสานอย่างลงตัวของพลังโอสถในวัตถุดิบ มีบทบาทอยู่สองหน้าที่
บทบาทแรกคือสามารถจับตรึงแก่นสารของดวงอาทิตย์เข้ามา ส่วนอีกบทบาทหนึ่งคือ
สามารถเก็บกักแก่นสารดวงอาทิตย์ที่จับตรึงเอาไว้ภายในเม็ดยาอีกาทองคำ
จั่วม่อเรียกค่ายกลอันพิสดารที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนนี้ว่า ‘ค่ายกลอีกาทองคำ’ ค่าย
กลอีกาทองคำชุดนี้ละเอียดอ่อนซับซ้อนเป็นที่สุด ช่วยเปิดหูเปิดตาจั่วม่ออย่างมหาศาล
ค่ายกลที่พบในกระบวนการหลอมกลั่นโอสถปราณ ซับซ้อนละเอียดอ่อนกว่าค่ายกล
ที่มันเรียนรู้แบบปกติมาก ค่ายกลทั่วไปที่มันใช้งานทั้งใหญ่โตและกินพื้นที่กว้างขวาง
การไหลเวียนของพลังปราณสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง แต่ค่ายกลใน
กระบวนการหลอมกลั่นโอสถนั้นถูกบีบอัดอยู่ในพื้นที่คับแคบจำกัด แต่ละเส้นแต่ละสาย
ของรูปแบบค่ายกลซับซ้อนประหนึ่งเส้นผมถักสานเป็นเงื่อนปม ยากที่จะเห็นแผนผังค่าย
กลที่แท้จริงของมัน จั่วม่อเรียกค่ายกลที่ใช้งานตามปกติว่าค่ายกลฉบับมหภาค และเรียก
ค่ายกลที่เกิดขึ้นในกระบวนการหลอมกลั่นโอสถว่าค่ายกลฉบับจุลภาค
(มหภาค ในที่นี้หมายถึงภาคใหญ่ ส่วนจุลภาคคือเล็กละเอียด)
ในช่วงระยะนี้ บางครั้งคราว ซิวเจ่อจำนวนหนึ่งทยอยมาถึงหมู่เกาะแมกไม้รกร้าง
พวกมันต้องการข้ามแม่น้ำอาณาจักรไปยังอาณาจักรขุนเขาน้อย จั่วม่อเรียกเก็บหนึ่งร้อย
ชิ้นจิงสือระดับสามต่อหนึ่งคน ส่วนผู้ที่ไม่มีจิงสือสามารถใช้สิ่งของอื่นแลกเปลี่ยนแทนได้
ด้วยใบหน้าผีดิบอันเป็นปั้ายยี่ห้อของจั่วม่อ รวมกับนามของสำนักกระบี่สุญตาและการ
คุกคามของค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์ เพียงพอที่จะทำให้ซิวเจ่อด่านหนิงม่าย
ยินยอมจ่ายหนึ่งร้อยชิ้นจิงสือระดับสามเป็น ‘ค่าธรรมเนียมที่พักแรม’ แต่โดยดี
โดยเฉลี่ยแล้วทุกสองสามวันจะมีลูกค้ามาเยือนหนึ่งคน หรือกล่าวอีกอย่างว่า ทุก
สองสามวันจั่วม่อจะทำกำไรจิงสือได้หนึ่งร้อยชิ้นจิงสือระดับสาม วันคืนของมันมั่งคั่ง
สมบูรณ์ไม่น้อย
นอกเหนือจากมุ่งเน้นอยู่กับการศึกษาค้นคว้าค่ายกลฉบับจุลภาคแล้ว จั่วม่อยังหา
โอกาสถ่ายทอดวิชาความรู้บางอย่างให้แก่ศิษย์น้องสามคนที่เป็นชาวนาปราณ ตัวมัน
ฝึกปรือเคล็ดวิชาทั้งห้าธาตุจนแตกฉาน ความรอบรู้ในวันนี้สูงล้ำกว่ากาลก่อนมาก
จั่วม่อเป็นนักสะสมม้วนหยกตัวยง จำนวนม้วนหยกที่มันครอบครองมากเกินกว่าที่
ซิวเจ่อด่านจู้จีจะคาดคิดไปถึง ม้วนหยกที่สะสมไว้ยังหลากหลายและมีแทบทุกประเภท
แม้ว่าระดับไม่สูงนัก แต่หลายม้วนเป็นสิ่งที่ดีมาก เพาะปลูกพืชปราณ เลี้ยงดูสัตว์ปราณ
ชำแหละสัตว์ปราณ และอื่นๆ ล้วนมีทั้งหมด ครอบคลุมทุกแขนงวิชา สิ่งที่มีน้อยมาก
กลับเป็นเคล็ดวิชากระบี่ อย่างไรก็ตาม บนเกาะนี้ยกเว้นจั่วม่อผู้ฝึกปรือวิชากระบี่อย่าง
สม่ำเสมอ ก็ไม่มีผู้ใดสนใจม้วหยกวิชากระบี่อยู่แล้ว จั่วม่อสร้างห้องตำราและอนุญาตให้
เหล่าศิษย์น้องเข้าถึงม้วนหยกทั้งหมด
ม้วนหยกที่สำนักกระบี่สุญตาเก็บสะสมไว้ส่วนใหญ่เป็นเคล็ดวิชากระบี่ และแน่นอน
ว่าสิ่งที่จั่วม่อรวบรวมย่อมเป็นตรงกันข้าม หากว่ากันในแง่ของความหลากหลาย หอ
คัมภีร์ของสำนักยังไม่อาจเปรียบเทียบกับจั่วม่อได้ แต่หากกล่าวถึงระดับคุณภาพ จั่วม่อ
ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสำนัก
เมื่อเหล่าศิษย์น้องเข้าชมดูห้องตำรา เห็นม้วนหยกมากมายมหาศาลปานนี้ ต้อง
แตกตื่นตะลึงลานจนปากอ้าตาค้าง! ม้วนหยกประเภทที่พวกมันปรารถนาย่อมคล้ายคลึง
กับจั่วม่อยิ่ง ดังนั้นห้องตำราเท่ากับขุมทรัพย์อันใหญ่โตสำหรับพวกมันทุกคน
ต้องการอ่านม้วนหยกต้องจ่ายค่าธรรมเนียม เรื่องนี้ไม่มีผู้ใดเห็นค้าน ในโลกนี้ไม่มี
อาหารกลางวันที่สามารถกินเปล่า หอคัมภีร์ของสำนักกระบี่สุญตาเคยเปิดกว้างให้แก่
ศิษย์ฝั่ายในระยะหนึ่ง แต่เมื่อเริ่มขยายตัวเพิ่มพูนอำนาจ ก็กลับไปใช้ระบบแต้ม
คุณูปการตามเดิม
พิจารณาว่าเหล่าศิษย์น้องไม่ได้มีจิงสือมากมายนัก จั่วม่อปล่อยให้พวกมันติดหนี้
บัญชีอย่างไร้ศีลธรรม กลายเป็นเจ้าหนี้ของทุกคนอย่างเงียบๆ แต่จะอย่างไร
ค่าธรรมเนียมในการใช้ห้องตำราก็ต่ำกว่าที่สำนักมาก พวกมันต่อให้ติดหนี้สิน แต่
สามารถร่ำเรียนเวทวิชาใหม่ๆ ได้ทันที ยังจะมีการติดหนี้ที่น่ายินดีเท่านี้อีกหรือ?
ห้องตำรากลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเกาะแมกไม้รกร้างไปอย่าง
รวดเร็ว
จั่วม่อจงใจเลือกเฟั้นมาเฉพาะเหล่าซิวเจ่อสายการผลิต คนเหล่านี้ไม่ชมชอบการ
ต่อสู้ขัดแย้ง สัตย์ซื่อถือมั่นและมานะบากบั่นทำงานหนัก เวลานี้เพิ่มห้องตำราเข้ามา ทุก
คนฮึกเหิมมากขึ้น บรรยากาศในเกาะแมกไม้รกร้างดีเยี่ยม พวกมันมีวันคืนที่แสนสบาย
ปาดเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ใบหน้าเต็มไปด้วยฝุั่นละออง จั่วม่อกวาดตามองค่ายกล
ขนาดใหญ่โตที่มันเพิ่งก่อตั้งแล้วเสร็จ ในใจลังเลอยู่บ้าง
นี่คือค่ายกลอีกาทองคำฉบับมหภาค!
จั่วม่อใช้แผ่นหยกกับจิงสือมากมายก่อตั้งค่ายกลอีกาทองคำขึ้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่
มันอาศัยค่ายกลฉบับจุลภาคในกระบวนการหลอมกลั่นโอสถเป็นพื้นฐาน ลอกเลียนแบบ
สร้างเป็นค่ายกลฉบับมหภาค มันแม้ทุ่มเทความพยายามไปกับค่ายกลอีกาทองคำ
มากมายมหาศาล แต่ไม่มีความมั่นใจแม้แต่น้อย ตามหลักเหตุผลแล้ว ค่ายกลฉบับ
จุลภาคกับค่ายกลฉบับมหภาคสมควรไม่มีสิ่งใดแตกต่างกัน
ค่ายกลอีกาทองคำฉบับมหภาคนี้จั่วม่อให้เวลาก่อตั้งถึงยี่สิบวันเต็ม ตั้งแต่ที่มันเกิด
ความคิดจำลองค่ายกลฉบับมหภาคที่ขยายใหญ่ขึ้น เพื่อบรรลุความเข้าใจในค่ายกลฉบับ
จุลภาคที่เล็กละเอียด ความคิดนี้ก็ประดุจฝันร้าย ไม่อาจลบเลือนไปจากใจ เวลานี้เมื่อมีจิ
งสือมากมายอยู่ในมือ หากยามนี้ยังไม่กระทำ จะรอไปจนถึงเมื่อใด?
แต่เมื่อเริ่มก่อตั้งค่ายกล มันพลันพบว่าความยากลำบากยังสูงล้ำกว่าที่คาดไว้มาก
เส้นทางโคจรของพลังปราณในค่ายกลฉบับมหภาคอาจสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
แต่เมื่อเทียบกับฉบับจุลภาคซึ่งเป็นพื้นฐาน กลับทั้งหยาบกระด้างและไม่ราบลื่น คิดใช้
ค่ายกลขนาดใหญ่เพื่อให้ได้การเปลี่ยนแปลงที่ดี กลายเป็นยากลำบากมากกว่าเดิม
จั่วม่อเผชิญปัญหาใหญ่ เดิมทีมันตั้งใจจะก่อตั้งค่ายกลอีกาทองคำขนาดประมาณห้าจั้ง
แต่ทำไปทำมากลายเป็นสร้างค่ายกลขนาดห้าสิบจั้งขึ้นมาแทน
นี่เหมือนกับรังนกขนาดยักษ์ พื้นที่ตรงกลางเว้นว่างไว้ ไม่มีสิ่งใดอยู่เลย รอบด้าน
เต็มไปด้วยวัตถุดิบมากมายล่องลอยอยู่ในอากาศ ก่อเกิดวงกลมที่สมบูรณ์แบบวงหนึ่ง
และสิ่งที่ทำให้มันเจ็บปวดใจแทบตาย คือค่ายกลอีกาทองคำฉบับมหภาคชุดนี้
สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่มันคาดการณ์ไว้มาก ค่ายกลชุดหนึ่งถึงกับมีต้นทุนหนึ่งพันจิ
งสือระดับสาม!
ทันทีที่ขับเคลื่อนค่ายกลขบวนนี้ มันจะสูญเสียหนึ่งพันชิ้นจิงสือระดับสาม การ
ทดลองนี้เรียกได้ว่ามีค่าใช้จ่ายสูงมาก นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้จั่วม่อรีรอลังเล หนึ่งพันชิ้นจิ
งสือระดับสามเชียวนะ!
ผูเยาพลันปรากฏขึ้นข้างกายจั่วม่อ มองวัตถุดิบล่องลอยในอากาศ เบ้ปาก กล่าวว่า
“น่าเกลียดจริงๆ!”
จั่วม่อไม่แยแสสนใจตัวก่อกวนผู้นี้ มันขบกรามแน่น ตกลงใจเด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรก็
ต้องทดลองขับเคลื่อนค่ายกลขบวนนี้ดูสักครั้ง
ก้าวเข้าสู่ค่ายกลที่เรียงตัวเป็นอย่างดี จั่วม่อดูเคร่งขรึม โคจรพลังปราณไปยังสองมือ
ปลายนิ้วทั้งสิบทอแสงจางๆ แล้วสิบดรรชนีกรีดกรายกลางอากาศ
แสงเปล่งประกายวาบ ดับสลายแล้วปรากฏ ปรากฏแล้วดับสลายในทันที
เสาลำแสงสีทองพลันพุ่งวาบลงมาจากท้องฟั้า เชื่อมต่อกับลำแสงที่พวยพุ่งออกไป
จากกลางฝั่ามือของมัน
สิบนิ้วผนึกท่ามุทราอย่างต่อเนื่อง เสาลำแสงสีทองกระจายออกเป็นลำแสงสิบสาย
พุ่งผ่านเข้าไปในขบวนค่ายกล
ลำแสงสีทองเหล่านั้น เมื่อตกกระทบแผ่นหยกก็หักเหสะท้อนไปยังแผ่นหยกชิ้นอื่น
เพียงไม่นานก็แล่นผ่านไปทั่วทั้งค่ายกล แผ่นหยกมากมายพอถูกแสงสีทองสัมผัสใส่ ก็
กลายเป็นเคลือบด้วยแสงสีทอง ผ่องอำไพไปทั้งค่ายกล
ในท้องฟั้าเหนือค่ายกล เห็นลำแสงสีทองประหนึ่งคลื่นน้ำ แผ่กระจายอย่างช้าๆ เข้า
ไปในขบวนค่ายกล ทุกที่ที่ลำแสงแล่นผ่านไป จิงสือที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศก็จะส่อง
ประกายเจิดจ้าบาดตา ดุจมวลหมู่ดาราท่ามกลางทะเลสาบสีทองอำไพ กว่าที่ค่ายกล
ใหญ่จะเริ่มฉายแสงนิ่งเรียบสม่ำเสมอทั้งค่ายกล ก็ใช้เวลาไปร่วมครึ่งชั่วยาม
เสียงอึกทึกครึกโครมจากค่ายกลทำให้เหล่าศิษย์น้องตื่นตระหนก แต่เมื่อพบว่าเป็น
การกระทำของศิษย์พี่จั่วม่อ นอกเหนือจากสีหน้าอัศจรรย์ใจแล้ว พวกมันพบว่านี่เป็น
เรื่องปกติธรรมดามาก หากศิษย์พี่ไม่เล่นกับค่ายกล ยังจะเป็นศิษย์พี่ผู้มีชื่อเสียงทางด้าน
ค่ายกลอีกหรือ?
จั่วม่อไม่กล้าหยุดชะงัก เร่งเร้าพลังเคล็ดอัคคีสีชาดขึ้นไปถึงขีดสุด
ในเวลานี้เอง ค่ายกลพลันบังเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
แสงสีทองเหลือคณานับลอยขึ้นจากแผ่นหยก ทั้งหมดราวกับฝูงปลาอันปราดเปรียว
ว่ายเข้าไปรวมตัวกันตรงพื้นที่ว่างใจกลางค่ายกล
ใจกลางค่ายกล เหนือขึ้นมาจากพื้นดินประมาณสองจั้ง กลุ่มก้อนแสงสีทองทรงกลม
ก่อตัวขึ้น
ทันทีที่ลูกกลมแสงปรากฏขึ้นกลางค่ายกล เศษแสงสีทองที่คล้ายฝูงปลาทันใดนั้นก็
เร่งความเร็วมากกว่าเดิม หนาแน่นมากมายดุจสายฝน พุ่งเข้ารวมตัวกันในลูกกลมแสงสี
ทอง
กลุ่มแสงสีทองยังคงขยายตัวไม่หยุดยั้ง ทีแรกขนาดเท่าตะกร้า เพียงไม่นานก็เติบโต
เท่าโต๊ะใหญ่ตัวหนึ่ง จั่วม่อดูตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ
ไฉนไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง?
จั่วม่อเพ่งมองลูกกลมแสง สองมือเปลี่ยนท่ามุทราอย่างต่อเนื่อง ไม่ทันสังเกตว่า
ลำแสงจากฟากฟั้าที่เชื่อมต่อกับลำแสงในมือตอนนี้หยาบหนาเท่าลำแขนแล้ว
ตามเหตุผล ที่ขั้นตอนนี้สมควรแปรเปลี่ยนถึงจะถูก!
แต่ลูกกลมแสงยังคงเอาแต่ขยายตัวไม่หยุด การเปลี่ยนแปลงที่มันคาดหวังกลับไม่
ปรากฏขึ้น
กลายเป็นไฟเสียทีสิ!
เปลี่ยนจากแสงเป็นไฟคือก้าวสำคัญที่สุดของค่ายกลอีกาทองคำ หากเรื่องนี้ไม่
เกิดขึ้น แก่นสารของดวงอาทิตย์ก็ไม่สามารถให้กำเนิดไฟอีกาทองคำ!
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า สี่ชั่วยามให้หลัง จั่วม่อหัวหมุนวิงเวียน สองมืออ่อนล้าสิ้น
เรี่ยวแรงแทบฝืนยกไว้ไม่ไหว ตรงกึ่งกลางค่ายกล เห็นกลุ่มก้อนแสงสีทองเวลานี้มีขนาด
เท่าบ้านหลังหนึ่ง! กระทั่งจั่วม่อผู้ลงมือกระทำทุกอย่างเองตั้งแต่ต้น เมื่อมองไปยังลูก
กลมแสงขนาดใหญ่โตมโหฬารนี้ ยังต้องแตกตื่นจนขวัญหนีดีฝั่อ!
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแก่นสารอันรุนแรงของดวงอาทิตย์!
หากไม่ระมัดระวัง…
มันจินตนการไม่ออกว่าจะวินาศสันตโรสักเพียงไหน! สถานการณ์ปัจจุบันหลุดออก
จากการคาดการณ์และการควบคุมของมันโดยสิ้นเชิง
ขณะที่จั่วม่อระมัดระวังสุดขีดประหนึ่งเดินย่องไปบนแผ่นน้ำแข็งบางๆ พลันตรวจ
พบการเปลี่ยนแปลงของลูกกลมแสงมหึมา!