สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 186 ค่ายกลปราณกระบี่
ไฟอีกาทองคำ ระดับสี่ ก่อกำเนิดจากการรวมตัวกันของแก่นสารสุริยัน คุณสมบัติ
ตามธรรมชาติสุดหยางสุดแกร่งกร้าว เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดของไฟทั้งมวลในโลก
ไฟอีกาทองคำโดยทั่วไปสร้างขึ้นด้วยวิธีหล่อเลี้ยงผ่านพืชหญ้าปราณพิเศษเฉพาะ
บางชนิด อย่างเช่นดอกทานตะวันนภาลัย ที่ใจกลางแผ่นจานของดอกทานตะวัน
บางครั้งอาจให้กำเนิดไฟอีกาทองคำขึ้นมาได้
ว่ากันว่าบางสำนักมีวิธีการลับที่สามารถสร้างไฟอีกาทองคำ แต่เนื่องจากเป็นหยาง
สุดขั้ว ทั้งพยศดุร้าย เป็นอันตรายต่อร่างกายมาก อาจทิ้งอันตรายแฝงเร้นไว้ในร่าง
ดังนั้นต้องได้รับการหนุนเสริมด้วยเวทวิชาลับ มันเป็นหนึ่งในเมล็ดพันธุ์ไฟที่ผู้คนล้วน
ถวิลหา สามารถดูดกลืนและหลอมรวมกับเมล็ดพันธุ์ไฟอื่นๆ มากมาย ช่วยยกระดับ
คุณภาพของไฟเดิมได้อย่างมาก
ในท้องตลาด ไฟอีกาทองคำถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่มีแต่ผู้ซื้อ แต่ไม่มีผู้ใดขาย! แม้แต่
เส้นใยของเปลวไฟที่เบาบางที่สุด ยังมีราคาค่างวดนับพันจิงสือ
ผู้คนมักจดจำว่ามันเป็นเมล็ดพันธุ์ไฟที่ดีเลิศเพียงใด แต่มักจะลืมเลือนความร้อนแรง
กับพลังอำนาจอันอหังการของตัวมันเอง!
มันเป็นไฟระดับสี่!
จั่วม่อเองก็ตะลึงงันกับฉากเผาไหม้อันยิ่งใหญ่ต่อหน้าต่อตา มันคาดว่าไฟอีกาทองคำ
อาจสามารถสร้างความเสียหายให้กับเมฆดำได้บ้าง แต่ไม่เคยคาดคิดว่าพลังอำนาจจะ
ร้ายกาจน่าประหวั่นพรั่นพรึงถึงเพียงนี้!
สิ่งที่มันไม่ล่วงรู้ก็คือธรรมชาติของไฟอีกาทองคำเป็นสุดหยางสุดแกร่งกร้าว นับเป็น
ดาวข่มโดยตรงของเมฆดำชั่วร้ายที่เต็มไปด้วยพลังหยิน เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลลัพธ์
รุนแรงกว่าปกติมาก
เมฆสีดำที่ม้วนตลบไปในอากาศดุจดั่งเนินเขาเล็กๆ บันดาลให้ผู้คนรู้สึกกดดันสุด
เปรียบปาน
แต่เมื่อทั้งหมดลุกไหม้เป็นกองไฟกว้างใหญ่ ลูกไฟขนาดใหญ่โตมโหฬารนี้ ยังแผ่พลัง
กดดันมหาศาลยิ่งกว่าเมฆดำเสียอีก
มิหนำซ้ำมันมาโดยไม่มีเค้าลางล่วงหน้า หรืออาจกล่าวว่า พวกมันยังไม่ทันได้เตรียม
ตัวเตรียมใจ
ไม่มีผู้ใดไม่แตกตื่นจนขวัญหนีดีฝั่อ!
จั่วม่อเพียงตะลึงลานไปอึดใจหนึ่ง จากนั้นพลันได้สติ โอกาสที่ดีงามถึงเพียงนี้หาก
ปล่อยให้เสียเปล่า สวรรค์คงต้องลงทัณฑ์มันเป็นแน่!
หลังจากถูกทุบตีอยู่ในมหาค่ายกลเจตจำนงกระบี่ร่วมครึ่งปี ฝีมือจับจังหวะการต่อสู้
ของมันก็รุดหน้าไปก้าวใหญ่
จั่วม่อเร่งเร้าพลังปราณโดยไร้เสียง กลุ่มปราณกระบี่ประหนึ่งฝูงปลา แหวกว่ายออก
จากธงสุญตาอย่างเงียบเชียบ และลอบเร้นเข้าใกล้สี่คนที่เหลืออย่างเงียบเชียบยิ่งกว่า
ภายในธงสุญตาผนึกไว้ด้วยปราณกระบี่อันหลากหลายสารพัดรูปแบบ เผยให้เห็น
ความเข้าใจอันลึกซึ้งไพศาลที่ผู้อาวุโสแต่ละท่านบรรลุถึง ธงสุญตายังผนึกสามท่าไม้ตาย
สุดยอดที่สามารถสร้างขึ้นจากกลุ่มปราณกระบี่เหล่านี้ นี่เป็นพลังวิเศษที่สำคัญที่สุดของ
ธงผืนนี้ ความตั้งใจเดิมของเผยเหยียนหรานกับพวกที่หลอมสร้างธงสุญตาขึ้นมาเป็นสาม
กระบวนท่านี้เอง สามกระบวนท่าที่มีฤทธานุภาพไม่ด้อยไปกว่ากระบวนท่าของยอดคน
ด่านจินตัน ด้วยวิธีนี้ ศิษย์ด่านหนิงม่ายจะสามารถปลดปล่อยการโจมตีระดับเทียบเท่า
จินตัน สามารถใช้ช่วยชีวิตตนเองในยามคับขัน
ธงสุญตาผืนนี้เผยเหยียนหรานเดิมทีไม่ได้ตั้งใจจะมอบให้แก่จั่วม่อ เนื่องเพราะเมื่อ
คำนึงถึงพื้นฐานของจั่วม่อย่อมไม่อาจใช้พลังของธงได้อย่างเต็มที่ เพียงแต่มันไม่อาจ
ต้านทานไฟโทสะของสือฟั่งหรงได้ จึงได้แต่หักใจส่งมอบธงออกมา
จั่วม่อก็ไม่สามารถใช้ท่าไม้ตายทั้งสามกระบวนท่าที่ผนึกอยู่ในธงสุญตาได้จริงดังว่า
มันไม่มีพลังปราณมากพอ ได้แต่ปลดปล่อยกลุ่มปราณกระบี่เท่านั้น ไม่สามารถ
ขับเคลื่อนกระบวนท่าสังหารได้แม้แต่ท่าเดียว
แต่ขับเคลื่อนกระบวนสังหารไม่ได้ แล้วจะเป็นไร?
ไม่ทราบว่าเป็นเพราะความกดดันของการต่อสู้เดิมพันชีวิตหรือไม่ แต่จิตสำนึกของ
จั่วม่อกระจ่างแจ้งเป็นพิเศษ ความตื่นตะลึงในพลังของไฟอีกาทองคำหายวับไปในชั่วลัด
นิ้วมือเดียว หัตถ์ใบไม้น้อยๆ ของเคล็ดมหาหัตถ์พันใบ โบกพลิ้วแผ่วเบาจนแทบไม่อาจ
สัมผัสได้
กลุ่มปราณกระบี่ดุจสายน้ำ ไหลรินอย่างเงียบเชียบ
จั่วม่อพบว่าที่ผ่านมามันละเลยธงสุญตามากเกินไป!
อาศัยปราณกระบี่ที่แตกต่างหลากหลายเหล่านี้ แม้ว่ามันไม่อาจก่อกำเนิดสุดยอด
กระบวนท่าสังหารได้ แต่กลับสามารถควบคุมปราณกระบี่เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย
นี่ไม่ใช่เครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการก่อตั้งค่ายกลหรอกหรือ?
ฉับพลันนั้นตระหนักถึงต้นทุนที่มันครอบครอง จิตสำนึกกระจ่างแจ้ง จิตใจว่างเปล่า
สงบไร้ระลอก
โดยไม่มีผู้ใดรู้สึกตัว สถานการณ์พลิกผันอย่างเฉียบพลัน!
สถานะของผู้ล่ากับผู้ถูกล่า กลับตาลปัตรอย่างเงียบเชียบ
ลูกไฟสีทองมหึมาโหมไหม้อย่างร้อนแรง พลังสภาวะอหังการสุดเปรียบปานกวาด
ซัดเป็นระลอกไม่สิ้นสุด ดึงดูดจิตใจของทุกผู้คน แม้แต่สี่คนที่อยู่ใกล้ๆ ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ภายใต้แสงสว่างเจิดจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบดบัง โลกหล้าสูญสิ้นสีสัน คนทั้งสี่ไม่รู้สึกตัว
สักนิดว่ากลุ่มปราณกระบี่มหาประลัยกำลังคืบคลานเข้ารายล้อมพวกมันไว้อย่างเงียบงัน
เงียบงันจนแทบกลายเป็นอำมหิต!
ฝูงปราณกระบี่เหินร่อนราวกับเดินบนน้ำแข็งบางเฉียบ ไม่มีสุ้มเสียง ค่อยๆ เปลี่ยน
ตำแหน่งจัดรูปขบวน
ในยามเริ่มต้น ปราณกระบี่เมื่อเคลื่อนย้ายตำแหน่งเปลี่ยนทิศทางยังคงสะดุดติดขัด
อยู่บ้าง แต่ในไม่ช้า การเคลื่อนไหวแหวกว่ายก็กลายเป็นราบลื่นแม่นยำมากขึ้นเป็น
ลำดับ
ทั้งหมดนี้อธิบายอาจยาวนาน แต่อันที่จริงเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันกระชั้นสั้นเพียงชั่ว
ลัดนิ้วมือเดียว
คู่ต่อสู้ทั้งสี่ยังไม่ฟืนตัวจากพลังอันดุร้ายยิ่งใหญ่ของไฟอีกาทองคำ เพียงคนเดียวที่
รู้สึกถึงความผิดปกติ เป็นซิวเจ่อที่ถือเคียวโซ่
ดวงตามันกลับคืนสู่ความแจ่มใสในทันที เหลือบมองจั่วม่อกับธงที่ถืออยู่ในมือ ค่อย
คลายใจลงเล็กน้อย แต่แล้วเมื่อกวาดมองรอบกาย สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง
กึ่งอุทานกึ่งตะโกนเตือน “ระวัง…”
แต่ค่ายกลปราณกระบี่ก่อตั้งขึ้นแล้ว!
เสียงกรีดร้องของมันกลายเป็นบทโหมโรงของการรวบร่างแห!
เจตจำนงกระบี่คมกล้าเย็นเยียบถักประสานเป็นร่างแหปราณกระบี่อันถี่ยิบ สับฟัน
ใส่พื้นที่ทุกตารางนิ้วในร่างแหอย่างพร้อมเพรียง อากาศธาตุว่างเปล่าในสายตาพวกมัน
แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที
เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ!
เสาโลหิตสามเสาสาดพุ่งขึ้นฟั้า! ร่างของพวกมันยังไม่ทันจะร่วงลงไป ก็ถูกร่างแห
ปราณกระบี่บดขยี้กลายเป็นเศษธุลี บึม บึม บึม สามเซียนกระบี่คล้ายแตกระเบิดกลาง
อากาศ เศษเลือดเนื้อนับไม่ถ้วนกระเซ็นซ่านไปทั่วสี่ทิศแปดทาง
ซิวเจ่อถือเคียวโซ่ที่พบความผิดปกติเป็นคนแรก มันมีประสบการณ์โชกโชน ผ่าน
การเข่นฆ่าสังหารมาหลายร้อยครั้ง ยามคับขันไม่ลนลาน แทนที่จะล่าถอย กลับชิงพุ่ง
สวนเข้าหา!
แสงสีดำร่อนวาบออกจากมือ คมเคียวฟันใส่จั่วม่ออย่างหักโหม! ขณะเดียวกัน
ลูกตุ้มรูปหยดน้ำที่ปลายโซ่อีกด้านหนึ่งประดุจอสรพิษอันปราดเปรียว เต้นรำเป็นวงอยู่
รอบกาย ห่อหุ้มทั้งร่างของมันไว้ภายใน ร่างแหปราณกระบี่ของจั่วม่อฟาดฟันเข้าปะทะ
ประกายไฟแลบพุ่งไม่ขาดสาย!
ติง ติง ติง ติง!
ร่างแหปราณกระบี่เชือดเฉือนใส่สายโซ่รัวเร็วต่อเนื่อง ราวกับสายโซ่ทั้งเส้นสร้างขึ้น
จากประกายไฟ ปลายเคียวอันแหลมคมแหวกฝั่าอากาศอย่างเร่งร้อน เปล่งเสียงกรีด
แหลมสะท้านขวัญวิญญาณผู้คน
เคียวโซ่หลอมสร้างขึ้นจากวัตถุดิบไม่ทราบชนิด ตกอยู่ท่ามกลางร่างแหปราณกระบี่
หนาแน่นดุจห่าพิรุณ กลับยังสามารถทะลวงฝั่าออกไปดังใจนึก!
เคียวโซ่รวดเร็วเป็นที่สุด ชั่วพริบตาเดียวคมเคียวก็ฟันใส่จั่วม่ออย่างถนัดถนี่!
อยู่!
ปลายเคียวเจาะทะลวงถูกร่างศัตรูแล้ว!
ผลสำเร็จที่ไม่คาดฝันนี้ทำให้มันแตกตื่นยินดีสุดระงับ เดิมทีตั้งใจอาศัยการรุกแทน
การรับ ยืนหยัดเอาตัวรอดชั่วคราว จนกว่าสหายด้านนอกจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ คาดไม่
ถึงกลับลงมือประสบผลในกระบวนท่าเดียว!
อีกฝั่ายใช่มัวแต่ยุ่งวุ่นวายควบคุมปราณกระบี่ จนไม่อาจแบ่งแยกสมาธิมารับมือ
หรือไม่?
ฮะ ไม่ถูกต้อง…
กลุ่มปราณกระบี่ที่จู่ๆ ก็สาดประกายเจิดจ้า ปลุกเตือนกองโจรลมดำให้ตื่นขึ้นจาก
ความตระหนก
ชั่วขณะนั้น พวกมันกลับได้ชมดูฉากเหตุการณ์ที่จะไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต!
เห็นปราณกระบี่มากมายสุดประมาณก่อตัวเป็นร่างแหผืนมหึมา สหายโจรสามคน
ถูกสับละเอียด แตกระเบิดเป็นดอกไม้ไฟในพริบตา สหายผู้เดียวที่ยังรอดชีวิต พวกมัน
สนิทสนมคุ้นเคยกันดี เคียวโซ่ในมือมันเคยพรากชีวิตผู้คนมานับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม
เวลานี้เคียวโซ่อันน่าสะพรึงกลัวเล่มนั้นกลับฟันใส่พื้นที่ว่างที่ไม่มีอะไรเลยอย่างแปลก
ประหลาด ห่างไกลจากร่างศัตรูถึงหลายสิบจั้ง!
ความปิติยินดีบนใบหน้าสหายที่ถือเคียวโซ่ บันดาลให้พวกมันรู้สึกขนหัวลุกชี้ชัน
หนาววูบไปทั้งร่าง
“ภาพลวงตา!” จางห่าวม่านตาหดแคบลง พยายามระงับยับยั้งตัวเองสุด
ความสามารถ ไม่ให้โถมเข้าไปช่วยเหลือ
ดวงตามันแหลมคมเปียมประสบการณ์ สามารถเห็นได้ชัดเจนว่าศัตรูอาศัยกลุ่ม
ปราณกระบี่ก่อตั้งเป็นร่างแหค่ายกลกระบี่ เวลานี้ค่ายกลนั้นขับเคลื่อนเต็มรูปแบบ หาก
ผลีผลามบุกเข้าไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต! สายตามันหม่นมัวลงอย่างกะทันหัน มัน
ล่วงรู้ว่าลูกสมุนคนสุดท้ายนั้นไม่มีทางรอดชีวิต
จริงดังคาด เห็นปราณกระบี่เหลือคณานับรวมตัวกันเป็นกระบี่ยักษ์เล่มหนึ่ง ตวัด
ฟันใส่สายโซ่ที่หมุนวนห่อหุ้มร่างคนถือเคียวโซ่อย่างหนักหน่วง
สายโซ่ที่กระบี่บินยากระคายผิว เมื่อเผชิญปราณกระบี่อันจดจ่อรวมรั้งนี้ กลับเปือย
ยุ่ยดุจดินเหลว สหายผู้นั้นไม่ได้มีเวลาแม้แต่จะขยับตัว ก็ถูกฟันขาดเป็นสองส่วนใน
บัดดล!
ทั้งห้าคนล้วนจบสิ้น!
บึม จนถึงขณะนี้ ลูกไฟอีกาทองคำขนาดมหึมาเพิ่งพังพินาศ ประกายไฟสีทองสาด
กระจายไปทุกทิศทาง
ท่ามกลางสะเก็ดไฟสีทองพร่างพรมดุจห่าพิรุณเต็มฟั้า เห็นบุรุษหนุ่มผอมแห้งถือธง
ดำที่ใหญ่โตกว่าตัวมันหลายเท่า ยืนหยัดอย่างทระนงในวงล้อมของปราณกระบี่ห้าสี ชั่ว
พริบตานั้นมันคล้ายสูงใหญ่ตระหง่านง้ำ อหังการอย่างบอกไม่ถูก!
ไม่มีผู้ใดเอ่ยวาจา ไม่มีใครกล้าขยับตัว!
กองโจรลมดำทั้งหมดอดม่านตาหดแคบลงไม่ได้ ความดูแคลนทั้งมวล ความดูหมิ่น
เหยียดหยามทั้งมวล ความเชื่อมั่นทั้งมวลของพวกมัน ในเวลานี้ล้วนเหลวไหลน่าขบขัน
แทบตายทั้งสิ้น!
บนท้องฟั้าเหนือเกาะแมกไม้รกร้าง สุ้มเสียงเดียวที่ยังหลงเหลือคือเสียงลมพัด
เท่านั้น
เว่ยหยงผู้สั่นสะท้านดุจลูกเต๋าถูกเขย่า ทันใดนั้นตาเบิกโพลง ร้องตะโกนออกมา
สุดเสียง “นึกออกแล้ว! ข้าจำได้แล้ว…มัน…มันคือจั่วม่อ! มันต้องเป็นจั่วม่อ!”
เสียงกรีดร้องแตกตื่นแทบสิ้นสติ ในความเงียบงันเสมือนตายนี้ ทั้งรุนแรงและ
ชัดเจน บาดหูเป็นพิเศษ
ไกลออกไป สายตาของฟูั่ฟงกลับคืนสู่ความแจ่มใสชัดเจน เพียงแต่จังหวะเวลารวบ
ร่างแหปราณกระบี่สังหารอันตระการตา แม้แต่มันก็ต้องตื่นตะลึง
“นอกเหนือจากระดับพลังบำเพ็ญเพียรแล้ว จั่วม่อรุดหน้าขึ้นมากเมื่อเทียบกับใน
ครั้งนั้น” ฟูั่ฟงทอดถอนชมเชย “ค่ายกลของมันในยามนี้ยิ่งลี้ลับสุดหยั่งคาดกว่าเดิม
หากระดับพลังบำเพ็ญเพียรของมันรุดหน้าไปด้วยอัตราเดียวกันนี้ เกรงว่าจะไม่ด้อยกว่า
เหวยเสิ้งแม้แต่น้อย!”
กุ่ยฟงอ้าปากค้าง อึกอักอยู่ครึ่งค่อนวันยังไม่อาจกล่าววาจาใด ดวงตาเต็มด้วยความ
ตื่นตระหนก
ความแข็งแกร่งของจั่วม่อที่เพิ่งสำแดงออกมา เทียบกับงานประลองชุมนุมวิจารณ์
กระบี่ ถึงกับเหนือกว่าไม่ใช่แค่ขั้นสองขั้น แม้ว่าธงสุญตาจะเลิศล้ำ แต่ฝีมือของจั่วม่อก็
คู่ควรต่อการทอดถอนชมเชยจริงๆ
การควบคุมกลุ่มปราณกระบี่ของมัน การก่อตั้งค่ายกลของมัน…
แตกต่างจากกาลก่อนอย่างสิ้นเชิง!
และสิ่งที่กุ่ยฟงประหลาดใจมากที่สุด คือจั่วม่อที่ดูสงบเยือกเย็นจนแทบจะเป็น
อำมหิต มันยังคงจำได้ในช่วงเวลาของงานชุมชุมวิจารณ์กระบี่ จั่วม่อขวัญอ่อนเพียงใด
ระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น จั่วม่อที่อยู่เบื้องหน้านี้ราวกับกลับกลายเป็นคนละ
คนอย่างสมบูรณ์
ฉางเหิงไม่กล่าวคำใด แต่ในดวงตาคล้ายเจิดจ้ากว่าเดิม ความปรารถนาในการต่อสู้
พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
“จั่วม่อ ที่แท้เจ้าก็คือจั่วม่อ!” จางห่าวสีหน้าน่าเกลียดสุดทนดู สุ้มเสียงครั่นคร้าม
คนตื่นตระหนก
เดิมทีเข้าใจว่าเป็นลูกพลับอ่อนนุ่ม ไม่คิดว่าที่แท้เป็นพยัคฆ์ร้ายตัวหนึ่ง! มันย่อมเคย
สดับนามจั่วม่อมาหลายครั้งหลายครา หลังจบงานชุมนุมวิจารณ์กระบี่แห่งตงฝู นามนี้
กระเดื่องดังไปทั่วอาณาจักรนภาจันทร์ มันทราบดีว่าทารกน้อยที่ดูอ่อนแอเบื้องหน้านี้
เป็นศิษย์เอกของสำนักสุญตาผู้หนึ่ง แต่คาดไม่ถึงว่าจะเป็นจั่วม่อ!
มันค่อยจดจำได้ ในข่าวลือทั้งหมด จั่วม่อเป็นยอดฝีมือทางค่ายกล!
จางห่าวหัวใจเย็นเฉียบ อดเหลือบมองเกาะแมกไม้รกร้างที่อยู่ด้านล่างไม่ได้ ไม่มี
การเคลื่อนไหวใดๆ แต่ในเมื่อคนตรงหน้าคือจั่วม่อ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องมีค่ายกล
มากมายอยู่ที่นั่น!
กลุ่มโจรเช่นกองโจรลมดำไม่ชมชอบสถานการณ์เช่นนี้มากที่สุด สิ่งที่พวกมันช่ำชอง
ชำนาญที่สุดคือการลอบโจมตีและปล้นชิง ที่ไร้ฝีมือที่สุดย่อมเป็นการโจมตีสถานที่ที่มี
การปั้องกันดีเยี่ยมอย่างซึ่งๆ หน้า
ในสายตาของจางห่าว เกาะเล็กๆ ด้านล่างไม่ต่างอันใดจากเม่นยักษ์ตัวหนึ่ง
หากเป็นเวลาอื่น มันย่อมไม่กล้าแตะต้องปราการเหล็กกล้าอันน่าพรั่นพรึงเช่นนี้
แต่บัดนี้มันจำต้องลิ้มรสชาติของการขี่หลังเสือยากจะลง!
นอกจากแค้นดั้งเดิมของโจวหานแล้ว ลูกสมุนอีกห้าคนยังถูกสังหารต่อหน้าต่อหน้า
หากพวกมันยอมเลิกราเพียงเท่านี้ จะส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทั้งหมดอย่างใหญ่
หลวง
ที่สำคัญคือ มันเจ็บปวดใจยิ่ง!
ลูกสมุนทั้งห้าแม้ยังอยู่ในด่านจู้จี แต่คนที่มีธงหยินลี้ลับกับอีกคนที่ใช้เคียวโซ่เป็นซิว
เจ่อที่มีฝีมือพิเศษเฉพาะตัว หากไม่เอ่ยถึงห้าหนิงม่ายที่เป็นกระดูกสันหลังของกลุ่ม ซิว
เจ่อที่มีฝีมือพิเศษเฉพาะเช่นนี้ยากมากที่จะหาคนทดแทนได้ การตายของเซียนกระบี่
สามคนมันไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เจ็บปวดใจเพราะความตายของคนทั้งสองนี้มาก!
จางห่าวถลึงตามองจั่วม่อ ดวงตาแกงก่ำด้วยเส้นเลือด
นิสัยใจคอของมันเดิมทีก็ดุดันร้อนแรงปานเปลวเพลิง เวลานี้ยังกระทำผิดพลาดจน
ประสบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ จะให้มันยินยอมเลิกราได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อทราบว่าคนตรงหน้าคือจั่วม่อ ย่อมเป็นที่แน่ชัดว่าเกาะเล็กๆ
แห่งนี้มีความสำคัญต่อสำนักกระบี่สุญตา
สถานที่สำคัญเช่นนี้ แน่นอนว่าจะต้องสั่งสมทรัพยากรไว้อย่างอุดมสมบูรณ์
มันตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอย่างไร พวกมันต้องกวาดเกาะเล็กๆ นี้ให้ราบ
คาบ!