สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 233 ประจัญบานในหุบเขา
จั่วม่อระงับเจตนาสังหารที่อัดแน่นอยู่ในอก เหินเลียบไปตามแนวกำแพงผาภายใน
หุบเขาราวกับหมอกควันสายหนึ่ง
ในสายตาของเนตรสีรุ้ง เห็นหมอกดำหนาทึบน่าสะพรึงกลัวม้วนตลบอยู่ในช่องหุบ
เขาด้านล่าง กลายเป็นพื้นที่แห่งความตาย แม้ว่าผีเสื้อลายสายรุ้งกำลังดูดซับพิษร้าย
อย่างสุดความสามารถ แต่หมอกพิษในหุบเขามีมากเกินไป ดูดกลืนอยู่ครึ่งค่อนวันยังไม่
เห็นมีอะไรแตกต่างไปจากเดิม
เหลยเผิงกับพวกทั้งสามแม้ไม่อาจมองเห็นหมอกพิษ ในใจไม่ทราบแน่ชัด แต่พวก
มันทั้งสามไม่ได้โง่งม คาดเดาได้ทันทีว่าเถ้าแก่ค้นพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง พวกมันทั้ง
ประหลาดใจทั้งตื่นตัว นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันเห็นเถ้าแก่เต็มไปด้วยเจตนาสังหารอัน
เปียมล้น ใบหน้าแข็งทื่อดุจท่อนไม้ยังคงไร้อารมณ์ กระทั่งแววตาของเถ้าแก่ยังคล้ายไม่มี
สิ่งใดเปลี่ยนแปลง แต่รังสีสังหารที่สาดประกายเป็นครั้งคราวในดวงตา ทำเอากระทั่ง
อากาศยังคล้ายผนึกแข็งตัว
เถ้าแก่แม้เหาะเหินด้วยความเร็วสูง แต่กลับไม่ได้ก่อให้เกิดกระแสลม ปราศจากสุ้ม
เสียงอย่างสิ้นเชิง คนทั้งสามอดนึกถึงม้าฝานขึ้นมาไม่ได้ แต่เมื่อเทียบกับม้าฝานซึ่งซ่อน
เร้นความอันตรายเอาไว้ภายใน จนยากจะสังเกตุเห็น เถ้าแก่อาจดูเงียบสงบ แต่กลับ
คล้ายกระบี่ดำทะมึนที่ดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมด ภายใต้การปกปิดซ่อนเร้น ร่างกายทุก
ส่วนกลับแผ่ซ่านความแหลมคมสุดบรรยายออกมา!
ที่ปลายหุบเขาอีกด้านหนึ่ง
ข่งซานจ้องมองน้ำเต้าสีดำที่ลอยอยู่ห่างไกลด้วยสายตาหวาดระแวง อดถามไม่ได้
“นี่ได้ผลหรือไม่?”
เห็นน้ำเต้าทั้งใบเป็นสีดำสนิทแวววาว ปากน้ำเต้าเปิดออก หากจั่วม่ออยู่ที่นี่ จะเห็น
หมอกพิษดำทะลักออกมาจากปากน้ำเต้าใบนี้เอง
ข่งเอ้อมองน้ำเต้าดำ สีหน้าลำพองใจอยู่บ้าง แต่ในส่วนลึกของดวงตาก็มีร่องรอย
ของความหวาดหวั่น “ไม่ต้องห่วง! ทุกค่ำคืนสายลมจะพัดออกจากหุบเขาไปยังหาด
ประตูหิน สายลมนี้แปลกมาก เพียงพัดผ่านไปตามช่องเขา แต่ไม่ลอยออกไปนอกหุบเขา
น้ำเต้าดำหกพิษร้ายนี้ไม่ใช่หลอมสร้างได้โดยง่ายดาย ข้าต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อย
กว่าจะดึงออกมาจากมือของเจ้าเตี้ยหูได้”
จากนั้นกล่าวอย่างกะทันหัน “หลังจากแก้แค้นให้พี่ใหญ่สำเร็จ พวกเราจะจากไป
ทันที”
“ไปยังที่ใด?” ข่งซานถาม
“ออกไปก่อนค่อยว่ากัน พิษนี้แปลกพิสดารยิ่ง ไร้สีไร้กลิ่น หากผู้ใดถูกพิษ เริ่มแรก
ยากจะตรวจพบ แต่จากนั้นจะไม่มีสิ่งใดช่วยชีวิตพวกมันได้อีก” ข่งเอ้อกล่าวอย่างเศร้า
เสียดายอยู่บ้าง “น้ำเต้าดำหกพิษร้ายนี้แม้ร้ายกาจ แต่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น”
“อา” ข่งซานผงกศีรษะรับรู้ แล้วกล่าวอย่างเคียดแค้น “ชื่อจุนเจ่อน่าผิดหวังยิ่ง!
พวกเราทั้งสามสู้อุตส่าห์ขายชีวิตให้มันมาตั้งนาน กระดูกของพี่ใหญ่ยังไม่ทันจะเย็นชืด
มันก็ไม่คิดแก้แค้นให้พี่ใหญ่ของเราแล้ว”
“ฮึ่ม ไม่ผิด!” ข่งเอ้อดวงตาทอแววชิงชัง “น่าเสียดายที่น้ำเต้าดำหกพิษร้ายมีเพียง
ใบเดียว มิเช่นนั้นจะต้องให้มันได้ลิ้มรสความร้ายกาจเช่นเดียวกันแน่!”
ทันใดนั้นข่งเอ้อเบิกตาโพลง สีหน้าแปรเปลี่ยน ร้องตวาด “ระวัง!” พร้อมกันนั้นร่าง
ดีดทะยานขึ้นอย่างฉับพลัน
กระบี่บินเล่มหนึ่งพุ่งเฉียดข้างเอวของมันอย่างไร้สุ้มเสียง ข่งเอ้อทันใดนั้นร่างสว่าง
วาบ ชุดเกราะปราณสีเงินพลันปรากฎขึ้นบนร่างกาย
ข่งซานก็พลันตื่นตระหนก พลิ้วหลบไปทางขวาง ร่างส่องประกายวูบ ชุดเกราะ
ปราณสีแดงห่อหุ้มอยู่ทั่วร่าง
เห็นเงาร่างสี่สายปรากฎขึ้นรอบตัวอย่างเงียบเชียบ
พวกมันถูกล้อมเสียแล้ว!
สองพี่น้องหัวใจดิ่งวูบ
เหลยเผิงกับพวกทั้งสาม แม้ก่อนหน้านี้ยังไม่ทราบว่าเป็นเรื่องราวใด แต่พอเห็นสอง
พี่น้องกับน้ำเต้าดำใบนั้น ไหนเลยจะยังไม่เข้าใจอยู่อีก
จั่วม่อไม่ค่อยพอใจกับกระบี่ที่มันลอบโจมตีเมื่อครู่ อย่างไรก็ตาม มันไม่มีวิธีการที่
ดีกว่านี้ ตอนที่มันยังอยู่ในภูเขาสุญตา ก็เป็นเพียงชนชั้นจู้จีผู้หนึ่ง สำหรับมันเพลงกระบี่
เพลิงธาราก็ร้ายกาจมากพอแล้ว แต่ในอาณาจักรขุนเขาน้อยซึ่งมีเพียงชนชั้นหนิงม่ายที่
รอดชีวิตอยู่ได้ พลังของเพลงกระบี่เพลิงธารากลายเป็นอ่อนด้อยเกินไปอยู่บ้าง
มันขาดกระบวนท่าลอบโจมตีที่ทรงพลัง จั่วม่อเข้าใจเป็นอย่างดี
จั่วม่อพินิจพิเคราะห์คนทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้า
รูปลักษณ์ของเกราะปราณสีเงินพิเศษเฉพาะยิ่ง ประกอบด้วยเกล็ดเงินขนาดเท่า
เล็บมือหลายพันชิ้น สามารถมองเห็นอสรพิษลี้ลับหนาวเย็นตัวหนึ่งม้วนตัวอยู่ภายใน
เกราะ ทั้งยังเคลื่อนไหวว่ายเวียนได้อย่างอิสระ เกราะปราณต้านรับกระบี่บินของจั่วม่อต
รงๆ กลับไม่มีริ้วรอยแม้แต่น้อย เผยให้เห็นอย่างชัดตาว่ากล้าแกร่งเพียงใด
ชุดเกราะปราณของอีกคนหนึ่งก็ไม่ใช่ธรรมดาสามัญเช่นกัน ตลอดทั้งชุดแดงฉาน
อย่างน่าขนลุก แม้จะอยู่ห่างออกมายังได้กลิ่นโลหิตคละคลุ้ง จั่วม่อตกใจอยู่บ้าง เกราะ
ปราณชุดนี้สมควรหลอมสร้างขึ้นด้วยกลวิธีลับอาบโลหิตที่หาได้ยาก แต่ในความเห็นของ
จั่วม่อ เกราะปราณชุดนี้เพียงมีความสำเร็จครึ่งเดียว หากชุดเกราะหลอมสร้างถูกต้องแต่
แรก ย่อมไม่มีกลิ่นโลหิตหนาหนักถึงเพียงนี้เป็นแน่
แต่สมาธิจิตใจเกือบทั้งหมดของมันถูกดึงดูดอยู่กับน้ำเต้าดำแวววาวที่อยู่ไม่ไกล
ภายใต้สายตาของเนตรสีรุ้ง เห็นหมอกพิษสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจากน้ำเต้าดำไม่
ขาดสาย
น้ำเต้าดำใบนี้วิเศษยิ่ง!
แม้ว่าในใจตื่นตระหนก แต่จั่วม่อไม่ลังเล เปล่งเสียงตวาดหนักแน่น “ฆ่า!”
ไม่ทันขาดเสียง เหลยเผิงกับพวกทั้งสามพลันจู่โจมท่าไม้ตายออกมาแล้ว!
เคล็ดดาบผีนรกของเหลยเผิง เคล็ดหมัดคลื่นสวรรค์ของจงหยู และเคล็ดกระบี่
ดอกบัวของเหนียนลู่โหมโจมตีอย่างพร้อมเพรียง ทั้งสามร่วมมือกันมานาน สนิทสนมรู้ใจ
กันเป็นอย่างดี พวกมันนับเป็นหนึ่งในหน่วยรบที่แข็งแกร่งที่สุดในค่าย
ข่งเอ้อกับข่งซานก็ตอบสนองรวดเร็วปานกัน
ข่งเอ้อมือผนึกท่ามุทราร่ายเวทวิชา วงแหวนแสงปรากฎขึ้นด้านข้างพวกมันทั้งสอง
ในชั่วพริบตาเดียวกัน ข่งซานพลันจี้ดรรชนี บังเกิดเป็นจุดแสงที่กึ่งกลางวงกลมแสงอย่าง
เหมาะเจาะพอดี
วงกลมแสงสว่างวาบ แล้วแตกระเบิดดังสนั่น!
ปราณดาบของเหลยเผิง ปราณหมัดของจงหยู และปราณกระบี่ของเหนียนลู่ พอ
เผชิญกับกลุ่มแสงที่สาดกระจายออกรอบด้าน ก็พลันถูกบดขยี้เป็นเสี่ยงๆ ปราณแสงที่
กระจัดกระจายไม่สูญเสียสภาวะอันแหลมคม ยังคงโถมซัดใส่พวกมันทั้งสามประหนึ่ง
ระลอกคลื่น!
คนคู่นี้เต็มไปด้วยหนามแหลม!
จั่วม่อในใจแตกตื่นอย่างฉับพลัน ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ประกบดรรชนีมือขวา
กรีดวาดกลางอากาศอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางเสียงแตกปะทุเบาๆ ปราณสายฟั้านับไม่ถ้วนแล่นพล่าน ราวกับงูสีเงิน
มากมายพุ่งเข้ามารวมตัวกันที่ปลายนิ้วของจั่วม่อ เพียงชั่วพริบตา ก็ควบรวมเป็นระเบิด
สายฟั้าขนาดเท่าไข่ห่านลูกหนึ่ง ระเบิดสายฟั้าทั้งลูกส่องสว่างเป็นสีแดงเรื่อเรือง
สายฟั้าแกร่งภูตหยาง!
ข่งเอ้อข่งซานสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง สายฟั้าแกร่ง! เป็นสายฟั้าแกร่งอย่าง
แท้จริง!
ไม่เพียงแต่ศัตรูทั้งสอง กระทั่งเหลยเผิงกับพวกทั้งสามยังอดไม่ได้ต้องสูดลมหายใจ
อย่างหนาวเหน็บ จ้องมองกระสุนสายฟั้าที่ปลายนิ้วจองจั่วม่อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความ
ประหวั่นพรั่นพรึง
สายฟั้าแกร่ง!
เหลยเผิงกับพวกทั้งสามไม่เคยเห็นจั่วม่อลงมือมาก่อน ในความเห็นของพวกมัน
ตัวตนของเถ้าแก่อ่อนแอเกินไป เวลาส่วนใหญ่ เถ้าแก่มักกระทำตัวเหมือนฝั่ายพลาธิการ
คอยสนับสนุนในทุกด้าน อย่าว่าแต่เหลยเผิงกับพวกทั้งสาม กระทั่งทุกคนในค่าย ความ
กลัวที่พวกมันมีต่อจั่วม่อไม่เทียบเท่าความกลัวที่พวกมันมีต่อกงซุนชา
แต่เวลานี้เห็นเถ้าแก่สำแดงท่าดรรชนีอันอัศจรรย์พันลึก ความแตกตื่นตะลึงลาน
ของพวกเหลยเผิงทั้งสามย่อมเป็นที่คาดคำนวณได้ ผู้ที่สงบเยือกเย็นที่สุดในหมู่คนทั้ง
สามย่อมเป็นจงหยู เนื่องเพราะมันเคยได้ชมหมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟั้าของเถ้าแก่ด้วยตา
ตนเองมาแล้ว!
แต่กระนั้น พอเห็นสายฟั้าแกร่ง กระทั่งมันยังแทบไม่อาจรักษาความเยือกเย็นเอาไว้
ได้!
สายฟั้าแกร่งแม้ไม่ใช่จะพบเห็นได้ทั่วไป แต่บางครั้งบางคราวยังมีผู้คนใช้อยู่บ้าง สิ่ง
ที่ทำให้ทุกคนตระหนกจนหน้าถอดสี ย่อมไม่ใช่ว่าพวกมันเห็นสายฟั้าแกร่ง
สิ่งที่ทำให้พวกมันประหลาดใจอย่างแท้จริง คือการที่เถ้าแก่สามารถควบคุมสายฟั้า
แกร่งได้อย่างหมดจดต่างหาก!
พวกมันไม่รู้สึกถึงพลังทำลายล้างอันน่าหวาดหวั่น ไม่รู้สึกถึงพลังสภาวะสุดหยางสุด
อหังการ อันเป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะของสายฟั้าแกร่งแม้แต่น้อย!
นี่อธิบายได้เพียงอย่างเดียว
นั่นคือระดับความสามารถในการควบคุมสายฟั้าแกร่งของเถ้าแก่บรรลุถึงขั้นน่า
แตกตื่นสะท้านโลก!
เหล่าซิวเจ่อลุ่มหลงงมงายในพลังของสายฟั้าแกร่งอย่างลึกซึ้ง แต่ที่สมน้ำสมเนื้อกัน
ก็คือความยากลำบากในการใช้งานนั้นอยู่ในระดับสูงสุด ผู้คนมากมายได้แต่จ้องมอง
อย่างท้อแท้ อย่าได้เห็นว่าระเบิดสายฟั้าลูกเล็กๆ นี้ไม่มีพลังสภาวะของสายฟั้าแกร่ง แต่
ไม่มีผู้ใดสงสัยในพลังของมัน
ข่งเอ้อข่งซานก็ล่วงรู้พลังนี้ดี ไม่กล้าดูแคลนแม้แต่น้อย ข่งเอ้อรีบยื่นมือตบฟาดลง
บนเกราะปราณของตน งูใหญ่ตัวหนึ่งพุ่งออกจากเกราะปราณสีเงิน ขยายขนาดพรวด
พราดกลางอากาศ ภายในชั่วอึดใจ งูใหญ่ตัวนี้ก็เติบโตขึ้นจนมีความยาวสิบจั้ง ลำตัว
หยาบหนาดุจถังน้ำ ไม่ว่าผู้ใดมองไปยังมัน ล้วนรู้สึกถึงความกลัวแผ่ซ่านขึ้นมาจากส่วน
ลึกในใจ ในเวลาเดียวกัน ข่งซานปากร่ายอาคม ยื่นมือออกไป จี้ดรรชนีใส่งูยักษ์อย่าง
พร้อมเพรียง ลำแสงสีเลือดสายหนึ่งพวยพุ่งออกจากปลายนิ้ว หายเข้าไปในร่างของงู
ใหญ่
งูยักษ์เปล่งเสียงขู่ฟั่อแปลกประหลาด ลิ้นฉกแปลบปลาบ ดวงตาเย็นเยือกทอแวว
เจ็บปวด
บนหน้าผากของมันปรากฎปุั่มเนื้อขึ้นสองปุั่ม สองปุั่มเนื้อเติบโตอย่างรวดเร็วราวกับ
บางสิ่งบางอย่างกำลังงอกออกมา เพียะ เห็นเขาปะการังสีแดงสดแทงทะลุออกมาจาก
ปุั่มเนื้อ ยืดยาวขึ้นทันตา
ซี่!
ความเจ็บปวดในดวงตาของงูใหญ่เลือนหายไป นัยน์ตาอสรพิษหนาวเย็นจ้องมอง
จั่วม่อเขม็งนิ่ง
จั่วม่อดวงตาไม่เหลือบแล ราวกับมองไม่เห็นงูยักษ์เขาโลหิต มันเอาแต่ควบคุม
ระเบิดสายฟั้าที่ปลายนิ้วอย่างระมัดระวัง สายฟั้าแกร่งภูตหยางเป็นหนึ่งในกระบวนท่า
สังหารที่แข็งแกร่งที่สุดที่มันครอบครอง จั่วม่อทุ่มเทเรี่ยวแรงฝึกปรือไม่น้อย ผูเยาไม่ได้
ชี้แนะโดยละเอียด สายฟั้าแกร่งภูตหยางหนึ่งกระบวนท่าที่จริงแล้วเต็มไปด้วยความ
เปลี่ยนแปลงสารพัน ระเบิดดรรชนีสายฟั้านี้เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น
แม้จะเพิ่มการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น แต่ความยากลำบากในการควบคุมสายฟั้าแกร่ง
ก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
สายฟั้าแกร่งภูตหยางไม่เหมือนสายฟั้าแกร่งชนิดอื่นๆ ที่ซิวเจ่อใช้งาน ปราณสายฟั้า
แกร่งที่กระบวนท่านี้เรียกมาใช้ เป็นสายฟั้าแกร่งที่คงอยู่ในฟั้าดินตามธรรมชาติ!
ความสามารถในการควบคุมบังคับใช้พลังแห่งฟั้าดิน จึงเป็นแก่นแท้ของหัตถ์พันใบน้อย
นี่ยังหมายความว่าจั่วม่อจำเป็นต้องมุ่งเน้นอยู่กับการควบคุมของมัน พลังจิตสำนึก
ของมันยังคงไม่แข็งแกร่งพอ เรื่องนี้เห็นได้ชัดในตอนที่มันก่อกำเนิดลูกระเบิดสายฟั้า
ขึ้นมา หากพลังจิตสำนึกของมันแข็งแกร่งพอ มันจะต้องสามารถชักนำสายฟั้าแกร่ง
ทั้งหมดในรัศมีหนึ่งร้อยลี้มาใช้งาน แต่เวลานี้ มันเพียงสามารถควบคุมได้ภายในพื้นที่
รัศมียี่สิบจั้งเท่านั้น!
ชั่วพริบตาที่เส้นใยสายฟั้าแกร่งสายสุดท้ายถูกดูดหายเข้าไปในลูกระเบิดสายฟั้า
จั่วม่อพลันงอนิ้ว ดีดออกไปโดยไม่รีรอลังเล!
ลูกระเบิดสายฟั้าเปลี่ยนเป็นลำแสงลุกไหม้สีแดงฉาน พุ่งทะลวงเข้าหาศัตรูทั้งสอง
อย่างเกรี้ยวกราด
ความรวดเร็วของสายฟั้า ไม่มีสิ่งใดจะหาญกล้าเปรียบเทียบได้!
จั่วม่อเพียงดีดนิ้วออกไป ระเบิดสายฟั้าก็บรรลุถึงตัวคนทั้งสองในทันทีทันใด! งูยักษ์
เขาโลหิตเห็นชัดว่าไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยพวกมันได้ทันเวลา แต่แล้วเหตุไม่คาดฝัน
พลันอุบัติขึ้น! เมื่อระเบิดสายฟั้าพุ่งไปถึงระยะห่างจากศัตรูทั้งคู่ราวสามจั้ง กลับหยุดนิ่ง
อยู่กับที่ ไม่อาจรุดหน้าต่อไปได้แม้แต่คืบเดียว!
ระเบิดสายฟั้าที่หมุนคว้างอย่างดุเดือด ถูกสกัดกั้นไว้ด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น
ชั้นหนึ่ง!
เหลยเผิงกับพวกทั้งสามใจหายวาบ
โล่พื้นที่!
ระดับห้า!
งูยักษ์เขาโลหิตตัวนี้ที่แท้เป็นสัตว์ปราณระดับห้า!
จะเป็นไปได้อย่างไร?
สัตว์ปราณระดับห้าแน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่หนิงม่ายจะสามารถรับมือได้ แต่ในทาง
กลับกัน สัตว์ปราณระดับห้าก็ไม่ใช่สิ่งที่หนิงม่ายจะสามารถควบคุมได้เช่นกัน
แต่สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกมัน ทั้งยังไม่ใช่ภาพลวงตา!
กำแพงล่องหนที่สกัดกั้นระเบิดสายฟั้าเอาไว้คือโล่พื้นที่ โล่พื้นที่ที่มีเพียงสัตว์ปราณ
ระดับห้าขึ้นไปเท่านั้นจึงจะมีติดตัว! ไม่ว่าสัตว์ปราณระดับห้าขึ้นไปตัวใด รอบกายพวก
มันจะก่อเกิดอาณาเขตปั้องกันที่มองไม่เห็นขึ้นตามธรรมชาติ คล้ายกับกำแพงพลังปราณ
ผู้คนเรียกของสิ่งนี้ว่าโล่พื้นที่
นี่ย่อมเป็นโล่พื้นที่!
จั่วม่อก็ตระหนักว่าเป็นโล่พื้นที่เช่นกัน แต่มันไม่มีเวลาให้ขบคิด สองมือแปรเปลี่ยน
ท่ามุทราไม่หยุดยั้ง
เพี๊ยะ!
ราวกับเปลือกไข่ปริแตก กระสุนสายฟั้าระเบิดกระจายอย่างฉับพลัน
ตูม!
สายฟั้าแกร่งที่บีบอัดอยู่ในลูกกระสุนสายฟั้า ทันใดนั้นแตกระเบิดอย่างดุร้าย
ประหนึ่งสัตว์อสูรโบราณฟึนตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทรา แผดเสียงคำรามกึกก้อง กระแส
ทำลายล้างอันเกรี้ยวกราดกวาดวาบออกไปทุกทิศทุกทาง!
ในชั่วพริบตานั้น ในดวงตาเย็นเยือกของงูยักษ์เขาโลหิตฉายแววหวาดผวาออกมา!
เห็นฝูงงูสายฟั้าเงินนับไม่ถ้วน โถมอาละวาดใส่โล่พื้นที่อย่างบ้าคลั่ง!
งูยักษ์เขาโลหิตทันใดนั้นลำตัวหยาบหนาบิดฟาดอย่างรุนแรง ข่งเอ้อข่งซานปลิวลิ่ว
ดุจถุงทรายเก่าสองถุง!
“สารเลว!”
“เดรัจฉาน!”
ข่งเอ้อกับข่งซานทั้งขุ่นแค้นทั้งหวาดกลัว พวกมันร้อยไม่คิดพันไม่คิด ไม่คิดว่างูยักษ์
เขาโลหิตที่แท้ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกมัน! สองพี่น้องสบตากันวูบ หมุนตัว
หลบหนีอย่างไม่ลังเล
เหลยเผิงกับพวกทั้งสามคล้ายเพิ่งตื่นขึ้นจากความฝัน พวกมันทราบว่านี่ไม่ใช่เวลา
จะมัวมาฟุั้งซ่านวุ่นวาย ต่อหน้าสัตว์ปราณสุดหฤโหดเช่นนี้ หากพวกมันประมาทสัก
เล็กน้อย วันนี้ในปีหน้าจะเป็นวันครบรอบวันตายของพวกมันทุกคนแล้ว
“หมัดคลื่นสวรรค์!”
“ดาบสัตว์นรกกลืนวิญญาณ!”
“กระบี่ดอกบัวร่วง!”
สามเงาร่างพุ่งเข้าจู่โจมในเวลาเดียวกัน ประเคนท่าไม้ตายใส่งูยักษ์เขาโลหิตอย่าง
พร้อมเพรียง!
จั่วม่อจ้องมองงูยักษ์เขาโลหิตที่สะบัดฟาดไปมาอย่างคลุ้มคลั่ง น่าแปลก มันไม่รู้สึก
หวาดกลัวแม้แต่น้อย
งูยักษ์เขาโลหิตตลอดทั้งร่างปกคลุมด้วยโล่พื้นที่ มุกหยินประลัยกัลปไม่สามารถ
ทะลวงผ่านอาณาเขตปั้องกันนี้ได้ ย่อมไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
จั่วม่อใบหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาสงบลึกล้ำดุจห้วงมหรรณพ สองมือวาดขึ้นอย่างแช่ม
ช้า ท่ามกลางการปะทะโรมรันสุดกราดเกรี้ยว กระบวนท่าอันเชื่องช้าของมันช่างขัดแย้ง
อย่างพิสดาร!