สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 232 ยุทธวิธีอันบ้าคลั่ง
ผูเยาสุขสำราญเบิกบานใจยิ่ง
ทุกครั้งที่เหยียบย่ำกงซุนชา มันรู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
หลังจากมันเสียท่าให้จั่วม่อ เจ้าเด็กผู้นั้นชาญฉลาดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ถูกล่อลวงอย่าง
ง่ายดายอีก ราคาต่อรองที่ผูเยาต้องจ่ายเพิ่มขึ้นทุกขณะ ถ้าเงื่อนไขไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ
จั่วม่อจะไม่มีวันหลงลมเป็นอันขาด และสิ่งที่ทำให้ผูเยาขุ่นแค้นที่สุด คือเมื่อจั่วม่อรู้สึกไม่
ดี ก็จะเพิกเฉยต่อข้อตกลงทันที ไม่ว่าผูเยาจะทั้งเกลี้ยกล่อมทั้งข่มขู่อย่างไร ยังคงไม่
หวั่นไหวหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย
หลายครั้งหลายหน ที่ผูเยารู้สึกเหมือนมันเป็นหนูที่กำลังฉุดกระชากลากดึงเจ้าเต่า
จั่วม่อออกจากกระดอง ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
เทียบกับความเขี้ยวลากดินของจั่วม่อ กงซุนชาก็ไม่ต่างอันใดกับแม่นางน้อยที่อ้า
แขนกว้าง ให้มันย่ำยีบีฑาได้ตามอำเภอใจ ทุกครั้งที่ถูกจั่วม่อเล่นงาน ผูเยาจะพบ
ความสุขในการข่มเหงรังแกกงซุนชา
หมากกระดานนี้ สถานการณ์สงครามไม่ได้แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา มันช่วงชิง
เป็นฝั่ายมีเปรียบตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นก็คือแมวหยอกเย้ามุสิกอย่าง
สำราญใจ
ฝีมือของผูเยาย่อมสูงส่งมากพอที่จะผยองลำพอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน
บัญชาการรบ ในความเห็นของมัน กงซุนชาเป็นผู้เยาว์ที่พอมีพรสวรรค์อยู่บ้าง แต่อาศัย
พรสวรรค์เล็กน้อยเท่านี้ ย่อมไม่เพียงพอให้มันถึงกับประหลาดใจ คนเมื่อผ่านสงคราม
พันปีมาแล้ว ย่อมเคยพบพานแม่ทัพบัญชาการศึกอายุเยาว์ยอดอัจฉริยะมานักต่อนัก
ด้วยพรสวรรค์เพียงเท่านี้ โอ้ บางทีอาจพอเป็นหัวหน้ากองทหารเล็กๆ สักกองหนึ่ง
ได้กระมัง
น่าเสียดายที่จั่วม่อไม่สนใจเป็นแม่ทัพบัญชาการศึก ผูเยาจุ๊ปากอย่างเศร้าเสียดาย
มิฉะนั้น หากได้ย่ำยีบีฑาจั่วม่อในสนามรบบ้าง
ไม่ทราบจะเป็นความพึงพอใจถึงเพียงไหน! ลองจินตนาการถึงฉากที่จั่วม่อถูกมัน
เหยียบย่ำเอาไว้ใต้ฝั่าเท้า ผูเยาเต็มไปด้วยความรัญจวนใจอย่างบอกไม่ถูก
มันย่อมไม่มีกุศลเจตนาที่จะช่วยจั่วม่อฝึกอบรมแม่ทัพบัญชาการศึกผู้หนึ่ง แต่จั่วม่อ
เห็นได้ชัดว่าไม่สนใจที่จะเล่นกับมัน ดังนั้นการข่มเหงรังแกกงซุนชากลายเป็นทางเลือก
เดียวของผูเยา
ระยะนี้น่าเบื่อจริงๆ ผูเยาทอดถอน ในใจเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ในดวงตาสี
เลือดของมันทอแววอ้างว้างว่างเปล่า หลังจากถูกกักขังอยู่ในหอหลอมอสูรมาหลายพันปี
ดวงวิญญาณของมันเสียหายอย่างร้ายแรง จนถึงตอนนี้การฝึกฝีมือบำเพ็ญเพียรไม่มี
ประโยชน์ต่อมันอีกแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ วิธีการลับที่มันคาดหวังไว้อย่างสูง กลับ
ไม่ได้ทำให้มันได้รับประโยชน์มากมายอย่างที่คิด ความหวังสุดท้ายของมันได้แต่ฝากไว้ที่
จั่วม่อเท่านั้น
เพียงแต่ความหวังสายนี้ ดูเล็กจ้อยเสียจนน่าสังเวช
บางทีอีกไม่ช้า มันอาจจะสลายหายไปเช่นหมอกควัน ผูเยาแย้มยิ้ม มันนึกถึงปั้าย
หินสุสาน ความอ้างว้างในดวงตาบรรเทาเบาบางลง
ฮะ!
หางตาของผูเยากวาดผ่านมุมหนึ่งของสนามรบ ต้องชะงักงันอย่างช่วยไม่ได้
ซุ่มโจมตี?
เห็นกองทัพขนาดกลางของปิศาจตั๊กแตนดาบน้อย พลันปรากฎขึ้นที่ด้านหลัง
กองทัพของมัน
ไม่ว่าอสูรปิศาจชนิดใด ผูเยาย่อมล่วงรู้ปรุโปร่งเป็นอย่างดี ปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยก็
ไม่ใช่ข้อยกเว้น ปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยเป็นไพร่พลปิศาจชั้นต่ำชนิดหนึ่ง อยู่ในระดับ
เดียวกันกับอสูรข้ารับใช้เกล็ดขาว แต่พลังโจมตีของพวกมันเหนือล้ำกว่าอสูรข้ารับใช้
เกล็ดขาวร่วมสามเท่าตัว! ในบรรดาไพร่พลปิศาจระดับต่ำ พลังโจมตีของปิศาจตั๊กแตน
ดาบน้อย สามารถรั้งอันดับสามได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ปิศาจตั๊กแตนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในปั่า ในวงจรแห่งปั่าพวกมันเป็นจอมดาบแต่
กำเนิด หลังจากสติปัญญาของพวกมันตื่นรู้ขึ้น ขาคู่หน้าที่โค้งงอคล้ายตะขอจะหลุดลอก
ออก กลายเป็นดาบโค้งปิศาจที่ดีที่สุดของพวกมัน ในเวลาเดียวกัน สัญชาตญาณของ
พวกมันก็ตื่นขึ้นมาด้วย
เทียบกับปิศาจตั๊กแตนชั้นสูงเหล่านั้น ปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยเป็นหนึ่งในปิศาจ
ตั๊กแตนระดับต่ำที่สุด แต่ถึงกระนั้น พลังโจมตีอันแข็งแกร่งของพวกมันก็เพียงพอที่จะทำ
ให้พวกมันมีชื่อเสียงกระเดื่องดังในหมู่ปิศาจระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม ตรงกันข้ามกับพลังโจมตีอันเข้มแข็งและทักษะปิศาจดาบอันงดงาม
พลังปั้องกันของพวกมันน้อยนิดจนน่าเวทนา เกราะปิศาจอันบอบบางบนร่างกายของ
พวกมันไม่ต่างจากแผ่นกระดาษ แทบไม่อาจปั้องกันการโจมตีใดได้ นี่ยังเป็นจุดอ่อนของ
ปิศาจตั๊กแตนเกือบทั้งหมดอีกด้วย
เนื่องจากลักษณะพิเศษของปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยนี้เอง พวกมันมักถูกวางหน้าที่
เป็นหน่วยยุทธวิธีเท่านั้น ไม่ใช่หน่วยโจมตีหลัก
กงซุนชาที่แท้นำหน่วยทัพปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยมาใช้เป็นหน่วยซุ่มโจมตี ทั้งยังมิใช่
จำนวนน้อยๆ
สายเกินไปที่ผูเยาจะทันได้คิด เห็นลำแสงดาบโค้งสีดำสดใสก่อตัวดุจคลื่นกระทบฝัง
คลื่นแล้วคลื่นเล่า ชั้นแล้วชั้นเล่า จบหนึ่งคลื่น อีกหนึ่งคลื่นตามติด โหมจู่โจมอย่างดุดัน
อำมหิต หน่วยทัพทั้งหมดราวกับมีดร้อนแดง ตัดผ่านเนยแข็งอย่างง่ายดายในมีดเดียว
พลังโจมตีสุดแกร่งกร้าวของปิศาจตั๊กแตนดาบน้อย สะท้อนให้เห็นอย่างชัดแจ้งใน
เวลานี้เอง!
กองทัพของผูเยาถูกตัดขาดครึ่งในพริบตา
แต่หน่วยทัพปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยก็พินาศย่อยยับไปด้วย คงเหลือรอดชีวิตไม่ถึง
ครึ่งเท่านั้น
ในพริบตานั้นเอง กองทัพหลักของกงซุนชาที่ถูกกดดันไปติดขอบสนามรบ พลันฉวย
โอกาสจู่โจมโดยพร้อมเพรียง ราวกับขดลวดที่ถูกกดจนถึงขีดสุด ทันใดนั้นระเบิดพลัง
ทั้งหมดออกมาในคราวเดียว! ขบวนทัพเปลี่ยนจากกระบวนทัพทรงกลม ไปเป็นกระบวน
ทัพแถวตั้ง แบ่งออกเป็นเหล็กหมาดสองเล่ม แยกออกซ้ายขวา พุ่งทะลวงใส่กองทัพ
ของผูเยาจากสองปีกข้าง โจมตีตอบโต้อย่างเกรี้ยวกราด!
ผูเยาเห็นในสนามรบแปรเปลี่ยนอย่างเฉียบพลัน กลับไม่แตกตื่นลนลาน การตีโต้
ของฝั่ายตรงข้ามแม้เกรี้ยวกราดแหลมคม แต่ก็เป็นเพียงเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเท่านั้น
ผูเยาบัญชาการกองทัพกดทับไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล ดาหน้าเข้าต้านรับ แต่ไม่ได้
โจมตี เพียงล้อมกักและเกาะติดเอาไว้ รักษาระยะห่างช่วงหนึ่ง ในใจคิดคำนวณอย่าง
รวดเร็ว มันกำลังเฝั้ารอให้อีกฝั่ายหมดสิ้นเรี่ยวแรง ทันทีที่อีกฝั่ายสูญสิ้นความแหลมคม
จะเป็นโอกาสที่มันลงมือตีโต้ ทัพกลางของมันตระเตรียมไว้พร้อมสรรพ ขอเพียงยันอีก
ฝั่ายไว้สักครู่ การโจมตีครั้งต่อไปของมันจะดุดันเกรี้ยวกราดดุจพายุสายฟั้าคะนอง โถม
ทำลายกองทัพศัตรูอย่างรวดเร็วถึงที่สุด
มันเชื่อมั่นอย่างแน่นแฟั้นว่ากองทัพของอีกฝั่ายจะแตกพ่ายในไม่ช้า เหตุการณ์
ทำนองนี้ ก่อนหน้านี้เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน
สำหรับหน่วยทัพปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยที่ยังหลงเหลือ มันไม่ห่วงกังวลแม้แต่น้อย
ปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยพลังปั้องกันเปราะบางยิ่ง บนสนามรบที่หนาแน่นเช่นนี้
หมายความว่าพวกมันมีโอกาสที่จะโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่ว่าพลังโจมตีของพวก
มันจะสูงส่งเพียงใด มีแต่จะถูกฆ่าตายอย่างรวดเร็ว
หน่วยทัพเหล็กหมาดสองเล่มที่ทะลวงใส่สองปีกข้างของมัน เมื่อถูกหน่วยทัพของ
มันล้อมกักเอาไว้ ย่อมไม่มีโอกาสล่าถอยหลบหนีอีก ผูเยาในใจแย้มยิ้มเย็นชา ตัวแม่ทัพ
ใหญ่ของกงซุนชาจะต้องอยู่ในหน่วยทัพใดหน่วยทัพหนึ่งในสองหน่วยทัพนี้อย่างแน่นอน
ในหมากรุกสงคราม เฉพาะเมื่อแม่ทัพใหญ่ถูกสังหารเท่านั้น จึงจะถูกตัดสินว่าพ่าย
แพ้ แม่ทัพใหญ่ของกงซุนชา แน่นอนว่าย่อมต้องซ่อนตัวอยู่ในหนึ่งในสองหน่วยทัพที่
พยายามแหวกวงล้อมหลบหนีด้วยการแยกกันโจมตีสองปีกข้างเมื่อครู่
แต่แล้วทันใดนั้น เหตุแปรเปลี่ยนอันชวนสะท้านใจพลันอุบัติขึ้น
หน่วยทัพปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยซึ่งถูกเข่นฆ่าล้มตายไปกว่าครึ่ง พลันแบ่งกลุ่มเล็กๆ
ออกมาสองกลุ่ม พุ่งทะลวงเข้าใส่แนวหลังกองทัพของผูเยาอย่างบ้าระห่ำ
พวกมันทำอะไร?
ผูเยางุนงงอยู่บ้าง กลุ่มเล็กๆ แค่สองกลุ่ม แต่ละกลุ่มมีไพร่พลไม่ถึงยี่สิบตน อาศัย
ปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยจำนวนเพียงเท่านี้ แทบไม่ได้มีผลอันใดเลย
ปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยมักถูกนำมาใช้ในการซุ่มโจมตีอย่างฉับพลัน แต่ด้วยพลัง
ปั้องกันอันเปราะบาง พวกมันมีช่วงชีวิตในสนามรบกระชั้นสั้นยิ่ง หากกระบวนทัพของ
อีกฝั่ายเหนียวแน่นมั่นคง คิดเจาะทะลวงและตัดผ่าให้ขาดจากกันอย่างสมบูรณ์
จำเป็นต้องมีจำนวนที่สมน้ำสมเนื้อกัน ดังเช่นตอนนี้ เหตุผลที่ว่าทำไมปีศาจตั๊กแตนดาบ
น้อยกองนี้สามารถตัดขาดกองทัพของมันได้อย่างรวดเร็ว เนื่องเพราะหน่วยทัพของพวก
มัน ทีแรกมีจำนวนที่มากเพียงพอ
แต่นี่ไม่ต่างอันใดจากดาบน้ำแข็ง อาจแหลมคมร้ายกาจ แต่จะละลายหายไปอย่าง
รวดเร็ว
ดังเช่นหน่วยทัพที่หลงเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านี้ นอกจากจะทำให้เกิดการบาดเจ็บ
ล้มตายอยู่บ้างแล้ว ก็ไม่สามารถส่งผลต่อสถานการณ์สงครามโดยรวมอย่างแน่นอน
ทันใดนั้น หน่วยทัพปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยที่อยู่ด้านหน้าสุด พลันบังเกิดแสงเจิดจ้า
บาดตาวาบขึ้นที่ศีรษะของพวกมัน
ไม่ถูกต้อง! ที่แท้…พวกมันไม่ใช่ปิศาจตั๊กแตนดาบน้อย!
ดวงตาสีเลือดของผูเยาเบิกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ!
ตูม ตูม ตูม!
เสียงระเบิดรุนแรงดังติดต่อกันไม่ขาดหู กองทัพของผูเยาส่วนแนวหลังถูกตัดขาด
ซากศพกลาดเกลื่อน บังเกิดช่องว่างมหึมาอยู่ตรงกลางระหว่างทัพที่ถูกตัดขาด
แสงนี้มัน…ผูเยาตระหนักอย่างฉับพลัน
ระเบิดสละชีพของปิศาจปลาปักเปั้า!
ผูเยาตอบสนองทันที
ที่แท้สองกลุ่มเล็กๆ นี้ไม่ใช่ปิศาจตั๊กแตนดาบน้อย แต่ล้วนเป็นปิศาจปลาปักเปั้าที่
อาศัยภาพลวงตาช่วยแปลงกาย… สมควรเป็นภาพลวงตาหมอกวารี ถูกต้อง หากเป็นตัว
มันเอง ก็จะเลือกภาพลวงตาหมอกวารีเช่นกัน ภาพลวงตาชนิดนี้สร้างขึ้นจากเส้นใย
หมอกวารีนับไม่ถ้วน ห่อหุ้มร่างของเปั้าหมายไว้อย่างแนบแน่น
ที่สำคัญที่สุดคือ หมอกวารีเหล่านี้สามารถหนุนเสริมความชุ่มชื้นอันเปียมล้น
สมบูรณ์ให้แก่ปิศาจปลาปักเปั้าได้…
ปิศาจปลาปักเปั้าเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคิดตอแย พวกมันมีถุงใบเล็กๆ นับร้อยใบอยู่รอบ
กาย ถุงเหล่านั้นบรรจุเต็มแน่นด้วยพลังธาตุน้ำที่พวกมันดูดซับจากมหาสมุทรไร้ขอบเขต
หากพวกมันเผชิญศัตรู พลังธาตุน้ำบริสุทธิ์เหล่านี้จะกลายเป็นอาวุธที่พวกมันใช้โจมตี
ศัตรู ไม่มีผู้ใดกล้ายั่วยุพวกมัน นี่ไม่ใช่ว่าพวกมันแข็งแกร่ง แต่เนื่องเพราะระเบิดสละชีพ
ของพวกมัน
นี่คือท่าไม้ตายสุดท้ายของปิศาจปลาปักเปั้า สละชีพตัวเองแลกกับความตายของ
ศัตรู ระเบิดสละชีพของปิศาจปลาปักเปั้าน่าขนพองสยองเกล้าถึงที่สุด แม้กระทั่งปิศาจ
ระดับสูงกว่ายังไม่อาจรับมือได้โดยง่าย รวมกับการที่สติปัญญาของพวกมันไม่ได้สูงนัก
พวกมันจึงไม่กลัวตาย หากพวกมันถูกยั่วยุ สิ่งที่ตามมาคือความพินาศย่อยยับทั้งสองฝั่าย
แต่ปฎิกิริยาตอบสนองของผูเยายังคงชักช้าไปวูบหนึ่ง ไม่ทันหยุดยั้งปิศาจปลา
ปักเปั้ากลุ่มที่สอง ซึ่งบุกทะลวงเข้าสู่ช่องว่างมหึมาที่เพิ่งเปิดกว้างออกจากระเบิดสละชีพ
ระลอกแรก!
ตามมาด้วยเสียงระเบิดอันน่าแตกตื่นสะท้านใจอีกหนึ่งระลอก!
ผูเยาสีหน้าน่าเกลียดสุดทนดู ด้วยยุทธวิธีปิดล้อม กองทัพแนวหลังของมันเกาะกลุ่ม
กันหนาแน่นมาก ระเบิดสละชีพของปิศาจปลาปักเปั้าสองระลอกใหญ่ แทบจะกวาดแนว
หลังของมันจนย่อยยับอย่างน่าปวดใจ!
อย่างไรก็ตาม ในใจมันลอบโล่งอกอยู่บ้าง สถานการณ์สงครามนี้เพียงปรากฎหลุม
บ่อขนาดใหญ่ไม่กี่แห่งเท่านั้น จำนวนของปิศาจปลาปักเปั้าไม่สามารถมีมากเกินไป
กงซุนชาสมควรไม่หลงเหลือปิศาจปลาปักเปั้าอีกแล้ว
ฮะ…รอประเดี๋ยว!
ผูเยาสีหน้าแปรเปลี่ยนอีกหน!
ทันใดนั้นมันเพิ่งตระหนักว่ามันละเลยปัญหาสำคัญไปเรื่องหนึ่ง
ระเบิดสละชีพของปิศาจปลาปักเปั้าแม้มีพลังร้ายกาจ แต่หาคนใช้งานได้ยาก เนื่อง
เพราะในหมากรุกสงครามมีกฏบังคับอยู่ ในกฎเกณฑ์ของหมากรุกสงคราม คิดใช้งาน
ระเบิดสละชีพของปิศาจปลาปักเปั้า เป็นไปได้ภายใต้เงื่อนไขเพียงข้อเดียว…
ดวงตาของผูเยาพลันหันไปมองหน่วยทัพรูปเหล็กหมาดสองเล่มที่พยายามตีฝั่าออก
ทางสองปีกข้างโดยไม่รู้ตัว
สองหน่วยทัพที่สมควรตีฝั่าอย่างบ้าคลั่งดุดันถึงขั้นถวายชีวิต พอมองคราวนี้ ผูเยา
กลับพบว่ามีบางอย่างขาดพร่องอยู่บ้าง
นั่นก็ใช่แล้ว…
ม่านตาสีเลือดของผูเยาหดแคบลงอย่างฉับพลัน ดวงตาของมันสาดประกายคมกล้า
น่าสะพรึงกลัว!
ในสองหน่วยทัพฟากนี้ ที่แท้ไม่มีแม่ทัพใหญ่ของกงซุนชา! แต่แม่ทัพใหญ่สมควรอยู่
ใน… สายตาของมันหันกลับมายังหน่วยทัพปิศาจตั๊กแตนดาบน้อยที่ยังหลงเหลือ ซึ่งตั้ง
ขบวนอยู่ด้านหลังกองทัพของมันเอง!
อยู่ที่นั่น!
พริบตานี้เอง ผูเยาในที่สุดค่อยเข้าใจเจตนาของกงซุนชา ที่แท้กองทัพใหญ่ที่ถูกไล่
ต้อนเข้ามุมเป็นเพียงเหยื่อล่อ หน่วยทัพซุ่มโจมตีจึงเป็นทัพโจมตีที่แท้จริง ทั้งหมดล้วน
เป็นหลุมพราง หลุมพรางที่น่าเชื่อถือถึงที่สุด!
เช่นเดียวกับตอนที่ผูเยาตระหนักถึงระเบิดสละชีพของปิศาจปลาปักเปั้า มันไม่
สามารถตอบสนองได้ทันเวลา กลยุทธ์เช่นนี้ไม่เคยมีคนใช้มาก่อน ในหมากรุกสงคราม
เงื่อนไขเดียวที่จะสั่งให้ปิศาจปลาปักเปั้าใช้ระเบิดสละชีพออกมาได้ มีเพียงการอยู่ภายใต้
คำสั่งโดยตรงจากแม่ทัพใหญ่เท่านั้น! ในอดีต ปิศาจปลาปักเปั้าเคยทำหน้าที่เป็นปราการ
ด่านสุดท้ายที่ปั้องกันอยู่ด้านหน้าแม่ทัพใหญ่
เจตนาของกงซุนชาไม่ได้อยู่ที่การทะลวงฝั่าวงล้อมตั้งแต่แรก แต่มุ่งมั่นอยู่กับการ
สังหารแม่ทัพใหญ่ของผูเยา!
ไม่ทราบเพราะเหตุใด ผูเยารู้สึกความหนาวเย็นแผ่ซ่านขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ
สนามรบทั้งหมด กองทัพทั้งมวล พวกมันล้วนถูกทอดทิ้ง! ไม่ถูก พวกมันล้วนเป็น
เพียงอาหารสัตว์กระสุนปึนใหญ่ที่ต้องตายตั้งแต่แรกแล้ว! สองหน่วยทัพทำหน้าที่เป็นตัว
ล่อ ต้องดึงดูดความสนใจจากกองทัพของศัตรู ดังนั้นพวกมันปล่อยให้อีกฝั่ายรุกไล่เข้า
ประชิด รบเพื่อถ่วงเวลาให้กองทัพซุ่มโจมตีของพวกมันเข้าถึงแนวหลังของศัตรู สิ่งที่รอ
คอยสองหน่วยทัพที่เป็นตัวล่อด้านนี้ ย่อมมีเพียงการล่มสลายทั้งกองทัพ …แล้วหน่วยทัพ
ที่เข้าซุ่มโจมตีแนวหลังเล่า? นั่นก็มีเพียงปลายทางสายเดียวเช่นกัน …ตายทั้งกองทัพ!
แม้ว่ากงซุนชาจะสังหารแม่ทัพใหญ่ของผูเยาได้ มันก็ไม่สามารถทะลวงฝั่าออกจาก
วงล้อมอันเหนียวแน่นได้ เพื่อตบตาผูเยา เหล่าทหารองครักษ์ของแม่ทัพใหญ่ได้แต่ปลอม
ตัวเป็นปิศาจตั๊กแตนดาบน้อย ดังนั้นมีคนน้อยเกินกว่าจะฝั่าออกมาได้ ผลลัพธ์สุดท้ายก็
ได้แต่ยอมรับชะตากรรมเท่านั้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง กงซุนชาไม่ได้คิดจะชนะสงครามตั้งแต่
แรก ในจิตใจอันบ้าคลั่งของมันมีเพียงความคิดเดียว…ตายตกไปตามกัน!
“เจ้าคนฟันเฟึอนผู้นี้!” ผูเยารำพึงโดยไม่รู้สึกตัว ดวงตาเลื่อนลอย