สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 300 สละชีพ
จั่วม่อปลิวลิ่วไปด้านหลัง แทบหยุดยั้งตัวเองไว้ไม่ได้ โชคดีที่สตรีซิวเจ่อยื่นมือ
ออกมาคว้าร่างมันได้ทันเวลา
โลหิตทะลักออกมาจากหูและจมูกของมัน ใบหน้าขาวเผือด เกราะปราณกับ
เสื้อผ้าฉีกขาดเป็นชิ้นๆ แรงระเบิดของเหอเถาอัสนีคำรนเกรี้ยวกราดยิ่งกว่าที่มันคิด
เอาไว้มาก
จุดที่บรรพชนฟ้ากระจ่างยืนอยู่ในทีแรก เวลานี้ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือแม้แต่เศษธุลี
นึกถึงพลังทำลายอันน่าขนพองสยองเกล้า รุนแรงถึงขั้นพลิกขุนเขาผันสมุทร
จั่วม่อถึงกับเข่าอ่อนอยู่บ้าง พริบตานั้น มันหวนคิดถึงตอนที่ใช้มุกหยินประลัยกัลป์
เป็นครั้งแรก
เกอประมาทเกินไปจริงๆ!
มุกหยินประลัยกัลป์ที่มันหลอมสร้างขึ้นในคราวนั้นเป็นระดับสอง ไฟหินงอกก็
เป็นเพียงไฟระดับสอง แต่พลังอำนาจของมุกหยินประลัยกัลป์ที่หลอมสร้างออกมา
แข็งกล้าไพศาล เช่นนั้นสิ่งที่หลอมสร้างจากเหอเถาอัสนีคำรนกับไฟอีกาทองคำไฉน
เลยจะอ่อนแอได้? พวกมันล้วนเป็นสินค้าระดับสี่!
เหอเถาอัสนีคำรนลายทองหลอมสร้างจากวัตถุดิบระดับสี่ถึงสองชนิด มิหนำซ้ า
ยังใช้วิธีการหลอมสร้างมุกหยินประลัยกัลป์อันทรงพลังสุดเปรียบปาน!
หากมันเข้าไปใกล้กว่านี้อีกสักนิด ป่านนี้มันคง… …
จั่วม่อตัวสั่นเทา แต่โชคดีที่ในที่สุดก็สังหารบรรพชนฟ้ากระจ่างได้สำเร็จ มัน
นับว่าไม่ได้เสี่ยงชีวิตสูญเปล่า
ทันใดนั้นเอง สังหรณ์อันตรายวาบขึ้นในใจดุจสายฟ้าฟาด มันเงยหน้าขึ้นตาม
สัญชาตญาณ
เห็นเงามหึมามืดทะมึน พกพาพลังสภาวะน่าหวาดหวั่นขวัญผวา พุ่งดิ่งลงมา
จากฟากฟ้าเหนือศีรษะ ด้วยระดับความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ!
บรรพชนฟ้ากระจ่างยังไม่ตาย! จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง
“ไปลงนรกกันเสียให้หมด!”
เสียงตวาดกึกก้องกัมปนาทจากเบื้องบน เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและเจตนา
สังหารล้นปรี่
บรรพชนฟ้ากระจ่างเสื้อผ้าและชุดเกราะปราณฉีกขาดแหว่งวิ่นไม่มีชิ้นดี ผมเผ้า
สยายยุ่งเหยิง โลหิตไหลปรี่จากมุมปากไม่ขาดสาย แขนซ้ายขาดหายไป พลังอันน่า
พรั่นพรึงของเหอเถาอัสนีคำรนแทบคร่าชีวิตของมันไป ภายใต้สถานการณ์คับขัน
อันตราย มันจำต้องใช้เคล็ดทักษะลับที่จ่ายค่าตอบแทนด้วยพลังบำเพ็ญเพียรสามส่วน
ยังแทบไม่อาจหลบหนีรอดพ้น
แต่ถึงกระนั้น นี่ก็เป็นความสูญเสียที่ยากจะทานทนรับไว้ได้ แขนซ้ายของมัน
ระเบิดเป็นผุยผง กระบี่บินถูกทำลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด ก็คือการ
สูญเสียพลังบำเพ็ญเพียรสามส่วนอย่างถาวร นี่หมายความว่าพลังบำเพ็ญเพียรของมัน
อาจแตกซ่านและถดถอย กลับคืนสู่ด่านหนิงม่ายได้ทุกเมื่อ จะไม่ให้มันโกรธแค้นจน
คลุ้มคลั่งได้อย่างไร?
การสูญเสียพลังบำเพ็ญเพียรอย่างถาวร เป็นสิ่งที่ซิวเจ่อทุกคนหวาดกลัวเป็น
ที่สุด!
วันนี้มันต้องสับคนเหล่านี้เป็นหมื่นชิ้นให้จงได้!
นี่คือความคิดเดียวที่หลงเหลืออยู่ในจิตใจอันบ้าคลั่งของบรรพชนฟ้ากระจ่าง
เคล็ดกระบี่ฟ้ากระจ่างถูกเร่งเร้าขึ้นไปถึงจุดสูงสุด
ท้องฟ้าเหนือเมืองอีกาทองคำคล้ายผนึกแข็งตัว ในฉับพลันทันใด ผืนฟ้ากลับ
กลายเป็นชิ้นผลึกโปร่งใสกว้างใหญ่ไพศาล หมู่เมฆ ฝุ่นละออง แสงตะวัน ทุกสิ่งทุก
อย่างล้วนผนึกแข็งตัวในชั่วพริบตา นิ่งงัน ไม่ไหวติง ไม่มีร่องรอยของชีวิต
แสงอาทิตย์ไม่อาจส่องลอดลงมาจากฟากฟ้าที่ผนึกแข็งตัว ก่อเกิดเงาดำใหญ่โต
มหึมา ปกคลุมเมืองอีกาทองคำเอาไว้ทั้งเมือง
เจตจำนงสังหารอันเงียบงันจนแทบเป็นอำมหิต บันดาลให้ทุกผู้คนแตกตื่นจน
ขวัญหนีดีฝ่อ
เช้ง!
เสียงผลึกแตกหักดังสดใส ท้องฟ้าที่ผลึกแข็งตัวดุจผลึกแก้ว ทันใดนั้นเริ่มปริแตก
กลายเป็นปกคลุมไปด้วยรอยแตกร้าวราวกับใยแมงมุม รอยแตกขยายตัวรวดเร็วอย่าง
น่าตระหนก ไม่ต่างจากมีค้อนล่องหนกระหน่ าฟาด ทำลายท้องฟ้าผลึกอย่างไม่
หยุดยั้ง
ซู่หลงตะลึงลาน วิถีทางที่พวกมันก้าวเดินก็เป็นหนึ่งในวิถีแห่งเจตจำนงสังหาร
พวกมันมีความรู้สึกเฉียบไวต่อเจตจำนงสังหารเป็นพิเศษ ในเวลานี้ พวกมันไม่ใส่ใจ
อะไรอีก รีบผนึกพลังทั่วร่าง คำรามกึกก้อง “ฆ่า!”
ไพร่พลค่ายเว่ยหัวใจกระตุกวูบ พากันตวาดอย่างพร้อมเพรียง “ฆ่า!”
กลุ่มเมฆดำพวยพุ่งขึ้น เปลี่ยนเป็นอสรพิษดำอวบหนาหลายจั้ง ยาวหลายสิบจั้ง
แผดเสียงขู่ฟ่อ ฉกวาบเข้าหาบรรพชนฟ้ากระจ่างเหนือศีรษะจั่วม่อ
บรรพชนฟ้ากระจ่างกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ท่ามกลางเสียงหัวร่อเย็น
เยียบ มันจี้ดรรชนีอย่างดุดัน!
วู้ม ท้องฟ้าผลึกแก้วเหนือศีรษะมัน พลันแตกระเบิดเป็นเศษแก้วโปร่งใส่ผืน
กว้างใหญ่มหึมา หมุนคว้างอย่างเกรี้ยวกราด เปลี่ยนเป็นพายุหมุนเจตจำนงกระบี่
ทะลวงเข้าหาอสรพิษดำ
เคล็ดกระบี่ฟ้ากระจ่าง … สวรรค์พินาศ!
ตูม!
ขุมพลังมหึมาสุดกล้าแข็งสองสายปะทะกันอย่างหักโหม เสียงระเบิดสนั่น
หวั่นไหว ฟ้าสะท้านแผ่นดินสะเทือน
จั่วม่อผู้น่าสงสาร ถูกคลื่นอากาศกระแทกใส่อย่างรุนแรง ปลิวลิ่วไปอีกครา
บัดซบ!
เจตจำนงกระบี่ท้องฟ้ามากมายทิ้งรอยเลือดหลายสายไว้บนร่างมัน แต่มันไม่มี
เวลาสนใจความเจ็บปวด พอตั้งหลักได้ ก็รีบมองไปยังจุดที่เกิดการปะทะ พอเห็นชัด
ตา อดสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บไม่ได้
เห็นบรรพชนฟ้ากระจ่างใบหน้าบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราด จมูกปากเต็มไปด้วยเลือด
เจตจำนงกระบี่เศษผลึกนับไม่ถ้วนล่องลอยอยู่เบื้องหน้า ในการปะทะกับอสรพิษดำ
อย่างดุเดือดเลือดพล่าน มันมิใช่ว่าอยู่ในสภาพมีเปรียบสักเท่าใด แต่ดวงตาของมันยิ่ง
ดุร้ายและรุนแรงมากกว่าเดิม
จั่วม่อพอประสานสายตากับบรรพชนฟ้ากระจ่าง ต้องสะท้านใจวูบ ตาเฒ่า
โสโครกคิดสู้ตายถวายชีวิตแล้ว!
ซู่หลงสะท้านขึ้นทั้งร่าง กระแทกเท้าถอยหลัง แค่นเสียงหนักๆ ใบหน้าขาวเผือด
ไพร่พลค่ายเว่ยคนอื่นๆ ร่างส่ายโงนเงน ทรุดลงกับพื้นราวกับเมาสุรา
ผูเยาในสร้อยคอพิโรธโกรธกริ้วอย่างสุดระงับ “เศษสวะ! เจ้าพวกเศษสวะ! กับ
แค่จินตันผู้หนึ่งถึงกับทำให้พวกเจ้ามีสภาพน่าสังเวชเช่นนี้ ต่อไปเจ้าจะเชิดหน้าชูตา
อยู่ได้อย่างไร? อสูรฟ้าผู้ทรงเกียรติอย่างข้า ไม่อาจมีสวะเช่นพวกเจ้าอยู่ในอำนาจ…
…”
ซู่หลงฝืนยิ้มขมขื่น พวกมันเพิ่งจะฝ่าด่านได้ไม่นาน จำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวให้
เข้ากับร่างกาย การพ่ายแพ้ครั้งนี้ นับว่ามาได้ไม่ถูกเวลาจริงๆ!
ทันใดนั้นมันดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าฉายแววยินดีออกมา
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใด ซิวเจ่อสตรีปรากฏกายขึ้นด้านหลังบรรพชนฟ้ากระจ่าง จี้
ดรรชนีออกโดยไร้เสียง!
เหมาะเจาะพอดียิ่ง!
ทุกผู้คนล้วนมีสีหน้าปิติยินดี พวกมันล้วนเคยเห็นกับตาว่าสตรีนางนี้ร้ายกาจถึง
เพียงไหน ในเมืองอีกาทองคำทั้งหมด นับนางเข้มแข็งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
นางในที่สุดก็ลงมือ!
แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด จั่วม่อพลันรู้สึกหัวใจดิ่งวูบ แสงสีม่วงในดวงตาสตรีซิว
เจ่อสุกสว่างดุจลูกไฟม่วงสองดวง นี่เป็นครั้งแรกที่มันเห็นแสงสีม่วงในดวงตานางสว่าง
ไสวถึงเพียงนี้
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่ว่าผู้ใด ก็จงตายเสียให้หมด!”
บรรพชนฟ้ากระจ่างแผดเสียงหัวร่ออย่างคลุ้มคลั่ง ท้องฟ้าแก้วผลึกเหนือศีรษะ
มันพลันถล่มลงมาทั้งผืน เศษเจตจำนงกระบี่โปร่งใสเหลือคณานับ ราวกับหิมะถล่ม
ทลาย กวาดโถมลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน เสียงดังกึกก้อง
เศษผลึกนับไม่ถ้วนพุ่งทะลวงผ่านร่างของบรรพชนฟ้ากระจ่าง บุปผาโลหิตบาน
สะพรั่ง บรรพชนฟ้ากระจ่างไม่รู้สึกรู้สา ยังคงแผดหัวร่อบ้าคลั่งไม่เลิกรา!
จั่วม่อศีรษะลั่นอึงอล
สละชีพโจมตีอย่างไม่คิดหวนคืน! เฒ่าโสโครกคิดฉุดลากผู้คนตายตกไปตามกัน
ทั้งหมด!
ท้องฟ้าใหญ่โตหลายหมู่เหนือเมืองอีกาทองคำ ถล่มทลายลงมาอย่างสมบูรณ์
เจตจำนงกระบี่กว้างไพศาล ร้ายกาจเหลือคณาและไม่มีที่สิ้นสุด พกพาพลังสภาวะไร้ผู้
ต้าน โหมสาดลงมาจากฟากฟ้า
เจตจำนงกระบี่มากมายทะลวงผ่านร่างของบรรพชนฟ้ากระจ่างไม่ขาดสาย พวก
มันเปลี่ยนจากโปร่งใสแวววาว กลายเป็นเศษกระจกที่อาบไปด้วยโลหิต!
เจตจำนงกระบี่เวิ้งว้างสุดไพศาล พลันแฝงไว้ด้วยสภาวะเด็ดเดี่ยวและเศร้าหดหู่!
ใช้ท้องฟ้าเป็นกระบี่ ใช้ร่างกายเป็นเครื่องชี้นำ
ฟากฟ้าโลหิต!
ทุกผู้คนใบหน้าซีดเผือด เมื่อจินตันผู้หนึ่งยินยอมสละชีวิตของมัน แลกกับการ
พาทุกคนไปลงนรกพร้อมกัน นับเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงไหน
แม้ชมดูจากที่ห่างไกล หยงเวยยังสีหน้าแปรเปลี่ยน ในใจหลงเหลือเพียง
ความคิดเดียว เมืองอีกาทองคำจบสิ้นแล้ว!
บุรุษร่างใหญ่กับเซียนเซิงวัยกลางคนก็สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างพร้อมเพรียง
ความคิดเช่นเดียวกันวาบขึ้นในใจ เมืองอีกาทองคำจบสิ้นแล้ว!
ยากนักที่จินตันผู้หนึ่งจะถึงกับใช้กลวิธีลับ เพื่อปลดปล่อยการโจมตีสุดกำลังโดย
ไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ตามมา ดังนั้นการต่อสู้ระหว่างจินตันด้วยกัน มักระมัดระวังกัน
และกันอยู่ส่วนหนึ่ง หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดถูกไล่ต้อนจนตรอก การโจมตีแลกชีวิตของ
พวกมันก็น่าสะพรึงกลัวยิ่ง หยงเวยกับคนอื่นๆ ไม่เคยเห็นยอดฝีมือด่านจินตันผู้หนึ่ง
ถึงกับหักใจโจมตีแลกชีวิตมาก่อน
หยงเวยตะลึงงันอยู่กับที่ นางทรงภูมิรอบรู้มากมาย แต่พลังอำนาจของบรรพชน
ฟ้ากระจ่างยังเหนือล้ ากว่าความคาดหมายของนางไปมาก กระทั่งในหมู่จินตันของ
อาณาจักรวารีฟ้า บรรพชนฟ้ากระจ่างยังสามารถเบียดเสียดเข้าสู่สามลำดับแรก ถึง
ตอนนี้นางพลันเข้าใจกระจ่าง ว่าโหวเหยียไฉนระมัดระวังบรรพชนฟ้ากระจ่างเป็น
อย่างยิ่ง
ไม่ทราบเพราะเหตุใด นางลอบทอดถอนด้วยอารมณ์ที่ยากจะบ่งบอกบรรยาย
เมืองอีกาทองคำ เมื่อสามารถผลักดันจินตันไปจนถึงจุดที่ต้องใช้ชีวิตเข้าแลก ทุก
คนบังเกิดความนับถือเลื่อมใสสุดหัวใจ
แต่ช่างน่าเสียดาย… …
ท้องฟ้าเหนือเมืองอีกาทองคำทั้งผืนถล่มทลายลงมา เจตจำนงกระบี่ทั้งมวล
สูญเสียการควบคุมอย่างสมบูรณ์ อาละวาดทำลายล้างอย่างดุเดือด!
บรรพชนฟ้ากระจ่างแผดเสียงหัวร่อคลุ้มคลั่งเป็นครั้งสุดท้าย คนระเบิดเป็นลูก
หมอกโลหิตกลุ่มหนึ่ง ถูกดูดเข้าไปในมวลเจตจำนงกระบี่ที่กำลังอาละวาดไปทั่ว
พื้นที่ในรัศมีห้าสิบลี้รอบเมืองอีกาทองคำถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่บันดาล
ให้ผู้คนสิ้นหวังมากยิ่งขึ้น ก็คือพายุเจตจำนงกระบี่ครอบคลุมปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมด ไม่ว่า
วิชาท่าร่างหรือการเคลื่อนย้ายแบบใดล้วนไม่ได้ผล กระทั่งหลบหนียังไม่อาจหลบหนี
ได้!
ยกเว้นเสียแต่ว่าพวกมันเป็นจินตัน และมีวิชาท่าร่างระดับสูง จึงจะสามารถบุก
ฝ่าหลบรอดไปจากมหันตภัยนี้ได้
ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเจตจำนงกระบี่สีเลือดสุดคณานับ ไม่มีช่องว่างให้หลีกเลี่ยง!
หินหลอมเหลวไหลบ่าระหว่างยอดเขาทั้งเจ็ด เมืองอีกาทองคำกลายเป็นนรก
โลกันตร์!
บัดซบ!
จั่วม่อใบหน้าทอแววสิ้นหวัง
ทันใดนั้น สายตามันมืดวูบ ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบดบังอยู่เบื้องหน้ามัน
นั่นเป็นแผ่นหลังของสตรีนางหนึ่ง …เป็นนาง!
สตรีซิวเจ่อทั่วร่างเปรอะเปื้อนไปด้วยบาดแผลอาบโลหิต เสื้อผ้าอาภรณ์หลาย
แห่งชุ่มโชกไปด้วยเลือด เท้าเปล่าคู่งามตัดกับโลหิตสีแดงสด ยิ่งทำให้ผู้คนสะท้านใจ
กว่าเดิม ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใด หน้ากากบนใบหน้านางถูกทำลาย เผยให้เห็นใบหน้า
อัปลักษณ์อันคุ้นเคย
“เจ้า… …” จั่วม่องงงันวูบ ยังไม่ทันจะกล่าวคำใด สตรีนางนั้นพลันทะยานร่าง
ขึ้นสุดแรง
นางกางแขนดุจวิหคยักษ์ตัวหนึ่ง ใบหน้าแหงนเงยขึ้น ทั้งร่างกายเต็มไปด้วย
เปลวไฟสีม่วง ราวกับผีเสื้อหยอกล้อแสงไฟ โผพุ่งตรงเข้ารับหน้าคลื่นกระบี่สีเลือดที่
ถาโถมลงมาด้วยตัวคนเดียว
เปลวไฟสีม่วงลุกโชนอย่างรุนแรง จนมันไม่สามารถมองเห็นร่างของนางได้ชัดตา
ไม่ทราบเพราะเหตุใด จั่วม่อพลันรู้สึกในอกปวดร้าวอย่างสุดแสน น้ าตาหลั่งไหล
ลงมาอย่างไม่อาจระงับยับยั้ง น้ าตาหยดโตร่วงผ่านใบหน้าไม่ขาดสาย
เกิดอะไรขึ้น… …
ที่แท้เจ้าเป็นใครกันแน่… …
น้ าตาทำให้สายตามันพร่าเลือน ในอกเจ็บปวดอย่างรุนแรง ราวกับบางสิ่ง
บางอย่างกำลังจะระเบิดออกมา
โสตประสาทได้ยินเสียงกรีดฝ่าอากาศแหลมสูงนับไม่ถ้วน เจตจำนงกระบี่ปก
คลุมท้องฟ้าเหนือศีรษะ ก่อตัวเป็นพายุกระบี่ปานฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ราวกับ
บรรยากาศของวันสิ้นโลก
เจ็บปวดเหลือเกิน!
ทันใดนั้น กาลเวลากลับกลายเป็นเชื่องช้า ความเจ็บปวดในทรวงอกแจ่มชัดถึง
ที่สุด ประดุจเปลวไฟแผดเผาอยู่ในอกอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้คลื่นเจตจำนงกระบี่อันยิ่งใหญ่ไพศาล ร่างบอบบางที่ห่อหุ้มด้วยเปลวไฟสี
ม่วงดูเล็กจ้อยราวกับฝุ่นธุลี
เจ็บปวดกระไรปานนี้!
ความเจ็บปวดเผาผลาญเส้นประสาททุกเส้น จั่วม่อไม่อาจทานทนอีกต่อไป
แหงนหน้ากรีดร้องด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด “อาอ๊าอ๊ากกก!”
ความเจ็บปวดแสนสาหัสดุจกระแสน้ า ไหลบ่าอย่างไร้ปราณี กวาดผ่านไปทั่วร่าง
ในบัดดล
มันคล้ายไม่รู้สึกตัว ว่าหินหลอมเหลวสีแดงเจิดจ้าท่วมท้นลงมาจากภูเขา คล้าย
ถูกมือที่มองไม่เห็นดึงขึ้น ภายในชั่วพริบตา หินหลอมเหลวก็พุ่งขึ้นมาท่วมสองขาของ
มัน มหาค่ายกลที่เสียหายอย่างหนักบนพื้น ทันใดนั้นเปล่งแสงสีแดงจัดจ้า มหาค่าย
กลที่เสียหายยับเยิน ถึงกับยังคงขับเคลื่อนอีกครั้ง!
แสงสีทองของเมืองอีกาทองคำระเบิดวาบ สายฟ้าแกร่งจากหอรบค่ายกล
สงครามสาดประกายสุกใส เหล่าซิวเจ่อภายในหอรบพลันตระหนักด้วยความตื่นตกใจ
ว่าหอรบค่ายกลสงครามทั้งหมด หลุดออกจากการควบคุมของพวกมันอย่างสมบูรณ์!
หินหลอมเหลว แสงสีทองและสายฟ้าแกร่ง ล้วนสาดพุ่งเข้าหาจั่วม่ออย่างบ้า
คลั่ง!
“อาอ๊าอ๊ากกกก!”
จั่วม่อแหงนหน้ากู่คำรามอย่างเกรี้ยวกราด ทั่วทั้งร่างห่อหุ้มด้วยหินหลอมเหลว
เห็นสายฟ้าแกร่งและแสงสีทองเปล่งประกายสลับกันเป็นจังหวะ แล่นวาบไปมาในหิน
หลอมเหลว
การเปลี่ยนแปลงสุดพิสดารนี้ สะท้านขวัญวิญญาณผู้คนถึงที่สุด!
ซู่หลงสีหน้าแปรเปลี่ยน คิดถลันเข้าไปตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นได้ยินเสียงต้า
เหรินภายใน สร้อยคอตวาดอย่างดุดัน “อย่ารบกวนมัน!”
ซู่หลงชะงักกึก สีหน้าทอแววปิติยินดีขึ้นมาทันที
ภายในหินหลอมเหลว จั่วม่อรู้สึกจิตสำนึกและเลือดเนื้อร่างกายแยกออกจากกัน
มันรู้สึกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสในร่างกายได้อย่างชัดเจน แต่ในเวลานี้ มันราวกับ
ผู้ชมดูอยู่ข้างกระดาน คล้ายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแม้แต่น้อย
มันสามารถมองเห็นลูกแก้วห้าธาตุสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอยู่ภายในร่างกายมัน
… …
มันเห็นร่างบอบบางที่อยู่เหนือขึ้นไป ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยเปลวไฟสีม่วง
นางกำลังจ้องมองมัน
ในชั่วพริบตานี้ จั่วม่อคล้ายมองผ่านหินหลอมเหลวและเปลวไฟสีม่วงได้อย่าง
ง่ายดาย มันสามารถมองเห็นนางได้ชัดเจนแจ่มแจ้งเป็นที่สุด
มันเห็นดวงตาคู่งามใสกระจ่าง เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ปลาบปลื้มยินดี
และหวนหาอาวรณ์อย่างลึกล้ า!