สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 313 อสรพิษแปลงมังกร
เงาสีทองพร่าเลือนกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นบนแผ่นหลังของจั่วม่อ เงานั้นเลือนราง
ยิ่ง คล้ายกลุ่มเมฆสีทองขนาดมหึมา เคลื่อนตัวไปมาอยู่ด้านหลังจั่วม่อ
นั่นมันอะไรกัน… …
ผู้อาวุโสเซียวในใจเต็มไปด้วยความหวั่นไหว รู้สึกว่าบุรุษหนุ่มตรงหน้านางมีแต่
ความแปลกประหลาด อิทธิฤทธิ์ของบุปผาสวรรค์ร่วงเดินไปในแนวทางเสน่ห์ความ
งาม ตรงกันข้ามกับค่ายกลภาพมายาธรรมดาทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ค่ายกลภาพมายา
ทั่วไป ใช้เรี่ยวแรงจากภายนอกสั่นคลอนจิตใจของซิวเจ่อ ในขณะที่บุปผาสวรรค์ร่วง
ปลุกเร้าความปรารถนาตามธรรมชาติของคนผู้นั้น จิตแห่งเซนของนักบวชเซนทำให้
พวกมันมีจิตใจเข็มแข็ง โอกาสที่พวกมันจะติดกับค่ายกลภาพมายามีน้อยกว่าผู้อื่น
มาก
แต่สรรพสิ่งไหนเลยจะไม่มีข้อบกพร่อง
นักบวชเซนมีจิตใจเข้มแข็ง แต่ความเชื่อมั่นของพวกมันก็ลึกล้ ามากเช่นกัน เวท
วิชาเช่นบุปผาสวรรค์ร่วงฉกฉวยช่องโหว่นี้ จึงมีอานุภาพน่าอัศจรรย์กับพวกมัน
นับเป็นดาวข่มของซิวเจ่อสายนักบวชเซนโดยเฉพาะ ยิ่งจิตแห่งเซนลึกล้ าเท่าใด บุปผา
สวรรค์ร่วงก็ยิ่งร้ายกาจมากเท่านั้น มีเพียงนักบวชเซนที่สามารถฝึกปรือจนถึงขั้นมหา
ปัญญา จึงสามารถปล่อยวางความเชื่อมั่นที่ว่านี้ เวทวิชาเช่นบุปผาสวรรค์ร่วงจะไม่มี
ผลต่อพวกมันอีก
แต่ขั้นมหาปัญญาเป็นระดับที่ลึกล้ าสุดหยั่ง นักบวชเซนที่สามารถฝึกปรือจิตแห่ง
เซนจนบรรลุขั้นนั้น ล้วนเป็นขุมพลังอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร ไม่ใช่ผู้ที่จะมาปรากฏตัวใน
สถานที่เล็กๆ เช่นอาณาจักรวารีฟ้า อย่าว่าแต่บุรุษหนุ่มด่านหนิงม่ายที่มีอายุเพียง
ยี่สิบปี ไฉนเลยจะมีความสำเร็จถึงขั้นมหาปัญญาได้
บุปผาสวรรค์ร่วงที่ไม่เคยแพ้พ่าย กลับทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ ภายใต้ผลกระแทก
สะท้อนกลับของภาพมายา จิตใจนางได้รับบาดเจ็บไม่น้อย จนถึงบัดนี้ นางยังคงไม่
ทราบว่าจั่วม่อเห็นอะไรกันแน่ แล้วประโยค ‘คืนจิงสือทั้งหมดให้แก่ข้า’ หมายถึงสิ่งใด
ยิ่งไปกว่านั้น เมฆเลือนรางกลุ่มนั้น… …
…ลี้ลับและน่าขนพองสยองเกล้า สังหรณ์อันตรายอันแรงกล้าบันดาลให้หัวใจ
นางเต้นระส่ า เมื่อสามารถฝึกปรือจนถึงด่านจินตัน ภูมิความรู้ของผู้อาวุโสเซียวย่อม
ไม่ใช่ธรรมดาสามัญ แต่เงาสีทองอันแปลกพิสดารเช่นนี้ นางกลับไม่เคยได้ยินได้ฟังมา
ก่อน
กลุ่มเงาสีทองเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต
ในชั่วกะพริบตาเดียว มันก็หดตัวเข้าหาศูนย์กลาง ขนาดเล็กลงอย่างรวดเร็ว
จากนั้นปีกสีทองกึ่งโปร่งใสคู่หนึ่งปรากฏขึ้นบนแผ่นหลังของจั่วม่อ
สังขารปิศาจมหาทิวา การแปลงร่างรูปแบบที่หนึ่ง… ปีกแสงศูนยตา!
ในเวลาเดียวกัน ค่ายเว่ยที่นำโดยซู่หลงกำลังต่อสู้กับผู้อาวุโสหวังอย่างดุเดือด ผู้
อาวุโสหวังได้รับบทเรียนจากผู้อาวุโสเหมย นางใช้วิชาท่าร่างเคลื่อนย้ายตำแหน่ง
อย่างต่อเนื่อง รักษาสภาวะเป็นฝ่ายรุกเอาไว้ตลอดเวลา แต่ซู่หลงก็ไม่ได้โง่งม พวกมัน
ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายรุก เพียงแค่รักษาตำแหน่งที่ปลอดภัย คอยสกัดขัดขวาง ไม่เปิด
โอกาสให้ผู้อาวุโสหวังช่วยเหลือผู้อาวุโสเหมยได้ก็พอแล้ว ค่ายกลปิศาจสังหารภูตอีกา
รุกไล่ไม่หยุดยั้ง หลังจากฝ่าด่านสำเร็จในคราวที่แล้ว พวกมันสามารถใช้งานกระบวน
ท่าปิศาจน้อยสังหารได้อย่างง่ายดาย
เส้นใยพลังงานสีดำเปลี่ยนเป็นสายโซ่หนาหนัก ถักประสานเป็นตาข่ายมหึมา
ปิดสกัดเส้นทางของผู้อาวุโสหวังจนหมดสิ้น
ยามกะทันหัน ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีผู้ใดได้เปรียบเสียเปรียบ
“ร้อยสังหาร!”
ผู้คนหนึ่งร้อยกว่าคนตวาดอย่างพร้อมเพรียง กึกก้องกัมปนาทดุจฟ้าคำรน
ปราณกระบี่มหึมากับลมสลาตันกลีบบุปผาปะทะกันอย่างหนักหน่วง ผู้อาวุโสเหมยก
ระอักเลือดเป็นฟูฝอยอย่างฉับพลัน สองกิ่งก้านสาขาบนกิ่งเหมยของนางหักสะบั้น กิ่ง
เหมยเต็มไปด้วยรอยร้าว หลงเหลือกิ่งก้านสาขาเพียงแค่ห้ากิ่งเท่านั้น
พลังปราณในร่างของผู้อาวุโสเหมยแทบแตกซ่าน พลุ่งพล่านปั่นป่วนเหมือนน้ า
เดือด ฝ่ายตรงข้ามไม่เปิดโอกาสให้นางได้ฟื้นฟูแม้แต่อึดใจเดียว
สุ้มเสียงต่ าลึกดังกังวานขึ้นในโสตประสาทของนางอีกครั้ง ราวกับฝันร้ายซ้ าซาก
อีกหน
ผู้อาวุโสหวังใบหน้าหนักอึ้ง ความอบอุ่นอ่อนโยนตามปกติเลือนหายไปแต่แรก
ถูกแทนที่ด้วยเจตนาสังหารอันแรงกล้า นางทราบดีว่าไม่มีเวลามาพัวพันกับคนกลุ่มนี้
เรี่ยวแรงของผู้อาวุโสเหมยแทบจะมาถึงจุดสิ้นสุดอยู่รอมร่อ ไม่มีพลังพอจะยืนหยัด
แม้แต่ชั่วก้านธูปเดียว
ในใจนางสำนึกเสียใจอยู่บ้าง พลังของเจ้าเมืองอีกาทองคำยังแข็งแกร่งเกรียงไกร
ยิ่งกว่าที่พวกนางคาดคิดเอาไว้มาก!
ก่อนหน้าวันนี้ พวกนางไฉนเลยจะเคยคาดคิด ว่าวันหนึ่งจะถูกชนชั้นหนิงม่าย
กลุ่มหนึ่งไล่ต้อนจนมีสารรูปกระเซอะกระเซิงน่าอเนจอนาถถึงเพียงนี้ ก็เพียงแค่หนิง
ม่ายกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าพวกมันจะมีจำนวนมากเท่าใด พวกนางก็ไม่เคยสนใจว่าหนิงม่าย
จะสามารถเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อพวกนางได้
นับตั้งแต่วินาทีที่พวกนางกลายเป็นจินตัน พวกนางก็มีคุณสมบัติพอจะดูแคลนห
นิงม่ายทั่วหล้า
ความเชื่อมั่นนี้ วันนี้กลับถูกทำลายยับเยินด้วยความจริงอันน่าสะพรึงกลัว
ตรงหน้า
ชั่วพริบตานี้ผู้อาวุโสหวังไม่ได้ปรารถนาในชัยชนะอีกต่อไป นางหวังเพียงแค่ว่า
พวกนางทั้งสามจะสามารถรอดชีวิตไปได้ ตราบเท่าที่พวกนางทั้งสามยังคงอยู่
พันธมิตรร้อยบุปผาก็จะยังคงอยู่เช่นกัน แต่หากพวกนางทั้งสามตกตาย ต่อให้เจ้า
เมืองอีกาทองคำเกิดใจดีมีเมตตาไม่ทำลายล้างจนสิ้นซาก ขุมกำลังอื่นในเมืองหมิงสุ่ยก็
พร้อมจะฮุบกลืนพันธมิตรร้อยบุปผาได้ทุกเมื่อ
ซู่หลงจับจ้องอีกฝ่ายอย่างเย็นชา มันทราบว่าอีกฝ่ายกำลังจะลงมือสุดกำลัง
ชนิดเดิมพันด้วยชีวิต
แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นจินตัน มันก็หาได้หวาดหวั่นแม้แต่น้อยไม่ สงคราม
คราวนี้ต้นเหตุมาจากพวกมัน หากกล่าวถึงเรื่องการนำชีวิตออกมาเดิมพัน พวกมัน
ย่อมมีเหตุผลมากกว่าผู้ใด
การคงอยู่ของทาสฝึกตนมีมานานหลายพันหลายหมื่นปี เป็นเรื่องปกติธรรมดา
ในทุกอาณาจักร ซู่หลงรู้ความจริงข้อนี้ดี มันไม่ได้เพ้อฝันจนถึงขั้นคาดหวังว่าต้าเหริน
จะสามารถช่วยเหลือทาสฝึกตนทั้งหมด หรือเปลี่ยนแปลงขนบประเพณีอันเลวร้าย
เกี่ยวกับทาสฝึกตนทั้งหมดได้ นั่นห่างไกลจากความเป็นจริงมากเกินไป ต้าเหรินไม่ได้
ตำหนิพวกมันแม้แต่ครึ่งคำ มิหนำซ้ ายังเคลื่อนพลเข้าโจมตีพันธมิตรร้อยบุปผาใน
บัดดล ซู่หลงวันนี้ต่อให้ต้องสละชีวิตที่นี่ มันยังจะแหงนหน้าหัวร่ออย่างสาสมใจ
นี่ไม่ใช่เพียงเพื่ออาเหวินผู้เดียว แต่รวมถึงเพื่อตัวมันเอง เพื่อเหล่าสหายค่ายเว่ย
ทั้งหมด และเพื่อทาสฝึกตนทั้งมวล
ฝ่ายตรงข้ามตัดสินใจทุ่มเทสุดกำลัง เดิมพันด้วยความเป็นความตาย ซู่หลงไม่ได้
หวาดหวั่นครั่นคร้าม แต่ถึงกับตื่นเต้นอยู่บ้าง
ผู้อาวุโสหวังเรียกตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังออกมา ภายในตะเกียงเห็นเปลว
เพลิงสีฟ้าขาวสะบัดพลิ้วเบาๆ ทันทีที่ตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังปรากฏขึ้น กระแส
อากาศรอบข้างพลันหยุดนิ่งไปวูบหนึ่ง หลังจากนั้นสักครู่ ฉากอันพิสดารยิ่งกว่าพลัน
อุบัติขึ้น เห็นกระแสอากาศรอบกายผู้อาวุโสหวังเริ่มกระเพื่อมขึ้นลงด้วยจังหวะจะโคน
เดียวกันกับการเต้นของเปลวไฟสีฟ้าขาว
ท่ามกลางอากาศธาตุ ร่างของผู้อาวุโสหวังเริ่มพร่าเลือน
ซู่หลงม่านตาหดแคบลงอย่างฉับพลัน ตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังนี้เป็นยุทธภัณฑ์
เวทอันร้ายกาจชิ้นหนึ่ง!
มันชูมือขวาที่ปกคลุมด้วยชุดเกราะสีดำขึ้นสูง จากนั้นลูกพลังงานสีดำหนักข้น
ห่อหุ้มมือข้างนั้นไว้อย่างแน่นหนา เมื่อลมกระโชกผ่าน พลังงานสีดำสะบัดพลิ้วราวกับ
เปลวเพลิงแลบลั่น ล่องลอยขึ้นไปบนฟ้าเป็นกลุ่มๆ
ไพร่พลของค่ายเว่ยล้วนชูมือขวาขึ้นโดยไร้เสียง ลูกพลังงานหนาแน่นสีดำห่อหุ้ม
มือขวาของทุกผู้คน
งูดำที่ขดตัวอยู่เหนือศีรษะพวกมัน ทันใดนั้นแตกกระจายกลายเป็นเส้นใย
พลังงานสีดำเล็กละเอียด เส้นใยพลังงานสีดำเหล่านี้รวมตัวกันด้วยระดับความเร็วอัน
น่าตระหนก ก่อร่างเป็นอสรพิษดำยาวหนึ่งร้อยจั้ง! ร่างกายหยาบหนาของอสรพิษดำ
ตัวนี้มีตัวตนอย่างสมบูรณ์ เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและเกล็ดดำวาววับราวกับมีชีวิต
ดวงตางูสีแดงสดเย็นเยียบ ไร้อารมณ์ความรู้สึก มันอ้าปากกว้าง เผยคมเขี้ยวขาววับ
น่าสะท้านใจ จู่ๆ ก็สูดลมหายใจอย่างรุนแรง เห็นเปลวเพลิงสีดำล่องลอยบนท้องฟ้า
กับพลังงานสีดำที่ห่อหุ้มรอบมือของซู่หลงกับพวก พลันถูกดูดขึ้นไปในอากาศ เข้าสู่
ปากที่อ้ากว้างของอสรพิษดำ
วู้ม!
เสียงคล้ายครวญครางลึกยาว ราวกับสายลมที่มองไม่เห็น กวาดผ่านทุกทิศทุก
ทาง
หลังจากดูดกลืนเปลวไฟสีดำ อสรพิษดำก็เปลี่ยนร่างอย่างรวดเร็ว บนหน้าผาก
ปรากฏปุ่มปมสองปุ่ม ดวงตาอสรพิษยิ่งมายิ่งแหลมคม เกล็ดสีดำยิ่งมืดดำ ยิ่งสุกใส
แวววาว พลังสภาวะยิ่งน่าอัศจรรย์มากขึ้น!
ผู้อาวุโสหวังแตกตื่นตระหนกกว่าเดิม กองทหารเกราะดำกองนี้มีวิธีการต่อสู้ที่
แปลกประหลาดยิ่ง แตกต่างจากซิวเจ่อทุกประเภทที่นางเคยพบเห็นมาก่อนอย่าง
สิ้นเชิง
แต่นางกลับรู้จักการเปลี่ยนแปลงของอสรพิษดำนี้ …อสรพิษแปลงมังกร!
อสรพิษกับมังกร*แตกต่างกันตามธรรมชาติ ซึ่งนั่นรวมถึงความแข็งแกร่งที่
แท้จริงของพวกมันด้วย อสรพิษดำตัวนี้แม้ยังแปลงร่างเป็นมังกรไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์
แต่ยังคงมีพลังเหนือล้ ากว่าเมื่อครู่ที่ผ่านมามาก ดวงตาของมันคล้ายสามารถสูบกลืน
ความอบอุ่นทั้งมวล ผู้อาวุโสหวังจิตใจเขม็งเกลียวยิ่งกว่าเดิม
(*มังกรในที่นี่ไม่ใช่หลง แต่เป็นเจียว หมายถึงมังกรมีเกล็ดมีเขา สามารถควบคุม
น้ า บงการอุทกภัย เรียกว่าเจียวหลง บางตำราก็ว่าพญางูเมื่ออายุห้าร้อยปีจะ
กลายเป็นเจียว พอพันปีค่อยกลายเป็นหลง)
คลื่นความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านออกมาจากตะเกียงตำหนักดอกไห่ถัง หัวใจ
นางค่อยสงบลงเล็กน้อย ถูกต้อง อสรพิษดำตัวนี้อาจอัศจรรย์พันลึก ทว่าตะเกียง
ตำหนักดอกไห่ถังในมือนางก็หาใช่ธรรมดาสามัญไม่
ผู้อาวุโสหวังมีฝีมือในการหลอมสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝีมือหลอมสร้าง
ตะเกียงบุปผาของนางเลิศล้ าไร้คู่เปรียบ ตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังทรงหกเหลี่ยมใน
มือนางนี้นับเป็นผลงานชิ้นเอก ดอกไห่ถังที่ใช้ในตะเกียงเป็นดอกไห่ถังใจฟ้าระดับหก
หนึ่งในดอกไห่ถังสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก ที่หาได้ยากที่สุดคือเปลวไฟสีฟ้าขาวที่อยู่
ภายในตะเกียงตำหนัก นี่เป็นเปลวไฟที่เกิดขึ้นจากใจกลางกระบอกไม้ไผ่เพลิงคราม
หมื่นปี เรียกว่าเพลิงไม้ไผ่หทัยคราม นับเป็นเปลวไฟที่หาได้ยากชนิดหนึ่งในหมู่เปลว
ไฟระดับสี่ทั้งมวล
โดยไม่เสียเวลาพิรี้พิไร นางชูตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังขึ้นสูง ร่ายถ้อยมนตรา
ด้วยเสียงเบาต่ า
เห็นกลีบดอกไม้ของตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังปลิดปลิวออกมา ล่องลอยขึ้นสู่
ท้องฟ้า ราวกับทะเลกลีบบุปผาไม่มีที่สิ้นสุด แต่ตัวตะเกียงไม่มีที่ใดแปรเปลี่ยนแม้แต่
น้อย กลีบดอกไห่ถังเริงรำอยู่กลางนภา ภายในชั่วกะพริบตา ทั่วแผ่นฟ้าล้วนเต็มไป
ด้วยกลีบบุปผามากมายสุดประมาณ ราวกับห้วงฝันพรรณราย
เทียบกับดอกเหมยของผู้อาวุโสเหมย จำนวนกลีบดอกไห่ถังยังน่าอัศจรรย์ใจยิ่ง
กว่า ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งหุบเขาร้อยบุปผาล้วนถูกปกคลุมอยู่ในพิรุณกลีบบุปผา
อสรพิษดำไม่แยแสสนใจพิรุณกลีบบุปผา ร่างกายสีดำม้วนขด ศีรษะโยกส่ายไป
มาคล้ายรอคอยจังหวะ ดวงตาสีแดงก่ าจับจ้องผู้อาวุโสหวังอย่างเย็นชา
เปลวไฟของตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังพลันลุกวาบ บึม กลีบบุปผาบนฟากฟ้าลุก
ไหม้อย่างพร้อมเพรียง กลายเป็นเปลวไฟสีฟ้าขาวเหลือคณานับเต้นสะบัดอยู่กลาง
นภา
เพลิงไม้ไผ่หทัยคราม!
ฟู่ว!
บุปผาเพลิงไม้ไผ่หทัยครามดอกหนึ่งพุ่งเข้าปะทะร่างกายแวววามของอสรพิษดำ
เด้งขึ้นลงสองครั้ง แล้วดับวูบ พญาอสรพิษดำคล้ายไม่รู้สึกรู้สาอันใด
ผู้อาวุโสหวังสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง!
เพลิงไม้ไผ่หทัยครามถึงกับทำอะไรมันไม่ได้จริงๆ!
เพลิงไม้ไผ่หทัยครามซึ่งสามารถเผาผลาญทุกสรรพสิ่ง กลับไม่สามารถแม้แต่จะ
ก่อให้เกิดริ้วรอยบนร่างของอสรพิษดำ!
ดวงตาอสรพิษเย็นเยียบไร้อารมณ์ มันสร้างขึ้นจากเจตจำนงสังหารบริสุทธิ์อัน
คมกล้า สิ่งของเล็กน้อยด้อยค่าเช่นเพลิงไม้ไผ่หทัยคราม ไฉนเลยจะระคายผิวมันได้?
ซู่หลงดวงตาสาดประกายวาบ ตวาดเสียงเบาต่ า “ฆ่า!”
ดวงตางูดำเบิกกว้างอย่างกะทันหัน ร่างใหญ่โตมโหฬารบิดกายวูบ สะบัดพุ่งเข้า
ใส่ผู้อาวุโสหวังดุจสายฟ้าฟาด
ผู้อาวุโสหวังตื่นตระหนกสุดระงับ รีบปั่นหมุนตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังในมือ
นาง บุปผาเพลิงไม้ไผ่หทัยครามนับไม่ถ้วนสาดพุ่งเข้าหาอสรพิษดำเป็นจุดเดียว
เพียะ เพียะ เพียะ!
เพลิงไม้ไผ่หทัยครามแต่ละดอกมีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ แต่แข็งแกร่งอย่างคาด
ไม่ถึง ร่างอันใหญ่โตของอสรพิษดำถึงกับถูกกดทับจนทรุดงอลง
ผู้อาวุโสหวังระบายลมหายใจอย่างโล่งอก เมื่อมีวิธีการที่สามารถหยุดยั้งอีกฝ่าย
ได้ ก็นับเป็นเรื่องดี นางเร่งเร้าพลังปราณอย่างบ้าระห่ า กลีบบุปผานับไม่ถ้วนล่องลอย
ขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่กลีบบุปผาในคราวนี้ไม่ได้แบบบางอ่อนแอเหมือนกับคราวก่อน พวก
มันคมกล้าดุจใบมีด พกพาเจตจำนงกระบี่แหลมคม เกาะกลุ่มหมุนวนอยู่รอบกาย
อสรพิษดำ
เพียะ เพียะ เพียะ!
บนร่างเงางามแวววาวของอสรพิษดำปรากฏรอยขีดข่วนจำนวนมาก อสรพิษพิษ
ดำคล้ายรู้สึกเจ็บปวด บิดกายสะบัดไปมาอย่างเกรี้ยวกราด
ทว่าเพลิงไม้ไผ่หทัยครามกลับไม่มีที่สิ้นสุด ระดมจู่โจมใส่อสรพิษดำไม่ขาดสาย
ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งลงแม้แต่น้อย
ซู่หลงบนหน้าผากของปรากฏชั้นเหงื่อบางๆ ขึ้นชั้นหนึ่ง สีหน้าสงบเยือกเย็น แต่
ในใจมันเดือดดาลทะยานฟ้า เพียงเผลอประมาทชั่ววูบ อีกฝ่ายก็ช่วงชิงเป็นฝ่ายมี
เปรียบในทันที จะให้มันทานทนรับการถูกสะกดเอาไว้ได้อย่างไร? ยุทธภัณฑ์เวทอัน
ร้ายกาจแล้วจะเป็นไร?
ในดวงตามันสาดประกายเย็นเยียบ
“ปิศาจน้อยสังหาร!”
อสรพิษดำพลันหดตัวลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นลูกพลังงานสีดำขุมหนึ่ง ใจกลาง
พลังงานสีดำหมุนคว้างอย่างเร่งร้อน
เพลิงไม้ไผ่หทัยครามกับเจตจำนงกระบี่ไห่ถังที่มืดฟ้ามัวดิน คล้ายถูกดึงดูดด้วย
พลังล่องหนขุมหนึ่ง สาดพุ่งเข้าหาจุดที่พลังงานสีดำหมุนควงอย่างสุดจะบังคับควบคุม
ผู้อาวุโสหวังสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก
แรงดึงดูดของวังวนพลังงานสีดำช่างน่าตระหนกอย่างเหลือเชื่อ เพลิงไม้ไผ่หทัย
ครามกับเจตจำนงกระบี่ไห่ถังล้วนมุ่งตรงไปยังวังวนพลังงานสีดำอย่างบ้าคลั่ง
สิ่งที่ขู่ขวัญนางจนขวัญหนีดีฝ่อ คือวังวนพลังงานสีดำราวกับสัตว์ประหลาดยักษ์
ที่สามารถกลืนกินทุกสรรพสิ่ง หลังจากดูดกลืนเพลิงไม้ไผ่หทัยครามกับเจตจำนงกระบี่
ไห่ถังเข้าไปมากมายถึงเพียงนั้น กลับไม่มีทีท่าว่าหนักแรงเลยแม้แต่น้อย
สถานการณ์ขับคันอันตรายและเลวร้ายลงทุกขณะ ดวงตานางทอประกายคม
กล้า ผู้อาวุโสหวังแค่นเสียงอย่างเย็นชา เป็นครั้งแรกที่ตะเกียงตำหนักดอกไห่ถังหลุด
ออกจากมือ เหินพุ่งขึ้นสู่ท้องนภา