สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 337 กระถางภูตแดงเพลิง
ใจกลางเรือขนส่งทาสถูกปรับปรุงแก้ไขอย่างสมบูรณ์ ห้องพักหลายห้องใน
หลายๆ ชั้นถูกรื้อออกจนหมด เวลานี้สิ่งที่ตั้งตระหง่านแทนที่คือกระถางหลอมกลั่น
สองหูจับสีแดงเพลิง ส่วนสูงจากปลายขาจรดปากกระถางรวมกว่าห้าจั้ง กระถาง
หลอมกลั่นสีแดงฉานราวกับเพิ่งออกมาจากกองไฟ รูปร่างเรียบง่าย แต่แผ่ซ่านกลิ่น
อายหนักหน่วงทรงพลัง หากเพ่งดูในระยะใกล้ จะเห็นได้ว่าตัวกระถางปกคลุมเต็มไป
ด้วยลวดลายค่ายกลเล็กละเอียดราวกับตัวมด ลำพังความสลับซับซ้อนก็สามารถทำให้
ผู้คนหน้ามืดวิงเวียน
หากซิวเจ่อที่มีฝีมือทางหลอมสร้างพบเห็นกระถางหลอมกลั่นใบนี้ พวกมัน
จะต้องสะอึกอึ้งตะลึงลาน ลวดลายค่ายกลขนาดเล็กและซับซ้อนถึงเพียงนี้ ต่อให้เป็น
ซิวเจ่อนักหลอมสร้างด่านจินตัน แต่หากไม่มีเวลาสามปีห้าปี ไม่มีทางทำให้เสร็จ
สมบูรณ์ได้
กระถางภูตแดงเพลิงขนาดใหญ่โตมโหฬารนี้ เป็นผลจากความพยายามของทุก
คนในค่ายจินวู
ตัวกระถางหลอมสร้างขึ้นจากการผสานรวมวัตถุดิบห้าธาตุนับไม่ถ้วน อย่างเช่น
ศิลาเพลิงแดงเดือด ส่วนใหญ่ล้วนเป็นวัตถุดิบระดับสี่ วิธีหลอมสร้างกระถางเพลิงแดง
ใบนี้แตกต่างจากกรรมวิธีทั่วไปมาก หลังจากพิจารณาแผนทั้งหมดอย่างถี่ถ้วนแล้ว
กระถางขนาดยักษ์ก็ถูกแบ่งออกเป็นสามร้อยยี่สิบหกส่วน แต่ละชิ้นส่วนผ่านการ
ปรึกษาหารืออย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง เกี่ยวกับขนาดและลวดลายอักขระที่ต้องสลักลงใน
แต่ละชิ้น และเนื่องจากแบ่งออกเป็นสามร้อยยี่สิบหกส่วน แต่ละชิ้นส่วนจึงมีขนาด
เล็กลงมาก ความยากลำบากในการหลอมสร้างย่อมน้อยกว่ามากเช่นกัน ชิ้นส่วนแต่
ละชิ้นถูกหลอมสร้างซ้ าแล้วซ้ าเล่าจนได้คุณภาพตามต้องการ แต่ละลายเส้นของ
ลวดลายยันต์ ก็ล้วนแล้วแต่ถูกคิดคำนวณอย่างละเอียดประณีต
กล่าวอีกนัยหนึ่ง กระถางมหึมาใบนี้เกิดจากการนำชิ้นส่วนตัวต่อมากมายมา
ปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน กระบวนการประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดกินเวลากว่าเจ็ดวันเจ็ด
คืน สมาชิกค่ายจินวูทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่หลับไม่นอน จนกระทั่งแล้ว
เสร็จ หลังจากนั้น ทุกคนในค่ายช่วยกันใช้ไฟอีกาทองคำหลอมรวมทุกชิ้นส่วนให้เป็น
หนึ่งเดียว ขั้นตอนนี้ใช้เวลาไปอีกสิบสี่วัน
จนกระทั่งวันนี้ กระถางใบมโหฬารก็แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์!
เมื่อทุกคนในค่ายจินวูมองไปยังกระถางภูตแดงเพลิงที่ใหญ่โตอย่างน่าอัศจรรย์นี้
ดวงตาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและภาคภูมิใจ!
ระดับห้า!
กระถางยักษ์ใบนี้เป็นระดับห้า!
เมื่อสองปรมาจารย์ประกาศผลลัพธ์ข้อนี้ ทั้งค่ายก็โห่ร้องอย่างปลาบปลื้มยินดี
ระดับห้า แค่เรื่องนี้ก็เพียงพอให้ทุกคนในค่ายจินวูรู้สึกภาคภูมิใจอย่างสุดแสน ค่าย
จินวูไม่มีจินตันแม้แต่คนเดียว พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นหนิงม่าย
ควรทราบว่ามีเพียงซิวเจ่อด่านจินตัน ทั้งอย่างน้อยต้องเป็นจินตันขั้นที่สองขึ้น
ไปอีกด้วย จึงจะมีขีดความสามารถหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เวทระดับห้าได้
แต่ค่ายจินวูของพวกมันไม่ต้องพึ่งพาจินตันแม้แต่น้อย!
อย่างไรก็ตาม เสียงไชโยโห่ร้องเพียงดังได้ไม่นานก็ขาดหายไป ทุกผู้คนสีหน้า
เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจัง เนื่องเพราะขั้นตอนที่สำคัญยิ่งกว่ากำลังจะมาถึง
เห็นหมอกภูตสีดำปนแดง ราวกับกระแสน้ าอันแช่มช้า ไหลบ่าเข้ามาในเรือ
ขนส่งทาส
ภายในเรือขนส่งทาส บรรยากาศตึงเครียดเขม็งเกลียว บางครั้งสามารถได้ยิน
เสียงเอ็ดอึงของสองปรมาจารย์ดังเป็นระยะขึ้น
“ใส่ใจควบคุมการไหลของหมอกภูตให้ดี!”
“คงสภาพไฟอีกาทองคำเอาไว้ ติดตามให้ทัน!”
หมอกภูตที่ถูกดูดกลืนเข้ามา เปลี่ยนเป็นกระแสพลังสีดำปนแดงเรียวบาง ไหล
เข้าไปในกระถางขนาดยักษ์ ไฟอีกาทองคำที่อยู่ภายในกระถางคล้ายถูกราดด้วยน้ ามัน
ถังใหญ่ ลุกโหมขึ้นทันที
ทุกผู้คนแทบหยุดหายใจโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น ลวดลายยันต์เล็กละเอียดบนกระถางภูตแดงเพลิงพลันสว่างวาบด้วย
แสงสีทอง บังเกิดคลื่นพลังปราณอันไพศาลอัดแน่นอยู่ในทุกซอกทุกมุมของเรือขนส่ง
ทาส ขบวนค่ายกลบนเรือส่องประกายแทบจะพร้อมเพรียงกัน
ถึงตอนนี้เอง สมาชิกค่ายจินวูค่อยวางใจลงในที่สุด เสียงไชโยโห่ร้องดังกึกก้อง
สนั่นหวั่นไหว
ปรมาจารย์จี๋เหว่ยใบหน้าอาบไปด้วยน้ าตา ปรมาจารย์ซุนเป่าก็เต็มไปด้วย
อารมณ์ความรู้สึก กลั้นสะอื้นอย่างยากเย็น ตื้นตันจนกล่าวไม่ออก มันรู้สึกว่าต่อให้
ตายตอนนี้ก็คุ้มค่าแล้ว!
อันที่จริงก่อนที่ว่านเทียนจะไปเกลี้ยกล่อมเว่ยเฉิงปินให้หาพลังงานภูตทมิฬ
บางส่วนมาทดลองดู ปรมาจารย์จี๋เหว่ยกับซุนเป่าก็เริ่มศึกษาค้นคว้าพลังงานภูตทมิฬ
แต่แรกแล้ว
ม้วนหยกที่ต้าเหรินมอบให้ช่วยแก้ปัญหามากหลายที่พวกมันไม่มีปัญญาข้าม
ผ่าน แม้ว่าพวกมันจะประสบความสำเร็จด้วยการประสานพลังและความพยายามของ
คนทั้งค่าย แต่อาศัยความสำเร็จในการหลอมสร้างกระถางใบนี้ในด่านหนิงม่าย ก็
เพียงพอให้พวกมันมีชื่อเสียงกระเดื่องดังไปทั่วโลก
ไม่ใช่เพียงแค่สองปรมาจารย์เท่านั้น คนในค่ายจินวูหลายคนก็มาจากสำนัก
เล็กๆ พวกมันส่วนใหญ่ไม่มีจิตปณิธานยิ่งใหญ่ เมื่อสามารถสร้างสรรค์ผลงานอัน
มหัศจรรย์เช่นนี้ ล้วนตื่นเต้นยินดีอย่างสุดจะระงับยับยั้ง หลายคนอดร่ าไห้อย่างตื้นตัน
ไม่ได้
เมื่อจั่วม่อแล่นมาถึง นี่คือสภาพที่มันเห็น
จากนั้นสายตาของมัน ถูกดึงดูดอย่างแนบแน่นโดยกระถางภูตแดงเพลิงสูงห้าจั้ง
ยืนตะลึงลานอยู่กับที่
“พวกเจ้าสร้างสิ่งนี้?” จั่วม่อชี้กระถางใบยักษ์ ถามอย่างไม่อยากเชื่อ
ซุนเป่าตอบอย่างนอบน้อมระคนภาคภูมิใจ “ใช่ ต้าเหริน!”
จั่วม่อตกตะลึง!
ถูกต้อง มันตกตะลึงเป็นที่สุด!
มันแม้ไม่อาจเรียกว่ายอดฝีมือในเชิงค่ายกล แต่ความรู้ความเข้าใจในวิชาค่ายกล
ของมันเหนือล้ ากว่าทุกคนที่นี่มาก แต่กระนั้น มันยังต้องอัศจรรย์ใจกับแนวคิดอัน
ชาญฉลาดที่แฝงอยู่เบื้องหลังการหลอมสร้างกระถางภูตแดงเพลิงใบนี้ การหลอมสร้าง
กระถางภูตแดงเพลิงย่อมต้องใช้ไฟอีกาทองคำ และสิ่งที่จั่วม่อคาดไม่ถึง ก็คือพวกมัน
ถึงกับใส่ค่ายกลอีกาทองคำมหภาคลงไปในกระถางใบนี้ด้วย!
ด้วยวิธีนี้ ไฟอีกาทองคำที่อยู่ภายในกระถางจะคงสภาพอยู่เป็นเวลายาวนาน ทั้ง
ยังสามารถรวบรวมไฟอีกาทองคำจากแสงอาทิตย์มาเพิ่มเติม ต่อไปในอนาคต ก็ไม่
จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการจัดหาไฟอีกาทองคำอีก ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากปริมาณ
ไฟอีกาทองคำภายในกระถางเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็มีความเป็นไปได้มาก ที่อาจจะให้
กำเนิดเปลวไฟระดับสูงกว่าไฟอีกาทองคำอีกด้วย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง กระถางภูตแดงเพลิงใบนี้ยังคงมีพื้นที่ในการพัฒนา
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้จั่วม่อตกตะลึงที่สุด สิ่งที่ทำให้มันแตกตื่นตะลึงลาน
อย่างแท้จริง คือกระถางภูตแดงเพลิงสามารถกลั่นเกลาหมอกภูตให้กลายเป็นพลัง
ปราณได้!
นี่มัน… …นี่มันวิธีการของเคล็ดปราณภูตไม่ใช่หรือ?
เคล็ดปราณภูตสามารถเปลี่ยนพลังงานภูตให้เป็นพลังปราณ ค่ายจูเชวี่ยกำลัง
โหมฝึกปรือวิชานี้อย่างบ้าคลั่ง แต่ผู้ใดจะไปคาดคิด ว่าค่ายจินวูจะชิงรุดหน้าไปกว่า
พวกมันก้าวใหญ่
“ยุทธภัณฑ์เวทอันประเสริฐ!” จั่วม่ออดยกย่องชมเชยไม่ได้
พลังปราณอันเปี่ยมล้นสมบูรณ์และมีชีวิตชีวาภายในเรือขนส่งทาสทำให้ผู้คน
รู้สึกสุขสบายอย่างบอกไม่ถูก ในดินแดนรกร้างแห่งนี้ พลังงานภูตทมิฬเป็นทรัพยากร
ที่มากมายไม่มีวันหมด อาศัยกระถางภูตแดงเพลิงใบนี้ พวกมันก็ไม่ต้องกลัดกลุ้มกังวล
กับปัญหาเรื่องพลังปราณอีกต่อไป ทรัพยากรจิงสือของพวกมันแม้สามารถเติมพลัง
ปราณเช่นกัน แต่หากต้องใช้ต่อไปเรื่อยๆ วันหนึ่งย่อมจะหมดสิ้นไป
เหล่าสมาชิกค่ายจินวูรู้สึกตัวเบาจนแทบจะฟูฟ่องล่องลอย สีหน้าตื่นตะลึง
ของต้าเหรินช่างน่าดูชมจริงๆ บันดาลให้พวกมันรู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง
“พวกเจ้าสามารถสร้างเพิ่มอีกสักใบสองใบหรือไม่?” จั่วม่อหันไปถามซุนเป่า
ซุนเป่าตีสีหน้ายุ่งยากใจ “ต้าเหริน การหลอมสร้างไม่ใช่เรื่องยาก แต่เกรงว่าเรา
จะไม่มีวัตุดิบที่เหมาะสมหลงเหลืออยู่อีกแล้ว”
เพื่อที่จะสร้างกระถางภูตแดงเพลิง วัตถุดิบหายากทั้งหมดในคลังสินค้าของเปา
อี้ แทบจะถูกกวาดมาจนเกลี้ยงเกลา หากมิใช่ว่าซุนเป่ากับจี๋เหว่ยจูงมือกันไปขอร้อง
เปาอี้ด้วยตัวเอง เปาอี้แน่นอนว่าจะไม่ปล่อยวัตถุดิบออกมามากมายถึงเพียงนี้
จั่วม่อผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็หาได้ประหลาดใจไม่ วัตถุดิบระดับต่ าไหนเลยจะ
สามารถทานทนต่อพลังปราณอันรุนแรง รวมถึงไฟอีกาทองคำที่ไม่เคยไว้หน้าผู้ใดได้
“เป็นข้าละโมบเกินไปจริงๆ!” จั่วม่อหัวร่อเยาะหยันตัวเอง จากนั้นกล่าวต่อซุน
เป่ากับจี๋เหว่น “พวกเจ้าทำได้ดียิ่ง! ต่อไปหากต้องการวัตถุดิบใด สามารถร้องขอจาก
ปาอี้ได้เต็มที่ หากไม้ไผ่ผอมนั้นไม่ยินยอม พกวเจ้าก็มาหาข้าโดยตรง”
ซุนเป่ากับจี๋เหว่ยลิงโลดยินดีในทันที “ขอบคุณต้าเหริน!”
สำหรับคนที่งมงายในการหลอมสร้างอย่างพวกมัน คำสัญญานี้ทำให้พวกมันมี
ความสุขมากกว่าสิ่งอื่นใด
ค่ายจินวูมอบความแปลกใจครั้งใหญ่ให้แก่จั่วม่อ ด้วยกระถางภูตแดงเพลิง แรง
กดดันที่โถมทับอยู่ในใจมันก็ลดลงมากในทันที พวกมันอาจสามารถสำรวจสถานที่
แปลกๆ นี้ได้อย่างเชื่อมั่นและสบายใจยิ่งขึ้น
ออกมาจากเรือขนส่งทาส จั่วม่ออารมณ์ดียิ่ง มันมองไปรอบๆ ทั้งค่ายยุ่งวุ่นวาย
มาก ทุกคนไม่มีผู้ใดจมอยู่กับความสลดหดหู่ มีแต่จะคร่ าเคร่งฝึกปรือหนักหน่วงขึ้น
เห็นเช่นนี้ จั่วม่อก็เริ่มต้นฝึกปรือตัวเอง ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ก็ยิ่งดีกว่าสิ่งใดทั้งหมด
ผูเยากล่าวว่ามันเคยมีฉายา ‘สารานุกรมศาสตร์อสูรเคลื่อนที่’ จั่วม่อคิดว่าฉายา
นามนี้อวดโอ่เกินจริงไปบ้าง ไม่ใช่แค่หนสองหนที่ตัวประหลาดนี้ชมชอบอวดโอ่ แต่เจ้า
ผู้นี้ก็สำแดงความสามารถออกมาอย่างแท้จริงเมื่อเริ่มบรรยายศาสตร์อสูรทีละวิชาๆ
ศาสตร์อสูรน้อยทั้งห้าร้อยวิชา เมื่อผ่านการตีความจากผูเยาอีกครั้ง จั่วม่อกลับ
บังเกิดมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อสนใจศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยมากกว่า
“ผู สอนศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยให้ข้าอีกสองกระบวนท่าสิ!” จั่วม่อเงย
หน้าขึ้น รบเร้าแกมประจบ
ผูเยาตอบอย่างใจลอย “อ้อ อย่าคิดแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ลงแรงไปหน่อย
เลย อาศัยความสามารถเพียงเท่านี้ของเจ้า คิดผสานศาสตร์อสูรน้อยสองวิชาให้ได้
วิชาที่ร้ายกาจ เป็นเพียงความเพ้อฝัน”
“เช่นนั้นสามารถสอนศาสตร์อสูรที่ร้ายกาจสักวิชาหรือไม่?”
“เจ้ากระจ่างแจ้งในศาสตร์อสูรน้อยทั้งหมดแล้วหรือ?” ผูเยาชายตามอง
“เกือบทั้งหมดแล้ว” จั่วม่อมีความมั่นใจมากในเรื่องนี้
“เช่นนั้นหรือ?” ผูเยาแย้มยิ้มเล็กน้อย “เช่นนั้นมาลองทดสอบกันดู”
“ทดสอบ? ทดสอบอันใด?” จั่วม่อเริ่มระแวง
คำถามยังไม่ทันจะขาดเสียง ทิวทัศน์รอบข้างพลันถดถอยไปเบื้องหลังเหนือนก
ระแสคลื่น แล้วแปรเปลี่ยนช่องว่างมิติดำมืด
นี่มัน… …คุกสิบนิ้ว!
บัดซบ!
จั่วม่อไม่ทันมีเวลาได้ก่นด่า สายตาก็พร่าเลือนวูบ ได้แต่กลืนคำบริภาษที่ขึ้น
มาถึงปากกลับลงไป
“จิตสำนึกของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นมาก ครั้งนี้สมควรอยู่ได้หกชั่วยาม” ผูเยาไม่
เสียเวลา กล่าวอย่างรวบรัดตัดความ “ใช้วิธีการที่ข้าสอนเจ้าคราวนั้นมุ่งตรงไป
ข้างหน้า สำหรับเจ้า ข้าไม่เรียกร้องอะไรมาก ในหกชั่วยามนี้ เจ้าต้องรุดหน้าไปให้ได้
สามสิบลี้ อ้อ ข้าจะบอกให้ ว่าเงื่อนไขนี้เป็นเพียงแค่หนึ่งในสิบของตอนที่ข้ามาที่นี่ครั้ง
แรกเท่านั้น”
กล่าวจบ ผูเยาไม่รอให้จั่วม่อกล่าววาจา พลันหายวับไป
นภาจรัสวารีไพศาล! จั่วม่อเคยมาเยือนคุกนิ้วแรกนี้แล้วครั้งหนึ่ง และยังคงไม่
คุ้นชินกับสถานที่ ตามคำของผูเยา นภาจรัสวารีไพศาลสร้างขึ้นจากศาสตร์อสูรระดับ
ต่ าหนึ่งหมื่นสามพันวิชา
เฮอะ แค่สามสิบลี้ เจ้าคิดว่าแค่นี้ก็ทำให้เกอลำบากได้แล้ว?
ถูกน้ าเสียงดูหมิ่นของผูเยากระตุ้นโทสะ จั่วม่อไม่ได้อืดอาดยืดยาด ก้มหน้าลง
เริ่มต้นย่อยสลายศาสตร์อสูรที่ใต้สองเท้าในทันที
ดินทุกก้อน หินทุกก้อน หญ้าทุกต้น ทุกสรรพสิ่งในที่นี้ล้วนสร้างจากศาสตร์อสูร
จั่วม่อใช้จิตสำนึกตรวจสอบอย่างรอบคอบ ในสายตาของมัน ศาสตร์อสูรเหล่านี้
แตกต่างจากครั้งที่มันมาในคราวก่อนอย่างสิ้นเชิง คราวนั้นหากมิใช่ผูเยาคอยชี้แนะนำ
ทางอยู่ตลอดเวลา มันอาจไม่สามารถรุดหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว แต่ครั้งนี้ แม้ว่าต้อง
เผชิญกับศาสตร์อสูรระดับต่ าที่มันไม่เคยเห็นมาก่อน ยังสามารถคิดหาหนทาง
แก้ปัญหาได้
การที่จิตสำนึกของมันแข็งแกร่งกว่าในกาลก่อน มีส่วนช่วยเหลือมันนับอเนก
อนันต์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลังจิตสำนึกเป็นรากฐานของศาสตร์อสูร เมื่อเปรียบเทียบ
สองครั้งก่อนหลังที่มันมาเยือนที่นี่ ครั้งนี้จั่วม่อบรรลุความเข้าใจอย่างง่ายดายและ
ลึกซึ้งกว่าเดิม ควรทราบว่าศาสตร์อสูรหยิบยืมพลังอำนาจทุกประเภทจากฟ้าดิน ส่วน
พลังจิตสำนึกประดุจคันโยก ใช้ขับเคลื่อนพลังแห่งฟ้าดินที่หยิบยืมมา ยิ่งคันโยกนี้
แข็งแกร่งขึ้นเท่าใด พลังอำนาจแห่งฟ้าดินที่ขับเคลื่อนได้ก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
และยิ่งพลังจิตสำนึกแข็งแกร่งขึ้น จิตใจก็ยิ่งกระจ่างแจ้งมากขึ้น บรรลุความเข้าใจได้
ง่ายดายและลึกล้ ากว่าเดิม การเปลี่ยนแปลงทุกประการกระจ่างชัดอยู่ในใจ ยิ่งมี
ประโยชน์ต่อการใช้ศาสตร์อสูรมากขึ้น
ศาสตร์อสูรวิชาแรกไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อจั่วม่อได้นานนัก ถูกมันย่อยสลายในไม่
ช้า
รุดหน้าไปทีละก้าวๆ ย่อยสลายศาสตร์อสูรไปทีละวิชาๆ
ความรู้สึกนี้ … …คล้ายคุ้นเคยอยู่บ้าง… …
จั่วม่อจดจำได้ในบัดดล ว่ามันไฉนเห็นว่าคุ้นเคยนัก บนภูเขาสุญตา เมื่อครั้งที่
มันศึกษาข้อปัญหาในม้วนหยกวิชาค่ายกลเบื้องต้นของคุนหลุน ความรู้สึกในยามนี้
คล้ายคลึงกันเล็กน้อย
นี่น่าเล่นอยู่บ้าง!
จั่วม่อแทนที่จะพบว่าน่าเบื่อหน่าย กลับเห็นว่าน่าสนใจขึ้นมา
มันค่อยๆ ค้นพบรูปแบบกฏเกณฑ์บางประการ ความเร็วในการรุดหน้ายิ่งเร็วขึ้น
เร็วขึ้นเรื่อยๆ ศาสตร์อสูรระดับต่ าเหล่านี้สารพันเปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่มันไม่รู้จักมา
ก่อน แต่มันพบว่า ขอเพียงใช้วิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม ทั้งหมดสามารถถูกย่อยสลาย
ได้ด้วยการใช้ศาสตร์อสูรน้อย
ลุ่มหลงดื่มด่ าอยู่กับการย่อยสลายบรรดาศาสตร์อสูร จั่วม่อไม่ได้สังเกตเห็น ทาง
เบื้องหลังมันที่เพิ่งย่อยสลายไป ทิวทัศน์กำลังมีการเปลี่ยนแปลง
ที่สำคัญไปกว่านั้น มันไม่ได้สังเกตเห็น ว่าไม่ไกลออกไปนัก มีดวงตาคู่หนึ่งจับ
จ้องเขม็งนิ่ง