สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 619 ‘โลก’
“มันกำลังทำอะไร?” หลันหยงพอเห็นท่าทางของจั่วม่อ อดถาม
ออกมาไม่ได้
หลันเทียนหลงเองก็สับสนงุนงงอยู่บ้าง มันมองดูจั่วม่อที่ยืนเหม่อลอย
อยู่ระหว่างหลักศิลา ต้องหลุดปากถามว่า “วันนี้มันดื่มสุรามาหรือไม่?”
“สมควรไม่กระมัง เรื่องราววันนี้สำคัญยิ่ง… …” หลันหยงสีหน้าน่า
เกลียดเล็กน้อย มันพลันหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากจั่วม่อดื่ม
สุราจนเมามายในตำหนักมหาสันติเมื่อครั้งก่อน คำพูดที่เหลือถึงกับเลือน
หายไปกับสายลม
สองพี่น้องตระกูลหลันสบตากันวูบ สีหน้าแปลกพิกลไม่น้อย
เสียกงจู่ยืนอยู่ด้านหลังพวกมัน พอฟังต้องแย้มยิ้มวูบหนึ่ง จากนั้นหัน
ไปออกคำสั่ง “บอกทุกคนให้เตรียมตัวรับมือหากเกิดเหตุเปลี่ยนแปลง”
บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งรีบจากไปโดยไม่เอ่ยคำ
“เซี่ยวม่อเกอยังอายุเยาว์ แต่สามารถรักษาความเยือกเย็นได้ไม่เลว
นับว่าหาได้ยากนัก” อวี๋ซวงอดทอดถอนชมเชยไม่ได้
เสียกงจู่ยกมือจัดแต่งเรือนผมที่ตกระบนหน้าผาก แย้มยิ้มพลางกล่าว
“หากไม่สงบเยือกเย็น ไหนเลยจะล่อลวงซิวเจ่อเหล่านั้นออกมาได้ พวกมัน
เมื่อกล้าล่วงลึกเข้ามาตามลำพัง ชวนให้คิดตระหนักว่ามีการเตรียมการไว้
เนิ่นนานเท่าใดแล้ว อาจบางทีมีพวกมันแฝงตัวอยู่ในนครมหาสันติมากยิ่ง
Page 1 of 12
กว่าที่เราคาดคิด หากไม่ระมัดระวัง แผนการของเราคงไม่แคล้วพังพินาศ
แล้ว”
อวี๋ซวงยิ้มพลางกล่าว “เสียกงจู่ทรงภูมิปัญญาไร้ผู้ทัดเทียม หาก
เปลี่ยนเป็นข้าเอง ต้องตกหลุมพรางเป็นแน่แท้ ซือเฉิงจู่ยามนี้คงกำลัง
ก่อกวนเรื่องราวให้อึกทึกครึกครื้นอย่างเบิกบานใจ!”
ในแผนการของเสียกงจุ่ ซือเยวี่ยอี้วันนี้จะรวบรวมเหล่าขุมกำลังใหญ่
ในนครมหาสันติ เพื่อหารือวิธีรับมือซิวเจ่ออย่างเป็นการเป็นงาน มันจะ
แสร้งเป็นพิโรธโกรธกริ้วสุดระงับ และจะเรียกร้องให้ขุมกำลังทุกกลุ่มส่ง
กองกำลังเข้าร่วมปราบปรามซิวเจ่อ แต่อันที่จริงบรรดายอดฝีมือซึ่งเป็น
ขุมกำลังที่แท้จริงดังเช่นพวกอวี๋ซวง ล้วนเข้าหลบซ่อนตัวอยู่ในละแวกป่า
ศิลามหาสันติตั้งแต่แรก
นี่เรียกว่าซ่อมทางหน้าผาอย่างเปิดเผย แต่ลอบข้ามเฉินชังอย่างลับ
ๆ
เหยื่อล่อของแผนการทั้งหมดย่อมต้องเป็นจั่วม่อ
บรรดาขุมกำลังที่พอมีความสามารถอยู่บ้าง ล้วนทราบกันดีว่าจั่วม่อ
เป็นชิ้นส่วนสำคัญในการเข้าสู่หอสมบัติมหาสันติ แม้ว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า
เป็นเพราะเหตุใด แต่สายตามากมายล้วนจับจ้องมองดูทุกการกระทำของ
จั่วม่ออยู่ตลอดเวลา เหล่าซิวเจ่อเองแน่นอนว่าไม่ใช่ข้อยกเว้น พวกมันต้อง
คอยจับตามองจั่วม่ออย่างสนอกสนใจเช่นกัน
ส่วนสำคัญของแผนการก็คือ ให้มันปรากฏตัวขึ้นที่ป่าศิลาโดยไม่
กระโตกกระตาก ราวกับว่ากำลังเสาะหาสิ่งใด บรรดายอดฝีมือที่ซุ่มอยู่
Page 2 of 12
รอบข้างหากมิใช่ว่าล่วงรู้แผนการของเสียกงจู่ล่วงหน้า พวกมันจะต้อง
เข้าใจว่าจั่วม่อกำลังเสาะหาทางเข้าหอสมบัติมหาสันติอย่างแน่นอน มันยัง
แสร้งทำเป็นอ้อยอิ่งศึกษาเคล็ดความบนหลักศิลาตลอดทั้งช่วงบ่ายจนมืด
ค่า เรียกได้ว่ารอให้พวกซิวเจ่อมารวมตัวกันได้มากเกินพอ
ลูกกลมสีเงินที่จั่วม่อลอบถือเอาไว้ก็คือลูกกลมปิศาจดาวลวง ของเล่น
ชิ้นนี้เป็นซือเยวี่ยอี้จัดสร้างขึ้นด้วยตัวเอง มีประโยชน์ใช้สอยเพียงหนึ่ง
เดียว นั่นคือสามารถเรียกดาวตกดวงหนึ่งลงมาจากฟากฟ้า ก่อให้เกิดเสียง
ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกันนั้นแผนผังปิศาจภายในป่าศิลามหาสันติก็จะ
เริ่มทำงานอย่างพร้อมเพรียง เพื่อสร้างภาพมายาชุดหนึ่ง…
…เป็นภาพลวงที่ว่าหอสมบัติมหาสันติกำลังจะปรากฏออกมา!
นี่คือเหยื่อที่ใช้ล่อลวงให้พวกซิวเจ่อลงมือ
เสียกงจู่ไล่ต้อนซิวเจ่อจนตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เพราะหากพวกมันลังเลแม้เพียงเล็กน้อย พวกมันอาจสูญเสียโอกาสอันดี
งามไป เหล่าซิวเจ่อแม้รู้แน่แก่ใจว่านี่อาจจะเป็นหลุมพรางกับดัก แต่พวก
มันยังจะไม่เสี่ยงอันตรายกระโจนเข้ามาอีกหรือ?
นี่เป็นการทำสงครามทางจิตวิทยา สิ่งที่เสียกงจู่วางเดิมพันก็คือ แม้ว่า
เหล่าซิวเจ่อจะลอบเตรียมการไว้นานแล้ว แต่สายลับของพวกมันสมควร
ไม่ได้แทรกซึมเข้าไปถึงในหมู่ชนชั้นสูงในขุมกำลังหลัก ๆ ของฝ่ายปิศาจ!
แผนการคราวนี้มีคนล่วงรู้ไม่มากนัก ทุกคนที่ล่วงรู้ล้วนเป็นชนชั้นผู้นำของ
แต่ละตระกูล หากบอกว่าคนเหล่านี้เป็นสายลับของซิวเจ่อ เกรงว่าคง
เป็นไปได้ยากยิ่ง
Page 3 of 12
เหล่าซิวเจ่อล่วงล้าเข้ามาเพียงลำพัง ไม่มีข้อมูลข่าวสารที่แน่ชัด เมื่อ
เผชิญพบหลุมพรางกับดักที่สมจริงถึงเพียงนี้ ย่อมไม่มีหนทางให้พวกมัน
ได้เลือกมากนัก
เสียกงจู่ต้องการใช้แผนการนี้กวาดล้างซิวเจ่อทั้งหมดในคราวเดียว
สถานที่ที่ขุมกำลังฝ่ายนางใช้หลบซ่อนตัวในเวลานี้ลี้ลับยิ่ง ทั้งยังอยู่ใน
บริเวณใกล้เคียงกับป่าศิลา นี่เป็นสถานที่หลักซึ่งตระกูลอานเหวยมักจะใช้
เฝ้าสอดส่องบรรดายอดฝีมือที่โดดเด่นในป่าศิลา เพื่อภารกิจครั้งนี้ เสียกงจู่
ไม่เสียดายกับการจ่ายค่าตอบแทนอย่างหนักหน่วง นำเอาสถานที่ลับของ
ตระกูลนางออกมาใช้เป็นที่กบดานของฝ่ายตน
แผนการนี้ไม่มีที่ใดซับซ้อน แต่แยบคายยิ่ง บรรดาผู้อาวุโสล้วน
ชมเชยไม่ขาดปาก หากเปลี่ยนเป็นพวกมัน เกรงว่าคงไม่แคล้วต้องถูก
หลอกเช่นกัน
“นี่เป็นเพราะผู้อาวุโสทุกท่านให้การช่วยเหลือ” เสียกงจู่กล่าวด้วย
รอยยิ้มน้อย ๆ
ทันใดนั้นเอง ชางเยวียนฮ่าวเผลอตัวก้าวออกมาสองสามก้าว ในเวลา
เดียวกัน อวี๋ซวงในดวงตาทอประกายประหลาดวูบ หลุดเสียงอุทานเบา ๆ
“ฮะ”
สายตาทุกคู่มองไปยังจั่วม่อที่อยู่ท่ามกลางป่าศิลาเป็นตาเดียว
ชีเตียวอวี่หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า จ้องมอง
จั่วม่อตาไม่กะพริบ
Page 4 of 12
เห็นเงาร่างพร่ามัวในระยะไกลนั้น จู่ ๆ แผ่ซ่านความรู้สึกอันตรายที่
ยากจะบ่งบอกบรรยายประการหนึ่ง
เจ้าผู้นี้… …เกิดอะไรขึ้น?
“เมื่อพลังจิตสำนึกและพลังปราณ แทรกซึมและผสานรวมกับสังขาร
ร่างกายอย่างลึกล้าที่สุด ‘โลก’ จะปรากฏขึ้นอีกครั้ง”
ประโยคสั้น ๆ นี้สลักไว้ในมุมหนึ่งของหลักศิลา ไม่มีใดโดดเด่นสะดุด
ตาแม้แต่น้อย หลักศิลาต้นนี้บรรยายถึงพลังทั้งสาม ประโยคนี้ในบรรดา
เคล็ดความมากมาย หาได้ดึงดูดความสนใจไม่ แต่ทว่าสิ่งที่สะกดตรึงจั่วม่อ
ให้ตะลึงลาน กลับเป็นคำว่า ‘โลก’ ในประโยคนี้ คำว่าโลกที่ปรากฏนั้นมี
แบบฉบับการเขียนที่แตกต่างจากตัวอักษรอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าถูก
คนใช้ปลายนิ้วอันแกร่งกร้าวขีดลากเป็นคำว่าโลกเอาไว้ก็มิปาน
จั่วม่อรีบกวาดตามองดูทั่วหลักศิลาทักษะปิศาจทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
เคล็ดความที่จารึกบนหลักศิลาล้วนใช้แบบฉบับการเขียนแบบเดียวกัน
ทั้งหมด เป็นการแกะสลักอย่างประณีตบรรจง หากผู้ใดไม่ทันสังเกตคำว่า
‘โลก’ ให้ดี อาจมองข้ามได้โดยง่าย แต่ต่อให้มีคนสังเกตเห็น พวกมัน
อาจจะเข้าใจว่าเป็นข้อผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจในตอนที่แกะสลัก และได้
ทำการแก้ไขในภายหลัง
แต่สำหรับจั่วม่อ เมื่อบังเอิญสังเกตพบความแปลกประหลาดในส่วน
นี้ มันถึงกับยืนนิ่งขึงตะลึงลานไป
เนื่องเพราะมันอ่านประโยคนี้เข้าใจ
Page 5 of 12
“เมื่อพลังจิตสำนึกและพลังปราณ แทรกซึมและผสานรวมกับสังขาร
ร่างกายอย่างลึกล้าที่สุด … …”
มันย่อมรู้จักสภาวะนี้ เพราะนี่คือสภาวะที่มันบรรลุถึงในยามที่
ปรับปรุงแก้ไขแผนผังปิศาจให้แก่กองพันบาปเคราะห์ของเปี๋ยหานเมื่อ
ไม่กี่วันก่อน เมื่อพลังจิตสำนึกและพลังปราณแทรกซึมผสานรวมกับสังขาร
ร่างกายอย่างลึกล้าที่สุด โลกในสายตาของมันจะกลายเป็นผิดแผก
แตกต่างจากเดิมอย่างแท้จริง นั่นเป็นสภาวะที่อัศจรรย์พันลึก ซึ่งมันอยู่ใน
สภาพเยือกเย็นและไร้อารมณ์ความรู้สึก เต็มไปด้วยประสิทธิภาพมากกว่า
ยามปกติหลายเท่า
กล่าวตามความสัตย์ จั่วม่อไม่ชมชอบสภาวะนี้นัก เนื่องเพราะสภาวะ
เช่นนี้ทำให้มันบังเกิดความรู้สึกคล้ายไม่ใช่มนุษย์ แต่เหมือนหุ่นเชิดที่ไม่มี
ชีวิต ปราศจากอารมณ์ความรู้สึก แม้เที่ยงตรงแม่นยำ แต่ก็ไม่มีจิต
วิญญาณ
ดังนั้นเมื่อเพิ่มคำว่า ‘โลก’ เข้าไปในประโยคนี้ ย่อมเป็นเหตุให้มันต้อง
สะท้านใจวูบ
โลก… …โลกคำนี้ หรือว่ายังมีความหมายอื่นอีก?
จั่วม่อขบคิดวูบหนึ่ง จากนั้นตกลงใจทดลองดู มันโคจรพลัง ดวง
อาทิตย์ของอุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาพลันทอแสงเจิดจรัส พลังจิตสำนึกและ
พลังปราณโคจรลึกเข้าไปในเลือดเนื้อร่างกายอย่างไม่หยุดยั้ง
จิตใจมันกลายเป็นเย็นชา อารมณ์ความรู้สึกคล้ายถูกครอบคลุมด้วย
บรรยากาศเย็นยะเยือกสุดเปรียบปาน ไม่มีร่องรอยของความอบอุ่นใด
Page 6 of 12
ดวงตาของมันทั้งเย็นเยือกและเฉยเมย อารมณ์อันตรธานหายไปจาก
ดวงตา ปรากฏชั้นแสงสีทองบาง ๆ ทอประกายอยู่ในดวงตา ทั้งยังแฝงเร้น
ด้วยประกายสีขาวเลือนราง
นี่ก็คือสภาพของจั่วม่อที่พวกชีเตียวอวี่มองเห็นแต่ไกล
โลกใบใหม่ที่แตกต่างจากเดิม พลันปรากฏขึ้นตรงหน้ามัน
เห็นเส้นแสงกึ่งโปร่งใสนับไม่ถ้วน ตัดไขว้ไปมาระหว่างหลักศิลาแต่ละ
ต้น ทั่วทั้งป่าศิลาประดุจกรงขัง หรือไม่ก็ร่างแหตาข่ายที่สร้างขึ้นจากเส้น
ลำแสงมากมายสุดคนานับ
ภาพอันน่าตระหนกที่บังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาจั่วม่อ ไม่ได้ทำให้
อารมณ์ความรู้สึกของมันแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย มันเหลียวซ้ายแลขวา
ดวงตาไร้อารมณ์กวาดมองรอบด้านอย่างเฉยเมย
เห็นบนหลักศิลาบางต้น มีรอยประทับฝ่ามืออันเลือนรางปรากฏขึ้น
บรรดาหลักศิลาที่มีรอยประทับฝ่ามือ ล้วนเป็นหลักศิลาที่มีเส้นสำ
แสงตัดไขว้กันมากที่สุด
มันไม่ชะงักรั้งรอ มุ่งตรงไปถึงตรงหน้าหลักศิลาต้นหนึ่ง แล้วกด
ประทับฝ่ามือลงบนรอยประทับฝ่ามืออันเลือนรางบนหลักศิลานั้น
ทันใดนั้นมันรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนที่แผ่วเบายิ่ง ราวกับว่า
สั่นสะเทือนมาจากส่วนลึกใต้พื้นพิภพ เป็นแรงสั่นสะเทือนที่แผ่วเบาผิด
ธรรมดา หากมิใช่ว่าจั่วม่อทาบฝ่ามืออยู่บนหลักศิลาต้นนี้ จะต้องไม่รู้สึกถึง
แรงสั่นสะเทือนนี้เป็นแน่
Page 7 of 12
จั่วม่อสามารถตรวจจับระลอกการสั่นทั้งหมดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
คลื่นแรงสั่นสะเทือนเหล่านี้มีจังหวะจะโคนที่พิเศษเฉพาะชนิดหนึ่ง
ในสภาวะเช่นนี้ ฝีมือทักษะปิศาจของจั่วม่อไต่ขึ้นไปถึงขอบเขตสูงสุด
แทบไม่ต้องขบคิดอันใด เลือดเนื้อภายในฝ่ามือของมันพลันสั่นสะเทือน
ตาม สนองตอบต่อหลักศิลาด้วยจังหวะจะโคนแบบเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน
ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนจากหลักศิลาพลันหยุดลง ในสายตาของ
จั่วม่อ เห็นหลักศิลาต้นนั้นเปล่งประกายเรืองรอง
ริ้วลำแสงนับไม่ถ้วนประหนึ่งสายน้าหลั่งริน ไหลผ่านไปยังหลักศิลา
ต้นอื่น ๆ ผ่านทางเส้นลำแสงกึ่งโปร่งใสเหล่านั้น
สีหน้าของจั่วม่อยังคงเฉยเมย ในขณะที่ร่างมันหายวับ ไปปรากฏตัว
อยู่เบื้องหน้าหลักศิลาต้นอื่น ๆ ที่มีรอยประทับรูปฝ่ามือ
“ผู้ที่อยู่ภายในไม่อาจส่งข่าวออกมาได้” ศิษย์น้องที่ยืนอยู่ข้างกาย
หลินเชียนกล่าวพลางสั่นศีรษะ มันพยายามติดต่อกับ ‘ดวงตา’ อย่างสุด
ความสามารถ แต่ไม่มีผลลัพธ์ใด
‘ดวงตา’ ของพวกมันเองก็ถูกเชื้อเชิญไปยังตำหนักมหาสันติ เพื่อ
หารือวิธีรับมือกับซิวเจ่อเช่นกัน แต่ภายในตำหนักมหาสันติปิดกั้นการ
ติดต่อสื่อสารกับภายนอกอย่างแน่นหนา พวกมันไม่สามารถส่งข่าวออกมา
ตามกำหนด
“ปิศาจเหล่านี้ดูเหมือนว่าไม่ได้โง่งม” ศิษย์น้องอีกผู้หนึ่งกล่าวอย่าง
ยิ้มแย้ม จากนั้นแค่นหัวร่ออย่างเย็นชา กล่าวต่อไปว่า “ใช้วิธีอันหยาบ
Page 8 of 12
กระด้างเช่นนี้พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเรา พวกมันดูแคลน
เราไม่น้อยจริง ๆ”
หลินเชียนดวงตาทอแววกังขา มันสงสัยว่านี่อาจจะเป็นหลุมพรางกับ
ดักประการหนึ่ง การมาถึงของพวกมันสมควรเป็นเซี่ยวม่อเกอที่โพนทะนา
ออกไป พวกมันค่อยมาสืบทราบในภายหลังว่าสตรีลึกล้าที่ประมือกับพวก
มันเมื่อครั้งที่พวกมันเข้าเมือง ที่แท้เป็นแม่บ้านส่วนตัวของเซี่ยวม่อเกอ
เฟ่ยเฟยเมื่อติดตามนางเข้าไปในที่พำนักของอีกฝ่าย สมควรพลาดท่าเสีย
ทีอยู่ภายในนั้นเอง
ไม่ว่ามองจากมุมใด เซี่ยวม่อเกอก็มีเหตุผลมากพอที่จะจัดการกับ
พวกมัน การที่อีกฝ่ายคิดเชื้อเชิญพวกมันไปติดกับ ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาส
เป็นไปได้
แต่สิ่งที่ทำให้หลินเชียนประหลาดใจมากที่สุด กลับเป็นความรู้สึกที่บัง
เกิดขึ้นในยามที่มันพบเห็นเซี่ยวม่อเกอครั้งแรก
แม้ว่าจะเคยได้ยินนามเซี่ยวม่อเกอมาก่อนนับครั้งไม่ถ้วน แต่นี่เป็น
ครั้งแรกที่มันพบเห็นเซี่ยวม่อเกอด้วยสายตาของตนเอง ในรายงาน
ข่าวสารที่ส่งมาจาก ‘ดวงตา’ เซี่ยวม่อเกอผู้นี้เป็นกุญแจสำคัญในการเปิด
หอสมบัติมหาสันติ คนผู้นี้เริ่มจากก่อให้เกิดหมู่ดาวประทานพร เข่นฆ่า
เสิ่นอวี้ผู้สำเร็จวิชาขนราชานกยูงกลางลานประลอง พร้อมกับบรรลุวิชากง
ล้อดาราจักร ก้าวเข้าถึงชายขอบของพลังเขตแดนอันดับหนึ่งแห่งด่าน
เจียง นับเป็นอัจฉริยบุรุษที่ดึงดูดความสนใจของนครมหาสันติทั้งหมดใน
ระยะนี้
Page 9 of 12
หลินเชียนเองก็จัดอยู่ลำดับที่หนึ่งในบรรดาศิษย์รุ่นที่สามแห่งคุนหลุน
ย่อมล่วงรู้มากกว่าคนส่วนใหญ่ มันสังเกตเห็นว่านามของเซี่ยวม่อเกอนี้ ก็
เคยปรากฏขึ้นในรายงานข่าวสารทางฟากเผ่าอสูรด้วย ยังคงเป็นบุรุษหนุ่ม
ที่ใช้ชื่อว่าเซี่ยวม่อเกอเช่นกัน เป็นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองที่ปราบ
พิชิตแม่ทัพใหญ่อวี้เหิงโดยราบคาบ ทั้งยังประสบความสำเร็จในศึกทลาย
คุก จัดงานประลองเข่นฆ่าคู่ต่อสู้นับไม่ถ้วน แต่ละวีรกรรมล้วนสะท้านทั่ว
แดนอสูร
มันกังวลสงสัยว่าสองคนนี้สมควรเป็นบุคคลคนเดียวกัน
และหากพวกมันเป็นบุคคลคนเดียวกันจริง เช่นนั้นก็เป็นเรื่องน่า
แตกตื่นสะท้านโลกแล้ว!
สุดยอดสัตว์ประหลาดเช่นนี้ แม้กระทั่งในคุนหลุนที่เต็มไปด้วย
อัจฉริยะ ยังหาได้ยากยิ่ง
ดังนั้นชั่วพริบตาที่มันพบเห็นนามของเซี่ยวม่อเกอในรายงานจาก
‘ดวงตา’ หลินเชียนก็ตัดสินใจเด็ดขาด ไม่ว่าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนอันใด
มันจะต้องสังหารคนผู้นี้ให้จงได้ เมื่อครุ่นคิดว่าปรากฏยอดอัจฉริยะที่มี
ฝีมือรอบด้านเช่นนี้อยู่ฝ่ายอสูรปิศาจ มันไม่อาจสะกดกลั้นเจตนาฆ่าฟัน
เอาไว้ได้อีก
หากไม่รีบฆ่าทิ้งเสียแต่เนิ่น ๆ อสูรปิศาจอาจจะกล้าแข็งขึ้นในระดับที่
เกินจะควบคุม
แต่รอจนมันพบเห็นเซี่ยวม่อเกอด้วยสายตาตัวเอง กลับต้องตื่นตะลึง
สุดระงับ
Page 10 of 12
เนื่องเพราะมันบังเกิดความรู้สึกคุ้นเคยกับเซี่ยวม่อเกอผู้นี้อย่างน่า
ประหลาด
มันแน่ใจว่าไม่เคยพบเห็นใบหน้านี้มาก่อน แต่ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ก็
กระจ่างชัดเจนยิ่ง
มันจะต้องเคยพบปะสนทนากับเซี่ยวม่อเกอผู้นี้มาก่อนไม่ผิดแน่!
คนเมื่อพลังบำเพ็ญเพียรบรลุถึงระดับชั้นเช่นมัน ความรู้สึกที่แทบจะ
กลายเป็นลางสังหรณ์นี้มักจะไม่เคยผิดพลาด เจตจำนงกระบี่ของมัน
ฝึกปรือถึงขั้นลึกล้าสุดหยั่งถึง มันทราบว่าใจกระบี่ของมันไม่เคยหลอกลวง
มัน
ทว่าเมื่อคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน มันก็ไม่เข้าใจว่าเคยพบเห็นเซี่ยวม่อ
เกอมาจากที่ใด
น่าเสียดายที่ไม่มีเวลามากพอ หลินเชียนลอบทอดถอนใจ หากมัน
สามารถเข้าฌานสมาธิ ใจกระบี่เข้าสู่สภาพจดจ่อและกระจ่างแจ้งถึงที่สุด
มันจะต้องระบุตัวตนที่แท้จริงของคนผู้นี้ได้อย่างแน่นอน
มันรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านวุ่นวายออกไปจากใจ เพ่งมองดูจั่วม่อด้วย
สายตาคมกล้าดุจกระบี่ ทันใดนั้นเอง มันพลันสีหน้าแปรเปลี่ยน ต่อหน้า
ต่อตามัน กลิ่นอายสภาวะของเซี่ยวม่อเกอจู่ ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ในสายตาของหลินเชียน เซี่ยวม่อเกอกลับกลายเป็นคลับคล้ายกับหุ่น
ปิศาจตัวหนึ่ง เย็นยะเยือกและปราศจากจิตใจ
นี่มัน… …
หลินเชียนทั้งตื่นตะลึงทั้งสงสัยใจ
Page 11 of 12
ยังไม่ทันจะได้ขบคิดไตร่ตรอง มันเห็นเซี่ยวม่อเกอพุ่งเข้าหาหลักศิลา
ต้นหนึ่ง แล้วทาบฝ่ามือลงไป
ชั่วอึดใจให้หลัง หลินเชียนต้องสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก!
เกิดการเคลื่อนไหวบางอย่างอยู่ลึกลงไปใต้พื้นพิภพ!
Page 12 of 12