สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 651 เมื่อมันอ่อนแอ ก็ฉวยโอกาสฆ่ามันซะ!
ทันใดนั้น สายใยสามพันอาวรณ์จำนวนมากจู่โจมเข้าหากรงเล็บ พิฆาต
มังกรโดยไม่บอกกล่าว
กรงเล็บพิฆาตมังกรสะท้านวูบ แต่กลับไม่ต่อสู้ขัดขึ้นอย่างบ้าคลั่งดังที่
จั่วม่อคาด นี่มันเป็นอะไรไปแล้ว? แต่แล้วจั่วม่อพลันตระหนักในบัดดล
กรงเล็บพิฆาตมังกรที่แท้หลังจากปะทะหักหาญกับเมล็ดผนึกสุริยันเมื่อครู่
ยามนี้อ่อนล้าสิ้นเรี่ยวแรง ตกอยู่ในสภาพอ่อนแอที่สุด!
ฉากที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคล้ายจะช่วยยืนยันข้อสันนิษฐานของจิ๋วม่อ
เช้ง เช้ง เช้ง สายใยสามพันอาวรณ์อันเรียวบางที่มแทงเข้าไปในกรงเล็บ
พิฆาตมังกรราวกับเข็มแหลม กรงเล็บพิฆาตมังกรสั่นกระตุกไม่หยุดยั้ง แต่
ไม่มีทีท่าว่าจะต่อต้านแข็งขึ้น
โอกาสอันดีงาม!
สำหรับนักฉวยโอกาสโดยกำเนิดเช่นเสี่ยวม่อเกอ โอกาสอันดีงาม เช่นนี้
หากมันปล่อยให้หลุดลอย สวรรค์คงพิฆาตลงทัณฑ์เสี่ยวม่อเกอแล้ว
หากอาศัยเพียงกำลังของมัน ไม่ทราบอีกนานเท่าใดจึงสามารถปราบพยศ
กรงเล็บพิฆาตมังกรได้ ก่อนหน้านี้มันที่สามารถสยบกรงเล็บพิฆาต มังกร
ล้วนเพียงเพราะพึ่งพาสายใยสามพันอาวรณ์ แต่การสะพายไว้บน หลัง
เฉย ๆ กับการปราบพิชิตโดยราบคาบนั้นไม่เหมือนกัน หากยังเป็นอยู่
ในสภาพนี้ต่อไป กรงเล็บพิฆาตมังกรแม้ไม่อาจหลบหนีไปจากมือของมัน
ได้ แต่มันก็ไม่สามารถใช้พลังของกรงเล็บพิฆาตมังกรเช่นกัน
ยามนี้เมื่อกรงเล็บพิฆาตมังกรอ่อนแอที่สุด ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุดใน การ
ปราบพิชิตมัน
เมื่อมันอ่อนแอก็ฉวยโอกาสฆ่ามันเสีย หลักการนี้ยังสามารถนำมาใช้ ได้
กับศาสตรามารชั้นนภาเช่นกัน ในชั่วพริบตาเดียว จั่วม่อสลัดความครั่น
คร้ามยำเกรงที่มีต่อกรงเล็บพิฆาตมังกรออกจากใจเริ่มวางแผนจัดการกับ
ของวิเศษนี้ถึงยามนี้มันค่อยตระหนักว่าสายใยสามพันอาวรณ์จึงเป็นจอม
เจ้าเล่ห์ที่สุดและชั่วร้ายที่สุดในบรรดาของวิเศษทั้งสาม เจ้าผู้นี้ตั้งแต่
เริ่มแรกก็แสร้งวางตัวเป็นกลาง แต่รอจนกรงเล็บพิฆาตมังกรเผยท่าที
อ่อนแอออกมา มันก็ฉวยโอกาสลงมือทันที!
ชั่วร้ายยิ่ง! แต่ข้าชอบมัน!
จั่วม่อพอคิดได้ไหนเลยจะเพียงเฝ้าดูอยู่ด้านข้างเฉย ๆ มันรีบยื่นมือ
ออกไปเช่นกัน! ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าสายใยสามพันอาวรณ์ปราบปรามกรงเล็บ
พิฆาตมังกรอย่างไร ในกรณีเช่นนี้ของวิเศษนี้ย่อมไม่อาจช่วยเหลือมัน
ปราบพิชิตยอดศาสตรามารไร้ผู้ต้าน มันจะต้องกระทำด้วยตัวเอง
จั่วม่อพยายามเข้าไปให้ถึงกรงเล็บพิฆาตมังกร
ชั่วพริบตาที่มือของมันแตกถูกกรงเล็บพิฆาตมังกร พลังอันเกรี้ยว กราดสุด
เปรียบปานสายหนึ่งพลันทะลวงเข้ามาในร่างกายของมัน
เกรี้ยวกราดยิ่ง!
มันรู้สึกได้ถึงโทสะของกรงเล็บพิฆาตมังกร ในจิตใจของมันเต็มไป ด้วย
เสียงแผดคำรามสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้อง!
จั่วม่อตกตะลึง แต่ชั่วอึดใจเดียวก็สงบใจลงเมื่อเทียบกับพลังหฤโหด อัน
ยิ่งใหญ่ไพศาลก่อนหน้านี้ พลังในยามนี้แม้แหลมคมกว่า แต่ก็อ่อนแอ กว่า
มาก ช่วยให้จั่วม่อเชื่อมั่นมากขึ้นว่ากรงเล็บพิฆาตมังกรตกอยู่ในสภาพ
อ่อนแอมันค้นพบด้วยความปิติยินดีว่าเมื่อเผชิญกับพลังอำมหิตนี้ สังขาร
ร่างกายที่ผ่านการกลั่นเกลาใหม่ของมันไม่บังเกิดความรู้สึกอึดอัดขัดข้อง
ยากจะทานทนอีก
นี่ทำให้จั่วม่อยิ่งลิงโลดยินดี
กรงเล็บพิฆาตมังกรเองก็สังเกตเห็นเรื่องนี้ในทันทีเช่นกัน กระแสพลัง
หฤโหดอีกระลอกหนึ่งระเบิดวาบเข้าสู่ร่างกายของจิ๋วม่ออย่างดุดัน จั่วม่อ
ตัวแข็งที่อในบัดดล พลังเหล่านี้ดูผิวเผินไม่มีใดผิดแผกไปจากพลังก่อน
หน้า แต่ทันทีที่ผ่านเข้ามาในร่างของมัน มันก็ค้นพบความแตกต่างใน
บัดดล
ลี้ลับชั่วร้ายและเย็นยะเยียบ!
ลี้ลับชั่วร้ายและเย็นยะเยียบจนแทบจะแช่แข็งจั่วม่อในทันที ชั่วเสี้ยว
พริบตาอันคับขันอันตรายนี้ จั่วม่อรีบเคลื่อนแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่น
ออกมารับหน้า!
แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นยังคงมหัศจรรย์เช่นเคย พลังสุดยะเยียบ สายนี้
ชะงักค้างในบัดดล
จั่วม่อในที่สุดค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
แต่พลังเย็นสายนี้เย็นยะเยียบสุดขั้ว แผนผังปิศาจของจั่วม่อไม่อาจ
ดูดกลืนเข้าไปเหมือนเช่นพลังหฤโหดก่อนหน้านี้ พลังเย็นสายนี้บริสุทธิ์ยิ่ง
จั่วม่อทราบว่าด้วยขีดความสามารถของมัน คิดอาศัยพลังของตัวเองแปร
สภาพพลังเย็นนี้เป็นของตนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมันไม่จัดการกับพลัง
เย็น สายนี้ อาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ในภายหลัง
ทันใดนั้นความคิดหนึ่งวาบขึ้นดุจสายฟ้า มันนึกถึงแผนผังปิศาจรูป ดวง
อาทิตย์ที่เหลือ
ยังคงมีกระแสความร้อนจากเมล็ดผลึกสุริยันปริมาณมากอยู่ใน แผนผัง
ปิศาจรูปดวงอาทิตย์เหล่านี้ ร้อนเย็นมิใช่จับคู่กันพอดีหรอกหรือ? มันเห่ง
จิตวูบ โยนพลังเย็นสุดขั้วเข้าไปในแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ใน บัดดล
รอจนพลังเย็นถูกโยนเข้าไปในแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ นี่ไม่ต่าง จาก
เทราดนํ้าแข็งเย็นเฉียบลงในนํ้ามันเดือด ก่อเกิดความพลุ่งพล่าน ปั่นป่วน
อย่างรุนแรง
เพียงชั่วอึดใจเดียว พลังเย็นสุดขั้วหายสาบสูญไป กระแสความร้อน
ภายในแผนผังปิศาจดวงอาทิตย์เองก็หายไปกว่าครึ่ง เศษเสี้ยวพลังงาน
ใหม่ปรากฏขึ้นมากกว่าเดิม
จั่วม่อลิงโลดยินดียิ่ง เศษเสี้ยวพลังงานแปลกใหม่เหล่านี้เป็น ประโยชน์ต่อ
มันอย่างมหาศาล
หลังจากย่อยสลายเศษเสี้ยวพลังใหม่เหล่านี้จนหมดสิ้น จั่วม่อมุ่ง ความ
สนใจกลับไปยังกรงเล็บพิฆาตมังกรอีกครั้ง
ในเวลานี้มือของมันจับกุมกรงเล็บพิฆาตมังกรเอาไว้มั่น นี่เป็นครั้ง แรกที่
มันแตะต้องกรงเล็บพิฆาตมังกรโดยตรง กรงเล็บมังกรชิ้นนี้ปกคลุม ไป
ด้วยเกล็ดมังกรอันแข็งกระด้างและเย็นเฉียบ แต่เกล็ดมังกรในบริเวณที่
มันใช้ถือศาสตรามารเล็กละเอียดกว่าเกล็ดมังกรในส่วนอื่นมาก
สายใยสามพันอาวรณ์อีกหลายเส้นเจาะเข้าไปในในกรงเล็บพิฆาต มังกร
มากกว่าเดิม กรงเล็บพิฆาตมังกรสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
ในเวลานี้ กรงเล็บพิฆาตมังกรยิ่งหม่นประกายกว่าเดิม ประหนึ่งว่า
สูญเสียแสงประกายทั้งหมดไป
จั่วม่อขบกรามแน่นกระทำตามสายใยสามพันอาวรณ์ บุกเข้าหากรง เล็บ
พิฆาตมังกรในทันที
ตูม!
ประหนึ่งว่าดรรชนีของจั่วม่อแตะลงบนธารนํ้าแข็งเย็นยะเยียบ พลัง เย็น
อันยิ่งใหญ่ไพศาลระเบิดวาบอย่างฉับพลัน แล่นผ่านปลายนิ้วของมัน เข้า
สู่ร่าง แผ่กระจายไปทั่วร่างในชั่วพริบตาเดียว ชั้นนํ้าแข็งสีเทาลุกลาม ไป
ยังจั่วม่อด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด
ผิดท่าแล้ว! จั่วต่อหน้าเผือดสี พลันเข้าใจในบัดดล มันถูกหลอก!
กรงเล็บพิฆาตมังกรที่แท้จงใจแสร้งทำเป็นอ่อนแอเพื่อล่อลวงมัน ศาสตรา
มารอันกลอกกลิ้งนัก!
ชั่วพริบตาที่ชั้นนํ้าแข็งกำลังจะห่อหุ้มร่างกายมัน จั่วม่อโยนไพ่ตายใบ
สุดท้ายของมันออกมาอย่างไม่รีรอลังเล แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่น!
อย่าได้เห็นว่าแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นดูผิวเผินมีขนาดเล็กจ้อย แต่ อันที่
จริงทรงอานุภาพยิ่งใหญ่ไพศาลสุดประมาณ
จั่วม่อกัดฟันแน่น ปลดปล่อยพลังเย็นไปยังแผนผังปิศาจดวงอาทิตย์ ที่ยัง
หลงเหลือเพียงสามดวงในชั่วไม่กี่อึดใจ พลังเย็นที่บุกรุกเข้ามาในร่าง มันก็
หายสาบสูญไป แต่ยังคงมีกระแสความร้อนหลงเหลืออยู่
จั่วม่อรู้สึกเสร้าเสียดายอยู่บ้าง มันในที่สุดก็ล่วงรู้ว่ากระแสความร้อน
เหล่านี้คือสิ่งใด พวกมันคือแหล่งกำเนิดพลังพื้นฐานของเมล็ดผลึกสุริยัน
หากมันสามารถแปรสภาพพลังเหล่านี้เป็นของตน จะเป็นประโยชน์นับ
อเนกอนันต์ต่อพลังเทพของมันกับเขตแดนสวรร์สิบอีกา ที่น่าเสียดายก็คือ
พลังเย็นของกรงเล็บพิฆาตมังกรร้ายกาจเกินไป หากมิใช่อาศัยพลังร้อน
เหล่านี้ ลำพังตัวมันเองไม่มีปัญญารับมือได้
โชคยังดีที่ทั้งสองพลังทำลายล้างซึ่งกันและกัน จนบังเอิญก่อเกิดเศษ
เสี้ยวพลังชนิดใหม่ขึ้นมา
หลังจากเหตุหวาดเสียวนี้ จั่วม่อกลายเป็นยิ่งระมัดระวังมากขึ้น กรง เล็บ
พิฆาตมังกรแม้เป็นสมบัติลํ้าค่า แต่หากเพียงเพราะต้องการปราบพิชิต
สมบัตินี้ กลับต้องแลกด้วยชีวิตน้อย ๆ ของมัน นั่นจะไม่คุ้มค่าแล้ว!
กระแสพลังเย็นระลอกนี้คล้ายเป็นการตอบโต้ครั้งสุดท้ายที่กรงเล็บ พิฆาต
มังกรจะกระทำได้ ยามนี้กรงเล็บพิฆาตมังกรในมือของจั่วม่อกลับ
กลายเป็นแทบจะไร้ชีวิต เกี่ยวเฉาเหมือนกิ่งไม้แห้ง หม่นหมองประกาย
เป็นอย่างมาก ไม่หลงเหลือพลังสภาวะอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงที่เคยมี
จั่วม่อไม่พบพานการต่อต้านขัดขืนอันใดอีก มันยื่นมือเข้าไปถึง แกนกลาง
ของกรงเล็บพิฆาตมังกร จับแกนกระดูกที่เย็นเฉียบปานนํ้าแข็ง อย่าง
สะดวกดาย
กระดูกแกนกลางนี้คล้ายสลักขึ้นจากนํ้าแข็ง จั่วม่อพอสัมผัสถูกอดสั่น
สะท้านไม่ได้ นี่เย็นยะเยียบเกินไปแล้ว! แต่จั่วม่อใบหน้าทอแววปิติยินดี
มันทราบว่าค้นพบเงื่อนปมสำคัญแล้ว!
สายใยสามพันอาวรณ์คล้ายเข้าใจว่าวม่อกำลังจะสยบกรงเล็บ พิฆาต
มังกร จึงหดตัวกลับออกมาจากร่างของกรงเล็บพิฆาตมังกร นี่เป็น ครั้ง
แรกที่จั่วม่อเห็นว่าสายใยสามพันอาวรณ์ปลดปล่อยกรงเล็บพิฆาต มังกร
อย่างสมบูรณ์
ทันใดนั้นเอง ในมือของจั่วม่อก็กลับกลายเป็นว่างเปล่า กรงเล็บพิฆาต
มังกรอันมหึมาหายวับไป แทนที่ด้วยกำไลเล็บมังกรสีเทาบนข้อมือของมัน
กำไลวงนั้นสีสันหม่นหมอง ไม่มีอันใดโดดเด่นสะดุดตา ชั่วพริบตานี้ จั่วม่อ
รู้สึกราวกับฝันไป มันทำสำเร็จ? มันสยบกรงเล็บพิฆาตมังกรสำเร็จแล้ว
จริง ๆ?
ความรู้สึกหลากหลายประเดประดังขึ้นในใจ ศาสตรามารชั้นนภาเช่น กรง
เล็บพิฆาตมังกร กลับถูกมันพิชิตลงเช่นนี้เอง? มองดูกำไลสีเทาบน ข้อมือ
ของตน จั่วม่อสีหน้าเคว้งคว้างเล็กน้อย กระบวนการทั้งหมดแม้ เกิดขึ้น
โดยบังเอิญ แต่ก็ราบรื่นเหนือคาดคิด ราบรื่นเสียจนจั่วม่อถึงกับ สงสัยว่า
ใช่มีบางอย่างผิดพลาดหรือไม่
และในไม่ช้า จั่วม่อก็พบว่ามีบางอย่างผิดพลาดไปจริงๆ!
มันไม่ว่าพยายามเรียกหาสักเท่าใด กำไลสีเทาก็ไม่สนองตอบต่อมัน
แม้แต่น้อย ไม่มีปฏิกิริยาใดราวกับว่าตายไปแล้ว
จั่วม่อตะลึงงัน ไฉนเป็นเช่นนี้ไปได้?
จากสุดยินดีสู่สุดโศกศัลย์ ความย้อนแย้งอันรุนแรงนี้ทำให้มันแทบ กระอัก
เลือด!
กรงเล็บพิฆาตมังกร! ศาสตรามารชั้นนภา กรงเล็บพิฆาตมังกรของข้า
หายไปที่ใดแล้ว?
กำไลข้อมือไม่มีการเคลื่อนไหวอันใด ไร้ประกายอย่างสิ้นเชิง เชื่อว่า ไม่มี
ผู้ใดสามารถเชื่อมโยงวัตถุสุดหม่นหมองนี้เข้ากับกรงเล็บพิฆาตมังกร อันดุ
ร้ายและไร้เทียมทานนั้นได้
สลดหดหู่ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จั่วม่อรีบปรับอารมณ์ทันที เวลานี้มัน ยัง
ไม่ได้รอดพ้นจากอันตรายเฉพาะหน้าอย่างสมบูรณ์ ไม่มีเวลามัวมาจม
ปลักอยู่กับเรื่องนี้
มันกวาดตามองไปรอบ ๆ จากนั้นสายตาพบพานอวี่ไสว้ในบัดดล
อวี่ไสว้ไม่หลงเหลือท่วงท่าปลอดโปร่งสง่างามเหมือนในตอนแรกอีก มันสี
หน้าขาวซีด ดูท่าจะได้รับบาดเจ็บไม่เบา หวนนึกถึงการต่อสู้สะท้าน ฟ้า
สะเทือนดินของตัวร้ายกาจทั้งสองในร่างมันเมื่อครู่ จั่วม่อพลันตระหนัก
ว่าอวี่ไสว้สมควรบาดเจ็บหนักหนาสาหัสกว่าที่คิด
ข้อสันนิษฐานของจั่วม่อถูกต้องตรงเผง
อวี่ไสว้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจริง ๆ อาจกล่าวได้ว่าในศึก ประชัน
กำลังของสองเทพเซียนนั้นมันเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมาก ที่สุด
เหตุผลประการแรกคือในยามที่เกิดการต่อสู้ มันอยู่ใกล้กับจั่วม่อมาก ที่สุด
ดังนั้นมันย่อมได้รับความเสียหายมากกว่าผู้ใด อีกประการหนึ่ง ก็ เนื่อง
เพราะในที่นี้นับมันพลังฝีมือกล้าแข็งที่สุด ระดับความเข้าใจในพลัง ยุทธ์
เรียกได้ว่าลึกลํ้าที่สุด เมื่อระดับพลังของมันสูงส่งกว่า ก็ย่อมต้องได้รับ
ผลกระทบมากกว่าผู้อื่นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ดวงตาของมันสาดประกายเจิดจ้า มันแม้รับบาดเจ็บ สาหัส
แต่ไม่ได้เสียขวัญ ตรงกันข้ามกลับเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่าง เปี่ยมล้น
มันอาจได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่ก็เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ มากที่สุดอีก
ด้วย!
หากมันสามารถทุเลาหายดี และแยกแยะทุกสิ่งทุกอย่างที่บรรลุความ
เข้าใจในวันนี้ พลังฝีมือของมันจะต้องรุดหน้าไปอีกขั้นอย่างแน่นอน
จั่วม่อเองก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เช่นกัน แววตาพลันทอประกายอำมหิต
ในเวลานี้อวี่ไสว้ผ่านการต่อสู้อย่างหนักหน่วงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นี่
เป็นช่วงเวลาที่มันอ่อนแอที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนในด้านของจั่วม่อ
ถึงกับมีพลังฝีมือรุดหน้า ประจวบเหมาะกับเป็นจังหวะเวลาที่มันเข้มแข็ง
ที่สุด
หากมันรอจนอวี่ไสว้ทุเลาหายดี ฝ่ายตรงข้ามย่อมมิใช่ผู้ที่มันสามารถ โค่น
ล้มได้ในสถานการณ์ทั่วไป มันไม่อาจบรรลุถึงด่านไสว้ได้ในระยะเวลาอัน
สั้น มิหนำซํ้าจั่วม่อยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าหลังจากความเข้าใจที่ได้รับ
จากศึกครั้งนี้ พลังฝีมือของอวี่ไสว้จะบรรลุถึงระดับใด
จั่วม่อแม้ผิดหวังสุดระงับที่ไม่อาจใช้พลังของกรงเล็บพิฆาตมังกร แต่ มิใช่
ว่าในแขนเสื้อของมันไม่มีลวดลายอื่นอีก นอกจากเขิงเหลียนเอ๋อร์ที่ หมด
สภาพต่อสู้ หว่อหลี อากุ่ยและทหารยันต์ทองคำดำยังคงมีสภาพ สมบูรณ์
พร้อม พลังฝีมืออยู่ที่จุดสูงสุด ผนวกกับตัวมันอีกคน พวกมัน สมควรมี
โอกาสสังหารอวี่ไสว้
คิดฆ่าอวี่ไสว้ นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุด!
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วันนี้มันไม่อาจปล่อยให้อวี่ไสว้มีชีวิตรอด กลับไป!
ไม่เช่นนั้นต่อไปจะมีปัญหาตามมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อมันอ่อนแอ ก็ฉวยโอกาสฆ่ามันเสีย!
จั่วม่อเผยความดุดันอำมหิตของมันออกมาในบัดดล มันกัดฟันแน่น ร่าง
พลันหายวับ เหินร่อนลงหาอวี่ไสว้อย่างซึ่งหน้า
“ฆ่าอวี่ไสว้”
แทบจะในเวลาเดียวกันกับที่ประโยคนี้ดังกังวาน อากุ่ย หว่อหลีและ คน
อื่น ๆ พลันลงมือโดยพร้อมเพรียง!
เปี๋ยหานอยู่ไกลออกไปมาก คลื่นกระแทกจากการต่อสู้ไม่ได้ส่งผล กระทบ
ต่อมันรุนแรงนัก แต่มันยังคงรู้สึกคลื่นไส้วิงเวียนไม่น้อยเคราะห์ดี ที่การ
ต่อสู้อันน่าหวาดสยองจบสิ้นลงอย่างรวดเร็ว มันฟื้นตัวในเวลาไม่ นาน
การศึกระหว่างเขตแดนสวรรค์สิบอีกากับมังกรเทาแทบคร่าขวัญ
วิญญาณผู้คน แต่ถึงกระนั้นสายตาของเปี๋ยหานก็ไม่เคยคลาดคลาจาก
แถว ทัพของฝ่ายศัตรู
มันสังเกตเห็นว่ากระบวนทัพของกององครักษ์หยาดพิรุณก็ได้รับ
ผลกระทบไม่เบา กลายเป็นเสียขบวนรวนเร ช่องว่างรอยโหว่นับไม่ถ้วน
ปรากฏขึ้นในสายตาของมันอย่างชัดแจ้ง
เมื่อจั่วม่อโถมเข้าเข่นฆ่าสังหารอวี่ไสว้อย่างไม่ลังเล เปี๋ยหานอดไม่ได้ ต้อง
ชื่นชมต่อความเฉียบขาดดุดันนี้
แทบจะในเวลาเดียวกัน กองพันบาปเคราะห์รุกคืบเข้าหากอง องครักษ์
หยาดพิรุณโดยไร้เสียง