สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 650 กำเนิดใหม่
จั่วม่อเข้าใจไม่ผิด
กรงเล็บพิฆาตมังกรกำลังจะทุ่มเทใช้กระบวนท่าไม้ตายอย่างสุดกำลัง โดย
ไม่คำนึงถึงสิ่งใด
แผนผังปิศาจสีเทาบนร่างมันสาดประกายเรืองรองผิดธรรมดา คล้าย โคจร
ไหลเวียนผ่านผิวหนังร่างกายอย่างไม่หยุดยั้ง กระแสลมแข็งกล้าก่อ ตัวขึ้น
รอบกายจั่วม่อ สายลมกระโชกรุนแรงราวกับมีดดาบเชือดเฉือน คล้าย
สามารถสะบั้นทุกสรรพสิ่งรอบข้าง พื้นดิน ก้อนหินและเศษสิ่งปลูก สร้าง
ในบริเวณใกล้เคียงถูกสายลมกราดเกรี้ยวบดขยี้เป็นผุยผง!
เพียงชั่วอึดใจเดียว ปรากฎหลุมลึกห้าสิบยั้งด้านใต้เท้าของจั่วม่อ ร่างของ
จั่วม่อลอยนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ ทันใดนั้น เสียงคำรามโดดเดี่ยวลํ่าลึก
ราวกับจะระเบิดขึ้นจากพื้นดิน!
หากเสียงคำรามของฝูงมังกรเทาก่อนหน้านี้หนาแน่นเหมือนคลื่น กระหนํ่า
ซัด ชวนให้ผู้คนขนหัวลุกเกรียว พรั่นสยองจนหนังศีรษะชาซ่าน เสียง
คำรามนี้ก็ราวกับเสียงเพรียกจากบรรพกาลในซุ้มเสียงอันลึกล้ำจาก
พื้นดินคล้ายแฝงเร้นไปด้วยนํ้าหนักของกาลเวลา
เป็นครั้งแรกที่จั่วม่อไม่อาจรักษาสมาธิจิตใจเอาไว้ได้อีก
ไม่ทราบเพราะเหตุใด อารมณ์ความรู้สึกที่ยากจะบ่งบอกบรรยาย ชนิด
หนึ่งแผ่กระจายในใจมัน
ไม่ใช่แค่มันคนเดียว กระทั่งอวี่ไสว้ยังสะท้านขึ้นทั้งร่าง สีหน้าไหววูบ เผย
แววเลื่อนลอยงงงันออกมา
ชั่วขณะที่ทุกผู้คนนิ่งจึงตะลึงงัน แผนผังปิศาจบนร่างจั่วม่อก็ แปรเปลี่ยน
อย่างรวดเร็ว เงาร่างมหึมาสายหนึ่งลอยออกมาจากแผนผัง ปิศาจบนร่าง
ของจั่วม่อโดยไร้เสียง
เมื่อเงารางเลื่อนปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า กลิ่นอายดุร้ายป่าเถื่อนชนิด หนึ่ง
พลันทะลัก ทลายไปทั่วสมรภูมิ ผู้คนที่ยังไม่ทันจะฟื้นคืนสติสัมปชัญญะ
ร่างกายสนองตอบไปตามสัญชาตญาณดั้งเดิมที่สุด นั่นคือ ตัวสั่นสะท้าน!
สั่นสะท้านโดยไม่รู้สึกตัว! ตัวสั่นเทาโดยไม่อาจระงับยับยั้ง!
ภายใต้พลังอันตุร้ายป่าเถื่อนสุดเปรียบปานนี้ พวกมันเย็นเฉียบไปทั้ง ร่าง
สั่นระริกไม่หยุดยั้ง
กรรรรร!
คลื่นพิโรธระเบิดวาบอย่างฉับพลัน กวาดซัดไปทั่วบริเวณ ทุกผู้คน คล้าย
ถูกหวดฟาดอย่างหนักหน่วง
สิบดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าสนองตอบต่อเสียงคำรามของเงาดำ สาดแสง
เจิดจรัสร้อนแรง ดวงอาทิตย์ทั้งสิบโคจรหมุนวนอยู่กลางเวหาด้วย ระดับ
ความเร็วที่เชื่องช้ายิ่ง ท่ามกลางการหมุนด้วยจังหวะอันพิสดาร พลัง
พิสุทธิ์อันยิ่งใหญ่ไพศาลถั่งโถมออกมาไม่ขาดสาย
จั่วม่อเป็นคนแรกที่ได้สติรู้ตัว มันยังไม่ลืมเลือน ว่ามันกำลังตกอยู่ใน
สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่อาจร่างสลายเป็นผุยผงได้ทุกเมื่อ หากมัน
ประมาทเลินเล่อแม้แต่น้อยนิด อาจไม่มีโอกาสพลิกฟื้นอีกเป็นครั้งที่สอง
ทุกรายละเอียดยิบย่อยที่เกิดขึ้นหมุนเร็วรี่ในใจมัน มันทราบกระจ่าง แก่ใจ
รายละเอียดเหล่านี้ไม่ว่าจะเล็กน้อยสักเพียงใดล้วนอาจเป็น ตัวกำหนด
ชะตาชีวิตของมันได้ อยู่รอดหรือตกตาย มันมีโอกาสเพียงชั่ววูบ จำต้อง
ทุ่มเทค้นหาโอกาสเสี้ยวเล็ก ๆ จากในรายละเอียดทั้งหมดนี้
มีการเปลี่ยนแปลงมากมายที่มันยากจะทำความเข้าใจได้ ทั้งเมล็ด ผลึก
สุริยันและกรงเล็บพิฆาตมังกรล้วนเป็นตัวแทนของพลังอำนาจระดับ สูงส่ง
สุดยอด ไม่ว่าของวิเศษใดก็เหนือชั้นกว่าระดับความเข้าใจของมัน มาก
แต่จั่วม่อยังคงเฝ้าจดจำทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ยอมตัดใจง่าย ๆ
แต่ถึงกระนั้น พลังสภาวะอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงที่ปลดปล่อย ออกมาจาก
เงาร่างพร่าเลือนยังคงสั่นขวัญสะท้านวิญญาณของมันโดยไม่ รู้ตัว
ทันใดนั้นมันเห็นสัตว์ร้ายมหายักษ์ตระหง่านงบนฟากฟ้า พลัง สภาวะ
เกรี้ยวกราดสุดเปรียบปานและเงาร่างมหึมาห่อหุ้มร่างเล็กกะจ้อย ร่อย
ของมันไว้ภายใน แรงกดดันแข็งกร้าวสุดหยั่งถึงกดทับจนมันหายใจไม่
ออก
นี่มัน…..
เงามหึมาพลันหลุดพ้นออกจากร่างของจั่วม่อในบัดดล ทะยานริ้วขึ้น สู่
ท้องนภา
มังกร! มังกรที่แท้จริง!
เงาร่างเลือนรางกอรปด้วยพลังสภาวะแห่งมังกรเที่ยงแท้ ชั่วขณะที่ มันโผ
พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า รัศมีกลิ่นอายของราชาแห่งสรรพสัตว์ทั้งมวลม้วน กวาด
เป็นระลอกราวกับโยนก้อนหินลงไปในนํ้า
ในที่นี้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ในเวลานี้ทั่วทั้งอาณาจักร สัตว์ร้ายทั้งหมดไม่ว่า น้อย
ใหญ่ล้วนพากันซุกหัวหดหางแนบติดพื้น ร่างสั่นระริกไม่หยุดยั้ง!
แต่ในใจของจั่วม่อ สิ่งที่ม้วนกวาดออกมาไม่ใช่พลังของมังกร แต่เป็น
เจตนาฆ่าฟันอันเย็นเยียบดุร้าย ประหนึ่งมองเห็นกรงเล็บมังกรแหลมคมที่
มีโลหิตสีดำหยาดหยดลงมา
เจตนาฆ่าฟันอันบริสุทธิ์นัก!
ชั่วขณะนี้กระทั่งสายใยสามพันอาวรณ์ยังตัดสินใจถอยหนี นอกจาก เส้น
ใยหยาบหนาที่สุดไม่กี่เส้น เส้นใยอื่น ๆ ล้วนพากันคลายตัวผละหนี ออก
จากกรงเล็บพิฆาตมังกรจนหมดสิ้น
กรงเล็บพิฆาตมังกรเมื่อหลุดออกจากสะกดที่รัดพันมันเอาไว้นานปี ก็ ไม่
รีรอลังเลอีกต่อไป พลันปลดปล่อยพลังดุร้ายกระหายเลือดออกมาอย่าง
เต็มพิกัด!
เงามังกรทะยานลิ่วราวกับสายฟ้าสีเทาพร่าเลือนสายหนึ่ง จั่วม่อแทบ ไม่
อาจมองเห็นวิถีการเคลื่อนไหวของมันได้ชัดตา
ในขณะที่เงาร่างพร่าเลือนโถมทะยานขึ้นไป ดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรง ที่สุด
พลันดิ่งลิ่วลงมาจากฟากฟ้า ลากหางเปลวเพลิงยาวเหยียดดุจดาวตก
อันดุดัน เปล่งเสียงแหวกฝ่าอากาศแหลมสูงบาดหู ตรงเข้ากระแทกปะทะ
กับเงามังกรสีเทาอย่างหักโหม!
กรรรรร!
เงามังกรเทาแผดคำรามดังสนั่นลั่นโลก เจตนาฆ่าฟันไต่ขึ้นไปถึง จุดสูงสุด
พุ่งลิ่วขึ้นรับหน้าดวงอาทิตย์ที่ดิ่งลงมาอย่างไม่กลัวเกรง!
เจตนาฆ่าฟันอันบริสุทธิ์ราวกับเจตจำนงแห่งดาบที่คมกล้าที่สุดในใต้ หล้า
ไม่ว่าฝ่ายใดก็ล้วนรวดเร็วสุดเปรียบปาน
สองลำแสงหนึ่งทองหนึ่งเทา วาบผ่านข้ามนภา ปะทะกันอย่าง ถนัดถนี่
ตง!
สุ่มเสียงดังสนั่นไปถึงชั้นฟ้า ทั่วทั้งอาณาจักรไหวสะเทือน!
ที่น่าประหลาดคือกลับไม่มีการระเบิด ปราศจากกระแสลมกระแทก มี
เพียงสุ่มเสียงปะทะอันชวนสะท้านใจ
ทุกผู้คนรู้สึกแสงสีทองสว่างวาบบาดตา ในครรลองสายตาขาวพร่าง ไป
หมด แต่ในไม่ช้าแสงสว่างก็ดับวูบไป พวกมันกลับมามองเห็นอีกครั้ง
อย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงเห็นสะเก็ดประกายไฟพร่างพรมลงมาดุจห่าฝน
เปลวไฟแต่ละสายคล้ายเมล็ดพันธุ์ที่ถูกลมพัดปลิว ล่องลอยขึ้นไปใน
อากาศ
แต่นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
ดวงอาทิตย์อีกเก้าดวงที่เหลืออยู่บนท้องนภา พากันพุ่งลิ่วติดตาม กันลง
มาทีละดวง!
ตง ตง ตง!
เสียงปะทะกระหมขึ้นครั้งหนึ่ง ร่างของจั่วม่อก็สะท้านขึ้นคราหนึ่ง โดยไม่
อาจควบคุม โลหิตไหลทะลักลงมาจากจมูกปาก ไม่ว่าจะเป็นเขต แดน
สวรรค์สิบอีกาหรือเงาร่างมังกร ก็ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงกับมันสองขุม กำลัง
เมื่อปะทะหักหาญกันถึงขั้นนี้ คล้ายยินยอมเป็นหยกศิลาล้วนแหลกลาญ
ไม่คำนึงถึงอีกแล้วว่าร่างกายของจั่วม่อจะเสียหายสักเท่าใด พากันเข่นฆ่า
อย่างไม่คิดชีวิต ทำร้ายร่างกายของจั่วม่อจนบาดเจ็บหนัก หนาสาหัส
หากเป็นก่อนหน้านี้ ร่างของมันต้องมิอาจทนต่อผลกระทบจากการ ต่อสู้
อันดุเดือดสะท้านฟ้านี้ได้
เคราะห์ยังดีที่สังขารร่างกายของมันถูกเสริมสร้างขัดเกลาเมื่อครู่นี้ แต่ถึง
กระนั้นทุกครั้งที่เกิดการปะทะ ร่างกายมันยังได้รับผลกระทบอย่าง หนัก
หน่วงรุนแรง พลังทั้งมวลภายในร่างของมันไม่ได้อยู่ภายใต้การ ควบคุม
ของมัน แต่มิใช่ว่าพวกมันไม่มีตัวตนอยู่
ทุกการปะทะสั่นสะเทือนไปถึงดวงวิญญาณ ทั่วทั้งอาณาจักรก็ไหว
สะเทือนไปพร้อมกัน!
สิบครั้งรวดในชั่วไม่กี่อึดใจ เมล็ดผลึกสุริยันกับกรงเล็บพิฆาตมังกร ทุ่มเท
เรี่ยวแรงเข้านํ้านั่นกันโดยไม่เผื่อแรงไว้ภายหลัง ระดับพลังกระแทกสะท้อน
ที่สังขารร่างกายของจั่วม่อต้องแบกรับ นับว่ารุนแรงจนผู้คนต้อง ขวัญผวา
แผนผังปิศาจสีเทาบนผิวหนังร่างกายบิดเป็นเกลียว พัวพันรวมกัน ราวกับ
เส้นลวดเหล็ก
ห่าพิรุณประกายไฟหวนคืนสู่ดวงอาทิตย์ทั้งสิบอีกครั้ง แต่สิบตวง อาทิตย์
เห็นได้ชัดว่าขนาดเล็กลงกว่าเดิมหลายเท่าตัว แสงสลัวมัวหม่นลง มาก
พวกมันราวกับลูกแก้วสีแดงสิบเม็ด หวนกลับเข้ามาในร่างกายของ จั่วม่อ
ดังเดิม
การปะทะหักหาญอันน่าแตกตื่นสะท้านโลกเมื่อครู่ เกินกว่าระดับ ความ
เข้าใจของจั่วม่อไปมาก
ต่อหน้าพลังอันยิ่งใหญ่ไพศาลสุดฟ้าสุดดินนี้ จั่วม่อไม่มีปัญญา
ตอบสนองแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ยังไม่จบสิ้น ทั้งสองฝ่ายที่ยามนี้ล้วนรับบาดเจ็บ
หวนกลับเข้ามายังสนามรบเดิมในร่างกายของจั่วม่อ การปะทะ หักหาญ
ไม่ได้ดุเดือดเลือดพล่านเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ในด้านของความชุ่ม เสี่ยง
อันตรายยังอันตรายกว่าเดิมมาก
เมล็ดผลึกสุริยันแม้หม่นแสงลงไม่น้อย แต่ยังคงปลดปล่อยกระแส ความ
ร้อนออกมาไม่หยุดยั้ง จั่วม่อยังพบว่ากระแสความร้อนที่แผ่พุ่ง ออกมา
จากเมล็ดผลึกสุริยันอ่อนแลลงไปมาก
พลังสภาวะของกรงเล็บพิฆาตมังกรก็อ่อนแอลงเช่นกัน
คราครั้งนี้ก็เป็นเช่นเดิม ตำแหน่งที่ตั้งของแผนผังปิศาจดวงอาทิตย์ ทั้งสิบ
กลายเป็นสนามรบที่ทั้งสองฝ่ายทุ่มกำลังเข้าประหัตประหาร
พลังอำนาจของทั้งสองฝ่ายแม้อ่อนแอลง แต่พวกมันยังคงมุ่งทำลาย ล้าง
กันชนิดไม่ยอมเลิกรา จั่วม่อค้นพบอย่างปิติยินดีว่าอำนาจที่สะกดพลัง
ของมันเอาไว้ดูคล้ายเริ่มมีทีท่าว่าจะอ่อนแรงลง
แต่ร่างกายของมันต้องแบกรับความเสียหายมากขึ้นเรื่อย ๆ สองขุม กำลัง
เริ่มอ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นพวกมันไม่หลงเหลือพลังจะช่วย รักษา
เยียวยาร่างกายของจั่วม่ออีก หยดนํ้าลี้ลับเถาวัลย์เขียวยังคงถูก สะกด
ตรึงเอาไว้อย่างอยู่หมัด แม้ว่าจะเริ่มมีร่องรอยว่าพลังสะกดตรึงกำลัง จะ
สลายคลาย แต่ของวิเศษช่วยชีวิตชิ้นนี้ยังคงไม่อาจเคลื่อนไหว
จั่วม่อเริ่มร้อนใจขึ้นมา มันย่อมทราบว่ารอจนทั้งสองขุมพลังอ่อนแรง ลง
ถึงระดับหนึ่ง มันจะสามารถกลับเข้าควบคุมร่างของตัวเอง แต่ที่มันหวั่น
เกรงก็คือ กว่าจะถึงยามนั้นร่างกายของมันอาจเสียหายร้ายแรงจนไม่อาจ
เยียวยารักษาได้
มันไม่อาจทนรอจนถึงเวลานั้น!
เมื่อพลังสะกดตรึงลดน้อยลง จั่วม่อความคิดจิตใจกลับมากระจ่าง แจ่มใส
และประเปรียวดุจเดิม มันตกลงใจอย่างไม่ลังเล
มันต้องลงมือทำอะไรบ้างแล้ว!
ไพตายใบเดียวที่มันมีคือแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่น ในเวลาเช่นนี้หาก มัน
ยังไม่ลงมือ ร่างกายของมันจะถูกผลักดันไปจนถึงจุดที่พังพินาศอย่าง
สิ้นเชิง
เป้าจู่โจมแรกของมันเป็นหนึ่งในแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์ แผนผัง
ปิศาจดวงอาทิตย์ที่หว่างคิ้ว
แผนผังปิศาจดวงอาทิตย์หม่นแสงลงไปมาก แต่ยังคงเก็บกักกระแส ความ
ร้อนจากเมล็ดผลึกสุริยันจำนวนมหาศาลเอาไว้ภายใน พลังเย็นอันดุร้าย
ของกรงเล็บพิฆาตมังกรที่ภายนอกยังมุ่งจู่โจมทำลายแผนผังปิศาจ ดวง
อาทิตย์อย่างต่อเนื่อง
พลังสองฝ่ายปะทะกันไม่ขาดสาย สาดกระจายออกทุกทิศทาง ต่าง ฝ่าย
ต่างทุ่มเทกำลังเพื่อสยบอีกฝ่ายให้จงได้
ทันใดนั้นเอง แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า สองพลังชะงักแข็งค้างในบัดดล ตั้งมั่นอยู่ กับที่
ไม่อาจกระดิกกระเดี้ยได้ แผนผังปิศาจที่พลุ่งพล่านปั่นป่วนจนถึงเมื่อ ครู่
ถึงกับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด
การเปลี่ยนแปลงที่อุบัติตามมา เป็นไปตามความคาดหมายของจั่วม่อ
จั่วม่อได้สังเกตเห็นแต่แรกว่าพลังทั้งสองปะทะหักหาญ ทำลายล้าง ซึ่งกัน
และกัน แต่ภาพตรงหน้าในยามนี้ดูเหมือนจะผิดแผกไปจากเดิม เล็กน้อย
เมื่อสองขุมกำลังซึ่งทำที่ท่าประหนึ่งศัตรูคู่แค้นถูกสะกดนิ่งลง จั่วม่อก็ค้น
พบว่ามีพลังแปลกใหม่ที่เป็นประกายดุจดวงดารา ว่ายเวียนอยู่ รอบ ๆ
แผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์
พลังนี้ไม่เหมือนกับพลังใดที่จั่วม่อเคยรู้จัก
เมื่อเทียบกับกรงเล็บพิฆาตมังกรอันป่าเถื่อน หรือเมล็ดผลึกสุริยันที่ เต็ม
ไปด้วยความอหังการ เศษเสี้ยวพลังประหลาดนี้ก็นุ่มนวลอ่อนโยนผิด
ธรรมดา ชั่วพริบตาที่จั่วม่อเพ่งจิตเข้าไปตรวจสอบเศษเสี้ยวพลังเหล่านี้
พวกมันก็จมเข้าไปในเลือดเนื้อของจั่วม่อ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดตามมา
บันดาลให้จั่วม่อลิงโลดยินดีสุดระงับ
เศษเสี้ยวพลังที่ดูเรียบร้อยไม่มีพิษมีภัยเหล่านี้ มีพลังรักษาเยียวยา และ
ฟื้นฟูอันกล้าแข็งยิ่ง ทันทีที่พวกมันผสานเข้าไปในเลือดเนื้อร่างกาย ของ
จั่วม่อเลือดเนื้อพลันเริ่มงอกเงยฟื้นฟูด้วยความเร็วดุจปาฏิหาริย์
ทว่าเลือดเนื้อที่ได้รับการเยียวยา ดูคล้ายแตกต่างไปจากเดิมไม่น้อย
ยามนี้ย่อมไม่ใช่เวลาให้จั่วม่อมาศึกษาโดยละเอียด ยังมีแผนผังปิศาจ รูป
ดวงอาทิตย์อีกเก้าดวงที่ยังเกิดศึกปะทุเดือด
ด้วยความเชื่อมั่นที่เพิ่มพูน จั่วม่อกระตุ้นแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่น ตรงไป
ยังแผนผังปิศาจรูปดวงอาทิตย์อื่น ๆ
แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นทรงอานุภาพอย่างที่คาด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ ถูก
แสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่อง ไม่ว่าจะกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดเท่าใดล้วนชะงัก
ค้างในบัดดล
จั่วม่อควานหาพลังชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันของสองพลัง อย่าง
เอาเป็นเอาตาย มันควบคุมเศษเสี้ยวพลังเหล่านั้นให้เข้าไปในเลือด เนื้อ
ร่างกายของตน บังเกิดประสิทธิผลอย่างใหญ่หลวง
รอจนดวงอาทิตย์ดวงที่สามถูกแสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นสะกดเอาไว้ ทั้ง
กรงเล็บพิฆาตมังกรและเมล็ดผลึกสุริยันคล้ายยอมรับว่าพวกมันไม่อาจ
ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อีก พากันล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว
ตูม!
จั่วม่อร่างสะท้านขึ้นทันควัน มันกลับมาควบคุมร่างกายของตนได้อีก ครั้ง
ความปิติยินดีจากการรอดพ้นจากคราเคราะห์ทะลักล้นขึ้นในใจ ชั่ว
พริบตานี้มันแทบหลั่งนํ้าตาแห่งความปลาบปลื้ม
แต่มันรีบสงบระงับใจลงในเวลานี้ยังมีสิ่งสำคัญยิ่งกว่าที่มันต้องทำ
นั่นคือพลังใหม่อันแปลกประหลาดที่ล่องลอยอยู่รอบ ๆ แผนผังปิศาจ รูป
ดวงอาทิตย์!
จั่วม่อผสานเศษเสี้ยวพลังเกิดใหม่ทุกหยาดหยดเข้าไปในร่างของตน อย่าง
หิวกระหาย มันไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่ชั่วแวบ พลังที่เป็นจุดประกาย แสง
เล็ก ๆ เหล่านี้ไม่แข็งแกร่งนัก หลังจากผสานเข้าไปในเลือดเนื้อของมัน ก็
หายสาบสูญไปจนหมด
ร่างกายของจั่วม่อกำลังถูกรักษาด้วยระดับความเร็วที่มองเห็นได้ชัด ตา
ร่างกายที่แทบถูกทำลายยับเยิน ฟื้นฟูจนทุเลาหายดีในชั่วระยะเวลา อัน
สั้น และมิใช่เพียงหายดีดังเดิม แต่เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
พลังเทพ พลังปราณ พลังปิศาจและพลังจิตสำนึก เหล่าพลังที่คุ้นเคย
กลับคืนสู่ร่างกายของมันอีกครั้ง ความเชื่อมั่นเพิ่มพูนขึ้นอย่างเปี่ยมล้น
พลังเป็นรากฐานของความเชื่อมั่น เมื่อไม่มีพลัง ความเชื่อมั่นย่อมต้อง
สั่นคลอน
ไม่มีสิ่งใดบรรเจิดเพริศแพร้วไปกว่าความเชื่อมั่นที่คุ้นเคยนี้อีกแล้ว!
ในเวลานี้เอง จั่วม่อพลันสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวผิดปกติของสายใย สาม
พันอาวรณ์ นับตั้งแต่เริ่มแรก สายใยสามพันอาวรณ์คล้ายวางตัวเป็น
กลาง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในศึกประหัตประหารระหว่างกรงเล็บพิฆาตมังกร
กับเมล็ดผลึกสุริยันแม้แต่น้อย ดังนั้นยามนี้มันจู่ ๆ ก็เคลื่อนไหวนับว่า
ผิดปกติยิ่ง
ฮะ!
นี่มัน……