สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 687 วีรบุรุษกับหญิงงาม
หลังจากเหตุการณ์ต่าง ๆ วิหารเทพปิศาจก็สงบนิ่งลง แต่ผลกระทบที่
สะท้านสะเทือนทั้งสามภพกลับไม่ได้ลดน้อยลงเลย สถานการณ์ของโลกใน
ปัจจุบันกลับกลายเป็นสุดจะหยั่งคะเนยิ่งกว่าเดิม แม้แต่บรรดาผู้ที่ติดตาม
สถานการณ์อย่างใกล้ชิด ยังไม่กล้ารับประกันว่าเรื่องราวจะพัฒนาไปใน
ทิศทางใดกันแน่
อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอันใดต่อจั่วม่อมากนัก
เมื่อหลุดพ้นจากการพัวพันของวัดเสวียนคง มันก็มุ่งหน้าต่อไปยัง
อาณาจักรน้าพุปรโลกตามกำหนดการเดิม ในเมื่อมันทราบแล้วว่าดวง
วิญญาณของอากุ่ยถูกจองจำไว้ด้วยทัณฑ์เทวะมิดับสูญ จั่วม่อยังคงมี
ความหวังว่าหญ้าไหมย้อนเงาคืนวิญญาณอาจสามารถช่วยให้มันได้รับ
เบาะแสเพิ่มเติมบ้าง
แต่ครั้งนี้ จั่วม่อตัดสินใจให้กงซุนชากับเปี๋ยหานกลับไปยังอาณาจักร
ทะเลเมฆ
ก่อนหน้านี้ เป็นเพราะพลังฝีมือของมันไม่เข้มแข็งพอ จั่วม่อจึงต้อง
พึ่งพาอาศัยกองทัพ แต่บัดนี้พลังเทพของมันรุดหน้าก้าวไกล มิหนำซ้ามัน
ยังมีอากุ่ยกับเขิงเหลียนเอ๋อร์ซึ่งพลังฝีมือรุดหน้าเช่นกัน ต่อให้ต้อง
เผชิญหน้ากับชนชั้นจอมปิศาจด่านไสว้ พวกมันยังมีขีดความสามารถที่จะ
ปะทะหักหาญสักครา อย่าว่าแต่หากคิดหลบลี้หนีหน้าสมควรไม่มีปัญหา
ใด
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสองปัจจัยหลักที่จะสั่นสะเทือนทั้งโลกหล้า หนึ่งคือ
การล่มสลายของวัดเสวียนคง และอีกหนึ่งคือการผุดขึ้นของวิหารเทพ
ปิศาจ บันดาลให้จั่วม่อสังหรณ์ใจว่าโลกกำลังจะมาถึงจุดเปลี่ยนของยุค
สมัย
นี่เป็นโอกาสครั้งใหญ่ของอาณาจักรทะเลเมฆ
วัดเสวียนคง มหาอำนาจหนึ่งในสี่ที่ครั้งหนึ่งแทบจะพิชิตโลกหล้า เมื่อ
ปราชัยอย่างยับเยินในแนวหน้า สูญเสียทั้งยอดแม่ทัพและยอดยุทธ์ขบวน
ใหญ่ไปพร้อมกัน ก็ไม่มีหนทางใดหยุดยั้งการเสื่อมทรุดของมันได้อีก แต่
ทว่าร่างอันใหญ่โตมโหฬารของมันคืองานฉลองที่มั่งคั่งบริบูรณ์ที่สุด ชวน
ให้ขุมกำลังนับไม่ถ้วนจับจ้องตาเป็นมัน น้าลายไหลหยดย้อยจนเช็ดไม่
หวาดไม่ไหว
นับแต่นี้ต่อไปอีกนาน โลกแห่งซิวเจ่อจะตกอยู่ในสภาพปั่นป่วน
วุ่นวาย สมดุลเก่าพังทลาย ยุคสมัยใหม่กำลังย่างกรายเข้ามา สมดุลใหม่มี
แต่จะต้องก่อตั้งขึ้นจากการเข่นฆ่าประหัตประหาร และโลหิตหลั่งเนือง
นองเป็นท้องธาร จั่วม่อคาดหวังว่าอาณาจักรทะเลเมฆจะสามารถฉกฉวย
ส่วนแบ่งน้าแกงจากงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่นี้สักคำ
อาณาจักรทะเลเมฆในปัจจุบันถือครองกองทัพอันทรงพลังถึงสองทัพ
เมื่อรวมกับหอคัมภีร์ผูเว่ย สิ่งที่ยังขาดพร่องไปก็คือทรัพยากรปริมาณ
มหาศาล
สิ่งนี้อาจยังไม่เห็นเด่นชัดในยามนี้ เนื่องเพราะอาณาจักรทะเลเมฆ
มุ่งเน้นปิดซ่อนตัวเองไว้หลังแนวป้องกันอย่างมิดชิด แต่ต้องมีสักวันที่
อาณาจักรทะเลเมฆผงาดขึ้นสู่โลกหล้า ศัตรูที่พวกมันต้องเผชิญคงไม่พ้น
เหล่ามหาอำนาจเดิมเช่นคุนหลุน ถึงยามนั้นเกรงว่าจำนวนทรัพยากรที่ทั้ง
สองฝ่ายสามารถทุ่มเทออกมาจะไม่ได้อยู่ในระดับชั้นเดียวกัน
พวกมันกับคุนหลุนเป็นศัตรูคู่แค้นที่ไม่ยอมอยู่ร่วมฟ้าเดียวกัน ความ
จริงข้อนี้มิอาจแก้ไขกลับกลายได้
นอกจากนี้อาณาจักรทะเลเมฆยังจำเป็นต้องสร้างรากฐานที่ลึกล้า
นี่หมายความว่าอาณาจักรทะลเมฆจะต้องขยายดินแดน ยึดครอง
อาณาเขตเพิ่มมากขึ้น มีเพียงกระทำเช่นนี้ จึงสามารถครอบครอง
ทรัพยากรปริมาณมากพอที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้
ในความเห็นของจั่วม่อ จังหวะเวลานี้เอง ที่เป็นโอกาสอันดีงามที่สุด
สำหรับการขยายดินแดน
หากรอจนสมดุลใหม่ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว คิดขยายดินแดน
จะต้องบาดหมางกับขุมกำลังโดยรอบในทันที หนทางอันดีเลิศที่สุด คือ
ฉวยโอกาสจากความสับสนอลหม่านครั้งนี้เร่งดำเนินการ หากพวกมัน
พลาดโอกาสทองอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ เกรงว่าจะไม่มีโอกาสอีกเป็นหนที่สอง
ด้วยศัตรูที่น่าพรั่นพรึงที่สุดในโลกหล้าเช่นคุนหลุน หากพวกมันไม่อาจ
ปักหลักมั่น หาทางเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตนเสียแต่เนิ่นๆ เกรงว่า
กระทั่งคุณสมบัติจะเป็นศัตรูกับคุนหลุนยังไม่มี
ในความเห็นของจั่วม่อ การหาหนทางทำลายพลังเทพมิดับสูญเพื่อ
ช่วยเหลืออากุ่ย รวมถึงการไขปริศนาชาติกำเนิดของมัน แท้ที่จริงแล้วเป็น
เพียงเรื่องส่วนตัวของมันผู้เดียว
ในฐานะราชันแห่งทะเลเมฆ มันไม่อาจปล่อยให้เรื่องส่วนตัวของมัน
ส่งผลกระทบต่ออนาคตของอาณาจักรทะเลเมฆ จนสูญเสียโอกาสดีงาม
ที่สุดที่จะผงาดขึ้นมา มันในยามนี้มีกำลังพอจะไปถึงอาณาจักรน้าพุปรโลก
ด้วยตัวเอง
ดังนั้นมันออกคำสั่งให้กงซุนชากับเปี๋ยหานกลับไปยังอาณาจักรทะเล
เมฆ
แน่นอนว่ากงซุนชากับเปี๋ยหานคัดค้านหัวชนฝา แต่จั่วม่อไม่สะทก
สะท้านแม้แต่น้อย ในความอับจนปัญญา กงซุนชากับเปี๋ยหานได้แต่นำทัพ
ของตนกลับไปยังอาณาจักรทะเลเมฆ ตระเตรียมทำศึกขยายดินแดนตาม
คำบัญชา
อย่างไรก็ตาม กงซุนชาก่อนจากไปค่อยบอกเรื่องของเหวยเสิ้งต่อ
จั่วม่อ ว่าศิษย์พี่ใหญ่ของพวกมันพกพากระบี่เล่มเดียวบุกบั่นเข้ามาในแดน
ปิศาจสุดแสนอันตราย เพียงเพื่อเป็นกำลังให้จั่วม่ออีกแรงหนึ่ง คนดื้อรั้น
นั้นคิดใช้การต่อสู้สัประยุทธ์ขัดเกลาเจตจำนงกระบี่ของตน ก่อนหน้านี้เมื่อ
พิจารณาจากสถานการณ์แล้ว กงซุนชาและคนอื่น ๆ จำต้องปกปิดเรื่องนี้
ไม่ให้จั่วม่อได้ทราบ
จั่วม่อพอฟัง ต้องนิ่งขึงตะลึงลานอยู่เป็นครึ่งค่อนวัน
ในอกมันอุ่นวาบ แต่ก็ยิ่งทำให้วิตกกังวลกับศิษย์พี่ใหญ่มากกว่าเดิม
เซียนกระบี่ผู้หนึ่งบุกฝ่าไปทั่วแดนปิศาจตามลำพัง ความคับขันอันตราย
ของเรื่องนี้ เพียงแค่ลองนึกดูก็ถึงกับหนังศีรษะชาซ่าน
จั่วม่อรีบสั่งการให้รวบรวมข่าวสารเกี่ยวกับเซียนกระบี่ในแดนปิศาจ
ทันที
แต่ที่เหนือความคาดหมายก็คือ มันกลับได้รับข้อมูลข่าวสารโดย
ง่ายดายจนแทบไม่ต้องออกแรงใด ๆ นามเหวยเสิ้งกระเดื่องเลื่องลือไปทั่ว
แดนปิศาจ การต่อสู้แต่ละครั้งของมันล้วนมีข้อมูลโดยละเอียดที่หาได้จาก
ทั่วไป จั่วม่อปลาบปลื้มยินดีเป็นที่สุด นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าศิษย์พี่ใหญ่ถึงกับ
สร้างชื่อสะท้านแดนปิศาจในเวลาเพียงไม่นาน ยอดบุรุษเหล็กผู้ไม่เคย
ปราชัย มันไม่เพียงเอาชัยเผ่าปิศาจด้วยฝีมือเท่านั้น แต่ยังชนะใจชนชาว
ปิศาจทั้งมวล ได้รับความเคารพยกย่องจากพวกมัน ยามที่จั่วม่อเสาะหา
ข่าวคราวเกี่ยวกับเหวยเสิ้ง มันค้นพบว่าชาวปิศาจยามเอ่ยถึงเหวยเสิ้ง
ล้วนแฝงความเคารพยำเกรงอยู่หลายส่วน และคำแถลงการณ์จากบุคคล
สำคัญต่าง ๆ ยังแสดงให้เห็นเรื่องนี้อย่างชัดแจ้ง
จั่วม่อคลายกังวลทันที
มันมีความเชื่อมั่นในตัวศิษย์พี่ใหญ่อย่างไม่มีข้อกังขา หากมิใช่ชนชั้น
จอมปิศาจด่านไสว้มาด้วยตัวเอง ในการต่อสู้ซึ่งหน้า จะไม่มีผู้ใดสามารถ
โค่นศิษย์พี่ใหญ่ผู้แกร่งกล้าของมันลงได้ เว้นเสียแต่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะลอบ
เล่นลวดลายกลอุบาย
แต่จากนั้น เมื่อพบเจอรายงานเรื่องที่ศิษย์พี่ใหญ่ประหารฆ่ามือ
สังหารจากคุนหลุนต่อหน้าธารกำนัล ค่อยสะกิดเพลิงอำมหิตในใจจั่ว
ม่อขึ้นมา
คุนหลุน! เป็นคุนหลุนอีกแล้ว!
จั่วม่อสงบใจลงอย่างรวดเร็ว วัดเสวียนคงถึงกาลล่มสลาย คุนหลุนเอง
ก็จะไม่ปล่อยให้โอกาสครั้งใหญ่นี้ผ่านไปเฉย ๆ เช่นกัน ในเวลาเช่นนี้ คุน
หลุนแน่นอนว่าไม่มีเวลาจะมัวมาสนใจกับศิษย์พี่ใหญ่
ขบคิดได้เช่นนี้ จั่วม่อล้วงกระดาษขาวราวหิมะแผ่นหนึ่งออกมาจาก
แหวน นี่คือกระดาษขาวพิสุทธิ์ระดับห้า เป็นหนึ่งในกระดาษชนิดที่ดีที่สุด
ในโลก จั่วม่อกรีดวาดค่ายกลยันต์บนแผ่นกระดาษอย่างระมัดระวัง ค่าย
กลยันต์ที่มันวาดออกมานั้น ทั้งสลับซับซ้อนและผิดแผกแตกต่างจากค่าย
กลยันต์ที่วาดลงบนนกกระเรียนกระดาษสื่อสารตามปกติอย่างสิ้นเชิง ชั่ว
ครู่ต่อมา จั่วม่อค่อยวางพู่กันลง ผนึกดรรชนีเป็นท่ามุทรา เวทวิชาพวยพุ่ง
เข้าไปในแผ่นกระดาษพิเศษเฉพาะตัวนี้
รอถึงยามนี้ จั่วม่อค่อยเผยสีหน้าพึงพอใจออกมา มันโบกมือใส่
แผ่นกระดาษวูบหนึ่ง นกกระเรียนกระดาษคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นบงการ
ขยับพับตัวเองกลายเป็นนกกระเรียนกระดาษตัวหนึ่ง
ทันทีที่กลายเป็นนกกระเรียนกระดาษ มันก็หายวับไป
จั่วม่อประดุจยกภูเขาออกจากอก มันย่อมมีรอยประทับวิญญาณของ
ศิษย์พี่ใหญ่ แต่เนื่องจากระยะทางห่างไกลเกินไป นกกระเรียนกระดาษ
ธรรมดาเกรงว่าไม่มีทางไปถึงมือศิษย์พี่ใหญ่ได้ ดังนั้นมันใข้กระดาษระดับ
ห้าชั้นเลิศ หลอมสร้างเป็นนกกระเรียนกระดาษระดับหกอันหรูหรา และยัง
มีอีกหนึ่งเหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้ เนื่องเพราะเนื้อหาในนกกระเรียนกระดาษ
นั้นสำคัญอย่างยิ่งยวด จั่วม่อได้สรุปเคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพที่พวกมัน
เพิ่งขัดเกลาขึ้นในระยะนี้ใส่ลงไปในนกกระเรียนกระดาษทั้งหมด
ระบบพลังเทพจะเข้ามาแทนที่พลังทั้งสามในไม่ช้า กลายเป็นระบบ
พลังยุทธ์ใหม่ล่าสุด และทรงอานุภาพสูงสุด
ด้วยนิสัยใจคอของศิษย์พี่ใหญ่ มันไม่มีวันสร้างวิหารเทพ ดังนั้นได้แต่
เดินไปในแนวทางเดียวกันกับจั่วม่อ
จั่วม่อรู้สึกคาดหวังกับศิษย์พี่ใหญ่อยู่บ้าง ไม่ทราบว่าศิษย์พี่ใหญ่ที่จด
จ่ออยู่แต่กับกระบี่ เมื่อฝึกปรือพลังเทพจะออกมาเป็นพลังเยี่ยงไรกัน
อย่างไรก็ตาม จั่วม่อยังกำชับไปในจดหมาย ขอให้ศิษย์พี่ใหญ่อย่าได้
เปิดเผยความจริงที่มันกำลังฝึกปรือพลังเทพออกไป การผงาดขึ้นของ
วิหารเทพปิศาจ ทำให้พลังเทพกลายเป็นแรงดึงดูดใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเวลา
นี้ หากผู้คนล่วงรู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ถือครองเคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพ เหล่า
จอมปิศาจด่านไสว้ทั้งหลายคงมิอาจนั่งนิ่งเฉยได้อีก
เมื่อนกกระเรียนกระดาษหายไปกับตา ความกังวลเสี้ยวสุดท้ายในใจ
จั่วม่อก็หายไปพร้อมกันด้วย
มันนำอากุ่ยกับเขิงเหลียนเอ๋อร์ปลอมตัวเปลี่ยนรูปโฉม มุ่งหน้าไปยัง
อาณาจักรน้าพุปรโลกอย่างไม่เอิกเกริกเหมือนก่อนหน้านี้อีก
จีลี่อวี่สีหน้ารันทดหดหู่ นางทอดตามองท้องฟ้าอย่างเลื่อนลอย
ความคิดฟุ้งซ่านไปไกล
ชิงฮวาเสวี่ยนั่งครุ่นคิดอยู่ในมุมด้านหนึ่ง นางรับรู้ถึงความไม่ยินยอม
พร้อมใจของจีลี่อวี่อย่างชัดแจ้ง นี่เข้าใจได้ไม่ยากนัก จีลี่อวี่มีชื่อเลื่องลือมา
นาน ตระกูลจียังเป็นหนึ่งในตระกูลอันทรงอำนาจอิทธิพล หลายปีมานี้โฉม
สะคราญอันดับหนึ่งนางนี้ กลายเป็นคนรักในฝันของบุรุษหนุ่มนับไม่ถ้วน
แม้คำสั่งของหมิงเยวี่ยเยี่ยมิอาจฝ่าฝืน แต่นางยังคงไม่ยินยอมพร้อมใจ
แต่จะอย่างไร จีลี่อวี่เป็นสตรีที่สำเร็จวิชาอาภรณ์เสน่หา ยังจะมีผู้ใด
เหมาะสมกับภารกิจนี้มากไปกว่านางอีกเล่า
ความสำคัญที่หมิงเยวี่ยเยี่ยจัดวางไว้กับเรื่องนี้ นับว่าเหนือความ
คาดหมายของผู้คนไปมาก นอกเหนือจากโฉมสะคราญอันดับหนึ่งจีลี่อวี่
แล้ว ยังจัดสตรีงามล่มเมืองอีกสามสิบกว่านางร่วมทางมาด้วย โฉม
สะคราญเหล่านี้ผิดแผกแตกต่าง บ้างเย้ายวนทรงเสน่ห์ บ้างสูงส่งสง่างาม
บ้างอ่อนหวานละมุนละไม บ้างชวนให้สนิทชิดใกล้ เป็นความงามที่ชวนให้
ผู้คนตาลายละลานนัก
ตระกูลชิงฮวายังได้รับเลือกด้วยเช่นกัน
ชิงฮวาเสวี่ยแม้มาจากตระกูลสาขาของตระกูลชิงฮวา แต่รูปโฉมโดด
เด่นสะดุดตา นางเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดนางหนึ่งเช่นกัน และแม้ว่าผู้
เป็นเกอเกอของนางคัดค้านหัวชนฝา แต่นางพอได้ฟังว่าเป้าหมายของ
ภารกิจนี้คือเซี่ยวม่อเกอ พลันตอบตกลงโดยไม่ลังเลใจ
เซี่ยวม่อเกอ สามคำนี้คล้ายแฝงแรงดึงดูดใจต่อนางเป็นพิเศษ และ
มักจะเผลอตัวครุ่นคะนึงโดยไม่รู้ตัว
ท่ามกลางโฉมสะคราญขบวนนี้ จีลี่อวี่ย่อมเป็นไข่มุกที่สุกสว่างที่สุด
อย่างไม่มีข้อกังขา ภายใต้รัศมีประกายของนาง นางงามอื่นล้วนสูญเสีย
สีสันที่พึงมี ส่วนชิงฮวาเสวี่ยยึดมุมหนึ่งนั่งนิ่งสงบเงียบ นางไม่เป็นที่สนใจ
ของใคร เพียงลอบสังเกตสังกาขบวนนี้อย่างเงียบเชียบ
ผู้วางแผนการทั้งหมดคือหมิงเยวี่ยเยี่ย แต่หากไม่ได้รับการสนับสนุน
จากสภาผู้อาวุโสภพอสูร ตระกูลจีไหนเลยจะยินยอมเสียสละอย่างใหญ่
หลวงถึงขั้นส่งจีลี่อวี่ออกมา
ชิงฮวาเสวี่ยชาญฉลาดปราดเปรื่อง มีความสามารถในการอ่าน
สถานการณ์อย่างปรุโปร่ง นางรู้สึกว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของภารกิจนี้
ไม่ได้เรียบง่ายเหมือนดังคำร่าลือ
หัวหน้าขบวนคือฟงซิ่นจื่อ คนผู้นี้สร้างแรงกดดันอันรุนแรงให้แก่นาง
นางต้องระมัดระวังเป็นที่สุดเพื่อเลี่ยงไม่ให้คนผู้นี้ค้นพบระดับพลังฝีมือที่
แท้จริงของนาง ส่วนยอดยุทธ์อื่น ๆ ที่ร่วมทางมาด้วย เพียงอ่อนด้อย
กว่าฟงซิ่นจื่อไม่มากนัก
สิ่งที่ทำให้ชิงฮวาเสวี่ยประหลาดใจมากที่สุด คือขบวนนี้ไม่ได้ปกปิด
การเดินทางของพวกมันแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกลับเดินทางอย่างเอิกเกริก
ไปตลอดทาง เสน่ห์ของจีลี่อวี่ใช้การได้ดีกับทั้งอสูรและปิศาจ ความงาม
เย้ายวนตามธรรมชาติของนาง เป็นเหตุให้อาภรณ์เสน่หาสำแดงพลัง
ออกมาได้ถึงขีดสุด นางไม่ว่ายกมือวางเท้าล้วนแผ่ซ่านเสน่ห์อันรัดรึงใจ
พรสวรรค์ด้านดนตรีกาลของจีลี่อวี่ยังสูงล้าสุดยอด เพียงไม่ช้าไม่นาน
นางก็เอาชนะใจปิศาจนับไม่ถ้วนจนยอมศิโรราบใต้ชายกระโปรงของนาง
ระหว่างอสูรปิศาจมีการผสมกลมกลืนกันมานาน จีลี่อวี่เป็นหนึ่งใน
โฉมสะคราญที่เลื่องลือที่สุดแห่งเผ่าอสูร ชื่อเสียงของนางในแดนปิศาจยัง
หาได้ต่าต้อยไม่ รอจนนางปรากฏกายต่อหน้าผู้คนชาวปิศาจ พวกมัน
พบว่านางยังงามล้ายิ่งกว่าคำร่าลือเสียอีก ปิศาจมากมายลุ่มหลงนางอย่าง
ถอนตัวไม่ขึ้น พวกมันผนึกกำลังกัน ก่อตั้งกองกำลังอารักขากองคาราวาน
นางงามขบวนนี้ แม้แต่รัศมีของสามกงจู่ในครั้งนั้นยังมิอาจเทียบเทียมได้
จากนั้นจีลี่อวี่เผลอตัวประกาศจุดมุ่งหมายของการเดินทางครั้งนี้ต่อ
สาธารณะชนโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นคือเซี่ยวม่อเกอผู้โด่งดังสะท้านฟ้าในเวลา
นี้เอง ในสุ้มเสียงของนางยังคล้ายแฝงไว้ด้วยความนิยมชมชื่น และจิต
ปฏิพัทธ์ที่ยากจะปกปิดซ่อนเร้น
เรื่องศึกทลายคุกของเซี่ยวม่อเกอและความสัมพันธ์กับจีลี่อวี่ถูกขุด
คุ้ยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ผู้คนค้นพบอย่างประหลาดใจ เซี่ยวม่อเกอกับจีลี่อวี่
เคยมีเรื่องพัวพันกันมาก่อนจริง ๆ
หลายคนพลันตระหนัก ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง!
เมื่อครั้งกระโน้น ด้วยผลงานการต่อสู้อันน่าอัศจรรย์ใจ เซี่ยวม่อเกอ
ได้พิชิตหัวใจอันถือดีของคุณหนูจีลี่อวี่อย่างสิ้นเชิง หลายปีมานี้คุณหนูจี
ลี่อวี่เฝ้าแต่ครุ่นคะนึงถึงมันไม่รู้วาย กินไม่ได้นอนไม่หลับ ถูกพิษเสน่หา
ทรมานทั้งเช้าค่า ในที่สุดนางค่อยรวบรวมความกล้า สืบเสาะมาถึงแดน
ปิศาจเพื่อตามหาเซี่ยวม่อเกอ… …
ข่าวลือประดานี้แพร่สะพัดไปทั่วแดนปิศาจดุจไฟลามทุ่ง ยิ่งฟังยิ่ง
น่าเชื่อถือขึ้นทุกขณะ
ผู้ที่บอกเล่าเรื่องราวเหล่านี้ มีสีหน้าเป็นจริงเป็นจังและมั่นอกมั่นใจยิ่ง
ผู้ฟังทั้งหลายอดกระตือรือร้นสนใจไม่ได้
เซี่ยวม่อเกอ ช่างสมกับที่เป็นยอดบุรุษแห่งเผ่าปิศาจโดยแท้!
มีเพียงโฉมสะคราญที่งามล้าสุดเปรียบปานเช่นจีลี่อวี่เท่านั้น จึงจะ
คู่ควรกับยอดวีรบุรุษผู้พิชิตวัดเสวียนคงเช่นเซี่ยวม่อเกอ
ข่าวลือยิ่งมายิ่งแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ผู้คนยิ่งนานยิ่งล่วงรู้กันไปทั่ว ผู้
ที่ชมชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านถึงกับเริ่มสืบหาร่องรอยของเซี่ยวม่อเกอกันแล้ว
แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดค้นพบจั่วม่อที่ปลอมแปลงรูปลักษณ์
แต่เมื่อมันได้ยินข่าวลือ ถึงกับไม่ทราบจะหัวร่อหรือร่าไห้ดี มันแทบ
จดจำจีลี่อวี่ไม่ได้เสียด้วยซ้า รอจนเมื่อเค้นสมองขึ้นมาได้ในที่สุดต้องอดสั่น
ศีรษะไม่ได้
มันไม่ได้มีความประทับใจที่ดีต่อสตรีนางนั้นแม้แต่น้อย
ในไม่ช้ามันก็โยนเรื่องนี้ทิ้งไปจากใจ นอกเหนือจากการฝึกฝีมือ ทุก
วันของมันก็มีแต่การเดินทาง
เป้าหมายของมันมีเพียงหนึ่งเดียว อาณาจักรน้าพุปรโลก!