สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 739 สหายเก่า
บุรุษกำยำล่าสันเค้าหน้าหยาบกร้านผู้หนึ่งลุกขึ้นจากมุมด้านใน
ใบหน้าคล้ายยิ้มไม่เชิงยิ้ม ท่วงท่าสภาวะเหี้ยมหาญผ่าเผยแผ่ซ่านออกมา
กู่เหลียงเตา!
เสียงอุทานอย่างตระหนกดังอึงอลในกลุ่มคน ด้วยฐานะหนึ่งในสุด
ยอดแม่ทัพบัญชาการศึกที่ร้ายกาจที่สุดในยุคนี้ นามสะท้านภพของขุนพล
พยัคฆ์แห่งซีเซวียนกระเดื่องดังไปทั่วหล้าตั้งแต่แรก หลายคนเผยสีหน้า
หวาดวิตกระแวงระวัง แต่ความเป็นปฏิปักษ์กลับคลายลงหลายส่วน
หลังจากกู่เหลียงเตาตีจากซีเซวียนและเข้ายึดครองภูมิภาคแถบหนึ่ง ใน
กู่เหลียงเตาฟังออกถึงน้าใสใจจริงในสุ้มเสียงของจั่วม่อ ต้องหัวร่อฮา
ฮา กล่าวว่า “เราเมื่อเป็นพี่น้อง ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงอกเกรงใจ เพียงแค่
น้องชายยินยอมขายให้ เราเหล่ากู่ก็ยินดีมากแล้ว อย่าว่าแต่ต่อให้น้องชาย
ยกให้แก่ข้าโดยไม่คิดราคา เราเหล่ากู่ไหนเลยจะกล้ารับไว้” กล่าวจบคำก็
ตวัดมือเบา ๆ กล่องหยกใบหนึ่งเหินบินเข้าหาจั่วม่อ
จั่วม่อยื่นมือรับกล่องหยกเอาไว้ เห็นกล่องหยกใบนี้ระดับสูงยิ่ง บอบ
บางและใสแจ๋วราวปีกจักจั่น อาจมองเห็นโอสถปราณห้าสีขนาดเท่าผล
ลำไยที่อยู่ภายในนั้นอย่างชัดเจน แสงห้าสีหมุนวนอย่างแช่มช้าราวกับ
ดาราจักรขนาดจิ๋ววงหนึ่ง
จั่วม่อก็ไม่พิรี้พิไรมากความ ตวัดมือวูบหนึ่ง หมอกสีรุ้งนำพา ‘อาภรณ์
ทูตสวรรค์’ ลอยเข้าหากู่เหลียงเตา
กู่เหลียงเตาสีหน้าปลาบปลื้มยินดี ยื่นมือออกรับไว้ แต่ในเวลานี้เอง
สุ้มเสียงหนึ่งขัดขึ้นกลางคัน “รอก่อน!”
คลื่นพลังแหลมคมสุดเปรียบปานสายหนึ่งพลันพวยพุ่งออกจาก
ปลายดรรชนี
จั่วม่อหน้าเปลี่ยนสีในบัดดล กระทั่งมันเองยังนึกไม่ถึง ว่าคนของสภา
ผู้อาวุโสเผ่าอสูรจะเหิมเกริมถึงขั้นลอบทำร้ายคนต่อหน้าต่อตายอดยุทธ์
มากมาย ควรทราบว่ากู่เหลียงเตาเป็นแม่ทัพบัญชาการศึก ด้านพลังฝีมือ
มิใช่ความถนัดจัดเจนของมัน ภายใต้การจู่โจมอย่างฉับพลันของยอดยุทธ์
ผู้ใช้พลังเทพ มันกระทั่งโอกาสจะหลบหลีกยังไม่มี
อุบาทว์บัดซบ!
ไม่ทันแล้ว!
จั่วม่อขุ่นแค้นสุดเปรียบปาน เจตนาสังหารระเบิดวาบ วังจักรพรรดิ
ต้องห้ามทั้งเมืองพลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หากมีผู้ที่อยู่นอกวังมองเข้ามา
จะพบเห็นว่าเมฆสายรุ้งที่ล่องลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือเมืองพระราชวังพลัน
ม้วนตลบอย่างเกรี้ยวกราด สายน้าที่ก่อตัวขึ้นจากพลังหยินในแม่น้า
ทะเลสาบเดือดพล่านขึ้นมาทันที
ชั่วพริบตานี้ จั่วม่อตัดสินใจเด็ดขาด หากกู่เหลียงเตาเกิดเรื่องอันใด
รับรองว่าตัวบัดซบเผ่าอสูรทั้งฝูงนี้จะต้องกลายเป็นภูตผีร่วมกลบฝังอย่าง
แน่นอน!
ชั่วพริบตาดุจประกายไฟ ทันใดนั้นบุรุษที่ยืนอยู่ข้างกายกู่เหลียงเตาผู้
หนึ่ง พลันปรากฏตัวขวางอยู่เบื้องหน้ากู่เหลียงเตาโดยไร้สุ้มเสียง
คนผู้นั้นมือขวาผายออกเล็กน้อย เห็นลำแสงห้าสายที่ผิดแผก
แตกต่างพลันส่องสว่างอยู่บนฝ่ามือของมัน ทอง ไม้ น้า ไฟและดิน
ประกายแสงแต่ละชนิดกระเพื่อมไหวดุจผิวน้า
ผู้อาวุโสสภาอสูรสีหน้าแปรเปลี่ยนโดยพลัน ยังไม่ทันที่มันจะทันได้มี
ปฏิกิริยาตอบสนอง คลื่นพลังดรรชนีแหลมคมที่มันเพิ่งปลดปล่อยออกมา
จู่ ๆ ก็หมุนกลับตาลปัตร ห่างจากใบหน้าของมันเพียงฝ่ามือเดียว
เพียะ!
มันกระอักเลือดเป็นฟูฝอย ล้มคว่าไปข้างหน้า สีหน้าซีดขาวราว
กระดาษ ลมหายใจอ่อนจางแทบขาดห้วง
เหล่าผู้อาวุโสแห่งภพอสูรสีหน้าแปรเปลี่ยน ผู้อาวุโสผู้หนึ่งรีบล้วงเม็ด
ยาออกมา แล้วยัดใส่ปากของผู้อาวุโสที่มีอาการเป็นตายเท่ากันผู้นั้น
“ท่านที่นับถือคือ?”
?”
?” ซวงอวี่งงงันวูบ กระทั่งในซีเซวียนผู้
ที่รู้จักชื่อมันยังมีมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ทว่าสตรีนางนี้กลับสามารถระบุ
ตัวตนของมันได้ทันที
หมิงเยวี่ยเยี่ยในใจเย็นวาบ หากมิใช่ว่านางมีความทรงจำเป็นเลิศ
ย่อมต้องจดจำไม่ได้เป็นแน่ ว่ากันว่าในบรรดาศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ทั้งมวล
ของซีเซวียน ซวงอวี่ไม่มีใดโดดเด่นสะดุดตา เพียงจัดอยู่ในที่ใดที่หนึ่งของ
ระดับชั้นค่อนไปทางด้านบน ชาติกำเนิดของมันธรรมดาสามัญ ทางสำนัก
ไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนัก เพียงเรื่องเดียวที่ทำให้หมิงเยวี่ยเยี่ย
? นี่เป็นสถานที่ที่คนของซีเซวียน
ทั้งหมดยังแทบจะลืมเลือนไปแล้ว มันเป็นแดนมหัศจรรย์ซึ่งปฐมาจารย์ผู้
ก่อตั้งซีเซวียนเคยค้นพบ ภายในอาณาเขตของจักรวาลห้าธาตุ เป็น
ตำแหน่งที่อาณาจักรซึ่งเล็กจ้อยเป็นอย่างยิ่งกำลังค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น ภายใน
นั้นธาตุทั้งห้าสำแดงตนอย่างช้า ๆ อยู่ตลอดเวลา เป็นจักรวาลย่อส่วนอัน
เพียบพร้อมสมบูรณ์อย่างน่าพิศวง ปฐมาจารย์ผู้ก่อตั้งซีเซวียนใช้พลังอัน
ยิ่งใหญ่ไพศาลปิดผนึกมันเอาไว้ หลงเหลือเพียงทางเข้าแห่งเดียว ท่านยัง
ทิ้งคำพูดที่สืบทอดกันมาจนบัดนี้ว่ามีเพียงผู้ที่สามารถออกมาจากจักรวาล
ห้าธาตุได้เท่านั้น จึงจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของธาตุทั้งห้าอย่างถ่อง
แท้
ฟังดูคล้ายเป็นสถานที่อันดีเลิศสำหรับฝึกฝนสั่งสมประการณ์ เมื่อ
ครั้งที่ซีเซวียนแรกก่อตั้ง ศิษย์มากมายเลือกเข้าสู่จักรวาลห้าธาตุเพื่อฝึก
ตน ทว่าความเป็นจริงโหดร้ายอำมหิตกว่าที่พวกมันคาดคิดเอาไว้มาก พวก
มันค่อยค้นพบเมื่อสายเกินไปแล้วว่าหากพวกมันไม่บรรลุถึงแก่นแท้ของ
ธาตุทั้งห้า พวกมันจะไม่มีวันหวนกลับออกมาได้อีก ในประวัติศาสตร์อัน
ยาวนานของซีเซวียน ศิษย์ที่สามารถมีชีวิตรอดออกมาได้มีไม่เกินห้าคน
เท่านั้น
รอจนซีเซวียนค่อย ๆ กลับกลายเป็นฟุ้งเฟ้อฟอนเฟะ บรรดาศิษย์ก็
พากันหลงลืมเรื่องราวเกี่ยวกับจักรวาลห้าธาตุไปเสียทั้งหมด ในรอบ
สามสิบปีมานี้ซวงอวี่เป็นศิษย์เพียงหนึ่งเดียวที่เข้าสู่จักรวาลห้าธาตุ และ
เนื่องเพราะเหตุนี้เอง หมิงเยวี่ยเยี่ยจึงมีความทรงจำต่อนามของมันอย่าง
ลึกล้า ถึงกับนึกนิยมยกย่องอยู่บ้างด้วยซ้า
ทว่าในยามนั้นนางเองก็คงไม่อาจคาดคิดไปถึง ว่าวันหนึ่งซวงอวี่จะ
หวนกลับออกมาจากจักรวาลห้าธาตุจริง ๆ! มิหนำซ้าที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือ
มันยังเข้าร่วมหัวจมท้ายกับกู่เหลียงเตาอีกด้วย!
รอบด้านบังเกิดเสียงสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บดังระงม หลายต่อ
หลายคนมีสีหน้าตื่นตกใจ
พวกมันย่อมไม่เคยได้ยินชื่อซวงอวี่มาก่อน แต่แทบไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก
จักรวาลห้าธาตุแห่งซีเซวียน นับรวมซวงอวี่เข้าไปด้วย ผู้ที่สามารถออกมา
จากจักรวาลห้าธาตุมีอยู่เพียงห้าคนเท่านั้น ศิษย์สี่คนก่อนหน้านี้ล้วนเป็นผู้
เข้มแข็งที่สุดในยุคสมัยของพวกมัน!
ผู้ที่สามารถรอดออกมาจากจักรวาลห้าธาตุ ย่อมมีคุณสมบัติพอที่จะ
ยืนอยู่ในจุดสูงสุดแห่งยุคสมัย
ไม่มีใครกล้าประมาทดูแคลนหนุ่มน้อยหน้าตาหมดจดผู้นี้อีก แม้ว่ารูป
โฉมของมันจะดูธรรมดาสามัญมากก็ตาม
สายตาที่พวกมันมองดูกู่เหลียงเตาเริ่มเต็มไปด้วยความหวั่นใจด้วย
เช่นกัน ไม่ว่าจะอย่างไร ระดับสูงของซีเซวียนสมควรไม่โง่งมถึงขั้นผลักไส
ศิษย์ที่รอดชีวิตจากจักรวาลห้าธาตุออกมา แต่ซวงอวี่ยังเลือกที่จะ
สนับสนุนกู่เหลียงเตาอย่างเต็มอกเต็มใจ
?
กู่เหลียงเตาโดยตัวมันเองก็เป็นพยัคฆราชที่ดุร้ายอยู่เป็นทุนเดิม ยาม
นี้เท่ากับติดปีกคู่หนึ่งให้แก่พยัคฆ์ร้าย
จั่วม่อเองยังประหลาดใจอยู่บ้าง แต่หลังจากลอบสอบถามเกี่ยวกับ
จักรวาลห้าธาตุจากผูเยา ความรู้สึกที่มันมีต่อซวงอวี่ก็เต็มไปด้วยความ
นิยมชมชื่น ทั้งยังปลาบปลื้มประโลมใจแทนกู่เหลียงเตา ควรทราบว่ากู่เหลี
ยงเตาเป็นยอดแม่ทัพบัญชาการศึกผู้หนึ่ง ยามนี้เมื่อเพิ่มยอดยุทธ์ระดับสุด
ยอดเช่นซวงอวี่เข้าไปอีกคน พลังอำนาจของมันเรียกได้ว่าเปลี่ยนไปจาก
เดิมเป็นคนละระดับชั้น
กู่เหลียงเตาไม่แยแสสนใจสายตาประหวั่นพรั่นใจระคนไม่เป็นมิตร
ของผู้อื่น เพียงตบไหล่ซวงอวี่หนัก ๆ คราหนึ่ง แล้วยัดเยียด ‘อาภรณ์ทูต
สวรรค์’ ใส่มือของอีกฝ่าย การกระทำทั้งหมดลื่นไหลเป็นธรรมชาติดุจ
กำลังหยิบยื่นหมั่นโถวเนื้อหยาบให้สักลูกหนึ่งเท่านั้น
ทุกผู้คนในที่สุดค่อยตระหนักด้วยใจสั่นสะท้าน ที่แท้ยอดขุนพลผู้นี้
แย่งชิงอาภรณ์ทูตสวรรค์ก็เพียงเพื่อซวงอวี่
ซวงอวี่งงงันวูบ “พี่ใหญ่ นี่… …”
“เดิมทีข้าตั้งใจจะมอบให้แก่เจ้าตั้งแต่แรก แต่ข้ายากจนข้นแค้น ทั้ง
เนื้อทั้งตัวมีเพียงโอสถปราณเม็ดเดียวที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้บ้าง ข้าเกรง
ว่าเจ้าจะผิดหวังจึงไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า” กู่เหลียงเตาอธิบายอย่างไม่
อนาทรร้อนใจ
ซวงอวี่รู้สึกจมูกแสบร้อน มันไหนเลยจะไม่รู้ว่ากู่เหลียงเตายากจนข้น
แค้นปานใด โอสถวิญญาณห้าธาตุถือเป็นสมบัติชั้นสูงเพียงหนึ่งเดียวที่กู่
เหลียงเตามี
ทุกผู้คนสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง สายตาที่พวกมันมองดูกู่เหลียงเตา
เปลี่ยนเป็นเต็มไปด้วยความนิยมยกย่อง ไม่ว่าผู้ใดที่สามารถทำเรื่องเช่นนี้
อย่างเป็นปกติธรรมชาติล้วนควรค่าแก่ความเคารพยกย่อง ผู้คนในที่สุด
ค่อยเข้าใจ ความสำเร็จของกู่เหลียงเตาในทุกวันนี้หาใช่ได้มาเพราะโชค
ช่วยไม่
“พี่ใหญ่… …” ซวงอวี่ดวงตาแดงก่า
กู่เหลียงเตาขมวดคิ้ว ดุว่าอย่างอดไม่ได้ “ผ่านมานานปีถึงเพียงนี้ ไฉน
เจ้ายังไม่เลิกขี้แยอีก?”
ซวงอวี่สีหน้าขวยเขิน ขณะที่ถืออาภรณ์ทูตสวรรค์เอาไว้ในมือ สีหน้า
ของมันในยามนี้ไม่ต่างจากเด็กน้อยได้รับของเล่นที่ใฝ่ฝันมานาน
หมิงเยวี่ยเยี่ยเฝ้ามองฉากนี้ ในใจเย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม นางหวาดวิตก
อย่างลึกล้าต่อการกระทำของบุรุษนามกู่เหลียงเตา ไม่ว่าจะเป็นน้าใสใจ
จริงหรือเพียงเสแสร้งแกล้งดัดก็ตาม
คนผู้นี้หากมิใช่วีรบุรุษผู้กล้า ก็ต้องเป็นคนทะเยอทะยานคิดการณ์
ใหญ่ผู้หนึ่ง!
เมื่อครู่นี้ นางยังสัมผัสได้ถึงพลังเทพเบาบางสายหนึ่งในกระบวนท่าจู่
โจมของซวงอวี่ แม้ว่าจะยังไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างอย่างสมบูรณ์ก็ตาม… …
ด้วยการครอบครอง ‘อาภรณ์ทูตสวรรค์’ ของซวงอวี่ พลังฝีมือของ
ซวงอวี่สมควรจะรุดหน้าจนถึงขั้นสมบูรณ์ในไม่ช้า
สำหรับกู่เหลียงเตาซึ่งอาจจะเติบใหญ่จนกลายเป็นศัตรูของสภาผู้
อาวุโสเผ่าอสูรในสักวัน การฆ่าทิ้งเสียแต่เนิ่น ๆ จึงจะเป็นหนทางที่
ปลอดภัยที่สุด! หมิงเยวี่ยเยี่ยบังเกิดความคิดฆ่าฟันอย่างรุนแรง ซวงอวี่แม้
ฝีมือกล้าแข็ง แต่หากพวกนางโหมจู่โจมโดยไม่สนใจค่าตอบแทนที่ต้อง
จ่ายออกไป สมควรจู่โจมสังหารพวกมันเป็นผลสำเร็จ
หากปล่อยให้ซวงอวี่สำเร็จพลังเทพอย่างสมบูรณ์ จะกลายเป็นชนวน
เหตุเภทภัยไม่สิ้นสุด!
เดิมทีในความเห็นของหมิงเยวี่ยเยี่ย มีเพียงคุนหลุน เทียนหวนและ
วิหารเทพปิศาจเท่านั้นจึงจะเป็นคู่มือที่ทัดเทียมของสภาผู้อาวุโสเผ่าอสูร
ซีเซวียนที่เสื่อมทรุดและฟอนเฟะมีแต่จะเป็นผลดีต่อสภาผู้อาวุโส หาก
ทว่ากู่เหลียงเตาเป็นผู้ใด มันคือยอดแม่ทัพเลื่องชื่อแห่งซีเซวียน ขุนพล
พยัคฆ์แห่งซีเซวียน ความจริงข้อนี้ไม่มีผู้ใดเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นหากมีคน
ที่สามารถสืบทอดความมั่งคั่งของซีเซวียนมากที่สุด ผู้ใดยังจะเหมาะสมไป
กว่ากู่เหลียงเตา! และหากมันสืบทอดเศษซากที่มั่งคั่งของซีเซวียนจริง
พลังอำนาจของมันจะพุ่งทะยานขึ้นไปถึงระดับที่น่าประหวั่นพรั่นพรึง
แล้ว!
นางจะต้องขจัดภัยคุกคามซ่อนเร้นและเป็นอันตรายนี้ให้สิ้นซากเสีย
แต่ต้นมือ
ในใจแม้บังเกิดความคิดฆ่าฟันอย่างรุนแรง สีหน้านางกลับสงบ
ราบเรียบเสมือนหนึ่งไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ผู้อาวุโสที่รับบาดเจ็บได้รับการ
ช่วยเหลือจนฟื้นคืนสติ ใบหน้ามันซีดขาวราวซากศพ ดวงอาฆาตมาดร้าย
ถลึงมองซวงอวี่ดุจอสรพิษพยาบาท
ทว่าน่าเสียดายที่หมิงเยวี่ยเยี่ยหลงลืมไปเรื่องหนึ่ง นางลืมเลือนไปว่า
ยังมีคนผู้หนึ่งอยู่ที่นี่ด้วย และลืมเลือนไปว่าคนผู้นี้จึงเป็นราชันที่แท้จริง
ของสถานที่แห่งนี้!
“นางหนูน้อยเจ้าประเสริฐยิ่ง ถึงกับกล้าทำร้ายแขกเหรื่อของเกอต่อ
หน้าเกอ เจ้าหลงลืมไปแล้วกระมังว่าที่นี่เป็นดินแดนของผู้ใด?”
เสียงแค่นต่าลึกเย็นชาของจั่วม่อเต็มไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟันและความ
เย็นยะเยียบ ประหนึ่งสายลมกระโชกพัดจากธารน้าแข็งหมื่นปี อุณหภูมิใน
ตำหนักกลางดิ่งฮวบฮาบลงในบัดดล