สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 773 คู่แค้นทางคับแคบ
หลังจากล่องเรือไปตามการชี้นำของเจ้าดำน้อยชั่วระยะหนึ่ง ทันใด
นั้นได้ยินเสียงต่อสู้อย่างดุเดือดดังมาจากทางเบื้องหน้าพวกมัน ทุกคนมี
ประสบการณ์สู้รบอย่างโชกโชน ฟังถนัดชัดเจนว่าเป็นเสียงการโจมตีของ
อาวุธเวท ทั้งกองเรือเริ่มระวังป้องกันในทันที
หรือว่ามีคนที่คิดอ่านเช่นเดียวกันกับพวกมัน มาเพื่อสำรวจมหา
ขุมทรัพย์แห่งนี้เช่นกัน?
ฟังจากเสียง อีกฝ่ายสมควรยังอยู่ห่างออกไปอีกหลายร้อยลี้ หากมิใช่
เพราะพื้นผิวทะเลที่โล่งกว้างผนวกกับทิศทางลมหนุนเสริม รวมทั้ง
ประสาทสัมผัสอันเฉียบไวของพวกมัน อาจไม่ได้ยินเสียงการต่อสู้ที่เกิดขึ้น
ในระยะไกลเช่นนี้ก็เป็นได้
กองเรือเดินทางรวดเร็ว ระยะทางหลายร้อยลี้จะใช้เวลาเพียงไม่นาน
นัก
เหล่าองครักษ์คุ้มกันกองเรือปลุกปลอบสมาธิจิตใจ รักษาความตื่นตัว
อย่างเต็มที่ ตระเตรียมทำศึกสู้รบ
รอจนพวกจั่วม่อบรรลุถึงตำแหน่งนั้น และเห็นสถานการณ์ชัดตา ต้อง
ตะลึงลานกันไปหมด
เห็นปลาหมึกตาเดียวร่างใหญ่โตเท่าภูเขาเลากาตัวหนึ่งโผล่พ้นขึ้นมา
จากน้าครึ่งตัว ซิวเจ่อหลายคนกำลังรุมล้อมโจมตีปลาหมึกยักษ์อย่าง
ดุเดือด
“นี่…นี่เป็นปลาหมึกจริง ๆ?”
?” เขิง
เหลียนเอ๋อร์สีหน้าทอแววประหวั่นพรั่นพรึง นางเมื่อเติบใหญ่ในแดนปิศาจ
ย่อมเคยพบเห็นสิ่งมีชีวิตอันตรายนับจำนวนไม่ถ้วน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พบ
เห็นสัตว์ประหลาดที่ใหญ่โตมโหฬารถึงเพียงนี้
“อาจั่ว ระวังตัวไว้ ปลาหมึกตัวนี้เกรงว่ามีอายุไม่ต่ากว่าหนึ่งหมื่นปี!”
เสียงเตือนอย่างเคร่งเครียดของเว่ย ทำเอาจั่วม่อสั่นสะท้าน
“ไม่ต่ากว่าหนึ่งหมื่นปี?
?” หัวใจน้อย ๆ ของจั่วม่อถึงกับหวิววูบ ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใด หากมีอายุ
ยืนยาวนับพัน ๆ ปี ล้วนกลับกลายเป็นแข็งแกร่งทรงพลังสุดเปรียบปาน
แล้วผู้ที่มีชีวิตอยู่มานานเป็นหลายหมื่นปี มิหนำซ้ายังอยู่ในสภาพแวดล้อม
สุดเลวร้ายอย่างเช่นทะเลดำแห่งนี้ เช่นนั้นความแข็งแกร่งของสหายตัวโต
ท่านนี้… …
“รีบจากไปก่อนที่มันจะสังเกตเห็นเจ้า ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดหากอยู่รอด
มาได้นับหมื่นๆ ปี รับรองว่าสติปัญญาของมันหาได้ด้อยไปกว่าเจ้าไม่” ผู
เยาเตือนมาอีกทาง
เมื่อผูและเว่ยจู่ ๆ ก็เห็นพ้องต้องกันอย่างเป็นเอกฉันท์ จั่วม่อแทบ
อยากสะบัดหน้าจากไปในบัดดล มันแม้รักชอบสมบัติเท่าชีวิต แต่แน่นอน
ว่าจะไม่เอาชีวิตเข้าเสี่ยงเป็นเดิมพัน
ยิ่งไปกว่านั้น โอกาสเอาชนะเจ้าสัตว์ประหลาดนี้ก็ดูเหมือนจะน้อยนิด
จนน่าเวทนายิ่ง
นี่เป็นสิ่งมีชีวิตสุดแสนอันตรายที่ไม่สมควรไปยั่วแหย่ด้วยประการทั้ง
ปวง!
แต่แล้วทันใดนั้นเอง เหวยเสิ้งกระซิบเสียงเบาต่า เต็มไปด้วยกลิ่นอาย
ฆ่าฟัน “ศิษย์น้อง คนเหล่านั้นดูเหมือนจะเป็นเซียนกระบี่คุนหลุน”
“คุนหลุน!” จั่วม่อร่างสะท้านขึ้น ตั้งแต่แรกมันก็ถูกปลาหมึกยักษ์
หมื่นปีตัวนั้นดึงดูดความสนใจเอาไว้ ไม่ได้มองดูคนเหล่านั้นโดยละเอียด
พอเหวยเสิ้งสะกิดเตือน ค่อยพบว่าคนเหล่านั้นเป็นเซียนกระบี่คุนหลุน
จริงๆ!
จั่วม่อดวงตาอาบย้อมด้วยสีโลหิตในบัดดล ความแค้นระหว่างพวก
มันกับคุนหลุนไม่อาจแก้ไขกลับกลาย จนกว่าจะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดพินาศ
สิ้น!
อันไห่ใบหน้าแดงก่า สองมือเปลี่ยนกระบวนท่าเวทวิชา พลางตวาด
เสียงดังสดใส “ไป!”
เม็ดยากระบี่เปลี่ยนเป็นลำแสงที่แทบมองไม่ทัน พุ่งหายวับเข้าไปใน
ร่างของปลาหมึกยักษ์
ปลาหมึกยักษ์ซึ่งตั้งแต่ต้นยังไม่เคยมีทีท่าว่าจะรู้สึกรู้สา ในที่สุดก็มี
ปฏิกิริยาตอบสนอง ร่างสะบัดอย่างรุนแรง พื้นน้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ร่าง
มหึมาของมันคล้ายอัดแน่นไปด้วยพละกำลังไม่มีที่สิ้นสุด
เซียวหรูเจี้ยนกับพวกสีหน้าทอแววปิติยินดี พวกมันทราบว่านี่เป็น
เม็ดยากระบี่วิญญาณร้อยภูตวินาศทำร้ายแก่นฐานชีวิตของปลาหมึกยักษ์
จากภายใน กระบวนการหลอมกลั่นเม็ดยากระบี่วิญญาณร้อยภูตวินาศ
โหดร้ายอำมหิตเป็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องสกัดเอาความคับข้องใจและดุร้าย
เคียดแค้นของสัตว์ร้ายออกมา จากนั้นใช้วิธีการหยินหยุ่นเยือกหลอมกลั่น
ให้เป็นเจตจำนงกระบี่ แล้วค่อยผนึกไว้ในเม็ดยา
ยามเมื่อใช้ออก จะทำร้ายศัตรูไปถึงดวงวิญญาณ เป็นอาวุธร้ายที่น่า
กลัวยิ่ง
เซียวหรูเจี้ยนกับเหล่าศิษย์น้องรีบพลิ้วกายถอยห่าง เพื่อหลีกเลี่ยง
การสะบัดฟาดตามสัญชาตญาณของปลาหมึกยักษ์ หากถูกร่างใหญ่โต
มโหฬารถึงปานนี้หวดฟาดใส่ เกรงว่ากระทั่งกระดูกยังถูกบดขยี้จนแหลก
ละเอียด
หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยามเต็ม อาการสะบัดฟัดฟาดของปลาหมึก
ยักษ์ค่อยสงบลง
เซียวหรูเจี้ยนกับพวกมีสีหน้าปิติยินดี แต่ในไม่ช้าก็พบว่าพวกมัน
ยังคงไม่อาจตัดทำลายร่างกายของปลาหมึกยักษ์ได้ ยิ่งไปกว่านั้นการโหม
โจมตีอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ กลับส่งผลให้ในเวลานี้พวกมันทุกคนเหน็ด
เหนื่อยอ่อนแรงกันถ้วนหน้า
“น้าเมือกเหนียวนี้แปลกประหลาดยิ่ง!” เหอซือกระตุ้นเตือน การ
โจมตีของพวกมันที่ไม่ค่อยประสบผล ล้วนเกี่ยวข้องกับน้าเมือกเหนียวที่
ห่อหุ้มร่างปลาหมึกยักษ์ทั้งสิ้น
เซียวหรูเจี้ยนเป็นบุคคลอันชาญฉลาด มีจิตใจละเอียดอ่อน ในเวลา
นั้นมันจดจำเรื่องราวนั้นไว้ จากนั้นใช้เวลาอีกหลายปี เริ่มตรวจสอบและ
รวบรวมข้อมูลข่าวสารทุกอย่างเกี่ยวกับเส้นทางทะเลดำ
รอจนเมื่อมันเริ่มฝึกปรือพลังเทพ ค่อยหวนนึกไปถึงบันทึกที่ฝังใจ
พลันบังเกิดความคิดอันอุกอาจประการหนึ่ง ปลาหมึกยักษ์ตัวนั้นอาจเป็น
สิ่งมีชีวิตจากยุคบรรพกาล! สิ่งมีชีวิตโบราณสุดแสนอันตรายที่ฝึกปรือพลัง
เทพ ดังนั้นจึงร้ายกาจถึงเพียงนี้ ย่อมมิใช่สิ่งที่เซียนกระบี่ดั้งเดิมซึ่งฝึกปรือ
พลังปราณจะสามารถเอาชนะได้
เซียวหรูเจี้ยนยังคงศึกษาค้นคว้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งดูเหมือนจะ
ยิ่งสนับสนุนข้อสันนิษฐานของมันมากขึ้นเรื่อย ๆ
มีสิ่งมีชีวิตอันตรายซึ่งถือครองพลังเทพอาศัยอยู่ในทะเลดำ
เมื่อพลังเทพของมันรุดหน้าก้าวไกล เซียวหรูเจี้ยนพลันตระหนักว่านี่
เป็นโอกาสอันดีงามในรอบพันปี สำหรับเซียนกระบี่ดั้งเดิมที่ฝึกปรือพลัง
ปราณ สถานที่แห่งนั้นย่อมถือเป็นแดนมรณะ แต่สำหรับกลุ่มเซียนกระบี่
รุ่นใหม่ผู้ใช้พลังเทพ นี่เป็นดินแดนแห่งขุมสมบัติอันยิ่งใหญ่ไพศาล!
มันเริ่มเตรียการอย่างช้าๆ ติดต่อสนทนากับสหายศิษย์ที่มีเจตจำนง
เดียวกันกับมัน ช่วยกันตระเตรียมเสบียงของจำเป็น เพื่อแสวงหา
ความก้าวหน้าไปสู่อีกระดับชั้นหนึ่ง
หลังจากเตรียมการพร้อมสรรพ เซียวหรูเจี้ยนในที่สุดก็นำพาคณะมุ่ง
ตรงไปยังทะเลดำ
ตามข้อมูลในบันทึกความทรงจำของผู้อาวุท่านนั้น ในไม่ช้าเซียวหรู
เจี้ยนกับพวกทั้งหลายก็เสาะหาปลาหมึกยักษ์หมื่นปีอันน่าสะพรึงกลัวตน
นั้นจนพบ หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างราบรื่น กำยานหอมลวง
วิญญาณของเซียวหรูเจี้ยนทรงอานุภาพเป็นพิเศษ
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นราวกับเทน้าเย็นราดรดลงบนใบหน้าปิติ
ยินดีของทุกคน แม้ว่าปลาหมึกยักษ์ที่ถูกของวิเศษสะกดไว้จะไม่ตอบโต้
แต่พวกมันก็ไม่มีปัญญาทำร้ายเจ้าสัตว์ประหลาดหมื่นปีตนนี้ได้ พวกมันไม่
ว่าจู่โจมเท่าใดก็ไร้ผล ไม่อาจสร้างบาดแผลร้ายแรงให้แก่ปลาหมึกยักษ์ได้
กำยานหอมลวงวิญญาณมีประสิทธิภาพเพียงสามชั่วยามเท่านั้น
หลังจากสามชั่วยามผ่านไป พวกมันได้แต่หลบลี้หนีหน้า
เม็ดยากระบี่วิญญาณร้อยภูตวินาศสร้างความตื่นเต้นยินดีให้แก่พวก
มันเพียงชั่วขณะ แต่จากนั้นพวกมันก็พบว่าแทบไม่มีอันใดแตกต่างจาก
ตอนแรก
ในเวลานี้เอง พวกมันพลันค้นพบการมาถึงของพวกจั่วม่อ
เซียวหรูเจี้ยนฉุกใจคิด ลดเสียงกระซิบกระซาบกับบรรดาศิษย์น้อง
“นี่เป็นโอกาสดี เราจะหลอกให้พวกมันมาช่วยเราจัดการกับเจ้าปลาหมึก
นี่”
จากนั้นถามเสียงต่า “ค่ายกลกระบี่ภูตเดินหนของศิษย์น้องหญิงยังมี
อยู่หรือไม่?”
เหอซือผงกศีรษะเบา ๆ จนแทบมองไม่เห็น “ยังมี”
“เช่นนั้นให้คอยดูนิ้วของข้า หากข้างอนิ้วก้อยเมื่อใด ศิษย์น้องหญิง
ให้เปิดใช้งานค่ายกลกระบี่ภูตเดินหนเพื่อดักจับพวกมันทันที ค่ายกลกระบี่
ภูตเดินหนเป็นผลงานชิ้นเอกของอาจารย์อาเหอ ฮ่า!”
เสียงหัวร่อ ‘ฮ่า’ คำสุดท้ายที่ออกจากปากเซียวหรูเจี้ยนเต็มไปด้วย
รังสีอำมหิต
อันไห่เงียบงันอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “นี่ไม่ค่อยดีกระมัง”
เซียวหรูเจี้ยนทราบว่าหากไม่อาจเกลี้ยกล่อมทุกคนให้คล้อยตาม ครา
ครั้งนี้ก็ล้มเหลวแล้ว มันนิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นกล่าว “เช่นนั้นล่อให้
พวกมันมาช่วยก่อน หลังจากเสร็จงาน ค่อยปล่อยพวกมันจากไป และมอบ
สิ่งตอบแทนบางส่วนให้ก็แล้วกัน”
เหล่าศิษย์น้องสีหน้าผ่อนคลายลง พากันผงกศีรษะเห็นพ้อง
“สภาพการณ์ของคุนหลุนเรายามนี้เป็นอย่างไร พวกเจ้าทุกคนล้วน
ทราบดี ปลาหมึกยักษ์นี้มีความสำคัญต่อสำนักเป็นอย่างยิ่ง ในเวลาเช่นนี้
อย่าได้ใจอ่อนไป! และอย่าได้ประมาทดูแคลนพวกมัน ผู้ที่สามารถสัญจร
ผ่านเส้นทางทะเลดำ เกรงว่าต้องไม่รวบรัดธรรมดา” เซียวหรูเจี้ยนกระซิบ
เตือนบรรดาศิษย์น้อง
“ศิษย์พี่กล่าวถูกต้อง!”
“เราจะเชื่อฟังศิษย์พี่!”
ทุกผู้คนหวนนึกถึงการเสียสละของเหล่าผู้อาวุโสนับไม่ถ้วน ที่ยินยอม
สละกระทั่งชีวิตเพื่อสำนัก พลันรู้สึกละอายใจขึ้นมา กับเรื่องสำคัญเช่นนี้
พวกมันไม่สมควรใจอ่อนจริง ๆ
เห็นความคิดของทุกคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว เซียวหรูเจี้ยนล
อบถอนใจอย่างโล่งอก จากนั้นหันไปเผชิญหน้ากับผู้มา ปั้นรอยยิ้มเปี่ยม
ไมตรีบนใบหน้า เปล่งเสียงตะโกนดังกังวาน “สหายมาจากที่ใด?
? คุนหลุนจะถือเป็นพระคุณ
อย่างสูง!”
เซียวหรูเจี้ยนแม้แสดงทีท่ามากน้าใจไมตรี แต่ไม่ได้ถ่อมตน มันเชื่อว่า
อาศัยนามคุนหลุน คนส่วนมากย่อมต้องไว้หน้ามันหลายส่วน
พวกมันยังเชื่อมั่นว่าผู้ที่กล้าเป็นปฏิปักษ์ต่อคุนหลุน จนบัดนี้ยังไม่ได้
ถือกำเนิดเกิดมา!
จริงดังคาด อีกฝ่ายตอบรับทันที “พวกเราชื่นชมคุนหลุนมานาน!
วันนี้มีวาสนาได้พบพาน สมแล้วที่เป็นสำนักอันดับหนึ่งแห่งแดนซิวเจ่อเรา
ได้ช่วยเหลือพวกท่านนับเป็นเกียรติของพวกเรา อย่าได้ถือเป็นบุญคุณอัน
ใด พวกท่านเกรงใจเกินไปแล้ว!”
พวกมันทางหนึ่งกล่าววาจา อีกทางหนึ่งกองเรือก็ล่องเข้ามาใกล้กลุ่ม
ของเซียวหรูเจี้ยน
เซียวหรูเจี้ยนกวาดตามองผู้คนบนเรืออย่างรวดเร็ว พบว่าคน
เหล่านั้นเป็นกลุ่มคนที่แตกต่างหลากหลาย ค่อยคลายใจลงเล็กน้อย
รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งเบิกบานกว่าเดิม