สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 777 ภูเขาเนื้อ
คราครั้งนี้พวกมันได้กำไรอย่างแท้จริง!
มองดูภูเขาเนื้อสองลูกที่กองพะเนินอยู่ตรงหน้ามัน จั่วม่อรู้สึกราวกับ
เพิ่งฝันไป ของกำนัลจากคุนหลุนล้าค่ามากเกินไปจริง ๆ สัตว์ร้ายบรรพ
กาลระดับนี้ยากจะพบพาน ไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทนได้!
หากมิใช่ว่าศิษย์คุนหลุนใช้กำยานหอมลวงวิญญาณ จั่วม่อคาดว่าต่อ
ให้พวกมันทั้งหมดผนึกกำลังกัน ยังไม่อาจเอาชัยเจ้าตัวประหลาดยักษ์
หมื่นปีที่น่ากลัวนี้ได้ กระทั่งจะสามารถหลบหนีเอาชีวิตรอดจากไปได้
หรือไม่ยังเป็นปัญหา
มันไม่เคยคาดฝันว่าจะทำกำไรมหาศาลถึงปานนี้ คุนหลุนช่างเป็นคน
ดีโดยแท้!
คนในกองคาราวานพากันเดินวนเวียนชมดูภูเขาเนื้อสองลูกอย่างสน
อกสนใจ สัตว์ร้ายบรรพกาลที่ใหญ่โตมโหฬารถึงเพียงนี้ ไม่ใช่สิ่งที่จะพบ
เห็นได้โดยง่าย โดยทั่วไปแล้วพวกมันมีอยู่แต่ในตำนานเท่านั้น
เนื่องเพราะหวาดวิตกว่าจะเผชิญกับสัตว์ร้ายอันแข็งแกร่งอื่นๆ ใน
เส้นทางทะเลดำ กองเรือไม่กล้าวิ่งเพ่นพ่านวุ่นวายออกนอกเส้นทาง แต่รีบ
แล่นตรงดิ่งไปยังจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็วตามคำแนะนำของ
พ่อบ้านของกองคาราวาน
มีเพียงจั่วม่อเท่านั้นที่สามารถจัดการกับซากสัตว์ประหลาด มันยัง
เป็นผู้เดียวที่มีฝีมือในศาสตร์วิชาหลอมสร้าง มีเพียงแค่มันเท่านั้นที่ทราบ
ว่าส่วนใดใช้การได้ ส่วนใดไม่เป็นประโยชน์
หากมีปัญญากระทำได้ จั่วม่อจะต้องยัดภูเขาเนื้อสองลูกนี้เข้าไปใน
แหวนมิติของมันแน่ เพื่อที่จะนำกลับไปยังม่ออวิ๋นไห่ในภายหลัง มีแต่ทำ
เช่นนั้น จึงจะสามารถใช้งานคุณค่าอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ในซากร่างของสัตว์ร้าย
บรรพกาลได้ถึงขีดสุด
แต่น่าเสียดาย แม้ว่าแหวนมิติของจั่วม่อจะเป็นแหวนชั้นสูงสุดและดี
ที่สุด ยังไม่มีปัญญารองรับภูเขาเนื้อมหึมาสองลูกนี้ได้
จั่วม่อได้แต่กล้ากลืนความเจ็บปวดใจ โหมทำงานหนักติดต่อกันสาม
วันสามคืนโดยไม่หยุดพักแม้สักชั่ววูบเดียว
ผู้ที่รับหน้าที่ชี้แนะแนวทางให้แก่จั่วม่อก็คือเว่ย แม้ว่านับตั้งแต่เว่ยลง
มือชำแหละสัตว์ร้ายบรรพกาลครั้งสุดท้ายจะเนิ่นนานจนนับปีไม่ถ้วนแล้ว
แต่มันก็เป็นเพียงคนเดียวที่นับว่าพอจะรู้จักคุ้นเคยอยู่บ้าง
ปลาหมึกยักษ์ตัวน้อย ๆ คือขุมทรัพย์ กำไรเอย กำไรก้อนโต… …
จั่วม่อครวญเพลงไปพลางชำแหละซากร่างปลาหมึกยักษ์ไปพลาง
ทำงานอย่างเบิกบานใจและรวดเร็วยิ่ง ไม่ว่าส่วนใดของปลาหมึกยักษ์ก็
ล้วนประกอบไปด้วยสมบัติ จั่วม่อรวบรวมเมือกเหนียวอย่างระมัดระวัง
ของสิ่งนี้เป็นสมบัติหายาก ซึ่งสามารถดูดซับพลังเทพที่ศัตรูโจมตีเข้ามา
ที่นับว่ายอดเยี่ยมที่สุด คือของวิเศษนี้สามารถดูดซับการโจมตีของ
พลังเทพได้ถึงระดับเฉพาะเจาะจงระดับหนึ่ง จั่วม่อลองทดสอบดูและ
พบว่าเรืองนีไม่ผิดพลาดแน่ มีเพียงเมือพลังเทพบรรลุถึงความบริสุทธิ์
ระดับหนึ่ง และเทพวิชาที่ใช้บรรลุถึงระดับชั้นหนึ่งเท่านั้น จึงจะสามารถจู่
โจมทำลายเมือกเหนียวนี้ได้
กล่าวตามความสัตย์ จั่วม่อเพิ่งเคยได้ยินว่ามีวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติ
เช่นนี้เป็นครั้งแรก อาศัยคุณลักษณะนี้เพียงอย่างเดียวก็สามารถกำหนด
คุณค่าของเมือกเหนียวนี้ได้ ตลอดกระบวนการทั้งหมด จั่วม่อปลุกปลอบ
ความตื่นตัวถึงสิบสองส่วน เกรงว่าจะพลาดสิ่งใดไป
มันตัดสินใจว่าเมื่อถึงเวลาที่หลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพชุดใหม่ของตน
มันจะนำเมือกเหนียวที่ต่อต้านสวรรค์นี้มาฉาบทาชุดเกราะเทพของมัน
ฉาบทาแล้วก็ฉาบทา ซ้าแล้วซ้าอีก ฉาบทาจนกว่าจะได้หนึ่งร้อยชั้นหนึ่ง
พันทบ!
พลังเทพกระบี่แห่งคุนหลุน? พลังเทพเทียนหวน? พลังเทพผีสางอัน
ใด เมื่อพวกเจ้าโจมตีใส่ชุดเกราะของเกอ กระทั่งสะเก็ดประกายไฟยัง
คร้านจะกระเด็นขึ้น จั่วม่อยิ่งครุ่นคิดมากเท่าใด ก็ยิ่งลิงโลดยินดีมากขึ้น
เท่านั้น
คุนหลุนเด็กดี คุนหลุนเด็กดี… …
จั่วม่อเริ่มครวญเพลงอีกครั้งอย่างเบิกบานใจ
นอกจากนี้ ดวงตาของปลาหมึกยังคล้ายจะแห้งลง กลายเป็นลูกปัดสี
ดำสองเม็ด แต่ลูกปัดสีดำทั้งสองเม็ดนี้ใหญ่โตเกินไปบ้าง แทบจะเทียบเท่า
กับความสูงของจั่วม่อ มันแม้ไม่ทราบว่าลูกปัดสีดำใช้ทำอะไร แต่ก็ลอง
ทดสอบดูด้วยพลังเทพ จั่วม่อพบว่าพลังเทพที่ผ่านเข้าไปในลูกปัดยักษ์ไม่
ต่างจากวัวโคลนจมสู่ทะเล คล้ายจะหายสาบสูญไปโดยไร้ร่องรอย
มันสามารถดูดกลืนพลังเทพ!
จวบกระทั่งถึงยามนี้ นี่เป็นคุณลักษณะเดียวที่จั่วม่อค้นพบ เงื่อนเวลา
ไม่อนุญาตให้มันค่อยๆ ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ได้แต่โยนลูกปัดสี
ดำทั้งสองเข้าไปในแหวน มันมีลางสังหรณ์ว่าของสิ่งนี้จะต้องเป็นสมบัติ
วิเศษที่ดีอย่างแน่นอน
หนังของปลาหมึกแข็งแกร่งทนทานยิ่ง กระบี่บินธรรมดาเพียง
สามารถทิ้งริ้วรอยจาง ๆ สายหนึ่งเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้วต้องอาศัยศิษย์พี่
ใหญ่เหวยเสิ้งใช้กระบี่โลหิตประหารเทพช่วยตัดออกมา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหนังปลาหมึกนี้มีคุณภาพระดับสูงอย่างน่า
อัศจรรย์ จั่วม่อคาดคะเนว่าสมควรอยู่ในระดับสูงสุด สำหรับยุทธภัณฑ์เทพ
รูปแบบอาภรณ์ส่วนใหญ่แล้ว หนังสัตว์ระดับสูงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้
อย่างเช่น ‘วิญญาณมิดับสูญ’ ของอากุ่ยเป็นองค์ประกอบที่หาได้ยากยิ่ง
ที่สำคัญที่สุดก็คือ ขนาดของผืนหนังนี้ใหญ่โตมโหฬารจนคนทั่วไป
แทบไม่อาจจินตนาการได้
แม้ว่ามิอาจนำทั้งหมดไปหลอมสร้างเป็นยุทธภัณฑ์เทพ แต่หากนำ
ส่วนที่เหลือไปหลอมสร้างยุทโธปกรณ์เทพ จะได้ยุทโธปกรณ์เทพระดับสูง
กว่าของทั่วไปมาก เมื่อนึกถึงว่ามันจะมอบยุทธภัณฑ์เทพเทียมให้แก่
สมาชิกแกนหลักทุกคน คนละหนึ่งชุด ติดอาวุธให้แก่พวกมันทุกคนอย่าง
พรั่งพร้อม เมื่อถึงยามนั้น ขีดความสามารถในการสู้รบของม่ออวิ๋นไห่
ทั้งหมดจะพุ่งทะยานขึ้นไปถึงชั้นฟ้า!
กระดูกและฟันของปลาหมึกยักษ์ล้วนมีคุณภาพไม่ธรรมดาสามัญ
สามารถใช้ในการหลอมสร้างยุทโธปกรณ์เทพ
สิ่งที่ทำให้จั่วม่อรู้สึกว่าพิเศษกว่าสิ่งใด ก็คือปุ่มดูดที่มีอยู่อย่างแน่น
ขนัดบนหนวดปลาหมึก ปุ่มดูดขนาดใหญ่ที่สุดมีขนาดเท่าตัวคน ส่วนอันที่
เล็กที่สุดมีขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือ มีจำนวนมากกว่าหนึ่งหมื่นสองพัน
อัน
จั่วม่อสนอกสนใจปุ่มดูดเหล่านี้มาก พวกมันแต่ละอันมีพลังพิเศษ
เฉพาะ ทันทีที่ปุ่มดูดเหล่านี้สัมผัสถูกสิ่งมีชีวิต พวกมันจะดูดกลืนพลัง
ฝึกปรือและพลังชีวิตของเป้าหมายตามสัญชาตญาณ
เจ้าสิ่งนี้ทั้งชั่วร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ปุ่มดูดที่ใหญ่โตมากเท่าใด พลังดูดก็ยิ่งกล้าแข็งมากเท่านั้น จั่วม่อ
ทราบว่านี่เป็นเพียงพลังดูดที่ยังเหลือค้างอยู่หลังจากที่ปลาหมึกยักษ์ตาย
ไปแล้วเท่านั้น หากสัตว์ประหลาดร้ายกาจนี้ยังมีชีวิตอยู่ ความสามารถนี้
สมควรกล้าแข็งกว่านี้มาก นึกถึงว่าปุ่มดูดมีจำนวนมากมายถึงเพียงนี้ ทุกที่
ที่พวกมันเคยกรายผ่าน ทุกชีวิตถูกช่วงชิง ไม่ว่าเลือดเนื้อหรือพลังทั้งมวล
ภายในร่าง ล้วนถูกปลาหมึกยักษ์ดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น
ปลาหมึกยักษ์ตนนี้มีชีวิตอยู่มานานนับหมื่น ๆ ปี ไม่ทราบว่าชีวิต
มากมายเท่าใดถูกมันกลืนกินลงไป
น่าสะพรึงกลัวนัก!
จั่วม่อนึกยินดีในโชควาสนาของตน หากมิใช่เพราะกำยานหอมลวง
วิญญาณของคุนหลุน เมื่อเผชิญพบสัตว์ประหลาดอันร้ายกาจตนนี้ โอกาส
ที่กองเรือของมันจะหนีรอดไปได้สมควรมีน้อยนิดยิ่ง
บนปุ่มดูดเหล่านี้มีลวดลายอักขระในรูปแบบที่จั่วม่อไม่เคยพบเห็นมา
ก่อน จั่วม่อสงสัยว่าอาจจะเป็นลวดลายเหล่านี้เอง ที่ช่วยให้ปุ่มดูดมีพลัง
อันพิเศษเฉพาะดังเช่นที่เห็น
จั่วม่อตกลงใจจะหาเวลาว่างทำการศึกษาดู มันรวบรวมปุ่มดูด
ทั้งหมดใส่ลงไปในแหวน ปุ่มดูดใหญ่น้อยมากมายกองพะเนินเทินทึกราว
กับภูเขาย่อมๆ ลูกหนึ่ง จั่วม่อทราบว่าของสิ่งนี้เป็นของวิเศษที่ยากจะพบ
พาน แต่จะนำไปใช้อย่างไร ยามนี้มันยังไม่มีแนวคิดที่สมบูรณ์
ทุกสิ่งที่มีประโยชน์ใช้สอยถูกคัดแยกออกไปทีละชิ้นสองชิ้น
แต่ยังมีภูเขาเนื้ออันใหญ่โตมโหฬารเหลือทิ้งไว้เบื้องหน้าพวกมัน นี่
เป็นภูเขาแห่งเนื้ออย่างแท้จริง ทั้งหมดเป็นของเหลือหลังจากชำแหละเอา
สิ่งที่มีประโยชน์ในร่างปลาหมึกยักษ์ออกไปจนหมดสิ้น ส่วนโลหิตของ
ปลาหมึกยักษ์ ดูเหมือนจะถูกกระบี่โลหิตประหารเทพของเหวยเสิ้งดูดไป
จนแห้งเหือด ไม่หลงเหลือแม้แต่หยดเดียว ทั้งหมดเป็นเนื้อสัตว์ที่สะอาด
สะอ้าน กองพะเนินเทินทึกเท่าภูเขา แต่ไม่เปื้อนเลือดแม้แต่น้อย
จะทำอย่างไรกับเนื้อเหล่านี้ดี? จั่วม่อรู้สึกจนปัญญาอยู่บ้าง เพราะ
ปริมาณมันมากมายเกินไปจริงๆ!
“รับประทานมันให้หมด!” เว่ยเสนอแนะอย่างผู้เชี่ยวชาญ “ในยุค
บรรพกาล หากสามารถล่าสัตว์ประหลาดเช่นนี้ได้ จะแบ่งปันให้ผู้คนทั้ง
เผ่าร่วมรับประทานด้วยกัน สำหรับสัตว์ประหลาดที่มีอายุหลายหมื่นปี ชิ้น
เนื้อแต่ละชิ้นของมันถูกกลั่นเกลาด้วยพลังเทพอย่างยาวนานจนนับปีไม่
ถ้วน เนื้อเหล่านี้อัดแน่นไปด้วยพลังอันน่าตระหนก หากสามารถนำมาใช้
ได้ จะมีส่วนช่วยต่อเจ้านับเอนกอนันต์”
“เป็นความจริง?” จั่วม่อตีสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย
“ลองรับประทานดูก็มิใช่รู้แล้วหรอกหรือ?” เว่ยไม่พอใจอย่างยิ่ง
จั่วม่อเอียงหน้ามอง จากนั้นทดลองใช้เปลวไฟย่างเนื้อชิ้นหนึ่ง รอจน
กัดกินเข้าไปคำหนึ่ง พลันดวงตาเบิกกว้าง มันรู้สึกถึงพลังเทพที่เลือนราง
เป็นอย่างยิ่งกำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ของวิเศษ!
มันชี้ไปยังภูเขาเนื้อ ประกาศก้องผ่านปากที่ยังเคี้ยวเนื้อตุ้ย ๆ “กิน
กินเข้าไป กินให้หมด!”
คนอื่น ๆ เฝ้ามองตั้งแต่แรก พอเห็นเช่นนี้ก็เริ่มลงมือบ้าง พวกมันแต่
ละคนใช้วิธีการปรุงและรับประทานที่แตกต่างหลากหลาย แต่เมื่อเนื้อผ่าน
เข้าไปในปาก ทุกผู้คนพากันคึกคักขึ้นอักโข!
พลังเทพ!
เนื้อเหล่านี้ถึงกับเปี่ยมล้นไปด้วยพลังเทพ อีกทั้งพวกมันยังสามารถ
ดูดซับพลังเทพบางส่วนจากชิ้นเนื้อ การค้นพบนี้ทำให้ทุกคนพากันคลุ้ม
คลั่งไปทั้งหมด
ในปัจจุบัน นอกเหนือจากจั่วม่อ เหวยเสิ้งและอากุ่ย เหล่าคนพิเศษซึ่ง
เป็นข้อยกเว้น ผู้อื่นหากคิดเพิ่มพูนพลังเทพ มีเพียงหนทางเดียว…การ
ฝึกปรือ!
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันพบหนทางอื่นในการเพิ่มพูนพลังเทพของตน
ภูเขาเนื้อที่อยู่เบื้องหน้าพวกมัน บันดาลให้ทุกผู้คนรู้สึกคล้ายถูก
ความสุขอันยิ่งใหญ่หวดฟาดจนเคลิบเคลิ้มมึนเมา
โดยไม่ต้องให้จั่วม่อเร่งรัดคะยั้นคะยอ ทุกผู้คนเริ่มรับประทานอย่าง
ไม่คิดชีวิต
ทว่าในไม่ช้า พวกมันพลันค้นพบเรื่องน่าตระหนกประการหนึ่ง ไม่ว่า
พวกมันจะช่วยกันเขมือบกลืนเนื้อเหล่านี้อย่างรวดเร็วเพียงใด แต่เมื่อ
เทียบกับภูเขาเนื้อสูงสามร้อยจั้งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า นี่ไม่ต่างจากใช้
น้าถ้วยเดียวดับไฟทั้งคันรถ
พวกมันไม่มีทางกินเนื้อเหล่านี้ทั้งหมดได้!
โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือเมื่อท่านพบว่าการรับประทาน
เนื้อสามารถเพิ่มพูนพลังเทพของท่าน มิหนำซ้ามีเนื้อมากมายเท่าภูเขา
กองอยู่ตรงหน้า แต่ท่านพานไม่มีปัญญารับประทานพวกมันให้หมด!
ผู้คนที่ติดตามจั่วม่อส่วนใหญ่ถือกำเนิดจากชนชั้นรากหญ้า เคย
เผชิญความยากจนและความยากลำบากนานัปการ สิ่งที่พวกมันเกลียดชัง
ที่สุดคือความสิ้นปลืองและสูญเปล่า พวกมันไหนเลยจะยอมให้เกิด
โศกนาฏกรรมเช่นนี้ได้?
ทั้งโขยงพากันโทษว่าตำหนิฟ้าดิน ทุกผู้คนล้วนเห็นพ้องต้องกันอย่าง
เป็นเอกฉันท์ ไม่ว่าจะอย่างไร ก่อนที่จะบรรลุถึงวัดดอกบัวสูงศักดิ์ พวกมัน
ต้องรับประทานภูเขาเนื้อนี้ให้หมดสิ้นให้จงได้!
ดังนั้นพวกมันจึงเริ่มคิดหาวิธีแก้ไข
เพื่อที่จะเพิ่มระดับความหิวโหยของพวกมัน แต่ละคนเริ่มผลาญพลัง
เทพอย่างไม่คิดชีวิต ต่อสู้ บำเพ็ญเพียรอย่างบ้าคลั่ง ฝึกฝีมือ… …
สารพัดวิธีเท่าที่จะนึกออก พวกมันล้วนงัดออกมาใช้ทั้งหมด หากคน
นอกมาเห็นเหตุการณ์นี้ คงต้องทอดถอนรำพึงรำพัน ‘ภูมิปัญญาของผู้คน
ช่างไม่มีขีดจำกัดโดยแท้’
ยกตัวอย่างเช่นเหวยเสิ้ง เพียงไม่นานมันก็คิดค้นวิธีการที่มี
ประสิทธิภาพสูงวิธีหนึ่ง มันใช้กระบี่โลหิตประหารเทพดูดซับพลังเทพ
ภายในเนื้อปลาหมึกยักษ์โดยตรง จากนั้นส่งผ่านเข้ามาในร่างของมัน
ความเร็วในการดูดกลืนนับว่ารวดเร็วจนน่าตระหนก อย่างไรก็ตาม กระบี่
โลหิตประหารเทพเพียงสนใจในโลหิต ไม่มีอารมณ์จะเหลือบแลเนื้อสัตว์
แม้แต่น้อย นี่ร้อนถึงเหวยเสิ้งต้องออกไปเสาะหาสัตว์อสูรเคราะห์ร้าย นำ
โลหิตมาเซ่นสังเวยกระบี่ กึ่งบีบบังคับให้กระบี่ยินยอมร่วมมือด้วย
วิธีการของจงหยูกลับนุ่มนวลกว่ามาก มันเพียงอัญเชิญร่างจำแลง
พระโพธิสัตว์สารพัดชนิดออกมาช่วยดูดกลืนพลังเทพในชิ้นเนื้อ จากนั้น
ค่อยผสานรวมเข้ากับร่างของตน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจั่วม่อเป็นดาวเด่นที่เปล่งประกายเจิดจรัสที่สุดใน
เทศกาลสวาปามเนื้อปลาหมึกยักษ์นี้ เหล่าเจ้าตัวเล็กรอบกายมันทุกตัว
ล้วนแล้วแต่เป็นจอมตะกละที่เป็นเอกในแดนดิน มิหนำซ้ายังมีสุดยอดจอม
ตะกละอย่างเช่นทหารยันต์ทองคำดำ จั่วม่อชมดูจอมดูดเหล่านี้จนบังเกิด
แรงบันดาลใจมากมาย ความเร็วในการกลืนกินของมันพุ่งทะยานดุจก้าว
กระโดด เมื่อชิ้นเนื้อผ่านลงไปในท้อง แก่นแท้ของเลือดเนื้อและพลังเทพ
จะแผ่ซ่านไปทั่วร่างของมันในทันที
แต่ถึงกระนั้น รอจนพวกมันแล่นเรือออกพ้นจากเส้นทางทะเลดำ
ภูเขาเนื้อใหญ่โตมโหฬารก็เพิ่งจะถูกรับประทานลงไปหมดสิ้นชนิดจวน
เจียนเต็มที่
ทุกผู้คนรู้สึกราวกับเพิ่งทำภารกิจอันสุดแสนจะลำบากยากเข็ญเสร็จ
สิ้น กระทั่งผู้ที่สงบเยือกเย็นเช่นเหวยเสิ้งกับจงหยูยังอดยิ้มกว้างออกมา
ไม่ได้ หลายคนยังรู้สึกหวาดหวั่นไม่คลาย
จวบจนหลังจากนั้นอีกเนิ่นนาน หากมีใครเอ่ยถึงคำ ‘รับประทานเนื้อ’
ขึ้นมา รับรองว่าทุกคนที่อยู่ใกล้ ๆ จะโถมเข้าไปเสี่ยงชีวิตด้วยในทันที
นี่อเนจอนาถยิ่ง เทียบได้กับสงครามใหญ่ครั้งหนึ่ง
กระทั่งสุดยอดจอมตะกละเช่นทหารยันต์ทองคำดำ พอได้ยินคำว่า
‘รับประทานเนื้อ’ ยังต้องสะดุ้งโหยง หวาดกลัวจนหัวหด
ทว่าท่ามกลางความอเนจอนาถ พลังฝีมือของทุกผู้คนล้วนรุดหน้าไป
ก้าวใหญ่
ปลาหมึกยักษ์ที่มีชีวิตอยู่มานานนับหมื่นปี พลังเทพซึ่งอัดแน่นอยู่
ภายในร่างของมันทั้งมากมายมหาศาลและน่าสะพรึงกลัวนัก! แม้ว่าพวก
มันไม่อาจดูดกลืนทั้งหมด ทั้งยังแบ่งแยกกระจัดกระจายออกไปท่ามกลาง
ผู้คนมากมาย แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งจะเริ่มก้าวเดินในวิถีทางแห่งพลังเทพ
เหล่านี้ พลังที่เพิ่มพูนขึ้นนี้ยังนับว่าน่าอัศจรรย์ใจยิ่ง
“ฝีมือของม้าฝานครั้งนี้หมดจดงดงามนัก!” สือตงอดนับถือเลื่อมใส
อยู่บ้างไม่ได้ สำหรับแม่ทัพบัญชาการศึกไม่ว่าผู้ใด การเอาชนะศึกที่
ยากลำบากสักครั้งนับเป็นยอดปรารถนาของพวกมัน
ยิ่งไปกว่านั้น ชัยชนะครั้งนี้ยังหนุนส่งให้นามของม้าฝานกระเดื่องดัง
ไปทั่วหล้า ทั้งยังหนุนส่งมันเข้าสู่ทำเนียบแม่ทัพชั้นหนึ่งอย่างเต็มภาคภูมิ
ในหมู่แม่ทัพนายกองแห่งม่ออวิ๋นไห่มักมีการประชันขันแข่งมาโดย
ตลอด ท่ามกลางกองทัพมากมาย ค่ายฮุยของสือตงกับเยี่ยหลิงไม่ได้จัดอยู่
ในอันดับต้น ๆ สือตงแม้เด่นล้าเป็นพิเศษ แต่ในม่ออวิ๋นไห่ที่เต็มไปด้วย
อัจฉริยะ มันยังไม่นับว่าเข้มแข็งที่สุด
ผู้ที่มีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับมันในม่ออวิ๋นไห่มีอยู่เป็นจำนวนไม่
น้อย
อย่างไรก็ตาม มันแม้อิจฉาเลื่อมใสอยู่บ้าง แต่ไม่มีจิตริษยาม้าฝาน
แม้แต่น้อย นี่เป็นสิ่งที่ม้าฝานสมควรได้รับ พวกมันผ่านศึกใหญ่อัน
ยากลำบากมาหลายครั้งหลายหน หลายครั้งหลายหนจนแทบนับไม่หวาด
ไม่ไหว สือตงล่วงรู้ฝีมืออันกล้าแข็งของม้าฝานเป็นอย่างดี
เพียงมอบแนวป้องกันค่ายกลให้แก่ม้าฝาน ความแข็งแกร่งของมันจะ
เพิ่มเป็นสองเท่า
นี่เป็นคำจำกัดความที่แม่นางน้อยต้าเหรินมอบให้แก่ม้าฝาน ประโยค
นี้ไม่ได้กล่าวเกินจริงแม้แต่น้อย ความสำเร็จอื่น ๆ ของม้าฝานนั้นเรียกได้
ว่าพื้นเพธรรมดา แต่เมื่อมันเข้าควบคุมแนวป้องกันค่ายกลก็แทบจะ
กลายเป็นแม่ทัพไร้พ่ายผู้น่าสะพรึงกลัว
ไม่มีผู้ใดชมชอบต่อสู้กับม้าฝานยามที่มันทำศึกป้องกัน
อย่างไรก็ตาม สือตงแม้เลื่อมใสม้าฝานแต่ไม่ได้เสียกำลังใจ มันเต็มไป
ด้วยความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างเปี่ยมล้น ม้าฝานมีฝีมือที่ถนัดจัดเจน มัน
เองก็มีความถนัดจัดเจนของตน
“คำสั่งของเปี๋ยหานต้าเหรินช่างแปลกประหลาดโดยแท้!” เยี่ยหลิง
กำลังก้มหน้าอ่านคำสั่งใหม่ที่ส่งมาจากเปี๋ยหานต้าเหริน อดออกความเห็น
ไม่ได้
สือตงทอดตามองไปยังที่ห่างไกล กล่าวเสียงแผ่วเบา “ข้าคิดว่าข้า
พอจะคาดเดาจิตเจตนาที่แท้จริงของเปี๋ยหานต้าเหรินได้บ้างแล้ว” มัน
พยายามบังคับสีหน้าให้ดูสงบเยือกเย็นเหมือนเช่นปกติ แต่แววตาวิตก
กังวลกลับเผยความในใจที่แท้จริงของมันออกมาอย่างชัดเจน
เปี๋ยหานต้าเหริน… …นี่บ้าบิ่นเกินไปแล้ว!
?
?” เยี่ยหลิง
ตื่นตะลึงอยู่บ้าง แต่ไม่ค่อยประหลาดใจเท่าใด มันทราบดีว่าหากเทียบ
กับสือตง สายตาในเชิงกลยุทธ์ของมันยังคงอ่อนด้อยอยู่มาก
สือตงสั่นศีรษะอย่างหนักใจ “มิใช่เพียงข้าผู้เดียว ยามนี้คนอื่น ๆ ก็
สมควรเข้าใจแล้วเช่นกัน”
“ไฉนข้าฟังแล้วยิ่งรู้สึกว่าเรากำลังเล่นทายปริศนากันอยู่… …” เยี่ย
หลิงท้วงด้วยสีหน้าอับจนปัญญา
“ลองดูตำแหน่งของเราให้ดี แล้วดูตำแหน่งของถังเฟย กับตำแหน่ง
ของอาซาเก๋อ” มือของสือตงชี้ปราดอย่างรวดเร็วเหนือแผนที่อาณาจักร
การขยับมือของสือตงคล้ายลากเป็นเส้นสายที่มองไม่เห็นชุดหนึ่ง ทำให้
เยี่ยหลิงดวงตาเป็นประกาย แต่มันยังคงสับสนุงนงงอยู่บ้าง ต้องกล่าวว่า
“ข้ายังมองเห็นไม่ถ่องแท้… …”
สือตงไม่เปลืองวาจามากความ กล่าวต่อไปว่า “พวกเรา กองพันถังจื่อ
และกองพันอาซาเก๋อ ดูจากภายนอกคล้ายว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
อาณาจักรขุนเขาประจักษ์แจ้ง แต่ลองดูที่ตรงนี้”
บนแผนที่อาณาจักร มันชี้ไปยังตำแหน่งตั้งทัพของค่ายฮุย ใช้ค่ายฮุย
เป็นจุดศูนย์กลาง ทำท่าขีดวาดวงกลมที่มองไม่เห็นวงหนึ่ง จากนั้นชี้ไปยัง
ตำแหน่งของอีกสองกองพัน ขีดวาดวงกลมล้อมรอบพวกมันทีละแห่ง
“ทีนี้ลองดูอีกที” สือตงกล่าวอย่างเยือกเย็น “แม้ว่าพวกเราไม่มีส่วน
เกี่ยวข้องโดยตรงกับอาณาจักรขุนเขาประจักษ์แจ้ง แต่ในรัศมีพื้นที่ที่เรา
ตั้งทัพ ตำแหน่งที่เราเฝ้าระวัง นี่คล้ายกับหอสัญญาณไฟสามแห่ง พวกเรา
จะดึงดูดกองทัพที่อยู่รอบ ๆ ทั้งยังปิดสกัดเส้นทางทั้งหมดของศัตรูที่
พยายามจะเข้าไปเสริมกำลังในอาณาจักรขุนเขาประจักษ์แจ้ง”
“ท่านเมื่อกล่าวเช่นนี้ ข้าคล้ายจะพอเข้าใจบ้างแล้ว” เยี่ยหลิงสีหน้า
ยังสับสนงุนงง “แต่เราจะสกัดกั้นกำลังเสริมของศัตรูไปทำอะไร?
สือตงสะบัดศีรษะแรง ๆ ความตื่นตะลึงในดวงตาค่อย ๆ จางหายไป
กลับคืนสู่ความสงบเยือกเย็นตามปกติ “เปี๋ยหานต้าเหรินในเมื่อกล้าคิด
อ่านวางแผนเช่นนี้ ย่อมมีที่ถือดีอยู่บ้าง อันดับแรกเราต้องทำหน้าที่ที่ได้รับ
มอบหมายให้ดี อย่าได้เป็นเครื่องถ่วงเปี๋ยหานต้าเหรินไป”
เนิ่นนานให้หลัง เยี่ยหลิงค่อยสูดลมหายใจลึก ๆ คราหนึ่ง “เสียสติไป
แล้ว! นี่เสียสติชัด ๆ!”
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สือตงจะได้เห็นเยี่ยหลิงเสียกิริยาถึงเพียงนี้ ต้องอด
แย้มยิ้มวูบหนึ่งไม่ได้ ก่อนที่จะกลับสู่ความสงบเยือกเย็นตามปกติ “ไม่
จำเป็นต้องห่วงกังวลเรื่องของเปี๋ยหานต้าเหริน ก่อนอื่นลองมาช่วยกันคิด
หาวิธีทำหน้าที่ของเราให้สำเร็จจะดีกว่า ม้าฝานเมื่อสำแดงฝีมืออย่างหมด
จดงดงามถึงเพียงนี้ หากเราไม่มีปัญญาทำหน้าที่ให้สำเร็จเสร็จสิ้น เมื่อ
กลับไปเกรงว่าต้องถูกหัวร่อเยาะแล้ว”
เยี่ยหลิงพอฟังต้องพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึมจริงจัง “องค์ราชาจง
เจริญ! เราจะรบเพื่อราชาของเราอย่างสุดความสามารถ! อา ที่สำคัญเราไม่
อาจตกเป็นที่หัวร่อเยาะของผู้อื่นได้ เหลยเผิงกับเหนียนลู่ปากคอเหลือ
รับประทานจริง ๆ …ท่านคิดว่าเราสมควรทำศึกอย่างไร?”
“ข้ามีแผน” สือตงดวงตาสาดประกายเย็นเยียบ
“ความคิดของเปี๋ยหานต้าเหรินเสี่ยงอันตรายเกินไปแล้ว!” ถังเฟย
ขมวดคิ้วนิ่วหน้า เมื่อคำสั่งใหม่ของเปี๋ยหานต้าเหรินส่งมาถึงมือนาง จิต
“เว้นเสียแต่ว่าต้าเหรินจะมีจุดประสงค์ที่ใหญ่โตกว่านั้น!” ถังเฟยช่วย
จบประโยค จากนั้นกล่าวด้วยน้าเสียงไม่แน่ใจ “แล้วจุดประสงค์อะไรกัน
เล่า เป็นจุดประสงค์อันใดจึงจะใหญ่โตกว่านี้
เหมียวจุนขมวดคิ้ว จมอยู่ในห้วงความคิดอันลึกล้า มันพยายาม
ครุ่นคิด มีเหตุผลอันใดที่ทำให้เปี๋ยหานต้าเหรินต้องใช้แผนการที่สุ่มเสี่ยง
อันตรายถึงเพียงนี้
ทันใดนั้น ทั้งสองเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน ประสานสบตาอย่างพร้อม
เพรียง ต่างฝ่ายต่างเห็นแววตาเหลือเชื่อในดวงตาของฝ่ายตรงข้าม
เปี๋ยหานต้าเหริน… …
จิตเจตนาของเปี๋ยหานต้าเหรินเผยออกมาอย่างชัดแจ้ง ไม่ใช่เรื่อง
ยากที่จะคาดเดา แต่อาซาเก๋อพบว่ายากจะขบคิดเข้าใจได้ ต้าเหรินไฉน
ต้องใช้แผนการสู้รบที่สุ่มเสี่ยงอันตรายถึงเพียงนี้
อาซาเก๋อไม่ทราบแน่ชัดว่าเปี๋ยหานต้าเหรินแข็งแกร่งเท่าใด แต่มันรู้
แน่แก่ใจ เปี๋ยหานต้าเหรินแข็งแกร่งกว่ามันมาก มันแม้เป็นแม่ทัพ
บัญชาการศึกระดับทอง แต่เมื่อเทียบกับยอดแม่ทัพในทำเนียบก็ไม่นับเป็น
อย่างไรได้
จิตเจตนาของเปี๋ยหานต้าเหริน… …
ทันใดนั้นอาซาเก๋อดวงตาทอประกายเจิดจ้า ความคิดอันหาญกล้า
บ้าบิ่นที่แทบเป็นไปไม่ได้ประการหนึ่งวาบขึ้นในใจดุจสายฟ้าแลบ!
ต้าเหรินคิดจะ… …
“เย่อหยิ่งถือดีเกินไปแล้ว! หากมันฉวยโอกาสแยกย้ายจู่โจมเราทีละ
คนก่อนที่จะมาสมทบกัน มันอาจจะมีโอกาสอยู่บ้าง! แต่เมื่อปล่อยให้เรา
รวมกำลังกัน มันกลับคิดใช้กองทัพของมันเพียงทัพเดียวต่อสู้กับเราสอง
คน ฮ่า! ช่างไม่รู้ดีรู้ชั่วนัก!” ไห่จินอวิ๋นสุ้มเสียงเต็มไปด้วยความเหยียด
หยามดูแคลน
พวกมันทั้งสองเป็นอัจฉริยะรุ่นใหม่ของสหพันธ์จอมปิศาจ ในหมู่คน
รุ่นใหม่พวกมันแข็งแกร่ง เป็นตัวตนที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสอง
นับเป็นความหวังในหมู่อัจฉริยะรุ่นใหม่ซึ่งมีโอกาสบรรลุถึงระดับยอดแม่
ทัพ ไม่มีผู้ใดเคลือบแคลงสงสัยต่อเรื่องนี้ ผู้คนเชื่อว่าหากพวกมันมีเวลาอีก
สักหลายปี สองแม่ทัพอัจฉริยะคู่นี้จะต้องกลายเป็นยอดแม่ทัพอย่าง
แน่นอน
แม้ว่าในยามนี้พวกมันยังไม่ถูกจัดอันดับเป็นยอดแม่ทัพ แต่ความ
แตกต่างอาจเป็นเพียงเส้นสายใยเดียวเท่านั้น
พวกมันหากมีเพียงคนเดียวอาจไม่ใช่คู่มือของเปี๋ยหาน แต่เมื่อทั้งสอง
คนผนึกกำลังกัน พวกมันมิเพียงมีข้อได้เปรียบเรื่องจำนวน ทั้งยังรู้มือรู้ใจ
กันเป็นอย่างดี สามารถร่วมมือประสานงานโดยไร้ช่องโหว่ พวกมันมีแต่จะ
เหนือล้ากว่าเปี๋ยหานเท่านั้น
การหยามดูแคลนของไห่จินอวิ๋นนับว่ามีเหตุผล หาได้เกิดจากความ
เย่อหยิ่งถือดีของมันไม่
ซ่างอวี่เซิงสีหน้ายังคงเคร่งเครียด กล่าวเนิบช้าด้วยท่วงทำนองอัน
เป็นเอกลักษณ์ “หากมิใช่ว่ารูปการณ์เป็นเช่นนี้ เราจะสู้กับมันหรือไม่?”
ไห่จินอวิ๋นงงงันวูบ มันนิ่งครุ่นคิด จากนั้นสั่นศีรษะ “ย่อมไม่ หากข้า
พบกับมันเพียงลำพัง ข้าจะต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมันอย่าง
แน่นอน จากนั้นรอสมทบกับเจ้า แล้วค่อยเสาะหามันเพื่อสู้กันอีกครั้ง”
“บางทีนี่อาจเป็นสิ่งที่มันต้องการ” ซ่างอวี่เซิงกล่าวเสียงขรึม
ไห่จินอวิ๋นมิได้โง่งม พลันเข้าใจในทันที มันกล่าวอย่างเคลือบแคลง
สงสัย “เจ้าหมายความว่ามันจงใจสร้างสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมา เพื่อให้
พวกรู้สึกว่าเป็นฝ่ายมีเปรียบ จะได้ไม่หลบลี้หนีหน้าใช่หรือไม่?”
“หรือเจ้าเห็นว่ามิใช่?”
?”
“ข้าย่อมไม่เชื่อเช่นกัน” ซ่างอวี่เซิงสั่นศีรษะ “แต่ข้าเชื่อว่าเปี๋ยหาน
จะต้องมีกระบวนท่าอันร้ายกาจที่พวกเราไม่ล่วงรู้อย่างแน่นอน”
ไห่จินอวิ๋นพยักหน้า “ถูกของเจ้า เราต้องระวังแผนการของมันให้ดี”
สีหน้ามันหนักอึ้ง “แต่ที่ข้าเชื่อมั่นมากกว่านั้นก็คือ ในการต่อสู้ซึ่งหน้ามี
เพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นจึงสำคัญที่สุด! เราต้องจับตาดูเหล่าไพร่พล
?”
เปี๋ยหานมาแล้ว!