สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 787 วัดดอกบัวสูงศักดิ์พิโรธ
เปี๋ยหานอาศัยหนึ่งต้านสอง จ่ายค่าตอบแทนด้วยชีวิตของกองพัน
บาปเคราะห์กว่าครึ่ง สังหารสองยอดแม่ทัพไห่จินอวิ๋นและซ่างอวี่เซิงกลาง
ที่รบ บดขยี้กองทัพทั้งสองพินาศสิ้น
สะท้านทั่วหล้า!
กระทั่งเสวียตงผู้ถูกจัดอยู่ลำดับแรกในหมู่ยอดแม่ทัพบัญชาการศึก
แห่งแดนซิวเจ่อ ยังไม่เคยมีเกียรติประวัติการรบเกริกไกรถึงเพียงนี้ ท่วงท่า
ปาดคออย่างเย็นชาและอหังการของเปี๋ยหานในตอนสุดท้าย ยังเป็นเหตุให้
บุรุษหนุ่มเลือดร้อนนับไม่ถ้วนพากันลอกเลียนแบบมันอย่างเอิกเกริก
พลังการสู้รบอันแกร่งกล้าเกรียงไกรของม่ออวิ๋นไห่ ดึงดูดความสนใจ
ของโลกอีกครั้ง
เปี๋ยหานเพียงถือได้ว่าเป็นอันดับสองของม่ออวิ๋นไห่เท่านั้น ใน
ความเห็นของผู้คน มันฝีมืออ่อนด้อยกว่ากงซุนชา นี่สามารถเห็นได้จาก
การจัดอันดับในทำเนียบ แต่หลังจากศึกครั้งนี้ ทุกคนได้เห็นเปี๋ยหานใน
มุมมองใหม่อย่างสิ้นเชิง
กลยุทธ์ของมันกลายเป็นหลากหลายและรอบด้านมากยิ่งขึ้น มันมี
วิธีการต่อสู้สองรูปแบบ เปี๋ยหานโฉมใหม่นี้เป็นภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่
มากกว่าที่เคยเป็นมา ในศึกใหญ่ของม่ออวิ๋นไห่ครั้งนี้ เปี๋ยหานเป็นผู้
บัญชาการทั้งหมดด้วยตัวเอง นับแต่แรกเริ่มไปจนถึงศึกชี้ชะตาขั้นสุดท้าย
แผนการทั้งหมดทับซ้อนเป็นชั้น ๆ เชื่อมโยงเป็นห่วงโซ่ แสดงขีด
ความสามารถอันน่าตื่นตะลึงของมันออกมา
ผู้คนเดิมทีเข้าใจว่าเปี๋ยหานแม้มีฝีมือเข้มแข็ง แต่เมื่อเทียบกับกงซุน
ชายังนับว่าขาดพร่องอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการคิดอ่าน
วางแผน
แต่บัดนี้จะไม่มีผู้ใดมองเห็นเป็นเช่นนั้นอีกแล้ว
สิ่งที่ทำให้ผู้คนหวาดหวั่นพรั่นพรึงยิ่งกว่าคือความเย็นชาของเปี๋ย
หาน เป็นความเย็นชาที่แทบจะกลายเป็นความอำมหิต เพื่อชัยชนะแล้ว
มันสามารถกระทำได้ทุกสิ่ง หลายคนมีความคิดหนึ่งฝังแน่นอยู่ในใจ นั่น
คือเปี๋ยหานเป็นแม่ทัพเลือดเย็นไร้น้าใจ
ท่าปาดคอในตอนสุดท้ายของมันบันดาลให้ผู้คนเย็นเยียบจับใจ
คล้ายสูดได้กลิ่นอายฆ่าฟันกรายมาถึง
บรรดาศัตรูของม่ออวิ๋นไห่รู้สึกราวกับว่ามีปลายดาบจี้ติดแผ่นหลัง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหนือความคาดหมายคืออันดับของเปี๋ยหานกลับ
ไม่ได้ทะยานขึ้นอย่างที่ผู้คนเข้าใจ
นี่สืบเนื่องมาจากการบาดเจ็บล้มตายอย่างสาหัสของกองพันบาป
เคราะห์ ไม่ว่ากองทัพใด หากประสบความสูญเสียมากมายถึงเพียงนี้ ย่อม
เรียกได้ว่าหนักหนาสาหัสยิ่ง อย่าว่าแต่กองทัพพิสดารเช่นกองพันบาป
เคราะห์ยังไม่อาจเสริมกำลังพลเข้าไปใหม่ได้
ตลอดการศึกครั้งนี้ เปี๋ยหานพิสูจน์ยืนยันพลังฝีมืออันสูงเยี่ยมของมัน
ให้เป็นที่ประจักษ์ มิหนำซ้ายุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์อันน่าอัศจรรย์
ยังเผยตัวออกมา นามยิ่งใหญ่ของ ‘เพลิงผลาญ’ กระเดื่องดังไปทั่วหล้า
ซึ่งความจริงลำพังแค่ชัยชนะอันหมดจดงดงามของมัน ก็เพียงพอให้
มันเลื่อนอันดับขึ้นไปอีกสองสามอันดับอย่างไม่ยากเย็น
ทว่าผู้คนล้วนทราบกันดี เปี๋ยหานแทนที่จะแข็งแกร่งกว่าเดิม กลับ
อ่อนแอลงเสียมากกว่า มันแม้มีฝีมือบัญชาการศึกสองรูปแบบที่ชวนให้
ผู้คนปวดเศียรเวียนเกล้า แต่มีเพียงกองพันบาปเคราะห์เท่านั้นที่จะ
สามารถสำแดงพลังของมันออกมาได้ถึงขีดสุด!
แต่กองพันบาปเคราะห์ไม่มีหนทางเสริมกำลังพลได้!
เมื่อต้องสู้รบ ย่อมต้องมีการบาดเจ็บล้มตาย ผลของการที่ไม่อาจเสริม
กำลังพลเพิ่มเติม เท่ากับว่ากองพันบาปเคราะห์ยิ่งสู้รบ ก็ยิ่งจะมีจำนวน
น้อยลง กองทัพก็จะยิ่งอ่อนแอลงเรื่อยๆ และเมื่อกองทัพอ่อนแอลง เปี๋ย
หานย่อมต้องอ่อนแอลงตามไปด้วย
เวลานี้นับเป็นช่วงเวลาที่เปี๋ยหานอ่อนแอที่สุด
แต่กระนั้น พลังต่อสู้อันกล้าแกร่งเกรียงไกรของม่ออวิ๋นไห่ยังคงสะกิด
เตือนผู้คนให้ตื่นตัวขึ้นมา ลำพังขุนพลอันดับสองแห่งม่ออวิ๋นไห่ เปี๋ยหาน
ยังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ เช่นนั้นหนึ่งในผู้ที่ถูกขนานนามว่าสุดแกร่ง
ดังเช่นกงซุนชา ไม่ทราบจะร้ายกาจน่ากลัวสักปานใด?
การศึกครั้งยิ่งใหญ่อันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ควรค่า
แก่การวิพากษฺวิจารณ์กันไปอีกนาน หลายคนถึงกับหลงลืมเรื่องสำคัญ
ประการหนึ่งไปแล้ว ว่าม่ออวิ๋นไห่ที่แท้เปิดศึกครั้งนี้ด้วยเหตุผลใด
แต่ภายในม่ออวิ๋นไห่ เหล่าแกนนำล้วนทราบกันดีว่าอาณาจักรร้อย
ปราณตกอยู่ในมือพวกมันแล้ว บัดนี้พวกมันเท่ากับพยัคฆ์ติดปีก
ข่าวชัยชนะของเปี๋ยหานแพร่ไปถึงหูจั่วม่ออย่างรวดเร็ว เสี่ยวม่อ
เกอลิงโลดยินดีแทบคลุ้มคลั่ง เกือบจะแหงนหน้ากู่คำรามให้ดังไปถึงชั้นฟ้า
อาณาจักรร้อยปราณ! หินผลึกเทพ!
พวกมันรวยแล้ว!
นึกถึงการกลับไปนอนเกลือกกลิ้งอยู่บนกองภูเขาหินผลึกเทพ นั่นจึง
เป็นความสุขสำราญที่สุดในชีวิต!
มหาเศรษฐีรายใหญ่!
พวกเจ้ายังคงเล่นกับจิงสือกันไปเถิด เกอจะเริ่มเล่นกับหินผลึกเทพ
แล้ว!
ด้วยความเบิกบานสำราญใจหาใดเทียบ จั่วม่อคึกคักขึ้นอักโข เต็มไป
ด้วยความคาดหวังต่อการเดินทางไปยังซากโบราณสถานที่กำลังจะเริ่มขึ้น
ในเวลานี้เอง เจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์ผลุนผลันเข้ามาด้วยสีหน้า
หมองหม่น
จั่วม่อสังเกตเห็นเค้าความเศร้าโศกบนใบหน้าของเจ้าอาวาสวัด
ดอกบัวสูงศักดิ์ ยังมีเหล่าศิษย์ข้างกายนางที่มีสีหน้าโศกสลดไม่ต่างกัน มัน
ทราบว่าเกิดเรื่องแล้ว รีบถามไถ่ “เกิดอะไรขึ้น?”
“เมื่อสักครู่นี้ ศิษย์พี่หยวนทงแห่งนิกายศูรางคมมรณภาพแล้ว”
ดวงตาของเจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์บวมแดงอยู่บ้าง เห็นได้ชัดว่านาง
เพิ่งจะร่าไห้มา
ไป๋เหลียนจุนเจ่ออธิบายว่า “อาจารย์อาหยวนทงกับซือฟู่มี
ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่เมื่อสักครู่นี้มีใครบางคนพยายามลอบสังหาร
ท่าน น่าเสียดายที่มันลงมือสำเร็จ อาจารย์อาหยวนทงถูกฆ่าตาย” มัน
เหลือบมองจัวม่อแวบหนึ่ง กล่าวว่า “ตราสัญลักษณ์ของนิกายศูรางคมอยู่
กับอาจารย์อาหยวนทงเอง”
จั่วม่อหัวใจดิ่งวูบ “พวกมันมาเพื่อชิงตราสัญลักษณ์ใช่หรือไม่?”
“ตราสัญลักษณ์หายไป” ไป๋เหลียนจุนเจ่อผงกศีรษะรับ สีหน้าทอแวว
อำมหิต “ผู้ที่ล่วงรู้ว่าตราสัญลักษณ์ของนิกายศูรางคมอยู่กับอาจารย์อามี
อยู่เพียงไม่กี่คน กระทั่งซือฟู่ยังไม่ทราบ จะต้องมีไส้ศึกอยู่ในนิกายศูรางคม
ไม่ผิดแน่!”
“ทราบหรือไม่ว่าเป็นฝีมือผู้ใด?” จั่วม่อถามเสียงขรึม เรื่องราวคล้าย
จะซับซ้อนยิ่งกว่าที่มันคาดคิดไว้ ซากโบราณสถานยังไม่ทันจะเปิดออก แต่
การเข่นฆ่าสังหารกลับเปิดฉากขึ้นแล้ว
“เป็นคุนหลุน!” เจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์ดวงตาทอประกายวาบ
กล่าวอย่างเคียดแค้น “พวกมันแม้พยายามปกปิดซ่อนเร้นเป็นอย่างดี แต่
คนนอกไหนเลยจะทราบว่าศิษย์พี่มีเคล็ดวิชาที่เรียกว่า ‘จิตหทัยว่างเปล่า’
ปกติแล้วเมื่อท่านฝึกฝีมือประจำวัน จะทิ้งจิตสำนึกสายหนึ่งเอาไว้ในหอ
พุทธะ หากมิใช่จิตสำนึกสายนี้ พวกเรากระทั่งคนร้ายเป็นใครยังไม่อาจ
ทราบได้”
“คุนหลุน!” จั่วม่อสีหน้าเคร่งเครียด นึกไม่ถึงว่าคุนหลุนจะลงแรงแข็ง
ขันถึงเพียงนี้เพื่อช่วงชิงตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพ
จั่วม่อตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ในทันที ในการเข้าสู่
ซากโบราณสถานครั้งนี้ เซียนกระบี่คุนหลุนที่เร้นกายเข้ามาเกรงว่าจะ
ไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียว คนเหล่านี้ต้องปกปิดอำพรางตัวตนของพวกมัน
เป็นอย่างดี หากประมาทเลินเล่อแม้สักเล็กน้อย อาจตกหลุมพรางของ
พวกมันได้โดยง่าย
ในเวลานี้เอง ดอกบัวที่หน้าผากของเจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์
เปล่งแสงเล็กน้อย นางสีหน้าแปรเปลี่ยน แล้วหลับตาลงโดยพลัน สะกดลม
หายใจให้สงบลง เมื่อนางลืมตาขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรังสีฆ่าฟัน
“หยวนเฮ่าถูกซุ่มโจมตีในระหว่างเดินทางกลับ ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง!”
เจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์พอกล่าวคำ ‘ประเสริฐ’ คำที่สอง ดวงตา
พลันสาดประกายเย็นเยียบ นางเห็นได้ชัดว่าบันดาลโทสะอย่างรุนแรง เมื่อ
ทราบข่าวการมรณภาพของมหาสมณะหยวนทง นางยังฝืนทนข่มใจให้
สงบเยือกเย็น แต่จากนั้นหย่างหยวนเฮ่ากลับถูกซุ่มโจมตีกลางทาง นาง
ย่อมพิโรธโกรธกริ้วแล้ว! หย่างหยวนเฮ่ามิเพียงผูกพันกับอนาคตของเก้า
มหานิกายพุทธ มันยังเป็นหลานชายแท้ ๆ ของนางด้วย มิหนำซ้าตำแหน่ง
ที่ถูกซุ่มจู่โจมยังเป็นในดินแดนของนางเอง ความโอหังบังอาจ ไม่เห็นผู้ใด
อยู่ในสายตาของฝ่ายตรงข้าม เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน!
“พวกมันเข้าใจว่าวัดดอกบัวสูงศักดิ์ข่มเหงรังแกได้โดยง่ายจริงๆ รึ!”
นางจะอย่างไรเป็นชนชั้นเจ้าสำนักผู้หนึ่ง พลันสงบเยือกเย็นลงอย่าง
รวดเร็ว แต่ความมืดมนในดวงตานางยิ่งมายิ่งรุนแรง นางย่อกายคารวะ
พลางกระตุ้นเตือนจั่วม่อกับพวก “ข้ามาเพื่อเตือนพวกท่าน สถานการณ์
ร้ายแรงกว่าที่คิด ให้ยึดถือความปลอดภัยเป็นหลัก ระวังตัวด้วย”
กล่าวจบคำ นางก็หมุนตัวจากไปพร้อมกับเหล่าศิษย์ข้างกาย
นี่คือดินแดนของวัดดอกบัวสูงศักดิ์ พวกมันหยั่งรากฝังลึกในที่แห่งนี้
มานานนับพัน ๆ ปี รากฐานของพวกมันยังลึกล้าเกินกว่าที่ผู้คนจะคาดคิด
ไปถึง เมื่อวัดดอกบัวสูงศักดิ์ทั้งหมดเริ่มเคลื่อนไหว กลุ่มคนที่น่าสงสัย
หลายกลุ่มก็ผุดออกมาอย่างรวดเร็ว
วัดดอกบัวสูงศักดิ์พิโรธโกรธกริ้วอย่างแท้จริง เห็นได้ชัดว่าไม่คิด
รักษาความสัมพันธ์ที่เป็นเพียงฉากหน้าอีกต่อไป เจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูง
ศักดิ์ทราบกระจ่างแก่ใจ คิดต่อกรกับศิษย์คุนหลุนเทียนหวนเหล่านี้ อาศัย
กำลังของพวกนางสำนักเดียวยังไม่เพียงพอ
ฉวยโอกาสที่การตายของมหาสมณะหยวนทงปลุกเร้าสำนึกในการ
ร่วมเผชิญศัตรูของเก้ามหานิกายพุทธ ภายใต้การชี้นำของเจ้าอาวาสวัด
ดอกบัวสูงศักดิ์ ทั้งวัดสำเนียงวัชระ วัดวาสนาพุทธ นิกายศูรางคม วัด
เมตไตรยสรวลสันต์และนิกายอื่น ๆ ล้วนส่งศิษย์ที่โดดเด่นของพวกมัน
ออกมา เพื่อเสริมกำลังให้แก่วัดดอกบัวสูงศักดิ์
กองกำลังที่ประกอบด้วยศิษย์ยอดฝีมือกว่าสามร้อยคน เริ่มบุกโจมตี
กลุ่มคนน่าสงสัยในราตรีนั้น
ศิษย์คุนหลุนและเทียนหวนซุ่มซ่อนอยู่ในเงามืด คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่าย
จะกล้าบุกเข่นฆ่ามาถึงหน้าประตูของพวกมัน พวกมันตอบโต้อย่างร้อนรน
ศิษย์คุนหลุนเทียนหวนเหล่านี้แม้พลังฝีมือสูงเยี่ยม แต่ศิษย์ของเก้า
มหานิกายพุทธมีข้อได้เปรียบเรื่องกำลังคนที่มากกว่า
การต่อสู้ดุเดือดรุนแรงยิ่ง
ทั้งสองฝ่ายประสบความสูญเสียอย่างสาหัส ในสี่ผู้สูงศักดิ์แห่งวัด
ดอกบัวสูงศักดิ์ หนึ่งตกตายในที่รบ อีกสองคนรับบาดเจ็บไม่เบา นิกายอื่น
ก็เผชิญการสูญเสียอย่างหนักเช่นกัน ในบรรดาศิษย์ยอดฝีมือสามร้อยคน
ถึงกับบาดเจ็บล้มตายไปมากกว่าครึ่ง
คุนหลุนและเทียนหวนก็สูญเสียอย่างหนัก ศิษย์ที่ซุ่มซ่อนแฝงตัวถูก
ขุดรากถอนโคนแทบหมดสิ้น เก้ามหานิกายพุทธช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบ
แม้ว่าศิษย์คุนหลุนเทียนหวนจะฝีมือกล้าแข็งกว่า แต่เมื่อถูกกลุ้มรุมจู่โจม
ในระยะประชิดติดพัน พวกมันที่จำนวนคนน้อยกว่าย่อมไม่มีเปรียบอันใด
นอกจากศิษย์ที่มีฝีมือร้ายกาจไม่กี่คนซึ่งบุกฝ่าออกไปได้ ศิษย์อื่น ๆ
ล้วนถูกฆ่าตายหมดสิ้น
เมื่อถึงตอนท้าย พวกมันพบซากศพศิษย์คุนหลุนเทียนหวนมากถึงหก
สิบกว่าซาก
พื้นที่โดยรอบซากโบราณสถานซึ่งเดิมทีรุ่มร้อนสับสน กลายเป็นเงียบ
สงบขึ้นมาทันที
… …
เฉาซิงสีหน้าเจ็บปวดใจ “ช่างเลอะเลือนนัก! เพียงแค่ตัวอ่อน
ยุทธภัณฑ์เทพชิ้นเดียวถึงกับทำลายสถานการณ์ใหญ่! เมื่อเป็นเช่นนี้แผน
เดิมของเราก็ใช้ไม่ได้แล้ว หลังจากการเข่นฆ่าสังหารรอบนี้ เก้ามหานิกาย
พุทธจะยิ่งกลายเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกันมากกว่าเดิม!”
หลินเชียนฝืนยิ้มเจื่อนขม “เรื่องนี้เป็นความผิดพลาดของข้าเอง”
หากเป็นในกาลก่อน เพียงยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ชุดเดียวย่อม
ไม่มีคุณค่าเทียบเท่าแผนการใหญ่ซึ่งมุ่งทำลายเก้ามหานิกายพุทธ แต่
หลังจาก ‘เพลิงผลาญ’ ของเปี๋ยหานสำแดงเดช นำเสนอแนวคิดใหม่อย่าง
สมบูรณ์ของยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์สำหรับแม่ทัพบัญชาการศึก ทุก
สำนักก็ตีค่าตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพสูงขึ้นมากในทันที
อย่างฉับพลันทันใด ความปรารถนาที่ขุมกำลังแต่ละฝ่ายมีต่อ
ยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ ก็ทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างมาก
หลินเชียนยามนี้สำนึกเสียใจไม่น้อย ยุทธภัณฑ์เทพชิ้นแรกของคุน
หลุนกลับมอบให้แก่ตนเอง ด้วยพลังฝีมือและศักดิ์ฐานะของมัน การที่มัน
จะถือครองยุทธภัณฑ์เทพชุดหนึ่งย่อมไม่มีผู้ใดกังขา แต่บัดนี้มาลองคิด
ทบทวนดู ตัวมันเองไม่ได้ออกไปต่อสู้ที่แนวหน้า เท่ากับว่ายุทธภัณฑ์เทพ
ชุดนี้ไม่ได้มีมูลค่าเชิงกลยุทธ์มากเท่าใดนัก
สำหรับคุนหลุนและขุมกำลังอื่น ยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์เป็น
ของวิเศษในในเชิงกลยุทธ์ และในเมื่อมีคุณค่าเชิงกลยุทธ์ แท้ที่จริงแล้วจึง
ไม่อาจนำมาใช้ได้โดยง่าย ยกตัวอย่างเช่นหลินเชียน มันครอบครอง ‘กาน
เจี้ยง’ ยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ชุดแรกของคุนหลุน มันแม้แทบไม่
เคยพบพานคู่มือเปรียบติด แต่ก็มิใช่ว่าอยู่ยงคงกระพัน หากถูกชนชั้นยอด
ฝีมือในระดับเดียวกันกลุ้มรุมสังหาร ก็มีแต่หนทางตายสถานเดียว
คุนหลุนย่อมไม่อาจทนรับความสูญเสียเช่นนี้ได้
ทว่าอาภรณ์ยุทธภัณฑ์เทพสำหรับแม่ทัพบัญชาการศึกของม่ออวิ๋นไห่
กลับถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ควรทราบว่า
แม่ทัพบัญชาการศึกในระดับชั้นของเปี๋ยหาน ปกติแล้วได้รับการปกป้อง
คุ้มครองอย่างแน่นหนา รอบกายเต็มไปด้วยยอดยุทธ์มากมายเฝ้าอารักขา
หลังจากติดอาวุธด้วยยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ มันย่อมแข็งแกร่งทรง
พลังกว่าเดิม ทั้งยังสามารถยกระดับความแข็งแกร่งของทั้งกองทัพ
ทั้งสองล้วนแต่เป็นยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์เช่นเดียวกัน แต่เห็น
ได้ชัดว่าคุณค่าทางการใช้งานแตกต่างกันเป็นคนละเรื่อง
เรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่คุนหลุนและเทียนหวน
ความปรารถนาในยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ของพวกมันยิ่งแรงกล้า
กว่าเดิม อย่างไรก็ตาม แม้ด้วยความมั่งคั่งของพวกมัน การจะหลอมสร้าง
ยุทธภัณฑ์เทพรูปแบบอาภรณ์ชุดใหม่ชุดหนึ่งยังไม่ใช่เรื่องง่าย
ดังนั้นตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพที่เก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ จะดึงดูดใจ
คุนหลุนเพียงใด ย่อมเป็นที่คาดคำนวณได้
ในทางตรงข้าม คุนหลุนกลับไม่เห็นเก้ามหานิกายพุทธอยู่ในสายตา
นั่นมิใช่เพียงแค่สำนักชั้นต่ากว่ากลุ่มหนึ่งหรอกหรือ ซึ่งความจริงหลิน
เชียนในใจก็มีความคิดเช่นเดียวกันนี้ ในสายตาของมัน ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
คือเทียนหวน ศัตรูที่อันตรายที่สุดคือม่ออวิ๋นไห่ นอกเหนือจากหย่างหยวน
เฮ่า เก้ามหานิกายพุทธไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง
นี่เป็นความคิดเดียวกันกับศิษย์คุนหลุนอื่นๆ ทั้งหมด พวกมันอาจ
ระแวดระวังวัดเสวียนคง แต่วัดดอกบัวสูงศักดิ์หรือ? นั่นเป็นตัวอะไร?
หลินเชียนเป็นบุคคลที่รับผิดชอบ มันทราบดีว่าความผิดพลาดในครั้ง
นี้เป็นความรับผิดชอบของมันเอง จึงยอมรับผิดในทันที
เฉาซิงลอบทอดถอนใจ ด้วยศักดิ์ฐานะของหลินเชียนยังยอมรับความ
ผิดพลาดแต่โดยดี เท่ากับไว้หน้ามันมากแล้ว มันย่อมไม่สะดวกจะสืบสาว
ราวเรื่องต่อไป มันนิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ แล้วกล่าวว่า “ซึ่งความจริงนี่อาจ
ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย”
“หมายความว่าอย่างไร?” หลินเชียนทั้งใจกว้างทั้งถ่อมตน รีบเรียน
ถามทันที
“วัดดอกบัวสูงศักดิ์เมื่อเสนอหน้าออกมา เช่นนั้นเราจะเลือกวัด
ดอกบัวสูงศักดิ์เป็นเป้าหมาย” เฉาซิงดวงตาทอประกายปัญญา “ระหว่าง
นิกายต่าง ๆ ในเก้ามหานิกายพุทธ พวกมันมีความขัดแย้งมากมาย แต่ละ
คนล้วนมีความต้องการที่ผิดแผกแตกต่าง เราจะอาศัยเรื่องนี้โดดเดี่ยววัด
ดอกบัวสูงศักดิ์ เพียงเจาะจงต่อสู้กับพวกมัน ไม่แตะต้องนิกายอื่น”
หลินเชียนดวงตาทอประกายวาบ “แผนการอันประเสริฐ!”
นี่เป็นหนทางแก้ไขอันล้าเลิศ หากพวกมันแสดงออกอย่างแข็งขันว่า
เพียงสร้างปัญหาให้แก่วัดดอกบัวสูงศักดิ์เท่านั้น เช่นนั้นนิกายอื่น ๆ จะทำ
อย่างไร? นับว่าสนุกสนานน่าสนใจนัก!
ภายในเก้ามหานิกายพุทธมีเรื่องขัดแย้งกันเองมากมาย ไม่มีผู้ใดยินดี
ตอแยศัตรูร้ายกาจเช่นคุนหลุน เมื่อผนวกกับบรรดาไส้ศึกที่จะช่วยใส่ไฟ
จากเงามืด… …
ช่างสนุกสนานน่าสนใจโดยแท้!
“ยินดีด้วยที่ผ่านการทดสอบ”
คังหลิงเสวี่ยมองดูใบหน้าไร้อารมณ์ของโหยวฉินเลี่ย ในใจเต็มไปด้วย
ความประหวั่นพรั่นพรึง บุรุษหนุ่มที่ดูคล้ายอายุไม่ได้มากไปกว่านางสัก
เท่าใดผู้นี้เป็นร่างจำแลงของมารร้ายอย่างแท้จริง
ที่ยืนอยู่ด้านข้างนางเป็นสตรีอีกนางหนึ่ง สตรีนั้นอายุอานามคล้ายไม่
เกินสามสิบปี รูปโฉมธรรมดาสามัญ แต่งกายเรียบง่าย หากมิใช่ว่านางยืน
อยู่ข้างคังหลิงเสวี่ยในตำแหน่งที่ทัดเทียมกัน ผู้คนอาจเข้าใจว่านางเป็น
หญิงรับใช้นางหนึ่ง
โหยวฉินเลี่ยมองดูสตรีทั้งสอง กล่าวเบา ๆ อย่างเฉื่อยชา “พวกเจ้า
สองคนมีผลการทดสอบดีเยี่ยมที่สุด นับแต่วันนี้ไป พวกเจ้าแต่ละคน
จะต้องดูแลรับผิดชอบพวกมันที่เหลือ”
“แต่ละคน?”
คังหลิงเสวี่ยกับหงเซียวพลันเหลียวมองอีกฝ่ายอย่างพร้อมเพรียง
สายตาประสานสบกันแวบหนึ่ง
แม้จะเป็นเพียงชั่วแวบอันกระชั้นสั้น คังหลิงเสวี่ยยังสามารถมองเห็น
แววคร่าโลกฉายชัดอยู่ในดวงตาของหงเซียว นางถึงกับใจสั่นสะท้าน แต่
นางมีความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม หาได้เกรงกลัวการประชันขัน
แข่งไม่
“พวกเจ้าจะถูกส่งไปยังสถานที่ใหม่ ในที่แห่งนั้นเจ้าสามารถเริ่มงาน
ของเจ้าได้ทันที ครอบครัวของเจ้าและเหล่าคนในตระกูลจะไปพบกับพวก
เจ้าภายในสามเดือน”
“ขอให้โชคดี”
เก้ามหานิกายพุทธตกอยู่ในความปั่นป่วนรวนเร
กองกำลังของคุนหลุนมุ่งเป้าไปยังวัดดอกบัวสูงศักดิ์ พวกมันยัง
ประกาศให้ทุกนิกายได้ทราบโดยทั่วกัน เป้าหมายของพวกมันมีเพียงวัด
ดอกบัวสูงศักดิ์เท่านั้น คุนหลุนเรียกร้องให้วัดดอกบัวสูงศักดิ์ส่งมอบตัว
คนร้ายที่สังหารศิษย์คุนหลุนออกมา ส่วนนิกายอื่นให้รักษาความเป็นกลาง
เอาไว้ อย่าได้มาก้าวก่ายเรื่องของคุนหลุนกับวัดดอกบัวสูงศักดิ์
วัดสำเนียงวัชระ วัดพุทธธรรมเรืองรอง วัดเมตไตรยสรวลสันต์และ
นิกายศูรางคมให้การสนับสนุนวัดดอกบัวสูงศักดิ์ในทันที แต่ละสำนักเริ่ม
เคลื่อนกองกำลังของพวกมัน หย่างหยวนเฮ่าประกาศตอบโต้ว่ามันเพิ่งถูก
วัดมหาพุทธะ วัดวาสนาพุทธ นิกายสกันทะและนิกายซินเยี่ยพากัน
นิ่งเงียบ ภายในเก้ามหานิกายพุทธบังเกิดข่าวลือสารพัดชนิดแพร่กระจาย
ไปทั่ว หลายคนมีความเห็นว่าวัดดอกบัวสูงศักดิ์เมื่อเป็นผู้ก่อเรื่องขึ้น ก็
สมควรแก้ปัญหาด้วยตนเอง อย่าได้ฉุดลากทุกคนลงไปด้วย
การแตกแยกของเก้ามหานิกายพุทธ ในที่สุดก็เป็นที่ล่วงรู้กันไปทั่ว
หลังจากนั้น การตอบสนองอย่างฉับพลันของคุนหลุน ราวกับตอกย้า
ว่าพฤติการณ์ของวัดดอกบัวสูงศักดิ์ในครั้งนี้ทำให้พวกมันบันดาลโทสะ
ขึ้นมาจริง ๆ แล้ว
กองพันเสวียตงเคลื่อนทัพในบัดดล มุ่งตรงดิ่งไปยังวัดสำเนียงวัชระ
เก้ามหานิกายพุทธพากันอกสั่นขวัญแขวน กองทัพของหย่างหยวนเฮ่า
เคลื่อนพลอย่างเต็มกำลัง ตระเตรียมตั้งรับการรุกคืบของกองพันเสวียตง
ภายในชั่วข้ามคืน สถานการณ์เปลี่ยนพลิกอย่างฉับพลันทันใด จน
ผู้คนไม่อาจติดตามทัน
การเผชิญหน้าระหว่างสองยอดแม่ทัพในทำเนียบดึงดูดทุกสายตา
จากทั่วหล้าในทันที เสวียตง ยอดแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า เพียบพร้อม
สมบูรณ์ในทุกด้าน สายตาในการมองภาพรวมเลิศภพจบพสุธา ไม่เคยพ่าย
แพ้มาก่อน คนผู้นี้ถือกำเนิดในคุนหลุน นับตั้งแต่วัยเยาว์ก็เป็นแม่ทัพ
บัญชาการศึกที่มีความสำเร็จสูงล้าที่สุดในบรรดาศิษย์คุนหลุนทั้งมวล
ส่วนหย่างหยวนเฮ่าแม้เป็นอัจฉริยะหน้าใหม่ แต่ฝีมือของมันก็น่า
แตกตื่นสะท้านใจไม่แพ้กัน มันรั้งลำดับที่ห้าในทำเนียบ เพียงต่ากว่ากงซุน
ชาหนึ่งอันดับ ในงานเลี้ยงฉลองเฉือนแบ่งวัดเสวียนคง หย่างหยวนเฮ่า
สำแดงพรสวรรค์อันเด่นล้าออกมา หากมิใช่เพราะมัน เก้ามหานิกายพุทธ
ในทุกวันนี้คงไม่อาจหยุดยั้งการรุกคืบของคุนหลุนกับเทียนหวนได้แต่แรก
ก่อนหน้านี้เปี๋ยหานอาศัยตัวมันเองเพียงลำพัง จู่โจมสังหารสองยอด
แม่ทัพเผ่าปิศาจในศึกเดียว เป็นที่สะท้านสะเทือนไปทั่วหล้า แต่การศึก
ระหว่างสองยอดแม่ทัพในทำเนียบที่ร่า ๆ จะอุบัติขึ้นนี้ มีความสำคัญไม่
น้อยไปกว่าศึกของเปี๋ยหานเลย
คุนหลุนคล้ายตกลงใจแน่วแน่ว่าจะต้องทำลายล้างวัดดอกบัวสูงศักดิ์
ให้จงได้ ไม่นานหลังจากนั้น ทัพมู่เซวียนเคลื่อนพลออกจากที่ตั้ง เริ่มมุ่ง
ตรงไปยังวัดดอกบัวสูงศักดิ์อีกทางหนึ่ง
มู่เซวียนนางนี้เป็นแม่ทัพสตรีเพียงหนึ่งเดียวในสิบยอดแม่ทัพ
บัญชาการศึกแห่งแดนซิวเจ่อ นางรั้งลำดับที่แปด อายุมากกว่าเสวี่ยตง
กรำศึกมาอย่างโชกโชน กระทั่งในคุนหลุน ผู้ที่กล้าตอแยนางยังมีน้อยเสีย
ยิ่งกว่าน้อย
เมื่อเทียบกับรัศมีอันเจิดจรัสของเสวียตง มู่เซวียนไม่ค่อยเป็นที่สนใจ
มากนัก ผู้คนแทบไม่ล่วงรู้ความสำเร็จนาง
ไม่มีผู้ใดทราบว่านางไฉนถูกจัดอันดับไว้สูงถึงเพียงนี้ อย่างไรก็ตาม
ไม่มีผู้ใดกล้าเคลือบแคลงในขีดความสามารถของนางเช่นกัน มู่เซวียนยัง
เป็นหนึ่งในผู้อาวุโสรุ่นเก่าที่ยากจะพบพาน เนื่องเพราะหลังจากหลินเชียน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวัดดอกบัวไฉนกล้าท้าทายคุนหลุน ที่แท้ม่ออวิ๋นไห่
หนุนหลังพวกมัน!
ลำพังนามของ ‘กงซุนเสี่ยวเหนียง (แม่นางน้อยกงซุน)’ สี่คำนี้ ก็ไม่มี
ผู้ใดในโลกกล้ามองข้ามไป
แทบจะในเวลาเดียวกันกับที่ค่ายจูเชวี่ยของแม่นางน้อยกงซุนมาถึง
วัดดอกบัวสูงศักดิ์ ทัพมู่เซวียนพลันหยุดการรุกคืบทันที
?
หากมองจากขุมกำลัง ซีเซวียนยามนี้ไม่อาจเทียบได้กับเทียนหวนอีก
แล้ว แต่จงเต๋อมิใช่คนที่หลักเหตุผลทั่วไปจะสามารถหยั่งวัดได้ ในสิบยอด
แม่ทัพ พลังต่อสู้อันแกร่งกล้าเกรียงไกรของมันเกรงว่าหากไม่อยู่ลำดับ
หนึ่ง ก็ต้องไม่ต่ากว่าลำดับสองอย่างแน่นอน
สถานการณ์กลายเป็นชะงักงันอีกครั้ง
ซึ่งความจริงการที่จั่วม่อเข้าแทรกแซงเรื่องภายในของเก้ามหานิกาย
พุทธมากเกินไป ก็มิใช่เรื่องดีอันใด แต่หลังจากเรื่องครั้งนี้ ความสัมพันธ์
ระหว่างวัดดอกบัวสูงศักดิ์และม่ออวิ๋นไห่จะยิ่งสนิทแนบแน่นกว่าเดิมมาก
เจ้าอาวาสวัดดอกบัวสูงศักดิ์ยังเป็นบุคคลที่มีฝีมืออันเผ็ดร้อนผู้หนึ่ง
พวกมันในเมื่อฉีกหน้ากับคุนหลุนตั้งแต่แรก โดยไม่กล่าวคำที่สอง นางส่ง
ทัพใหญ่เข้าไปในบริเวณโดยรอบซากโบราณสถานอย่างฉับพลัน ทำการ
กวาดล้างซ้าแล้วซ้าเล่า บุคคลใดเป็นที่น่าสงสัยแม้แต่น้อยนิด จะถูกเชิญ
ออกจากพื้นที่โดยไม่ไว้หน้า
แม้ว่าหากเทียบกับกองทัพระดับสุดยอดเช่นค่ายจูเชวี่ย กองทัพวัด
ดอกบัวสูงศักดิ์นับว่าอ่อนด้อยกว่ามาก แต่ยังคงแข็งแกร่งกว่ากองทัพของ
สำนักทั่วไปมาก
ทัพใหญ่กระทำตนประหนึ่งหวีสาง สะสางพื้นที่โดยรอบซาก
ปรักหักพังอย่างเฉียบขาดดุดันและละเอียดถี่ถ้วน หากมีคนต่อต้านแข็งขืน
ล้วนถูกฆ่าตายโดยไม่ถามไถ่
หลังจากการกวาดล้างรอบนี้ ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ซากโบราณสถานลด
น้อยลงไปมากในทันที
ความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของวัดดอกบัวสูงศักดิ์เป็นที่ประจักษ์ชัดของ
ผู้คน!
วัดดอกบัวสูงศักดิ์ใช่คิดยึดครองซากโบราณสถานไว้แต่เพียงผู้เดียว
หรือไม่?
?
นางมีมุมมองที่ดีต่อม่ออวิ๋นไห่ของจั่วม่อ
พวกมันตกลงกันตั้งแต่แรก ฝ่ายหนึ่งใช้ตัวอ่อนยุทธภัณฑ์เทพ
แลกเปลี่ยนกับยุทโธปกรณ์เทพของอีกฝ่าย สิ่งที่นางกระทำในครั้งนี้ยังอยู่
?” จั่วม่อประหลาดใจอยู่บ้าง
“ตราสัญลักษณ์ของวัดสำเนียงวัชระ นิกายข้า วัดเมตไตรยสรวลสันต์
และวัดพุทธธรรมเรืองรองล้วนอยู่ที่นี่แล้ว รวมทั้งสิ้นสี่ชิ้น พวกเราเดิมที
ตั้งใจจะส่งยอดยุทธ์เข้าไปช่วยสนับสนุนท่าน แต่มีข้อห่วงกังวลว่าไส้ศึกจะ
ก่อกวนทำลายเรื่องราว ดังนั้นมิสู้มอบตราสัญลักษณ์เหล่านี้ให้แก่ท่าน
เสียเลยจะดีกว่า ท่านสามารถนำบริวารเข้าไปได้มากกว่าเดิม ตรา
สัญลักษณ์ของนิกายศูรางคมเราไม่อาจติดตามคืนมาได้ สมควรตกอยู่ใน
มือของคุนหลุน ส่วนอีกสี่นิกายที่เหลือ… …”
นางทอดถอนใจเบา ๆ สีหน้าเศร้าหดหู่อยู่บ้าง
เก้ามหานิกายพุทธต่างจิตต่างใจ มีความเชื่อที่ผิดแผกแตกต่าง
ท้ายที่สุดแตกแยกออกเป็นสองฝักสองฝ่าย ข้อตกลงระหว่างหย่างหยวน
เฮ่ากับม่ออวิ๋นไห่ถูกนิกายซินเยี่ย วัดวาสนาพุทธ นิกายสกันทะและวัดมหา
พุทธะคัดค้านอย่างรุนแรง ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงอย่างดุเดือดไม่รู้ว่ากี่ครั้งกี่
ครา
จั่วม่อพอฟังพลันเข้าใจกระจ่าง มันค้อมกายคารวะอย่างเคร่งขรึม
“ขอบคุณสำหรับความไว้วางใจของพวกท่าน! ทางเราจะจัดส่งยุทโธปกรณ์
เทพโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!”
เจ้าอาวาสสงบอารมณ์อย่างรวดเร็ว นางทราบแน่แก่ใจว่าสถานการณ์
เช่นนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงพ้น พันธมิตรของเก้ามหานิกายพุทธมีจุดอ่อน
ร้ายแรงตั้งแต่แรก นางมักคาดหวังว่าจะมีผู้นำอันยิ่งใหญ่ปรากฏตัวออกมา
เพียงแต่หย่างหยวนเฮ่าแม้เป็นยอดแม่ทัพผู้หนึ่ง แต่ไม่ได้มีคุณสมบัติของ
ผู้นำอันยิ่งใหญ่
ทว่านางกลับพบเห็นคุณสมบัติเหล่านั้นในตัวจั่วม่อ
นางเมื่อสามารถปกครองสำนักใหญ่แห่งหนึ่งแม้ว่าจะเป็นสตรี ย่อมมี
ความสามารถของนาง เมื่อเห็นสถานการณ์ชัดแจ้ง นางก็ไม่รีรอลังเลอีก
นางไม่มีปัญญาช่วยเหลือเก้ามหานิกายพุทธ แต่นางต้องคำนึงถึงชีวิตของ
ผู้คนในวัดดอกบัวสูงศักดิ์
“เก๋อเซี่ย19โปรดถนอมตัว นำคนเข้าไปด้วยให้มากที่สุด” นางเตือน
เป็นครั้งสุดท้าย
“ทราบแล้ว” จั่วม่อพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
19 เก๋อเซี่ย ใช้เป็นคำเรียกคู่สนทนาที่มียศถาบรรดาศักดิ์ ในที่นี้หมายถึงเรียกเป็นเชิงนับถือ