สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 900 ต่อสู้แลกชีวิต
หมี่หนานสีหน้าเขียวคล้า
มันเพิ่งได้รับคำสั่งจากเสวียตง ขอให้มันเคลื่อนทัพไปทางมู่เซวียน
ในทันที เพื่อโอบล้อมกระหนาบเปี๋ยหาน หากพวกมันสามารถล้อมสังหาร
กองพันบาปเคราะห์ จะสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้แก่ม่ออวิ๋น
ไห่
หย่างหยวนฮ่าวและกู่เหลียงเตา แม้เป็นยอดแม่ทัพในทำเนียบ
เช่นเดียวกัน แต่ในสายตาของคุนหลุน ระดับความเป็นภัยของพวกมันยัง
ไม่อาจเทียบเท่ากับกงซุนชาและเปี๋ยหาน
นี่เป็นความแตกต่างเช่นเดียวกันกับความแตกต่างระหว่างหมี่หนาน
กับเสวียตง
อย่างไรก็ตาม หมี่หนานกลับไม่สามารถกระทำตามคำสั่งทัพนี้ได้
เนื่องเพราะมันไม่อาจสลัดหลุดจากการพัวพันของมู่ซวง
สองสามวันมานี้ มันอาศัยกำลังพลที่เหนือกว่าบดขยี้กองพันมู่ซวง
โดยไม่ไว้ไมตรี จนหลงเหลือไพร่พลเพียงหนึ่งพันกว่าคนเท่านั้น แต่นักรบ
หนึ่งพันคนนี้ผนึกกำลังกับกองทัพสามัญจำนวนหนึ่ง กลับสามารถต่อสู้
พัวพันกับหมี่หนานอย่างเหนียวแน่น
ความโหดร้ายทารุณของการสู้รบครั้งนี้ เกินจินตนาการของหมี่หนาน
อย่างสิ้นเชิง
แนวป้องกันของฝ่ายตรงข้ามแทบจะพังพินาศสิ้น แต่พวกมันทน
ทรหดยิ่ง ไม่ว่าทางฝ่ายของหมี่หนานจะระดมโจมตีอย่างรุนแรงสักเท่าใด
แต่ทันทีที่พวกมันชะงักขาดช่วง ศัตรูจะโถมออกมาจากที่ใดก็ได้ กระโจน
เข้าใส่พวกมันอย่างไม่เสียดายชีวิต เพียงคิดฉุดลากพวกมันร่วมกลบฝังไป
พร้อมกัน
กระทั่งมู่ซวงยังออกมาสู้รบที่แนวหน้าด้วยตัวเอง แม้แต่กองพัน
สามัญซึ่งปกติแล้วเป็นที่หยามดูแคลนของพวกมัน ยังโถมเข้าเข่นฆ่าแลก
ชีวิตกับพวกมันโดยปราศจากความกลัว
ทุกผู้คนล้วนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี กองพันหมี่หนานและกองพันมู่ซวงก็
สนิทสนมคุ้นเคยกันดี บางคนถึงกับเป็นญาติมิตร มีสายสัมพันธ์ต่อกัน
หมี่หนานเองก็คุ้นเคยกับมู่ซวงดี ทราบว่าตาเฒ่าที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม
ต้องการฉุดลากพวกมันลงนรกไปด้วยกัน
เทียนหวนจบสิ้นไปแล้ว ตาเฒ่ามู่ซวงไม่มีสิ่งใดให้อาลัยอาวรณ์อีก
หมี่หนานทราบแน่แก่ใจ นี่เป็นปัญหายุ่งยาก
จริงดังคาด กองพันหมี่หนานถูกสภาพดุร้ายบ้าคลั่งและปราศจาก
ความกลัวของศัตรู ขู่ขวัญจนสั่นสะท้าน ขวัญกำลังใจตกต่าถึงที่สุด ทาง
หมี่หนานดวงตาทอประกายคลุ้มคลั่ง
ข้าไม่มีทางเลือก!
คิดต่อสู้แลกชีวิตกับข้าหรือ?
มู่เซวียนตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย นางร้อยคิดพันคำนวณ ยังคิด
ไม่ถึงว่าจะเผชิญพบกับเปี๋ยหาน
ก่อนหน้านี้นางถูกกงเหยี่ยเสี่ยวหรงแว้งกัดใส่เขี้ยวหนึ่ง แต่นั่นเพียง
เพราะว่านางไม่ทันระวัง แน่นอนว่าความประมาทเลินเล่อเช่นนี้ไม่สมควร
เกิดขึ้นกับแม่ทัพบัญชาการศึกระดับนาง แต่โชคยังดีที่ไม่มีการสูญเสีย
ร้ายแรงนัก
ทว่าเมื่อเผชิญกับกองพันบาปเคราะห์ของเปี๋ยหาน ความกดดันใน
ใจมู่เซวียนทวีคูณขึ้นโดยพลัน
เมื่อนานมาแล้ว เปี๋ยหานถูกจัดลำดับเข้าสู่ทำเนียบสิบยอดแม่ทัพ แต่
อันดับของมันอยู่ในแหน่งต่าเสมอ เปี๋ยหานไม่เคยถูกตีค่าไว้สูงนัก พลัง
โจมตีกล้าแข็ง แต่ฝีมือป้องกันอ่อนด้อย ถนัดจัดเจนในการบุกทะลวง
สังหาร แต่ขาดแคลนฝีมือเชิงกลยุทธ์ ทว่ามีผู้ใดเคยฉุกคิดหรือไม่ กองพัน
บาปเคราะห์ของเปี๋ยหานกลับเป็นหนึ่งในกองทัพไร้พ่าย ที่ต่อให้ทอดตา
ทั่วหล้ายังมีอยู่เพียงหยิบมือเดียว
คนทั้งสองเป็นยอดแม่ทัพด้วยกันทั้งคู่ แต่สิ่งที่พวกมันประสบพบเจอ
ในชีวิตกลับผิดแผกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม่นางน้อยกงซุนแม้มีชาติ
กำเนิดต่าต้อย แต่ในวิถีทางแห่งแม่ทัพบัญชาการศึกของมัน อาจเรียกได้
ว่าเป็นเส้นทางที่สะดวกราบรื่นไม่น้อย กระทั่งในยามที่มันทะยานขึ้นสู่
ทำเนียบยอดแม่ทัพ การตีค่ากงซุนชาของทุกคน แทบจะเห็นพ้องต้องกัน
อย่างน่าประหลาด นี่คือแม่ทัพบัญชาการศึกที่ไร้ผู้ทัดเทียม มันมีพลังสู้รบ
กล้าแข็ง มีสายตาเชิงกลยุทธ์อันน่าอัศจรรย์ และที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ กง
ซุนชาไม่มีจุดอ่อนที่ชัดเจน
ส่วนเปี๋ยหานเคยถูกคาดหวังในฐานะอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่ทัดเทียมกับ
เจียงเจ๋อ แต่กลับถูกฝังไว้ในวัดเสวียนคงนานหลายปี จากนั้นมันทรยศต่อ
วัดเสวียนคง กลับคืนสู่ดินแดนร้อยเถื่อนอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอน แต่ทาง
ตระกูลกลับไม่ต้อนรับมัน มันต้องเผชิญกับการดูถูกเหยียดหยาม ต้องแบก
รับเสียงเยาะเย้ยถากถาง กระทั่งไม่มีปัญญากำจัดอาคมหวงห้ามที่ฝังอยู่
ภายในร่าง ไม่มีผู้ใดยินดียื่นมือเข้าช่วยเหลือมัน
ถึงยามนี้ คนเหล่านั้นเกรงว่ากำลังสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ครั้งหนึ่ง
บุรุษที่จะกลายเป็นยอดแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เคยยืนอยู่ตรงหน้าพวกมัน… …
โชคยังดีที่เปี๋ยหานพบพานจั่วม่อ จึงมีโอกาสสำแดงฝีมืออันแกร่งกล้า
เกรียงไกรให้เป็นที่ประจักษ์ไปทั่วหล้า แต่ก็ยังไม่อาจเทียบได้กับรัศมีอัน
เจิดจรัสของกงซุนชา
รอจนเปี๋ยหานอาศัยกำลังของตนเพียงลำพัง จู่โจมสังหารสองยอดแม่
ทัพบัญชาการศึกระดับทองของสหพันธ์จอมปิศาจ ผู้คนค่อยเปลี่ยน
มู่เซวียนหรี่ตามองกวาดไปทั่วกองพันบาปเคราะห์ กลับไม่พบสมาชิก
หน้าใหม่แม้สักคนเดียว พวกมันดูไม่มีอันใดแตกต่างไปจากก่อนการศึกที่
สร้างชื่อให้แก่เปี๋ยหานครั้งนั้น
เปี๋ยหานไม่คิดกล่าววาจาไร้สาระ มันปรับกระบวนทัพเตรียมจู่โจม
ทันที
มู่เซวียนดวงตาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ ใบหน้าทอแววขุ่นเคืองวูบหนึ่ง
นางแม้ระมัดระวังเปี๋ยหาน แต่หาได้เกรงกลัวมันไม่! ชนชั้นยอดแม่
ทัพไม่ว่าผู้ใด ล้วนไม่เคยขาดความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นว่าพวกมันจะต้อง
ได้ชัย ไม่เช่นนั้นพวกมันก็คงไม่ได้มายืนอยู่ในตำแหน่งนี้แล้ว!
มู่เซวียนดวงตาทอประกายเย็นเยียบ ตวาดอย่างดุดัน “ตั้งกระบวน
ทัพ ค่ายกลกระบี่วายุรัดพัน!”
สุ้มเสียงยังไม่ทันจะขาดหาย กระบวนทัพแปรเปลี่ยนโดยพลัน แถว
ทัพที่ก่อนหน้านี้เคร่งครัดเป็นระเบียบ พลันกลายเป็นสั่นไหวโอนเอนช้าๆ
ราวกับต้นหญ้าน้า
‘ต้นหญ้าน้า’ แต่ละต้นเปล่งแสงอย่างเลือนราง พวกมันผนึกรวมรั้ง
พลังเทพทั่วร่าง รอคอยการโจมตีที่จะมาถึง
เปี๋ยหานมองดูค่ายกลกระบี่ที่แผ่ซ่านกลิ่นอายฆ่าฟันเบื้องหน้าอย่าง
เย็นชา การที่มู่เซวียนจะใช้ค่ายกลศึกที่ถูกออกแบบมาเพื่อต่อสู้
ประจัญบานในระยะประชิด กลับไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย นางได้
ชื่อว่าเชี่ยวชาญกลยุทธ์อันละเอียดอ่อน ค่ายกลกระบี่ร้อยเปลี่ยนพันแปลง
การสูญเสียอาณาจักรเทียนมู่ เท่ากับประกาศความพ่ายแพ้ของแนว
ป้องกันห้าอาณาจักรเชื่อมประสานในทันที
แม้ยืดหยัดรักษาแนวป้องกันห้าอาณาจักรต่อไปก็ไม่มีคุณค่า
ความหมายใด ทัพของวิหารเทพปิศาจและพันธมิตรวีรบุรุษที่สูญเสียจิต
วิญญาณ พากันถอนทัพอย่างแตกตื่นลนลานแทบจะในชั่วข้ามคืน
ดินแดนแห่งความมืดทั้งเบื้องสูงเบื้องต่า เปี่ยมล้นไปด้วยขวัญกำลังใจ
ราชาจงเจริญ!
รวมเผ่าปิศาจเป็นหนึ่ง!
ในที่สุดผู้คนก็เริ่มวาดฝันถึงวันที่เผ่าปิศาจจะรวมเป็นหนึ่ง
หลังจากพิชิตแนวป้องกันห้าอาณาจักร ดินแดนร้อยเถื่อนทั้งหมดก็
คล้ายเปิดโล่งขึ้นเบื้องหน้าทัพใหญ่อันเกรียงไกรของหมิงอ๋อง จั่วม่อไม่รีรอ
ลังเล สั่งเคลื่อนทัพรุดหน้าในบัดดล พวกมันไม่ว่าเหยียบย่าไปถึงที่ใด ขุม
กำลังตามรายทางล้วนพากันศิโรราบในทันที
มากจนถึงขั้นที่ว่า พวกมันไม่ว่าไปถึงที่ใด อันม่อและคนอื่น ๆ จะ
ขอให้จั่วม่อเป่าแตรศึกราชันสักครา
อาศัยพลังเทพด่านเทพยุทธ์ของจั่วม่อ ยามเมื่อเป่าแตรศึกแห่งราชัน
ทั่วทั้งอาณาจักรล้วนได้สดับฟังกันถ้วนหน้า!
ฤทธานุภาพอันเกรียงไกรของกระบวนท่านี้ แม้แต่จั่วม่อยังต้องอ้า
ปากค้าง ขอเพียงวันนี้มันเป่าแตรศึกราชัน วันรุ่งขึ้นเหล่าผู้นำกองกำลัง
ต่าง ๆ จะแห่กันมาขอสวามิภักดิ์อย่างเต็มอกเต็มใจ
ไม่มีสิ่งใดจะทรงอานุภาพไปกว่ากระบวนท่านี้อีกแล้ว!
จั่วม่ออาศัยกระบวนท่าพิสดารนี้เข้ายึดครองอาณาเขตของสหพันธ์
จอมปิศาจอย่างรวดเร็ว มันเดิมทีก็มีข้อได้เปรียบอย่างล้นเหลืออยู่แล้ว
และการยึดครองดินแดนของสหพันธ์จอมปิศาจ เท่ากับว่าในยามนี้มัน
เชื่อมต่อกับม่ออวิ๋นไห่อย่างสมบูรณ์
นี่ช่วยให้จั่วม่อเบาใจลงไม่น้อย
ศัตรูที่ยังเหลือ มีเพียงพันธมิตรวีรบุรุษและวิหารเทพปิศาจ
พันธมิตรวีรบุรุษไม่ได้เข้มแข็งเท่าใด พวกมันเป็นเพียงองค์กรที่หลวม
คลาย จั่วม่อไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ขุมกำลังเดียวที่อาจเป็นอุปสรรค
สำหรับพวกมัน มีเพียงวิหารเทพปิศาจ
วิหารเทพปิศาจไม่เพียงเป็นขุมกำลังที่ใหญ่โตและกล้าแข็งที่สุด
เท่านั้น แต่กฏระเบียบการปกครองของวิหารเทพปิศาจ ทั้งเข้มงวดและ
เข็มแข็งยิ่ง
ฝีเท้าการรุกคืบของจั่วม่อไม่รวดเร็วเท่าใด มันแม้กำลังรีบร้อน แต่ไม่
ต้องการให้เกิดข้อผิดพลาดในภายหลัง รอจนครอบครองดินแดนทั้งหมด
ในศึกนี้เอง ทัพแตรศึกแห่งราชันสำแดงขีดความสามารถอันน่า
แตกตื่นสะท้านโลกของพวกมันออกมาอย่างเต็มที่ พวกมันทางหนึ่งต่อสู้
ฆ่าฟัน ทางหนึ่งเคลื่อนทัพอย่างคล่องแคล่วปราดเปรียว บุกเข้าออก
กองทัพที่มีจำนวนไพร่พลมากกว่าพวกมันหลายสิบเท่าอย่างปลอดโปร่ง
ราวกับเดินเล่นในสวนหลังบ้าน ศึกครั้งนี้พวกมันบดขยี้ทัพใหญ่ฝ่ายตรง
ข้ามเจ็ดทัพติดต่อกัน!
เหลียงเวยนำกำลังเข่นฆ่าอาละวาดไปรอบทิศ ก่อกวนจนแนวป้องกัน
ของพันธมิตรวีรบุรุษปั่นป่วนรวนเร ทันใดนั้นทัพแกร่งสิบหมื่นที่ซุ่มรอคอย
อยู่แต่แรกพลันเปิดฉากจู่โจมจากทุกด้าน
แนวป้องกันของพันธมิตรวีรบุรุษแตกพ่ายยับเยินในทันที
จากนั้นเหลียงเวยราวกับว่าจู่ ๆ ปรากฏกายออกมาจากม่านหมอก พุ่ง
เข้าจู่โจมทัพหลักของพันธมิตรวีรบุรุษอย่างดุดัน
กองทัพแตรศึกแห่งราชันเข่นฆ่าอาละวาดอย่างย่ามใจ ราวกับบุกเข้า
ไปในสถานที่ร้างไร้ผู้คนก็มิปาน
เหลียงเวยคร่ากุมเหล่าแกนนำทั้งหมดของพันธมิตรวีรบุรุษทั้งเป็น
สามวันให้หลัง พันธมิตรวีรบุรุษประกาศยอมจำนนโดยไร้เงื่อนไข
ศึกครั้งนี้หนุนส่งให้ชื่อของเหลียงเวยระบือลือลั่นไปทั้งสามภพ!