สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 907 อรุณรุ่งใกล้ทอแสง
หย่างหยวนฮ่าวตะลึงมองจดหมายที่อยู่ในมือ คนแข็งทื่อดุจรูปปั้นดิน
นิ่งขึงอยู่ในสภาพนั้นเป็นครึ่งค่อนวัน
การพลีชีพกลางที่รบของกู่เหลียงเตา สร้างความสะท้านสะเทือน
ให้แก่มันอย่างที่สุด ในตอนแรกเริ่มที่พวกมันลงมือตอบโต้ ไม่มีผู้ใดคาดคิด
ว่าสงครามเต็มรูปแบบระหว่างคุนหลุนและม่ออวิ๋นไห่จะเปิดฉากขึ้นใน
สภาพเช่นนี้ กระทั่งถึงยามนี้มันยังรู้สึกสับสนงุนงงอยู่บ้าง
แต่ลูกธนูที่ยิงออกไปแล้วย่อมไม่อาจเหนี่ยวรั้งกลับคืน ต่อให้
ย้อนกลับไปได้จริง ตัวมันเองก็ไม่ได้มีหนทางให้เลือกมากอันใด มันเชื่อว่ากู่
เหลียงเตาเองก็ยังจะเลือกเส้นทางสายนี้อยู่ดี
คุนหลุน คุนหลุน … …ฮาฮ่า!
น่าเสียดายที่กู่เหลียงเตาต้องล่วงหน้าไปก่อนก้าวหนึ่ง!
ซึ่งความจริงสภาพของมันคล้ายคลึงกับกู่เหลียงเตาเป็นอย่างยิ่ง ข้อ
แตกต่างเพียงหนึ่งเดียวระหว่างพวกมัน ก็คือกู่เหลียงเตามีภาระรับผิดชอบ
มากกว่า หย่างหยวนฮ่าวแม้เปรียบเสมือนทั้งดาบและโล่ของสี่มหานิกาย
พุทธ แต่เบื้องบนยังมีคนที่อยู่เหนือมัน คอยปกป้องคุ้มครองมันให้พ้นจาก
ลมฝนของการเมืองภายใน แต่มองจากด้านนี้กู่เหลียงเตากลับโดดเดี่ยว
ลำพัง ไม่มีผู้ใดคอยค้ายันอยู่เบื้องหลังมัน ตั้งแต่เริ่มแรกก็ไม่มีแล้ว เนื่อง
เพราะมันพาตัวออกห่างจากซีเซวียน หลังจากนั้นด้วยการสนับสนุนของ
จงเต๋อ มันกลายเป็นประมุขแห่งซีเซวียน แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันยังคงสูญเสีย
การสนับสนุนเพียงหนึ่งเดียวนั้นไปในศึกที่ราบภาคกลาง
มิหนำซ้ากู่เหลียงเตายังไม่ใช่จั่วม่อ
ในฐานะแม่ทัพบัญชาการศึก กู่เหลียงเตาฝีมือเด่นล้าไม่แพ้ผู้ใด คนผู้
นี้ขวัญกล้าจิตใจละเอียดอ่อน การพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของมันในครั้งนั้น
แทนที่จะบอกว่ามันพ่ายแพ้ให้แก่เสวียตง มิสู้บอกว่ามันพ่ายแพ้ต่อคุน
หลุน
ตั้งแต่แรกเริ่ม กู่เหลียงเตาก็แบกรับภาระหน้าที่มากเกินไป มันทั้งไม่
มีทางเลือกและไม่มีทางหนี ยกตัวอย่างการทรยศต่อซีเซวียน หากมิใช่ว่า
ถูกบีบคั้นบังคับจนหมดสิ้นหนทาง ผู้ใดจะยินดีทรยศต่อสำนักอันเป็นบ้าน
เกิดเมืองนอนของตน? หรืออย่างเช่นการที่มันขึ้นเป็นเจ้าปกครองแว่น
แคว้นหนึ่ง หย่างหยวนฮ่าวรู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้จึงเป็นตัวการสำคัญ เป็น
ภาระที่แท้จริงที่บั่นทอนจิตปณิธานของยอดแม่ทัพผู้เกรียงไกรเช่นกู่เหลี
ยงเตา
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเช่นจั่วม่อ หย่างหยวนฮ่าวอดนึกถึงประโยคนี้
อีกครั้งไม่ได้
หย่างหยวนฮ่าวมีความสำนึกตัวเป็นอย่างดี เช่นเดียวกันกับแบบฉบับ
การสู้รบที่มันถนัดจัดเจน มันจะเลือกในสิ่งที่สมเหตุสมผลที่สุด ซึ่งอาจ
ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด แต่รับประกันได้ว่าจะไม่เลวร้ายที่สุด
หย่างหยวนฮ่าวมิใช่ว่าบุกเข้ามาในคุนหลุนเยี่ยงคนหูหนวกตาบอด
แม้ว่ากองพันสามัญซึ่งประจำการอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ ของคุนหลุน
จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน แต่มันรู้สึกว่าไม่มีเหตุผลที่จะต้องล่วงลึกเข้าไปใน
ยามนี้ ซึ่งจะทำให้การจัดส่งเสบียงบำรุงและกำลังหนุนเป็นไปโดย
ยากลำบาก มูลค่าเชิงกลยุทธ์ที่สามารถกระทำได้มีจำกัดยิ่ง แต่จะเพิ่ม
ความเสี่ยงอันตรายโดยใช่เหตุ สถานการณ์ในยามนี้แตกต่างจากในกาล
ก่อน ม่ออวิ๋นไห่กับคุนหลุนเริ่มเปิดศึกชนิดที่ว่าไม่ใช่เจ้าตายก็เป็นข้าสิ้น
หย่างหยวนฮ่าวจำต้องขบคิดใคร่ครวญสถานการณ์ให้ดีอีกครั้ง
จั่วม่อยังไม่กลับมา กงซุนชาและเปี๋ยหานยังสู้รบติดพัน ยามนี้มันต้อง
ไตร่ตรองด้วยตนเอง
แต่เมื่อข่าวจากเหวยเสิ้งส่งมาถึง หย่างหยวนฮ่าวแทบไม่อาจเชื่อได้
ลง มันตะลึงมองนกกระเรียนกระดาษในมืออยู่เป็นครึ่งค่อนวัน
เหวยเสิ้งถึงกับสู้ชนะหลินเชียน!
หลินเชียนพ่ายแพ้หลบหนี!
นี่ นี่มัน นี่มัน… …
ผลของการต่อสู้ที่แนวหน้า ต่อให้มีข่าวว่ากงซุนชาได้ชัยเหนือเสวียตง
ยังไม่อาจทำให้หย่างหยวนฮ่าวตกตะลึงพรึงเพริดเท่ากับข่าวนี้
ไม่สอดคล้องกับหลักเหตุผล! นี่ไม่มีเหตุผลเลยจริง ๆ!
นั่นคือหลินเชียน! เจ้าสำนักคุนหลุนที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์
หลินเชียน!
หลังจากจมอยู่ในความงงงวยเป็นเวลานาน หย่างหยวนฮ่าวค่อย ๆ
สงบใจลง มันเริ่มใคร่ครวญถึงผลกระทบที่จะตามมา
มันมิอาจไม่ยอมรับว่า ข่าวนี้จะต้องส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของ
คุนหลุนอย่างใหญ่หลวง ศักดิ์ฐานะของหลินเชียนในคุนหลุนไม่มีผู้ใดเทียบ
ได้ คนผู้นี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในบรรดาเจ้าสำนักคุนหลุน
ทั้งหมดในประวัติศาสตร์ นับมันโดดเด่นเลิศล้าที่สุด แม้แต่ในยุคสมัยของ
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ มันยังคงเรียกได้ว่าไร้ที่ติ คุนหลุนภายใต้การนำของ
มันเติบโตกล้าแข็งมากขึ้นเรื่อย ๆ
หากเอ่ยถึงข้อผิดพลาดเพียงหนึ่งเดียวของหลินเชียน คงมีเพียงเรื่อง
ที่มันไม่อาจหยุดยั้งไม่ให้ม่ออวิ๋นไห่ปีกกล้าขาแข็งขึ้นมาได้
แต่ใต้หล้านี้ ยังจะมีผู้ใดสามารถหยุดยั้งม่ออวิ๋นไห่ได้เล่า?
หลินเชียนเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์พร้อม มันสุภาพถ่อมตน
ขวัญกล้าจิตใจละเอียดอ่อน ความศรัทธาและความจงรักภักดีที่มีต่อคุน
หลุนสลักลึกเข้าไปในกระดูก แม้แต่ศิษย์ที่พยศถือดีที่สุดในคุนหลุน ยังเชื่อ
ฟังทุกถ้อยคำของมันโดยไร้ข้อกังขา มันเคยล่วงลึกเข้าไปในแดนปิศาจ
และใช้กระบี่เพียงเล่มเดียวสยบเผ่าปิศาจไปทั่วทั้งสิบทิศ มันเป็นคนแรก
ในคุนหลุนที่บรรลุถึงพลังเทพอันลี้ลับ นำพาคุนหลุนเข้าสู่ยุคสมัยแห่งพลัง
เทพ มันนำความเปลี่ยนแปลงมากมายมาสู่คุนหลุน ใช้สอยเฉาซิงและกลุ่ม
คนหนุ่มสาวที่ไม่เคยมีชื่อเสียงเรียงนาม ในสี่มหาสำนักแห่งแดนซิวเจ่อ คุน
หลุนเป็นเพียงสำนักเดียวที่ไม่เสื่อมทรุดลง ไม่ประสบกับความพินาศดับ
สูญไปกับยุคสมัยอันเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ มันไม่เคยพ่ายแพ้ เป็น
ผู้นำโดยกำเนิด เกิดมาเพื่อยืนอยู่เหนือผู้คนทั่วหล้า
แต่บุคคลเช่นนี้กลับพ่ายแพ้หลบหนี!
หย่างหยวนฮ่าวตระหนักทันที คุนหลุนถูกไล่ต้อนไปยังริมขอบเหว
แล้ว
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าหลินเชียนจะพ่ายแพ้
สงครามใหญ่ระหว่างคุนหลุนและม่ออวิ๋นไห่เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น แต่
สถานการณ์กลับเปลี่ยนพลิกเหนือคาดหมายเกินไป ในความเห็นของหย่าง
หยวนฮ่าว หลินเชียนคือจุดที่เข้มแข็งที่สุดของคุนหลุนโดยไม่มีข้อกังขา
เป็นผู้ที่ไม่มีทางพ่ายแพ้ตลอดกาล แม้ว่าพวกเหวยเสิ้งจะกลับมาทันเวลา
หย่างหยวนฮ่าวเดิมยังเข้าใจว่าพวกมันหากสามารถประมือกับหลินเชียน
สักครา ก็นับว่าดีมากแล้ว
ต่อให้ได้ชัยเหนือมู่เซวียนหรือเสวียตง ยังไม่กระทบถึงฐานรากของ
คุนหลุน มีเพียงพิชิตหลินเชียน จึงสามารถสร้างความแตกตื่นตระหนก
ให้แก่คุนหลุนอย่างแท้จริง
หลินเชียนแพ้แล้ว!
คุนหลุนตกอยู่ในวิกฤติการณ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ทว่าเรื่องราวยังคงพัฒนาไปในทิศทางที่เหนือความเข้าใจของหย่าง
หยวนฮ่าวยิ่งกว่า
ข่าวการพ่ายแพ้ของหลินเชียนสะท้านไปทั่วโลก!
นี่มิใช่ว่าหย่างหยวนฮ่าวกระจายข่าวออกไป เพียงแต่ภายใต้วิชา
หลบหนีไร้รอยของหลินเชียน เหวยเสิ้งไม่อาจหาตัวมันพบ จึงตัดสินใจไป
ยังคุนหลุนโดยตรง
เหวยเสิ้งถือกระบี่เล่มเดียว บุกเข่นฆ่าเปิดทางไปยังคุนหลุนตามลำพัง
มันไม่ปกปิดตัวตน ไม่ได้ลอบเร้นกายเข้าไป แต่ใช้เส้นทางตรง มุ่ง
หน้าไปยังยอดเขาสูงสุดของคุนหลุนกลางวันแสก ๆ
เหวยเสิ้งไม่ว่าผ่านไปยังที่ใด พบคนฆ่าคน พบเมืองทำลายเมือง ไม่มี
ผู้ใดหยุดมันได้ ทั้งกองทัพและยอดยุทธ์ของคุนหลุน พากันไหลบ่ามายัง
เหวยเสิ้งราวกับน้าป่า แต่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจขวางทางมันได้
ไม่มีผู้ใดต้านทานมันได้แม้แต่กระบี่เดียว
ระดับเทพยุทธ์แกร่งกล้าไร้เทียมทานเพียงใด เหวยเสิ้งใช้กระบี่ของ
มันบอกต่อผู้คนทั่วหล้าแล้ว
ภายใต้ความแข็งแกร่งที่อยู่เหนือสามัญสำนึกทั้งมวลของเหวยเสิ้ง ใต้
หล้าได้แต่แตกตื่นตะลึงลาน!
คุนหลุนประหวั่นลนลานแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามการคาดการณ์ของ
หย่างหยวนฮ่าว การพ่ายแพ้ของหลินเชียนสร้างความหวาดวิตกให้แก่คุน
หลุนทั้งเบื้องสูงเบื้องต่า พฤติการณ์อุกอาจของเหวยเสิ้งไม่ต่างจากหวด
ฟาดรังแตน กองทัพและเหล่ายอดยุทธ์ทั่วแดนคุนหลุน พากันเร่งรุดไปยัง
ยอดเขาสูงสุดของคุนหลุนอย่างไม่คิดชีวิต
ยอดเขาหลักของคุนหลุนคือหัวใจสำคัญของคุนหลุน เป็นสถานที่รวม
ใจของคุนหลุนทั้งหมด เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวคุนหลุนทั้งมวล
มันมีศักดิ์ฐานะที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเท่า ไม่เคยเผชิญกับไฟสงครามมา
ก่อน เป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับชาวคุนหลุนทุกคน!
ปกป้องยอดเขาสูงสุด!
ปกป้องท่านเจ้าสำนัก!
ประดุจฝูงแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ พวกมันพากันโถมเข้ามาโดยไร้ซึ่ง
ความกลัว พยายามหยุดเหวยเสิ้งอย่างสุดชีวิต
คุนหลุนกลายเป็นเสียสติไปแล้ว
ใต้หล้าล้วนเสียสติไปด้วย
เสวียตงสองตาแดงฉาน ไม่แยแสสนใจค่ายจูเชวี่ยที่ไล่ติดตามมาไม่
ห่างแม้แต่น้อย
มันไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ศิษย์พี่ใหญ่จะพ่ายแพ้ได้อย่างไร?
จะเป็นไปได้อย่างไร?
เริ่มแรกเมื่อมันได้รับข่าว เสวียตงแทบหัวร่อออกมา ศิษย์พี่ใหญ่นี่
หรือถูกคนโค่นพ่ายแพ้? จะเป็นไปได้อย่างไร! มันกำลังจมอยู่กับความ
เพลิดเพลินในการต่อสู้กับกงซุนชา ทั้งสองฝ่ายโรมรันพันตูอย่างคู่คี่ก้ากึ่ง
ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ข่าวที่ว่าเหวยเสิ้งกำลังเข่นฆ่าไปยังยอดเขาหลัก
ของคุนหลุนก็ส่งมาถึง มันเข้าใจในที่สุด ศิษย์พี่ใหญ่แพ้แล้วจริงๆ
เสวียตงไม่ลังเลแม้แต่ชั่ววูบ นำทัพพุ่งกลับไปยังคุนหลุนโดยไม่
คำนึงถึงสิ่งใด!
มันรู้สึกราวกับตกอยู่ในฝันร้าย เพียงชั่วข้ามคืนเดียว คุนหลุนพลันติด
อยู่ในวิกฤติการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ปกป้องยอดเขาสูงสุด!
ปกป้องท่านเจ้าสำนัก!
จากคำกล่าวสองประโยคนี้ สามารถเห็นได้ว่าคุนหลุนอยู่ในสภาพ
ง่อนแง่นเพียงใด มู่เซวียนยังคงต่อสู้พัวพันกับกองพันบาปเคราะห์ของเปี๋ย
หาน ไม่อาจสลัดหลุดรอดพ้น แต่มันยังคงสั่งให้มู่เซวียนเร่งรุดกลับไปยัง
คุนหลุน ไม่ว่าต้องจ่ายค่าตอบแทนหนักหนาสาหัสสักเท่าใด!
แม้ว่านางจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม!
ชั่วพริบตานี้ เสวียตงจิตใจกระจ่างชัดเจนเป็นพิเศษ ทุกคนในคุนหลุน
สามารถสละชีวิตได้ แม้แต่ตัวมันเอง มีเพียงศิษย์พี่ใหญ่เท่านั้นที่ไม่อาจ
ตายได้!
มันเริ่มขบคิดใคร่ครวญถึงปัญหาของการพ่ายศึกแล้ว สถานการณ์ยิ่ง
เร่งด่วนมากเท่าใด มันยิ่งสงบเยือกเย็นมากเท่านั้น การพ่ายแพ้ไม่ใช่สิ่งที่
ต้องกลัว ขอเพียงศิษย์พี่ใหญ่ยังอยู่ แม้อาจต้องสูญเสียดินแดนบางส่วนไป
บ้าง พวกมันยังคงสามารถกอบกู้สถานการณ์ได้ทุกเมื่อ
ไม่ว่าต้องจ่ายค่าตอบแทนสักเท่าใด พวกมันก็ต้องหยุดเหวยเสิ้งให้จง
ได้!
กองพันเสวียตงเร่งรุดไปราวกับไม่คำนึงถึงชีวิตของพวกมัน และอันที่
จริงพวกมันก็ไม่ได้คำนึงถึงชีวิตของพวกมันอีกแล้วจริงๆ ดังนั้นทิ้งห่างจาก
ค่ายจูเชวี่ยที่ไล่ตามมาด้านหลังอย่างรวดเร็ว
เมื่อเทียบกับคุนหลุนที่แตกตื่นตระหนก ฝ่ายม่ออวิ๋นไห่กลับเต็มไป
ด้วยบรรยากาศของความปลาบปลื้มยินดี
“เหวยซือแข็งแกร่งยิ่ง! กลับสามารถโค่นหลินเชียนพ่ายแพ้จริง ๆ!
สวรรค์!”
“เหวยซือนับว่ากลับมาได้ประจวบเหมาะพอดี ข้านึกอยู่แล้วว่าเหวย
ซือต้องเป็นเทพยุทธ์!”
“โอ้ สวรรค์ทรงโปรดเถอะ เจ้าเพิ่งจะล่วงรู้เมื่อความจริงปรากฏ
นี่เอง!”
“อาศัยพลังของตนเองเพียงลำพัง เหวยซือกลับเข่นฆ่าเปิดทางไปยัง
ยอดเขาหลักของคุนหลุน เพียงแค่นึกภาพดู ข้าก็รู้สึกว่าเลือดในกายเดือด
พล่านขึ้นมาแล้ว!”
แม้แต่กงซุนชายังมีรอยยิ้มน้อย ๆ อยู่บนใบหน้า การต่อสู้ของมันกับ
เสวียตงเพิ่งเริ่มหยั่งเชิงซึ่งกันและกันเท่านั้น กลับถูกขัดจังหวะกลางคัน
ด้วยเรื่องนี้ ทั้งสองฝ่ายทราบดีว่านี่ยังไม่ใช่เวลาที่พวกมันจะเปิดศึกตัดสิน
กัน ดังนั้นต่างฝ่ายต่างยังไม่ได้ทุ่มเทอย่างสุดกำลัง
แต่ในระหว่างการหยั่งเชิง ทั้งสองฝ่ายต่างพบว่าอีกฝ่ายตึงมือยิ่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบว่าเหวยเสิ้งแกร่งกล้าอหังการเสียจนเปิดฉาก
เข่นฆ่าตรงไปยังยอดเขาหลักของคุนหลุนโดยไร้ผู้ต้านติด กระทั่งกงซุนชา
ยังต้องตะลึงงันจนปากอ้าตาค้าง
พลังอันน่าสะพรึงกลัวของระดับชั้นเทพยุทธ์สำแดงออกมาอย่าง
เต็มที่ในศึกนี้ เหวยเสิ้งเพียงลำพังผู้เดียว กลับสามารถก่อกวนคุนหลุนจน
แทบถล่มทลาย
ในไม่ช้ากงซุนชากับพวกก็สงบลงจากอารมณ์ตื่นเต้นยินดี ผู้คนใน
กองทัพเริ่มปรึกษาหารือเรื่องกลยุทธ์ที่จะใช้รับมือกับเทพยุทธ์ หลังจาก
ถกเถียงกันอยู่ครึ่งค่อนวัน สุดท้ายกลับมาถึงข้อสรุปเดิม มีเพียงเทพยุทธ์
เท่านั้นที่สามารถต่อกรกับเทพยุทธ์ ไม่เช่นนั้นก็ต้องรอจนสิบปีให้หลัง
จนกว่าพลังฝีมือเฉลี่ยของทุกคนจะสูงขึ้นอีกสองระดับ กองพันขั้นสุดยอด
อาจมีขีดความสามารถพอที่จะต่อสู้กับเทพยุทธ์
นี่เท่ากับว่าไม่ได้ปรึกษาหารือ การสนทนาจึงหันเหไปยังเรื่องโอกาส
อันดีที่วางกองอยู่เบื้องหน้าพวกมันแทน
หากพวกมันพลาดโอกาสที่พันปียากจะพบพานครั้งนี้ เกรงว่าจะต้อง
ถูกฟ้าลงทัณฑ์แน่
สำหรับกลุ่มคนที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งชั่วร้ายเหล่านี้ หัวข้อนี้ประดุจ
งานฉลองครั้งยิ่งใหญ่ ทุกผู้คนเริ่มถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน
แผนการร้ายที่วิญญูชนไม่อาจทนฟังได้ เริ่มเป็นรูปเป็นร่างอย่าง
รวดเร็ว
จั่วม่อเมื่อได้รับข่าวเหวยเสิ้งได้ชัยเหนือหลินเชียน แม้แต่มันยังตะลึง
งันไปชั่วขณะ แต่ในไม่ช้า พอรับทราบรายละเอียดทั้งหมด ความปิติยินดี
ของมันมลายสิ้น
พี่ใหญ่กู่ตายแล้ว ซวงอวี่ก็ตายแล้ว
กู่เหลียงเตาผู้อาจหาญและโอ่อ่าผ่าเผย ซวงอวี่ที่สุภาพเรียบร้อยและ
จิตใจบริสุทธิ์ นึกถึงเมื่อครั้งที่พวกมันพบกันในปีนั้น สนิทสนมกลมเกลียว
จนกระทั่งนับถือกันเป็นพี่น้อง จั่วม่อโศกสลดหดหู่ยิ่ง มันยังเข้าใจว่ารอจน
กลับไปยังม่ออวิ๋นไห่ ทุกคนจะได้ร่วมดื่มให้สมใจ มิทราบว่าจะสุขกาย
สบายอารมณ์ถึงเพียงไหน
นึกไม่ถึงว่า… …
จั่วม่อจ้องมองท้องฟ้ายามรัตติกาลนิ่งนาน อากุ่ยคอยเฝ้าดูอย่าง
ห่วงใยกังวล แต่นางไม่เอ่ยคำใด นางทราบว่าในเวลาเช่นนี้ นายน้อย
ต้องการอยู่เงียบ ๆ ตามลำพัง
เนิ่นนานให้หลัง จั่วม่อสงบใจลง ซุกงำความโศกเศร้าและสำนึกเสียใจ
ไว้ในอก ที่ขอบฟ้าด้านนอกปรากฏแสงรำไร โดยไม่ทันรู้สึกตัว ราตรีมืดมน
กำลังจะเคลื่อนผ่าน อรุณรุ่งกรายใกล้เข้ามาแล้ว
อีกไม่นานแสงอรุณจะสาดส่อง… …
ความโศกเศร้าเสียใจส่วนเสี้ยวสุดท้ายลบเลือนไปจากดวงตาของ
จั่วม่อ สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความมุ่งมั่น
มันหันกลับมา พลันกล่าวกับสตรีข้างกาย “อากุ่ย เราจะต้องจบศึก
ครั้งนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด!”
อากุ่ยมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของจั่วม่อ มองเลยไปยัง
ผมขาวราวหิมะของมัน ในใจรู้สึกเจ็บปวดยิ่ง นางพยักหน้าพลางกล่าว
อย่างจริงจัง “ย่อมแน่นอน!”
จั่วม่อมองดูอากุ่ย สายตาทอแววอบอุ่นอ่อนโยน
แต่ในไม่ช้า สายตาของมันกลับเป็นหนักแน่นแกร่งกร้าวดุจเหล็กกล้า
อีกครั้ง ราวกับว่าต่อให้มีภูเขาดาบทะเลไฟกั้นขวางอยู่เบื้องหน้า ก็ไม่อาจ
หยุดยั้งก้าวย่างของมันได้ โครงสร้างการปกครองดินแดนร้อยเถื่อนถูก
กำหนดโดยคร่าว ๆ แล้ว เสียกงจู่กับพี่น้องตระกูลหลันถนัดจัดเจนใน
หน้าที่ของพวกนางเป็นอย่างดี การเรียกหาเสียกงจู่กับพวกนับว่าส่งผล
อย่างดีเยี่ยม ดินแดนร้อยเถื่อนซึ่งจั่วม่อเพิ่งจะยึดครองมา บังเกิด
เสถียรภาพอย่างรวดเร็ว
“ทุกประการสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี”
“ถึงเวลาจัดการกับวิหารเทพปิศาจแล้ว”