สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 909 เทพกระบี่เหวยเสิ้ง!
มู่เซวียนตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย
นางยังคงประเมินเปี๋ยหานต่าเกินไป กองทัพของนางประสบกับความ
เสียหายร้ายแรง หากแต่นางไม่มีความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจ เปี๋ยหาน
แข็งแกร่งกว่านาง นางยอมรับความพ่ายแพ้จากใจจริง
แต่รอจนนางได้รับกระบี่บินส่งข่าวจากเสวียตง ยอดแม่ทัพสตรีนางนี้
ถึงกับนิ่งขึงตะลึงลาน
เจ้าสำนักพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับเหวยเสิ้ง!
จะเป็นไปได้อย่างไร? ปฏิกิริยาแรกของมู่เซวียนคือไม่เชื่อ ร้อยไม่เชื่อ
พันไม่เชื่อ แต่ข่าวนี้เป็นเสวียตงส่งมาด้วยตัวเอง คำสั่งการในนั้นยังแฝง
ความร้อนใจอย่างที่สุด นางยอมรับอย่างรวดเร็วว่านี่เป็นเรื่องจริง
มู่เซวียนตระหนักทันที คุนหลุนอยู่ในวิกฤติการณ์อย่างที่ไม่เคย
ปรากฏมาก่อน!
เหวยเสิ้งกำลังเข่นฆ่าเปิดทางไปยังยอดเขาหลักของคุนหลุนอย่างสุด
อหังการ หากมันเหยียบเท้าลงบนยอดเขาหลักของคุนหลุนได้จริง สำหรับ
ชาวคุนหลุนทั้งมวล จะเป็นหายนะอย่างแท้จริง!
คุนหลุนไร้เทียมทาน ยังไม่เคยถูกหยามอัปยศถึงเพียงนี้มาก่อน
อุบาทว์บัดซบ!
มู่เซวียนปรารถนาจะติดปีกโบยบินกลับไปยังคุนหลุนในบัดดล ทว่า
เปี๋ยหานย่อมไม่ปล่อยให้พวกนางจากไป หากมู่เซวียนเผยช่องว่างรอยโหว่
แม้เพียงน้อยนิด ศัตรูที่น่ากลัวนี้จะกระโจนเข้าขย้าจนจมเขี้ยว
เปี๋ยหานประหนึ่งสุนัขป่าจอมวายร้าย ทั้งกลอกกลิ้งเจ้าเล่ห์ และ
อำมหิตเลือดเย็น
กองพันมู่เซวียนนับว่าบอบช้าอย่างสาหัส เพียงช่วงเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่
วัน ผู้ที่ตกตายภายใต้คมเขี้ยวของกองพันบาปเคราะห์ที่นำโดยเปี๋ยหาน มี
มากกว่าหนึ่งพันคน ที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือมีผู้ได้รับบาดเจ็บในจำนวนที่
ใกล้เคียงกัน ที่สำคัญคือมู่เซวียนยังทราบแน่แก่ใจ นี่เป็นเปี๋ยหานจงใจทิ้งผู้
ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากเอาไว้ เพื่อเป็นเครื่องถ่วงของพวกนาง คนเจ็บ
จำนวนมากจะส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจกองทัพอย่างร้ายกาจ
มิหนำซ้ายังทำให้กองทัพสูญเสียความคล่องตัวแทบหมดสิ้น
กองพันมู่เซวียนหลังจากรบแพ้สองครั้งติดต่อกัน ขวัญกำลังใจของ
กองทัพต่าเตี้ยเรี่ยดินอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มู่เซวียนทราบว่าในสภาพ
เช่นนี้ นางไม่มีปัญญาเอาชนะเปี๋ยหานได้
ยามนี้นางเร่งขบคิดหาวิธีกลับไปยังคุนหลุนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำ
ได้ คุนหลุนกำลังถูกไล่ต้อนเข้าสู่วิกฤติการณ์ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
สถานการณ์เปลี่ยนพลิกอย่างฉับพลันทันใด กระทั่งมู่เซวียนยังรู้สึกใจหาย
อยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม เปี๋ยหานคล้ายคาดเดาจิตเจตนาของนางออก มันยังคง
ประพฤติตนประหนึ่งกอเอี๊ยะหนังสุนัข8 ไล่ล่าขบกัดพวกนางอย่างเหนียว
แน่น สร้างความพะว้าพะวังและอึดอัดขัดข้องอย่างที่สุด
เป็นครั้งแรกที่มู่เซวียนรู้สึกไร้พลังอำนาจถึงเพียงนี้ นางควรทำ
อย่างไรดี?
“ต้าเหริน!” รองแม่ทัพของมู่เซวียนขัดจังหวะความคิดของนาง
มู่เซวียนเงยหน้าขึ้นมองอย่างฉงน
“ให้บริวารผู้นี้ ทำหน้าที่รั้งท้ายเถอะ!” รองแม่ทัพของมู่เซวียนกล่าวอ
ย่างเด็ดเดี่ยว สีหน้านางสงบราบเรียบ ราวกับว่ากำลังเอ่ยถึงเรื่องธรรมดา
สามัญสักเรื่อง
มู่เซวียนใจสั่นสะท้าน นางมองดูเพื่อนคู่หูที่ติดตามนางมานานกว่าสิบ
ปี เห็นดวงตาของอีกฝ่ายทอแววเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว คนทั้งสองเติบโตมา
ด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย สนิทสนมกลมเกลียวฉันเจี่ยเม่ย
“เพื่อคุนหลุน!” ผู้ที่เป็นทั้งแม่ทัพคนสนิทและเสี่ยวเม่ยของนางสุ้ม
เสียงหนักแน่นมั่นคง
มู่เซวียนจับจ้องมองดูนางอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นกล้ากลืนความเศร้าใน
ส่วนลึกของหัวใจ พริ้มตาหลับลง ใช้ความเข้มแข็งส่วนเสี้ยวสุดท้ายของ
นางกล่าวว่า “เพื่อคุนหลุน!”
8 กอเอี๊ยะหนังสุนัข หมายถึงยาราคาถูก ใช้รักษาไม่ได้ อุปมาว่า สิ่งที่หลอกลวงคน แต่ในที่นี้น่าจะใช้ใน
ความหมายตรงตัวเลย คือเกาะติดไม่ยอมหลุด
รองแม่ทัพคนสนิทเผยอยิ้มอ่อนหวาน จากนั้นหมุนตัวจากไปโดยไม่
เหลียวกลับมาอีก
มู่เซวียนน้าตาสองสายไหลรินเป็นทาง
บรรยากาศโศกสลดปกคลุมทั่วกองทัพ ทุกคนเข้าใจการตัดสินใจของ
เบื้องบนดี ผู้ได้รับบาดเจ็บหนึ่งพันคนและเซียนกระบี่หญิงอีกสองพัน ถูก
เลือกให้รับหน้าที่รั้งท้าย พวกนางจะใช้ชีวิตของตนเพื่อถ่วงเวลาเปี๋ยหาน
ลมหนาวเย็นเฉียบเหมือนคมมีด
“เพื่อคุนหลุน!”
เหวยเสิ้งในมือถือกระบี่ พุ่งตรงไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง สีหน้าเคร่งขรึม
เย็นเยียบ มันไม่ว่าผ่านไปยังที่ใด ทั้งแผ่นฟ้าแผ่นดินประหนึ่งถูกย้อมไป
ด้วยโลหิต
กระบี่โลหิตประหารเทพคล้ายดื่มโลหิตจนสาสมใจ รังสีฆ่าฟันของมัน
ปกคลุมเต็มฟ้า
ดวงตาของเหวยเสิ้งกระจ่างสดใส เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่
หลายวันมานี้มันฆ่าคนไปมากมายเท่าใด แม้แต่ตัวมันเองก็ไม่อาจนับ
ได้แล้ว เซียนกระบี่คุนหลุนพากันโถมเข้าหามันอย่างปราศจากความกลัว
เกรง มีจำนวนมากมายมหาศาลราวกับกระแสน้าหลาก
พลังฝีมือของพวกมันไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง แต่ความมุ่งมั่นจนแทบ
จะกลายเป็นคลุ้มคลั่งของพวกมัน ทำให้แม้แต่เหวยเสิ้งยังต้องสะท้านใจ
แต่ก็เพียงเท่านั้น พวกมันทำได้เพียงแค่เพิ่มจำนวนคนตายเท่านั้น
ใจกระบี่ของเหวยเสิ้งแกร่งกร้าวมั่นคงดุจหินผา คำสาบานกระบี่เมื่อ
ครั้งกระโน้นดังก้องอยู่ในใจมัน ระหว่างมันกับคุนหลุน ไม่ตายไม่เลิกรา นี่
คือหนี้แค้นที่ไม่ยินยอมอยู่ร่วมฟ้าเดียวกัน!
เพื่อที่จะหยุดยั้งมัน คุนหลุนทำลายค่ายกลเคลื่อนย้ายที่อยู่ระหว่าง
ทางจนหมดสิ้น แต่นี่ไม่ได้ส่งผลอันใดต่อเหวยเสิ้ง ปรมาจารย์เทพยุทธ์เช่น
มัน สามารถท่องทะยานไปในห้วงมิติความว่างเปล่าอย่างอิสระ
รอจนเทือกเขาคุนหลุนปรากฏขึ้นในครรลองสายตา ความยิ่งใหญ่
ไพศาลและโอ่อ่าสง่างามของเทือกเขาอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินเทือกนี้
แม้แต่เหวยเสิ้งยังอดครั่นคร้ามยำเกรงไม่ได้
เห็นยอดเขานับหมื่นพุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับป่ากระบี่ยืดขยาย
อย่างไร้ที่สิ้นสุด ยอดเขาแต่ละลูกประดุจกระบี่บินเล่มหนึ่ง มีรูปร่างเค้า
โครงและรัศมีกลิ่นอายที่ผิดแผกแตกต่างกันไป บ้างสูงชัน บ้างกว้างใหญ่
กระการตา บ้างปกคุลมด้วยหิมะน้าแข็งหมื่นปี หรือมีลำธารหินหลอม
เหลวไหลลงมา แม้แต่เหวยเสิ้งผู้ท่องทะยานผ่านสถานที่มากมาย ยังเพิ่ง
จะเคยพบเห็นสถานที่อันพิเศษเฉพาะเช่นนี้เป็นครั้งแรก
สมแล้วที่เป็นคุนหลุน สวรรค์ช่างเอื้อเอ็นดูพวกมันจริง ๆ
เหวยเสิ้งรำพันในใจ สายตากวาดมองไปยังยอดเขาหลักของคุนหลุน
ในบรรดายอดเขานับหมื่น นับยอดเขาหลักของคุนหลุนโดดเด่นสะดุด
ตาที่สุด เนื่องเพราะความสูงใหญ่เหนือผู้ใดของมัน ยอดเขาหลักของคุน
หลุนตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ครอบครองพื้นที่อันไพศาล สุดที่ยอดเขาอื่น ๆ
จะเทียบเทียมได้ ยอดเขาอื่น ๆ ที่ด้านข้างไม่ต่างจากหิ่งห้อยแข่งแสง
จันทรา ยอดเขาหลักแห่งคุนหลุนไม่ทราบว่าสูงใหญ่กว่าเท่าใด มองแต่ไกล
คล้ายกระบี่เล่มมหึมา แทงทะลุขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า
คุนหลุนไร้เทียมทาน!
เห็นค่ายกลอาคมหวงห้ามปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน ทับซ้อนเป็นชั้นๆ
ไม่รู้ว่ากี่ชั้น เพิ่มประกายคล้ายชั้นแพรไหมอันสวยสดงดงามให้แก่ยอดเขา
หลักแห่งคุนหลุน ระยิบระยับละลานตาอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์
นี่ก็คือคุนหลุน?
ทันใดนั้นเหวยเสิ้งดวงตาทอประกายสดใสเจิดจ้า แม้ว่ายอดเขาหลัก
แห่งคุนหลุนจะกอรปด้วยกลิ่นอายสภาวะเขย่าขวัญวิญญาณผู้คน แต่ภาพ
ในใจมันกระจ่างชัดด้วยภูเขาเล็ก ๆ ที่รกร้างห่างไกล ไม่มีผู้ใดรู้จัก ภูเขาสุญ
ตา
ภูเขาน้อยลูกนั้นไม่ได้กว้างใหญ่ไพศาล ไม่ได้เปี่ยมไปด้วยพลังอันน่า
แตกตื่นสะท้านใจ ทั้งไม่เคยเป็นที่เคารพบูชาของผู้คนนับไม่ถ้วน
ไม่มีสิ่งใดเทียบได้กับเทือกเขาที่เบื้องหน้า
แต่ภูเขาน้อยลูกนั้น เป็นภูเขาที่สำคัญที่สุดในใจมัน!
ในนามของสุญตา!
เหวยเสิ้งสูดลมหายใจลึก ดวงตาสาดประกายมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ยก
กระบี่โลหิตประหารเทพขึ้นช้า ๆ
“มันมาแล้ว!”
“เหวยเสิ้ง!”
ยอดเขาหลักแห่งคุนหลุนชุมนุมไปด้วยผู้คนที่คล้ายกำลังเดือดพล่าน
ยอดเขาทุกลูกในเทือกเขาคุนหลุนล้วนเต็มไปด้วยผู้คน
ศิษย์คุนหลุนนับไม่ถ้วนแห่แหนกันมาจากทุกสารทิศ
“เพื่อคุนหลุน!”
บางคนกู่คำรามอย่างฮึกเหิม แทบทุกคนชูกระบี่ในมือขึ้นสูง ร่าร้อง
ตะโกนตาม
“เพื่อคุนหลุน!”
“เพื่อคุนหลุน!”
เสียงกู่คำรามสะท้านฟ้าสะเทือนดินดังกึกก้องอยู่กลางอากาศ คล้าย
ดังมาจากเทือกเขาทุกลูก ดังออกมาจากหัวใจของศิษย์คุนหลุนทุกคน!
“ฆ่า!”
“ฆ่า!”
เงาร่างนับไม่ถ้วนโผพุ่งขึ้นจากยอดเขาทุกลูกในเทือกเขาคุนหลุน มืด
ฟ้ามัวดินไปหมด
พวกมันประหนึ่งทะเลเพลิงที่กำลังลุกฮือโหม ปรารถนาจะใช้เปลวไฟ
แห่งชีวิตของพวกมัน เพื่อแผดเผาเงาร่างอันน่าสะพรึงกลัวนั้นให้มอดไหม้
เป็นจุณ ใบหน้าของพวกมันปราศจากความกลัวเกรง หากกระทั่งความ
ตายพวกมันยังไม่กลัว พวกมันยังจะต้องหวาดกลัวสิ่งใดอีกเล่า!
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือ คนที่อยู่ในระยะไกลผู้นั้น กลับไม่
มีทีท่าว่าจะบุกเข่นฆ่าเข้ามาเหมือนดังที่พวกมันคาดคิด
ไม่ทราบเพราะเหตุใด หลายคนลอบทอดถอนใจอย่างโล่งอก
แต่แล้วในเวลานี้เอง เหวยเสิ้งพลันยกกระบี่ในมือขึ้น
ทุกผู้คนงงงันวูบ แม้แต่บรรดาศิษย์คุนหลุนที่กำลังโถมเข้าหาเหวย
เสิ้งอย่างไม่คิดชีวิต ยังพากันหยุดชะงัก
มันคิดจะทำอะไร?
เหวยเสิ้งยังอยู่ห่างจากยอดเขาหลักแห่งคุนหลุนกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบลี้
หากมิใช่ว่าพวกมันจัดตั้งค่ายกลถ่ายทอดภาพไว้ล่วงหน้า พวกมันเองยังไม่
อาจมองเห็นแม้แต่เงาของเหวยเสิ้ง
นี่ใช่เป็นการยั่วโทสะของพวกมันหรือไม่?
ในระยะไกลลิบลิ่วถึงเพียงนี้ ยังจะเงื้อกระบี่ทำอะไร?
ทว่าพวกมันยังไม่ทันจะได้ขบคิดเข้าใจ ปราณกระบี่สีแดงเลือดสาย
หนึ่งพลันพุ่งวาบออกจากกระบี่ของเหวยเสิ้ง
ปราณกระบี่สีโลหิตนั้นไม่ได้เจิดจ้าบาดตา ไม่ได้มีสิ่งใดน่าดูชมแม้แต่
น้อย ทว่าปราณกระบี่ที่คล้ายสามัญธรรมดายิ่งสายนี้ กลับคล้ายทะลุผ่าน
ห้วงมิติ ตัดผ่านอากาศมาถึงตรงหน้าพวกมันในบัดดล!
ปราณกระบี่อันนำมาซึ่งทะเลโลหิตอันกว้างใหญ่ไพศาลไม่มีที่สิ้นสุด!
คลื่นพิโรธสีโลหิตระเบิดพลังสูงเทียมฟ้า ประหนึ่งพญามารร่างมหึมา
นับไม่ถ้วนกำลังอ้าปากกว้าง ม้วนโถมเข้าใส่พวกมันในบัดดล
เหล่าศิษย์คุนหลุนยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาใด ก็ถูกคลื่นพิโรธสีโลหิต
กลืนกินลงไปหมดสิ้น คลื่นโลหิตเหล่านั้นมิเพียงไม่หยุดลงเพียงเท่านี้ พวก
มันกลับยิ่งกล้าแข็งกว่าเดิม ม้วนกวาดไปยังยอดเขาหลักของคุนหลุนด้วย
ระดับความเร็วอันชวนสะท้านใจ
ระยะทางไม่ว่ากว้างใหญ่สักเท่าใด ล้วนเหมือนกับว่าไม่มีอยู่จริง
แทบจะชั่วพริบตาเดียว คลื่นพิโรธสีโลหิตพกพาพลังสภาวะอันเกรี้ยว
กราดและมั่นคงดุจเหล็กกล้า กระแทกใส่ยอดเขาหลักแห่งคุนหลุนอย่างหัก
โหม!
บึม!
บรรดาอาคมหวงห้ามที่ทับซ้อนเป็นชั้นๆ บนยอดเขาหลักมีสภาพไม่
ต่างจากกระดาษบางๆ พากันแตกกระจายเป็นละอองแสงหลากสีสัน สาด
กระเซ็นไปทั่วแผ่นฟ้าแผ่นดิน ค่ายกลคุ้มกันสำนักซึ่งเหล่ายอดคนแห่งคุน
หลุนรุ่นแล้วรุ่นเล่าเพียรพยายามจัดตั้งขึ้น เบื้องหน้าปราณกระบี่สะท้าน
ฟ้าของเหวยเสิ้ง ถึงกับไม่อาจต้านทานได้แม้แต่ชั่วอึดใจเดียว ก่อนจะ
แหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี
กระแสคลื่นคลุ้มคลั่งบดขยี้สิ่งกีดขวางทั้งมวล กระแทกชนกับยอด
เขาหลักแห่งคุนหลุนอย่างถนัดถนี่!
บึม!
ชั่วพริบตานี้กาลเวลาคล้ายหยุดลง ทุกผู้คนสีหน้าทอแววสับสนเลื่อน
ลอย สมองขาวว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
ยอดเขาหลักแห่งคุนหลุนอันยิ่งใหญ่ไพศาล ค่อย ๆ พังทลายลงต่อ
หน้าต่อตาพวกมัน
ครืน ครืน ครืน!
ยอดเขาหลักใหญ่โตเกินไป จนเมื่อยามที่ร่วงฟาดลง สะเก็ดหินและ
เศษฝุ่นจากแรงระเบิดถึงกับม้วนตลบขึ้นไปถึงชั้นฟ้า ราวกับเมฆรูปเห็ด
มหึมา เสียงกึกก้องกัมปนาทบันดาลให้เทือกเขาคุนหลุนทั้งหมด
สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปด้วย
เงียบสงัดเสมือนตาย!
เป็นความเงียบที่หากมีเข็มตกสักเล่มยังได้ยินชัดเจน!
ทุกผู้คนใบหน้าซีดขาวดุจคนตาย ริมฝีปากสั่นระริก สีหน้าสับสน
งุนงง มีอาการคล้ายไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง
ยอดเขาหลัก… ยอดเขาหลักอันเกรียงไกรแห่งคุนหลุน ถึงกับถูกฟัน
ลงมาในกระบี่เดียว… …
ศิษย์คุนหลุนทั้งมวลใบหน้าขาวเผือด ในใจของพวกมันคล้ายมีบางสิ่ง
แตกสลาย
เสียงร่าไห้คร่าครวญอันเปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวังอย่างลึกล้า ดัง
ระงมไปทั่วแผ่นดิน!
เหวยเสิ้งบุกเดี่ยวไปยังคุนหลุน ฟันยอดเขาหลักแห่งคุนหลุนลงมาใน
กระบี่เดียว!
ข่าวอันน่าแตกตื่นสะท้านโลกนี้ประดุจพายุหมุนมหายักษ์ กวาดผ่าน
ไปทั่วโลกในชั่วข้ามคืน ไม่มีสิ่งใดจะน่าอัศจรรย์เท่านี้อีกแล้ว คุนหลุน
จักรพรรดิแห่งใต้หล้า กลับถูกคนเพียงคนเดียวโค่นลง ถูกเหวยเสิ้งฟันยอด
เขาหลักอันเป็นหัวใจแห่งคุนหลุนพังทลายลงมา!
ไม่ว่าผู้ใดเมื่อได้ยินข่าว ล้วนตะลึงงันไปชั่วขณะ
หากความพ่ายแพ้ของหลินเชียนทำให้ผู้คนรู้สึกเหลือเชื่อ เหตุการณ์นี้
ก็เกินกว่าที่คำว่าเหลือเชื่อจะอธิบายได้
คุนหลุนคือสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกตลอดหลายพันปี เป็นขุม
กำลังที่ทรงพลังอำนาจที่สุดในใต้หล้า!
ไม่มีสำนักใดเทียบได้กับคุนหลุน
คุนหลุนไร้เทียมทาน!
ซึ่งความจริงคำกล่าวประโยคนี้คุนหลุนไม่ได้บัญญัติขึ้นเอง เพียงแต่
อำนาจบารมีซึ่งคุนหลุนสั่งสมมาตลอดหลายพันปี ยังคงฝังลึกอยู่ในใจผู้คน
เหล่าศิษย์แห่งคุนหลุนจึงมักทระนงตนอยู่เสมอ ทุกคนเข้าใจว่าพวกมันมี
คุณสมบัติที่จะทระนงถือดี นี่เป็นความทระนงถือดีที่มาจากความเป็นจริง
ที่ไม่มีผู้ใดสามารถโต้แย้ง เนื่องเพราะพวกมันมาจากคุนหลุน
ไม่ว่าเมื่อใดพวกมันก็เต็มไปด้วยขวัญกำลังใจ เต็มไปด้วยความ
เชื่อมั่น ไม่ว่าเมื่อใด พวกมันก็เป็นคนหนุ่มสาวที่เด่นล้าที่สุด เป็นเซียน
กระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุด พวกมันคือผู้ที่จะปกครองโลกในอนาคตอันใกล้ ทั้ง
ในสายตาของผู้อื่นและในหัวใจของพวกมัน ล้วนเชื่อมั่นเช่นนี้โดยไม่มีข้อ
กังขา
คุนหลุนคือแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเซียนกระบี่
พวกมันเป็นผู้บุกเบิกวิถีทางฝึกปรือแห่งเซียนกระบี่อันกล้าแกร่งทรง
พลังที่สุด และพัฒนาเรื่อยมา จนกระทั่งเซียนกระบี่กลับกลายเป็นยอด
ยุทธ์ที่แกร่งกล้าเกรียงไกรที่สุดในบรรดาซิวเจ่อทั้งมวล
แต่กระนั้น แดนศักดิ์สิทธิ์แห่งเซียนกระบี่ ซึ่งเคยฟูมฟักยอดเซียน
กระบี่นับไม่ถ้วน บัดนี้กลับต้องคุกเข่าลงแทบเท้าเซียนกระบี่จากสำนัก
กระบี่ไร้ชื่อเสียงเรียงนามผู้หนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นสำนักใด นี่ไม่เพียงแต่เป็นความอัปยศอดสูอย่างที่สุด แต่
ไม่ต่างจากการทำลายรากเหง้าของพวกมันโดยตรง
ไม่ว่าเซียนกระบี่ผู้ใดเมื่อได้ยินข่าวนี้ ล้วนไม่อาจปริปากกล่าววาจา
ในใจของพวกมันคล้ายมีบางสิ่งแตกสลายไปอย่างเงียบ ๆ
คุนหลุนไม่ได้เป็นคุนหลุนไร้เทียมทานอีกต่อไป
ยอดเขาหลักที่พังพินาศสิ้น ศักดิ์ศรีสูงสุดอันไร้ที่เปรียบแห่งคุนหลุน
ล้วนกลับกลายเป็นเครื่องหนุนเสริมอันเพียบพร้อมสมบูรณ์ให้แก่คนผู้หนึ่ง
นามของเทพกระบี่เหวยเสิ้ง นับแต่วันนี้ไปจะไม่มีผู้ใดกังขาอีก
เทพกระบี่สูงสุด ใต้หล้าไร้เทียมทาน!