สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 436 ความเปลี่ยนแปลงของตระกูลจัว
จัวหรานและจัวหม่าเห็นกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากบนร่างซือหม่าโยวเย่ว์แล้วก็ตกใจไม่น้อย กลิ่นอายนั้นมิใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะมีได้เลย!
ซือหม่าโยวเย่ว์รับสัมผัสพลังภายในร่างกายอีกครั้ง พลังวิญญาณถูกเหนี่ยวนำให้โคจรภายในร่างกายอีกรอบหนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งสะกดกลิ่นอายเอาไว้ภายใน ให้คนรู้สึกว่ามิได้แ แตกต่างอะไรกับก่อนหน้านี้
เธอกระอักอากาศเสียออกมาคำหนึ่งแล้วลงมาจากก้อนหิน ก่อนจะเปิดค่ายกลคุ้มกัน
“โยวเย่ว์ อาการบาดเจ็บของเจ้าหายดีแล้วหรือ” จัวหม่าถาม
“อืม ดีขึ้นไม่น้อยแล้ว เหลืออีกนิดเดียวเท่านั้น ต้องอาศัยเวลา ใช่ว่าจะหายได้ในระยะเวลาสั้นๆ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ยินดีกับเจ้าด้วยนะ”
“ขอบคุณมาก”
“ในเมื่อเจ้าหายดีแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็เรียกพวกเขากลับมาแล้วเตรียมตัวกลับไปกันดีกว่า” จัวหรานพูด
เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ปฏิเสธ เขาจึงหยิบระเบิดสัญญาณอันหนึ่งออกมาแล้วยิงขึ้นไปในอากาศ ไม่นานนักคนตระกูลจัวก็กลับมาจนหมด
คราวนี้พวกเขามิได้เพียงแค่สังหารบุคคลสำคัญของตระกูลเจี่ยงไปคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังได้สัตว์อสูรผูกพันธสัญญาไปครองมากมายถึงเพียงนี้ เรียกได้ว่าได้รางวัลอย่างงามเลยทีเดียว
พูดได้ว่าตอนนี้นอกจากสำนักพยัคฆ์สวรรค์ พวกเขาก็มีพลังยุทธ์แข็งแกร่งที่สุดในสันเขาพยัคฆ์สวรรค์แล้ว
พวกเขานั่งอยู่บนหลังนกหลวน บินมุ่งไปยังทิศทางที่เป็นบ้านตระกูลจัว
ซือหม่าโยวเย่ว์สัมผัสสายลมที่พัดมาปะทะใบหน้าพลางรำพึงว่าเช่นนี้รวดเร็วและสบายกว่ามากนัก
เดิมทีต้องใช้เวลาเดินทางอีกกว่าครึ่งเดือน แต่พวกเขาบินมาสองวันก็ถึงแล้ว เมื่อเห็นพวกเขาขี่สัตว์อสูรบินได้กลับมา คนตระกูลจัวทั้งหมดจึงพากันออกมาดูความครึกครื้น
“โอ้… เป็นสัตว์อสูรบินได้จริงๆ ด้วย!”
“เจ้าดูสิ มันช่างงดงามยิ่งนัก!”
“ทั้งยังเป็นสัตว์อสูรเหนือเทพอีกด้วย!”
“พวกท่านประมุขตระกูลขี่สัตว์อสูรบินได้กลับมาได้อย่างไรกัน”
“พวกเจ้าดูสิ ร่างจำแลงของมันร่อนลงบนบ่าของคุณหนูแล้ว”
“สวรรค์เอ๋ย นั่นคือสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของคุณหนูใช่หรือไม่”
“คุณหนูมีสัตว์อสูรเหนือเทพเป็นสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาได้อย่างไรกัน”
“หืม พวกท่านประมุขตระกูลยังพาคนแปลกหน้ากลับมาด้วย”
“ดูท่าทางท่านประมุขตระกูลจะให้ความเคารพเขาอย่างยิ่ง หรือจะเป็นคนที่มาจากสำนักพยัคฆ์สวรรค์กันเล่า”
จัวเซี่ยวพาคนออกมา สมาชิกตระกูลเหล่านั้นจึงพากันหลีกทาง
“พี่ใหญ่ เหตุใดพวกท่านจึงกลับมากันเร็วถึงเพียงนี้เล่า ระหว่างทางเรียบร้อยดีหรือไม่” จัวเซี่ยวมองพวกจัวหรานด้วยความตกตะลึงเป็นอย่างยิ่งที่พวกเขากลับมาก่อนกำหนด
“พวกเราไม่เป็นไร” จัวหรานพยักหน้าให้จัวเซี่ยว
“ตระกูลเจี่ยงนั่น…”
ตระกูลเจี่ยงได้รับข่าว รู้ว่าพวกเขาขุดหินแร่ไปแล้ว เหตุใดจึงไม่เข้าไปสอดแทรกระหว่างทางเล่า
“ตระกูลเจี่ยงได้ส่งคนไปจริงๆ นอกจากนี้ผู้ที่นำขบวนไปยังเป็นเจี่ยงเฟยด้วย” จัวหรานพูด “และพวกเขายังเรียกเจ้าเมืองหย่งซินไปอีกต่างหาก”
จัวเซี่ยวพูดอย่างตกใจว่า “ระดับราชาเทพขั้นสูงสองคนอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นพวกท่านหนีพ้นมาได้อย่างไรกัน”
“อีกประเดี๋ยวค่อยเล่าเรื่องนี้ให้เจ้าฟัง” จัวหรานกล่าว หลังจากนั้นจึงหันมาพูดว่า “นี่คือโยวเย่ว์ จะอาศัยอยู่กับพวกเราที่นี่สักระยะหนึ่ง โยวเย่ว์ นี่คือน้องสาม เป็นบิดาขอ องจัวหยาง”
จัวเซี่ยวเห็นท่าทีของจัวหราน ก็รู้ว่าคนผู้นี้จะต้องมีตัวตนไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน จึงคารวะอีกฝ่ายด้วยความเคารพ
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าให้เขา
“จัวหม่า เดินทางกันมาสองวัน เจ้าพาโยวเย่ว์ไปพักผ่อนที่อุทยานบนสิ” จัวหรานออกคำสั่ง
“ได้เลย ท่านพ่อ” จัวหม่าพูด “โยวเย่ว์ ข้าพาเจ้าไปพักผ่อนดีกว่านะ”
“เช่นนั้นโยวเย่ว์ขอตัวก่อน” จัวหม่าพูดจบก็พาซือหม่าโยวเย่ว์เข้าไปในประตูใหญ่ของตระกูลจัว
เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์และจัวหม่าจากไปแล้ว จัวเซี่ยวจึงมองพี่ใหญ่ของตนด้วยความสงสัยแล้วถามว่า “พี่ใหญ่ โยวเย่ว์ผู้นั้นมีตัวตนเช่นไรกันหรือ ท่านถึงได้ให้เขาไปพักที่อุ ทยานบน นั่นเป็นเรือนที่บุคคลผู้ทรงเกียรติอย่างที่สุดเท่านั้นจึงจะพักอาศัยได้ ถ้าหากท่านไม่มีเหตุผลเพียงพอ เกรงว่าคงจะพูดกับผู้อาวุโสในตระกูลเหล่านั้นได้ยากนัก”
“ในเมื่อข้าให้เขาพักอยู่ที่นั่นได้ ก็ย่อมต้องมีคุณสมบัติที่ว่านั่นอยู่แล้วสิ” จัวหรานพูด “เจ้าเห็นนกบนบ่าจัวหม่าตนนั้นหรือไม่”
“คือสัตว์อสูรบินได้ที่พวกท่านนั่งกลับมาหรือ” จัวเซี่ยวถาม
ตอนที่เขาออกมาเมื่อครู่ก็ได้ยินคนพูดกันแล้วว่าพวกเขานั่งสัตว์อสูรบินได้กลับมา ก็คงจะเป็นเจ้านกนั่นเอง
“ถูกต้อง นั่นคือสัตว์อสูรเหนือเทพขั้นสาม ซึ่งตอนนี้เป็นสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของจัวหม่า” จัวหรานพูด ทำให้คนตระกูลจัวตกตะลึงไป
พวกเขาเดาได้แล้วว่านั่นคือสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของจัวหม่า แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นถึงสัตว์อสูรเหนือเทพขั้นสาม
สัตว์อสูรเหนือเทพขั้นสามเชียวนะ นั่นคือสิ่งมีชีวิตที่เหนือกว่าระดับสำนักเทพเสียอีก! ตอนนี้พวกเขาทั้งตระกูลยังไม่มีผู้ที่มีพลังยุทธ์ระดับนี้เลย!
“หรือท่านจะบอกว่า…” จัวเซี่ยวถอนหายใจ เดาตัวตนของซือหม่าโยวเย่ว์ได้แล้ว
“ถูกต้อง เขาเป็นนักฝึกสัตว์อสูร” จัวหรานพูด “เขาไม่เพียงฝึกสัตว์อสูรเหนือเทพให้จัวหม่าเท่านั้น แต่ยังฝึกสัตว์อสูรวิเศษให้กับตระกูลเราอีกเกือบยี่สิบตนด้วย”
“จริงหรือ” จัวเซี่ยวและผู้อาวุโสตระกูลที่เพิ่งมาถึงต่างพากันร้องขึ้นมา
“จริงแท้แน่นอนเลยล่ะ!” จัวหรานพูดยิ้มๆ “พวกเจ้าเรียกสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของพวกเจ้าออกมาให้หมดเลยสิ!”
“ขอรับ ท่านประมุขตระกูล!”
สมาชิกตระกูลเหล่านั้นเรียกสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของตนออกมาจนหมด ทำเอาคนอื่นๆ ตกใจจนสะดุ้ง
“เป็นสัตว์อสูรเหนือเทพกับสัตว์อสูรเทพขั้นเก้ากันหมดเลย!” ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลจัวร้องอย่างตกใจ
“ไม่เพียงแค่นี้เท่านั้นนะ พวกเจ้าดูด้านหลังสิ” จัวหรานโบกมือ สมาชิกตระกูลขยับหลบไปด้านหนึ่ง ภายในกรงสี่กรงด้านหลังมีสัตว์อสูรเหนือเทพอยู่สี่ตน
“พวกนี้คืออะไรหรือ” ผู้อาวุโสรองมองสัตว์อสูรเหนือเทพที่ฝึกจนเชื่องแล้วเหล่านั้นอย่างตื่นเต้น เดาได้ว่าเตรียมพวกนี้เอาไว้สำหรับพวกเขา แต่ก็ยังไม่กล้าเชื่ออยู่บ้าง
“โยวเย่ว์เป็นผู้ฝึกพวกมันให้เชื่อง พวกเราเก็บเอาไว้ให้พวกท่าน” จัวหรานพูด
“ฝึกสัตว์อสูรวิเศษมากมายเช่นนี้ ท่านจ่ายให้เขาไปเท่าไหร่กัน” ผู้อาวุโสสามเจ็บปวดอยู่บ้าง
ค่าใช้จ่ายในการฝึกสัตว์อสูรวิเศษเหล่านี้จะทำให้ตระกูลจัวสิ้นเนื้อประดาตัวเลยหรือไม่
“ตนละหนึ่งพันมณีผลึกขั้นกลาง” จัวหรานพูด
“ตนละหนึ่งพันมณีผลึกขั้นกลางเท่านั้นเองหรือ” จัวเซี่ยวพูดอย่างประหลาดใจ “เช่นนั้นรวมกันทั้งหมดนี่ก็ไม่เท่าไหร่เองสิ! เขาเต็มใจยอมฝึกสัตว์อสูรให้พวกเราได้อย่างไรกัน”
“เพราะพวกเราช่วยเขาเอาไว้ในทะเลทรายน่ะสิ” จัวหรานพูด
เขาเล่าเรื่องที่ว่าพบกับซือหม่าโยวเย่ว์ได้อย่างไร และประสบพบเจอเรื่องอะไรมาบ้างตลอดหลายวันนี้ให้พวกเขาฟัง เมื่อคนตระกูลจัวได้ฟังแล้วต่างพากันตกตะลึงไป
“เขายังเป็นปรมาจารย์ค่ายกลอีกด้วยหรือ”
“ถูกต้อง ถ้าหากไม่ใช่เพราะเขา พวกเราก็คงถูกเจี่ยงเฟยฆ่าตายที่เมืองหย่งซินแล้วล่ะ” จัวหยางพูด
เมื่อพูดถึงเรื่องในคืนนั้น ความหวาดหวั่นก็ยังคงวนเวียนในใจพวกเขาอยู่บ้าง ภาพที่ระดับราชาเทพเหล่านั้นห้ำหั่นช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“เป็นทั้งปรมาจารย์ค่ายกลและนักฝึกสัตว์อสูร ทั้งยังมีบุญคุณอันยิ่งใหญ่เช่นนี้กับตระกูลจัวของเรา ดังนั้นการให้เขาไปพักที่อุทยานบนจึงเป็นสิ่งที่ไร้ข้อกังขา” จัวหรานเอ่ย
“ตอนนี้พลังยุทธ์ของตระกูลยกระดับขึ้นมาไม่น้อยเลย น้องสาม ผู้อาวุโสทั้งสาม ตอนนี้ทุกคนไปทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรวิเศษกันก่อนเถิด มีสิ่งที่น่าตื่นเต้นยินดีรออยู่แน่นอน” จัวหรา านพูด
“ได้ พวกเราจะไปทำพันธสัญญากันก่อน” ผู้อาวุโสใหญ่พูด
“ใช่แล้ว โยวเย่ว์ชอบความเงียบสงบ ในยามปกติหากทุกคนไม่มีธุระอะไรก็อย่าไปรบกวนเขาล่ะ” จัวหรานออกคำสั่ง
“ขอรับ ท่านประมุขตระกูล”
พอซือหม่าโยวเย่ว์ไปถึงอุทยานบนก็รู้สึกได้ว่าที่นี่มิใช่สถานที่ที่คนทั่วไปอาศัยอยู่ ข้าวของที่นี่ดีกว่าข้างนอกอยู่ไม่น้อยเลย
จัวหม่ามองออกว่าเธออยากอยู่คนเดียว จึงจากไปอย่างรู้งาน
ซือหม่าโยวเย่ว์ปิดประตู หลังจากนั้นจึงนำน้ำทิพย์วิญญาณออกมาแล้วหยดเข้าไปในปากหยดหนึ่ง ก่อนจะเริ่มต้นฝึกยุทธ์
ตระกูลจัวมีความสุขไปทั่วเพราะความเปลี่ยนแปลงที่ซือหม่าโยวเย่ว์นำพามาให้ แต่กระนั้นทุกคนก็จดจำได้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ชอบความอึกทึก จึงมีเพียงแค่อุทยานบนเท่านั้นที่เงียบสงั ด
ซือหม่าโยวเย่ว์ปลีกวิเวกครั้งหนึ่งก็นานถึงสามวัน พอเธอออกจากการปลีกวิเวกแล้ว ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญผู้หนึ่งมาเยือนตระกูลจัว