สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 435 ฝึกสัตว์อสูร ทำลายพันธนาการ
“ดีเหลือเกิน! ขอบใจนะ โยวเย่ว์!” จัวหม่ามองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างตื่นเต้น “เจ้าวางใจได้เลย พวกเราจะต้องตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน”
พวกเขารู้ดีว่าราคาที่นักฝึกสัตว์อสูรจะฝึกสัตว์อสูรวิเศษสักตนนั้นแพงลิบลิ่ว แต่ต่อให้ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว พวกเขาก็ยังต้องการยกระดับพลังยุทธ์ของตระกูล
ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้พูดอะไร มิได้นำเรื่องค่าตอบแทนมาใส่ใจ เหตุผลหลักที่เธอตอบรับพวกเขาเป็นเพราะเมื่อครู่ตอนที่เธอฝึกได้พบว่าพลังสะท้อนกลับจากการฝึกสัตว์อสูรช่วยให้เธ ธอฟื้นฟูพลังวิญญาณได้
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็พิ่มขึ้นได้อีก
“สัตว์อสูรเหนือเทพขั้นสี่ลงมาทำได้หมด ยิ่งพวกเจ้าจับมาได้ระดับสูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้สัตว์อสูรวิเศษที่ร้ายกาจขึ้นเท่านั้น” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้าขี้เกียจไปต่อแล้ว ข้าร รอพวกเจ้าอยู่ที่นี่แล้วกัน”
“ได้เลย พวกเราจะไปจับกลับมา” จัวหม่าพูดยิ้มๆ “มีนกหลวนอยู่ทั้งที ยังต้องกลัวว่าจะจับไม่ได้อีกหรือ”
นางขึ้นไปบนหลังนกหลวนด้วยรอยยิ้ม แล้วเรียกสมาชิกตระกูลตนขึ้นไปด้วย หลังจากนั้นจึงบินเข้าไปในภูเขา
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินมานั่งลงบนก้อนหินใหญ่เบื้องล่างรังนก ที่นี่มีกลิ่นอายของนกหลวนอยู่ สัตว์อสูรวิเศษทั่วไปไม่กล้ามาถึงที่นี่“
เย่ว์เย่ว์ ในที่สุดก็ติดต่อเจ้าได้เสียที! เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่” เสียงของเจ้าคำรามน้อยดังขึ้นมา ทั้งดีใจและกังวลใจ
“ไม่เป็นไร” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอมยิ้ม “ทุกคนเป็นเช่นไรกันบ้าง”
“พวกเราไม่เป็นไรเลย แต่เพราะติดต่อเจ้าไม่ได้ ทุกคนจึงกังวลใจแทบตายแล้ว” เจ้าคำรามน้อยพูด “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”
“ตอนอยู่ที่ห้วงอากาศพบว่ามีคนต่อสู้กันอยู่ ทางเดินห้วงมิติพังทลาย ถูกพลังของห้วงอากาศจนได้รับบาดเจ็บ ทำให้สูญเสียการเชื่อมต่อกับเจดีย์วิญญาณและแหวนเก็บวัตถุไปน่ะ” ซือหม ม่าโยวเย่ว์พูด “แต่ตอนนี้กำลังฟื้นฟูแล้ว จึงเปิดแหวนเก็บวัตถุได้แล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงฟื้นฟูเจดีย์วิญญาณได้เช่นกัน ถึงตอนนั้นพวกเจ้าก็ออกมาได้แล้ว”
“เช่นนั้นก็ดี” เจ้าคำรามน้อยพูด “เย่ว์เย่ว์ ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหนหรือ”
“ตกมาอยู่ที่เขตรอบนอก ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่ที่ซอกหลืบมุมไหน” ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงเรื่องนี้แล้วปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่บ้าง
เมื่อเจ้าคำรามน้อยได้ยินว่าตกมาอยู่ที่เขตรอบนอกก็ร้องออกมาในทันใด “เขตรอบนอกอย่างนั้นหรือ ยากนักที่คนของเขตรอบนอกจะเข้าไปในเขตชั้นกลางได้ แล้วเจ้าจะเข้าไปที่หุบเขามาร รเทพได้อย่างไรกัน”
ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างจนใจว่า “ยังไม่รู้เลย ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมาที่เขตรอบนอกมาก่อน รอให้ไปถึงสถานที่ที่ใหญ่กว่านี้หน่อยค่อยไปฟังข่าวก็แล้วกัน”
“คงได้แต่เป็นเช่นนี้แล้ว” เจ้าคำรามน้อยพูด
“เจ้าไปบอกพวกเขาว่าไม่ต้องกังวล อย่างมากอีกสักพักก็คงออกมาได้แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ได้”
“…”
ซือหม่าโยวเย่ว์สนทนาสัพเพเหระกับเจ้าคำรามน้อย จนกระทั่งพวกจัวหม่ากลับมาจึงค่อยหยุดลง
“โยวเย่ว์ คราวนี้พวกเราจับสัตว์อสูรวิเศษมาได้สามตน เป็นสัตว์อสูรเหนือเทพขั้นหนึ่งสองตน กับสัตว์อสูรเทพขั้นเก้าหนึ่งตน” จัวหม่าพูด “เจ้าเพิ่งจะฝึกสัตว์อสูรเหนือเทพไป พ พวกเราก็จับเจ้าพวกนี้กลับมาแล้ว รอให้เจ้าฟื้นฟูพลังจิตก่อนแล้วค่อยฝึก ดีหรือไม่”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองสัตว์อสูรวิเศษสามตนแล้ว ล้วนมิใช่สัตว์อสูรวิเศษที่อยู่เป็นฝูง ถ้าหากอยู่เป็นฝูงพวกเขาก็คงไม่กล้าไปแตะต้อง
“ฝึกที่นี่เลยแล้วกัน” เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไป
“ที่นี่เลยหรือ เจ้าไม่ต้องพักผ่อนหรือไร” จัวหม่าพูด
“ไม่ต้องหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นสัตว์อสูรวิเศษสามตนนั้นสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไป ดูเหมือนว่านกหลวนจะแผ่พลังใส่สัตว์อสูรวิเศษเหล่านี้แล้ว
“พวกเจ้าจะทิ้งพวกมันเอาไว้ที่นี่ก็ได้ แล้วค่อยไปจับกันต่อ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ภายในระยะเวลาสองวัน พวกเจ้าจับได้แค่ไหนก็แค่นั้น”
“ได้… ได้จริงๆ หรือ” จัวหม่าถามอย่างไม่กล้าเชื่อ
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
“แต่… แต่พวกเราไม่มีเงินมากมายถึงเพียงนั้นมาจ่ายหรอกนะ” จัวหรานพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์ยอมฝึกสัตว์อสูรวิเศษให้ พวกเขาย่อมดีใจมากเป็นธรรมดา ยามปกติให้นักฝึกสัตว์อสูรช่วย ก็ยังไม่ช่วยเลยสักคน
แต่พวกเขารู้ดีว่าการฝึกสัตว์อสูรวิเศษสักตนหนึ่งนั้นราคาแพงลิบลิ่ว ซือหม่าโยวเย่ว์ฝึกให้พวกเขาสองสามตนพวกเขาก็ยังพอมีปัญญาจ่าย แต่ถ้ามากกว่านั้นแล้วพวกเขาจะมีเงินมากมาย ถึงเพียงนั้นเสียที่ไหนกันเล่า
“ถูกต้อง หลายปีมานี้พวกเรามิได้มีเงินมากมายถึงเพียงนั้นแล้ว” จัวหม่าก็นึกถึงความทุกข์ยากของตระกูลขึ้นมาเช่นกัน พลางเกาแก้มอย่างละอายใจ
“หนึ่งพันมณีผลึกขั้นกลางต่อหนึ่งตน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเจ้ามีเวลาเพียงสองวันเท่านั้นนะ”
แค่หนึ่งพันมณีผลึกขั้นกลางต่อหนึ่งตน ราคานี้ทำให้คนตระกูลจัวตกตะลึงไปเสียแล้ว แต่พวกเขาก็ได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว แล้วไปจับสัตว์อสูรวิเศษกันต่อด้วยความดีใจ
ฝึกสัตว์อสูรตนหนึ่งในราคาเพียงหนึ่งพันมณีผลึกขั้นกลาง ต่อให้เป็นสิบตนก็ราคาเพียงหนึ่งหมื่นเท่านั้น ร้อยตนก็เพียงแค่หนึ่งแสนมณีผลึกขั้นกลาง
ตอนนั้นไม่รู้ว่าตระกูลเจี่ยงไปเชิญนักฝึกสัตว์อสูรคนหนึ่งมาจากไหน ฝึกสัตว์อสูรเทพตนหนึ่งก็ราคาสองหมื่นมณีผลึกขั้นกลางแล้ว
เมื่อเทียบกันแล้วของซือหม่าโยวเย่ว์ช่างถูกเหลือเกิน!
ซือหม่าโยวเย่ว์มองคนตระกูลจัวจากไปแล้วเบนสายตาไปยังสัตว์อสูรวิเศษและสัตว์อสูรเทพทั้งสามตน ก่อนจะเดินเข้าไปฝึกพวกมันให้เชื่อง
คนตระกูลจัวส่งสัตว์อสูรเทพและสัตว์อสูรเหนือเทพกลับมาอย่างต่อเนื่องตลอดสองวัน ซือหม่าโยวเย่ว์ฝึกพวกมันอยู่ตลอด ดูเหมือนจะมิได้พักเลยแม้แต่ครู่เดียว จนพวกเขาเป็นกังวลว่า าจะทนรับไหวหรือไม่
ในระยะเวลาสองวัน พวกเขาจับสัตว์อสูรวิเศษมาทั้งสิ้นสิบห้าตน ซือหม่าโยวเย่ว์ใช้เวลาสามสี่วันถึงจะฝึกพวกมันได้เสร็จสิ้นทั้งหมด
ผู้ที่ติดตามมาด้วยในคราวนี้ล้วนเป็นผู้ที่ค่อนข้างมีความสำคัญในตระกูล คนตระกูลจัวเหลือเอาไว้ให้คนอื่นๆ ในตระกูลสี่ตน ส่วนที่เหลือก็มอบให้กับคนที่อยู่ที่นี่จนหมด
หลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์ฝึกเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ให้จัวหม่าบอกว่าจะปลีกวิเวกสองวัน จัวหม่าบอกว่าจะคุ้มกันให้เธอ เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเห็นด้วย ถึงอย่างไรที่นี่ก็มิได้ป ปลอดภัยโดยสมบูรณ์
เธอติดตั้งค่ายกลอันหนึ่งเบื้องล่างรังนก หลังจากนั้นจึงเริ่มเข้าไปปลีกวิเวก คนตระกูลจัวได้สัตว์อสูรวิเศษมาครอบครองแล้วต่างคิดจะเข้าไปดูในภูเขาว่าจะหาทรัพยากรอะไรมาได้บ้าง หรือไม่
จัวหรานและจัวหม่าอยู่คอยคุ้มกันให้ซือหม่าโยวเย่ว์
เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ที่ฝึกยุทธ์อยู่ภายในค่ายกล จัวหรานก็อดรำพึงไม่ได้ว่าบุตรสาวของตนพูดถูก
แต่เมื่อเห็นสีหน้าของจัวหม่า เขาก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ลูกเอ๋ย เขาไม่ใช่สัตว์เลี้ยงในบ่อ มิอาจรั้งอยู่ที่นี่ได้หรอก”
สีหน้าจัวหม่าแข็งค้างไปแล้วเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ข้าเข้าใจดี”
“เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว” จัวหรานมองบุตรสาวของตนด้วยแววตาเจ็บปวดใจอยู่บ้าง สายตาของนางสูงส่งมาโดยตลอด ไม่ง่ายเลยกว่าจะถูกใจบุรุษสักคนหนึ่ง แต่กลับมีผลลัพธ์เช่นนี้
จัวหรานมองเงาร่างที่กำลังฝึกยุทธ์ของซือหม่าโยวเย่ว์อย่างตกตะลึง
หลายวันก่อนหน้านี้ตอนที่เห็นซือหม่าโยวเย่ว์ลืมตา นางก็รู้แล้วว่าเขาเป็นคนที่มีเรื่องราว ย่อมไม่มีทางอยู่ใช้ชีวิตที่นี่ต่อไปได้ แต่นี่ก็มิได้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของน นางแต่อย่างใด
แต่ถ้าหากนางรู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์เป็นสตรีไม่รู้ว่าจะยังคงยืนกรานเช่นนี้ต่อไปอีกหรือไม่
หลายวันมานี้ร่างกายของซือหม่าโยวเย่ว์กำลังฟื้นฟูอยู่ตลอดเวลา บวกกับพลังสะท้อนกลับที่ได้รับจากการฝึกสัตว์อสูรวิเศษให้เชื่อง เธอรู้สึกว่าหลังจากตื่นขึ้นมา พลังที่พันธนาก การบ่อปราณอยู่ได้คลายลงบ้างแล้ว
การปลีกวิเวกของเธอในคราวนี้ก็เพราะคิดจะทำลายพันธนาการเหล่านั้นให้หมด เพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณ!
“เคร้ง…”
หลังผ่านการโจมตีกว่าพันครั้ง โซ่ตรวนพันธนาการเหล่านั้นก็ถูกทำลาย เธอถึงกับได้ยินเสียงโซ่ตรวนแตกสลายเลยทีเดียว
พลังวิญญาณได้รับอิสรภาพ จึงโคจรภายในร่างกายเธอรอบหนึ่งอย่างรวดเร็ว เธอได้ครอบครองพละกำลังอีกครั้ง
“เฮ้อ…”
เธอผ่อนลมหายใจเบาๆ ด้วยความสบายก่อนจะลืมตาทั้งสองขึ้น นัยน์ตาเปล่งประกายราวกับคบไฟ