สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 441 หาเรื่อง… โจมตีให้กระเด็น
พวกซือหม่าโยวเย่ว์มองคนเหล่านั้นปราดหนึ่ง เครื่องแบบเช่นนี้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนเหล่านี้ต้องเป็นคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์อย่างแน่นอน
เมื่อเห็นว่าผู้คนรอบตัวมีสีหน้าหวาดกลัวตั้งแต่ตอนที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้น นอกจากสำนักพยัคฆ์สวรรค์ก็ไม่มีใครที่มีพลังคุกคามเช่นนี้อีกแล้ว
“พวกเราเพิ่งเข้าเมืองมาไม่นาน มีธุระอะไรหรือ” ซือหม่าโยวหมิงเอ่ยปากแทนทุกคน
“เรื่องเป็นเช่นนี้ เมื่อพวกเจ้าเข้าเมืองมา แต่ละคนจำเป็นจะต้องจ่ายค่าแรกเข้าคนละหนึ่งพันมณีผลึกขั้นต่ำ รวมทั้งค่าคุ้มครองอีกคนละห้าร้อยมณีผลึกขั้นกลาง พวกเจ้าทั้งหมดมีหนึ่ง ง… สอง… สิบสามคน ทั้งหมดจึงเป็นหนึ่งหมื่นสามพันมณีผลึกขั้นต่ำ และหกพันห้าร้อยมณีผลึกขั้นกลาง” บุรุษที่นำกลุ่มมาพูด
“เฮือก…”
เมื่อผู้คนโดยรอบได้ฟังคำพูดของชายผู้นั้นแล้วต่างพากันสูดหายใจเยียบเย็น
หนึ่งหมื่นสามพันมณีผลึกขั้นต่ำ หกพันห้าร้อยมณีผลึกขั้นกลางนี่เพียงพอให้ปรมาจารย์วิญญาณทั่วไปใช้ชีวิตอยู่ได้หลายเดือนเลยทีเดียว!
“อาศัยอะไรพวกเราถึงต้องจ่ายเล่า” ซือหม่าโยวหมิงพูด “ตอนพวกเราเข้าเมืองก็ไม่เห็นมีใครบอกว่าเข้าเมืองแล้วจะเก็บค่าเข้าเมืองเสียหน่อย แล้วก็ไม่เห็นจะมีทหารยืนเฝ้าถามหาจาก กพวกเราด้วย ตอนนี้มาบอกว่าต้องการค่าเข้าเมือง เกรงว่าคงไม่เหมาะสมนักกระมัง”
“เหมาะสมไม่เหมาะสมอะไรกัน คำพูดของสำนักพยัคฆ์สวรรค์เรานี่แหละที่เป็นเหตุผล!” ชายผู้นั้นพูด “ไว้ค่อยว่ากันเถิด การเก็บค่าเข้าเมืองนี้มีมาโดยตลอด พวกเจ้าเพิ่งมาเป็นครั้งแรก ก จะไม่รู้ก็เป็นเรื่องปกติ”
เมืองหงแห่งนี้มีการเก็บค่าเข้าเมืองมาโดยตลอดจริงๆ แต่เพราะค่าเข้าเมืองของคนสำนักพยัคฆ์สวรรค์นั้นแพงระยับ และทุกคนก็ไม่อยากมาถูกพวกเขากดดันรังแก สองปีมานี้จึงมีคนมาน้อย ยนัก
คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์เหล่านี้เห็นว่าไม่มีคนมา จึงถอนกำลังทหารกลับมา เพียงแต่ตอนที่มีคนเข้ามาก็จะได้รับข่าว หลังจากนั้นค่อยมาเก็บค่าเข้าเมืองและค่าคุ้มครอง
“ในเมื่อตอนเข้าเมืองมาไม่ได้เก็บค่าเข้าเมือง เช่นนั้นตอนนี้ก็ไม่ต้องพูดกันแล้ว ยังมีค่าคุ้มครองนั่นอีก พวกเราไม่ต้องการการคุ้มครองจากพวกเจ้าหรอก ขอเชิญพวกเจ้ากลับไปดีกว่า ” ซือหม่าโยวหมิงปฏิเสธทันควัน
พวกเขาไม่มีมณีผลึกหรอกหรือ
มี แต่ไม่อยากมอบให้คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์เท่านั้นเอง
นอกจากนี้ที่พวกเขามาในคราวนี้ก็มิได้คิดจะสร้างสัมพันธ์อันดีกับสำนักพยัคฆ์สวรรค์ ถึงอย่างไรโจวซู่เหรินผู้นี้ก็จากมาพร้อมกับซือหม่าโยวเย่ว์ และตอนนี้โจวซู่เหรินก็ตายแล้ว ว แต่เธอกลับยังมีชีวิตอยู่ สำนักพยัคฆ์สวรรค์จะต้องคิดบัญชีแค้นนี้กับเธออย่างแน่นอน
ถึงอย่างไรจะเร็วจะช้าก็ต้องฉีกหน้ากากอยู่ดี ตอนนี้จึงไม่จำเป็นต้องประนีประนอม
ผู้คนภายในห้องโถงใหญ่ของโรงเตี๊ยมได้ยินคำพูดของซือหม่าโยวหมิงแล้วต่างพากันตกตะลึงไป พวกเขารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังพูดกับใครอยู่
ปฏิเสธการจ่ายค่าเข้าเมืองและค่าคุ้มครอง ผลที่ตามมาย่อมหนักหนาสาหัสอย่างแน่นอน!
คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ถูกปฏิเสธทันควัน จึงตอบสนองไม่ทันไปชั่วครู่ พอพวกเขาแน่ใจว่าตนถูกปฏิเสธแล้ว เพลิงโทสะก็พุ่งสูงสามจั้งในทันใด น้ำเสียงก็สูงขึ้นด้วย “เจ้าว่าอะไรนะ”
“ข้าพูดว่าอะไร เจ้าหูหนวกฟังไม่ได้ยิน หรือหัวสมองโง่เง่าจนฟังไม่เข้าใจกันเล่า” ซือหม่าโยวหมิงเหลือบตามองเขาปราดหนึ่งพลางพูดอย่างเรียบเรื่อย
“ฮ่าๆๆ…”
ถึงแม้ว่าจะกลัวเกรงสำนักพยัคฆ์สวรรค์เป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อผู้คนโดยรอบได้ยินคำพูดของเขาแล้วก็ยังอดหัวเราะขึ้นมามิได้ พอถูกคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ถลึงตาใส่แล้วทุกคนจึงพากัน ก้มหัวลง แต่ท่าทางเช่นนั้น ให้มองอย่างไรก็เหมือนกับกำลังกลั้นหัวเราะอยู่
“กล้าเป็นอริกับสำนักพยัคฆ์สวรรค์เรา พวกเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้วหรือ!” ชายที่เป็นหัวหน้าตะคอก “เด็กๆ คนเหล่านี้ไม่ให้ความเคารพต่อสำนักพยัคฆ์สวรรค์ จะต้องเป็นสายลั บที่สถานที่แห่งอื่นส่งมาอย่างแน่นอน จงจับตัวกลับไปให้ข้าให้หมด!”
เมื่อผู้คนในบริเวณรอบๆ ได้ฟังคำพูดของเขาแล้วก็อดกลอกตาในใจไม่ได้ สันเขาพยัคฆ์สวรรค์แห่งนี้ไม่มีคนนอกเข้ามาเนิ่นนานเท่าใดแล้ว ใครจะอยากมาเป็นสายลับที่ดินแดนเล็กจ้อยแห่งนี ของเจ้ากัน เจ้าก็ไม่รู้จักดูเสียบ้างเลยว่าเจ้ามีสิ่งใดควรค่าให้ผู้อื่นเขาวางแผนร้ายหรือไม่!
ทว่าวาจาเหล่านี้ พวกเขาเพียงแค่กล้าคิดแต่ไม่กล้าพูด พวกเขาไม่กล้าพอจะเป็นอริกับคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์หรอก
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดู พวกเขาเป็นเพียงแค่ระดับราชาเทพขั้นต้นเท่านั้น สำหรับคนนอกแล้ว กลุ่มคนเหล่านี้พลังยุทธ์ไม่เลวก็จริง แต่คิดจะอาศัยสิ่งนี้มาจัดการตน ก็ยังย่ำแย่เกินไปอ อยู่สักหน่อย
นอกจากซางมู่อวี่ คนอื่นๆ ล้วนเป็นระดับราชาเทพที่แท้จริงกันหมดแล้ว จำนวนคนก็ยังมากกว่าพวกเขาอยู่พอสมควรด้วย!
เมื่อเห็นว่าคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์กำลังจะลงมือจับกุมคนจริงๆ แล้ว ผู้คนภายในห้องโถงใหญ่จึงรีบวิ่งออกไป แม้กระทั่งผู้จัดการและเสี่ยวเอ้อร์ก็ไม่เว้น
“จับตัวมาให้ข้าให้หมด”
บุรุษที่เป็นหัวหน้าตะคอกอีกครั้ง คนเหล่านั้นจึงหยิบเชือกขึ้นมาเตรียมมัดตัวคน
“ปัง…”
คนที่อยู่ใกล้ซือหม่าโยวเย่ว์ถูกเธอเตะจนลอยกระเด็นออกไปตกกระแทกบนโต๊ะ ทำเอาโต๊ะพังทลายไป
เจ้าคำรามน้อยหมอบอยู่บนบ่าซือหม่าโยวเย่ว์ เมื่อเห็นเธอลงมือจึงส่ายหน้าแล้วพึมพำอยู่ในใจว่าหลังจากฟื้นฟูความทรงจำในชาติที่แล้ว เย่ว์เย่ว์ก็ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เลยท ทีเดียว!
“ยังกล้าสู้กลับอีกหรือ เข้าไปพร้อมกันให้หมดเลย!”
คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ลงมือพร้อมกัน พวกซือหม่าโยวหมิงย่อมมิอาจวางเฉยได้อีกต่อไป แต่ละคนเหวี่ยงหมัดโจมตีเข้าใส่ฝ่ายตรงข้าม
เดิมทีโรงเตี๊ยมนี้ก็มิได้มีขนาดใหญ่มากอยู่แล้ว ถ้าหากใช้พลังวิญญาณ ตัวเองก็อาจได้รับบาดเจ็บไปด้วยได้ ดังนั้นทุกคนจึงได้แต่อาศัยกำปั้น แต่กำปั้นของพวกเขาจะสู้เจ้าอ้วนชวีได้อ อย่างไร เขาต่อยหมัดละคน เพียงไม่นานคนเหล่านั้นก็ถูกพวกเขาโยนออกไปจนหมด
“ในเมื่อพวกเราเข้าเมืองมาแล้ว ก็ไม่ต้องมาพูดถึงค่าเข้าเมืองกันอีก และพวกเราก็ไม่ต้องการความคุ้มครองของพวกเจ้าด้วย ดังนั้นจงอย่าได้มารบกวนพวกเราอีกเลย เชิญกลับไปเสียเถิด” ซือหม่าโยวหมิงกล่าว
คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ต่างตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะมองคนด้านในแล้วพูดว่า “ฝากไว้ก่อนเถิด ผู้ที่กล้าล่วงเกินสำนักพยัคฆ์สวรรค์เราย่อมไม่มีจุดจบที่ดีอย่างแน่นอน! ไป ก กลับไปรายงานใต้เท้ารองกัน”
ผู้คนที่ดูความคึกคักอยู่ภายนอกนึกไม่ถึงว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้ เมื่อเห็นคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์จากไปอย่างหม่นหมองแล้วต่างก็อดร้องในใจว่าดีแล้วไม่ได้
กี่ปีมาแล้วที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์เลย!
แต่ก็มีคนแนะนำให้พวกซือหม่าโยวเย่ว์รีบจากไปโดยเร็ว
“พวกเจ้ารีบไปดีกว่านะ หลายปีมานี้คนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ไม่เคยรับเคราะห์มาก่อนเลย ตอนนี้พวกเจ้าทำร้ายคนเสียแล้ว กลัวแต่ว่าพวกเขาจะพาคนที่ร้ายกาจยิ่งกว่ามา รีบไปจากสันเขาพยั คฆ์สวรรค์เสีย ไม่อย่างนั้นพอถึงเวลา ต่อให้ติดปีกก็ยากจะบินหนีไปได้!”
พวกเจ้าอ้วนชวีแย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อพวกเรากล้าแตะต้องพวกเขา ก็ย่อมต้องไม่กลัวการแก้แค้นของพวกเขาอยู่แล้วสิ”
ทุกคนเห็นว่าพวกเขาล้วนเป็นระดับราชาเทพขั้นต้น เมื่อได้ยินวาจามั่นใจในตัวเองของพวกเขาแล้วก็อดส่ายหน้ามิได้
คนเหล่านี้เยาว์วัยเกินไป ไม่รู้ว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่เพียงใด!
“ผู้จัดการ เปิดห้องชั้นบนสิบสามห้องให้พวกเราที” ซือหม่าโยวฉีพูด
ผู้จัดการอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขาลำบากใจอยู่บ้าง เพราะคนเหล่านี้ล่วงเกินคนของสำนักพยัคฆ์สวรรค์ ถ้าหากให้พวกเขาพักอยู่ที่นี่ เช่นนั้นจะไม่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทางเช่นนั้นของผู้จัดการ จึงโบกมือคราหนึ่ง มณีผลึกขั้นกลางหนึ่งร้อยก้อนก็ปรากฏขึ้นมาบนโต๊ะยาว
เธอมองผู้จัดการแล้วถามว่า “มีห้องหรือไม่”
ผู้คนด้านนอกเห็นเธอหยิบมณีผลึกขั้นกลางหนึ่งร้อยก้อนขึ้นมาอย่างสบายๆ จึงรู้ว่าเมื่อครู่ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีเงิน แต่เป็นเพราะไม่อยากจ่ายเงินให้สำนักพยัคฆ์สวรรค์จริงๆ
ผู้จัดการเห็นมณีผลึกขั้นกลางเหล่านั้นแล้วสองตาก็เปล่งประกาย เขารีบเดินเข้ามาเก็บมณีผลึกเหล่านั้นไป แล้วพูดว่า “ห้องชั้นบนสิบสามห้อง มี… มีขอรับ เสี่ยวเอ้อร์ ยังไม่รีบพาพวกเ เขาไปอีก”
เสี่ยวเอ้อร์เห็นท่าทีของเจ้านายตนแล้วก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า “แขกทุกท่านโปรดมากับข้า ข้าจะพาพวกท่านไปที่ห้องเองขอรับ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เดินตามเสี่ยวเอ้อร์ไป ก่อนจะไป เธอก็มองผู้จัดการที่กอดมณีผลึกอย่างมีความสุข นัยน์ตาเปล่งประกายผิดปกติ