สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 458 เตรียมตัววิวัฒน์ร่าง
เห็นอยู่ว่ากำลังพูดถึงเรื่องของพวกเหยี่ยวนกเขา เหตุใดจู่ๆ มันจึงอยากวิวัฒน์ร่างขึ้นมาอย่างกะทันหันเล่า
เจ้าวิหคน้อยเห็นทุกคนต่างจ้องมองตน จึงรู้ว่าเสียงของตนดังเกินไปเสียแล้ว จนรบกวนเรื่องที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่
“แค่กๆ พวกเจ้าพูดต่อเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์เข้าใจความหมายของเจ้าวิหคน้อย จึงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เผิงเฟิงเห็นเพลิงชาดไม่พูดจา จึงเอ่ยต่อไปว่า “หลายปีมานี้เผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขาพัฒนาขึ้นมากกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ ดังนั้นจึงแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ มีเผ่าพันธุ์นกจำนวนไม่น้อยที่ถ ถูกกวาดไปอยู่ภายใต้พวกเขา และด้วยเหตุนี้จึงยิ่งหล่อเลี้ยงความทะเยอทะยานของพวกเขา”
“เผ่าพันธุ์วิหคเพลิงเล่า พวกเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายภายในเผ่าพันธุ์นกหรือ” เพลิงชาดถาม
“เผ่าพันธุ์วิหคเพลิงใช้ชีวิตอยู่ในแดนศูนย์กลางและเขตชั้นในมาโดยตลอด ดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องราวของเขตรอบนอกเลย” เผิงเฟิงพูด “นอกจากนี้พวกเรายังได้ข่าวมาว่าที่เหยี่ยวนกเขาทำเช ช่นนี้ได้ก็เพราะได้รับการสนับสนุนจากสายหนึ่งของวิหคเพลิงนั่นแหละ”
วิหคเพลิงมีสายโลหิตของนกยูงแดง ดังนั้นจึงมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับนกยูงแดงอยู่บ้าง สำหรับทั้งเผ่าพันธุ์นกแล้ว สถานะของเผ่าพันธุ์วิหคเพลิงนั้นสูงส่งที่สุด แน่นอนว่าถ้าหากมีพญา วิหคถือกำเนิดขึ้น พวกมันก็ต้องสวามิภักดิ์อยู่ภายใต้แรงกดดันของพญาวิหค
แต่พญาวิหคมีเพียงตัวเดียวมาโดยตลอด ส่วนวิหคเพลิงนั้นคือเผ่าพันธุ์หนึ่ง พลังยุทธ์นี้ย่อมไม่มีทางเทียบเคียงกันได้เลย
เมื่อได้ยินพวกมันพูดถึงวิหคเพลิง ซือหม่าโยวเย่ว์ก็นึกถึงเจ้าสายรุ้งขึ้นมา ตอนนั้นมันถูกเจ้าไก่ฟ้าส่งขึ้นมาข้างบน ผ่านมานานปีถึงเพียงนี้ก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของมันในตอนนี้จ จะเป็นเช่นไรบ้างแล้ว
เพลิงชาดฟังคำพูดของเผิงเฟิงจบแล้วจึงพูดกับซือหม่าโยวเย่ว์ว่า “ตอนนี้ข้าไม่สะดวกใจที่จะปรากฏตัวต่อหน้าชาวโลก เจ้ามาช่วยข้าจัดการเรื่องเหล่านี้แล้วกัน”
“ข้าน่ะหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ชี้จมูกตนเองแล้วเอ่ยว่า “ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของข้า แต่ถึงอย่างไรพลังยุทธ์ของข้าก็มีอยู่เพียงเล็กน้อยแค่นี้ แล้วข้าจะช่วย ยจัดการเรื่องพวกนี้ให้เข้าที่เข้าทางได้อย่างไรกัน”
“ยังมีเขาด้วย” เพลิงชาดมองเจ้าวิหคน้อย
ซือหม่าโยวเย่ว์เข้าใจความหมายของเพลิงชาดในทันที ในตอนที่เพลิงชาดไม่อยู่ เจ้าวิหคน้อยก็คือองค์ราชาแห่งมวลปักษาชาติ เพลิงชาดต้องการให้เธอกับเจ้าวิหคน้อยมาจัดการ
“แต่พลังสายโลหิตของเจ้าวิหคน้อยยังมิได้ถูกกระตุ้นอย่างสมบูรณ์เลยนะ” เธอพูด “มันเป็นเช่นนี้ เผ่าพันธุ์นกอื่นๆ คงจะไม่ยอมรับกระมัง”
“เขาไม่ได้อยากวิวัฒน์ร่างหรอกหรือ ตอนที่ผ่านกัลป์สายฟ้าก็จะช่วยให้เปิดใช้สายโลหิตทั้งหมดได้เองนั่นแหละ” เพลิงชาดเอ่ย
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าวิหคน้อยพลางพูดว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้ ข้าต้องเตรียมตัวสักหน่อย”
เพลิงชาดพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นรอให้เจ้าเตรียมตัวเสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“ไม่รู้ว่าเจ้านายจะต้องตระเตรียมสิ่งใด ต้องการให้พวกเราช่วยเหลือหรือไม่” เผิงเฟิงถาม
“ไม่ต้องหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เอ่อ… เจ้าแค่ให้สมาชิกเผ่าพันธุ์ของเจ้าอย่าทำตัวสะดุดตามากก็เพียงพอแล้ว”
“…”
เผิงเฟิงให้วิหคที่วิวัฒน์ร่างได้วิวัฒน์ร่างจนหมด ส่วนพวกที่ไม่อาจวิวัฒน์ร่างได้ก็ให้อยู่ในร่างจำแลง หุบเขาที่เดิมทีมีวิหคสี่ปีกปกคลุมอยู่อย่างแน่นขนัดกลายเป็นโล่งสบาย ตาขึ้นมาในทันใด
เพลิงชาดกลับเข้ามาภายในเจดีย์วิญญาณ เจ้าวิหคน้อยถูกพวกเผิงเฟิงดึงตัวไปคุยด้วยที่อีกด้านหนึ่ง ซือหม่าโยวเย่ว์ลงมาจากยอดเขาแล้วไปรวมตัวกับพวกซือหม่าเลี่ยที่ริมลำธาร
“ท่านปู่ พวกท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นเสื้อผ้าของพวกเขาถูกกรงเล็บของวิหคสี่ปีกตะปบจนเสียหาย เธอจึงกลัวว่าจะมีบาดแผลตามร่างกายของพวกเขา
“ไม่เป็นไร พวกนั้นเป็นเพียงแค่บาดแผลภายนอกเท่านั้น” ซือหม่าเลี่ยพูด “เมื่อครู่พวกเรากินยาวิเศษลงไปแล้ว บาดแผลตกสะเก็ดกันหมดแล้วละ”
“เช่นนั้นก็ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“โยวเย่ว์ เพลิงชาดคือปักษาเทพนกยูงแดงจริงๆ หรือ” ซือหม่าโยวเล่อถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า
“แม่จ๋า… เรื่องนี้ช่างชวนเสียขวัญเกินไปแล้ว!” เจ้าอ้วนชวีพูด “นี่ทำเอาข้าตกใจจนหัวใจดวงน้อยของข้าเต้นระรัวเลยทีเดียว! สัตว์อสูรผูกพันธสัญญาสองตนนี้ของเจ้าช่างเหลือเกินจริ งๆ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์เองก็คิดไม่ถึงว่าจากไปเพียงคราวเดียวแล้วจะกลับมาพบกับเรื่องราวเหล่านี้ เมื่อนึกถึงเรื่องที่รับปากเพลิงชาดไว้เมื่อครู่ขึ้นมา เธอก็รู้สึกว่าภาระบนไหล่ตน หนักหนาสาหัสขึ้นมาอีกครั้งแล้ว!
แต่เพราะเหตุใดเขาจึงบอกว่าตอนนี้ไม่สะดวกที่จะปรากฏตัวสู่สายตาชาวโลกเล่า
“โยวเย่ว์ อาการบาดเจ็บของเจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่” เป่ยกงถังไม่ลืมเรื่องที่ซือหม่าโยวเย่ว์ถูกแรงกดดันของเผิงเฟิงทำร้าย
“มิได้เป็นอะไรมากหรอก ดีขึ้นมากแล้วละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด เมื่อมองเห็นโฉวเซี่ยวเทียน เธอจึงพูดอย่างขอโทษขอโพยอยู่บ้างว่า “ข้ามีธุระที่ทำให้ต้องเลื่อนเวลาออกไปสักระยะ หนึ่ง…”
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ถึงอย่างไรพวกเราก็ไม่ได้รีบอยู่แล้ว” โฉวเซี่ยวเทียนกล่าว
เขามองวิหคสี่ปีกที่แน่นขนัดไปทั่วทั้งหุบเขา ความพรั่นพรึงภายในหัวใจยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกันนั้นก็ตื่นเต้นด้วย ถ้าหากวิหคสี่ปีกตามคุ้มครองไปส่งตลอดทางได้ ก็ไม่ต้องเป็นกังวล เรื่องความปลอดภัยบนเส้นทางไปยังตำหนักว่านชิงของพวกเขาแล้ว!
“เจ้าคิดจะทำอะไรหรือ” ซือหม่าโยวหลินถาม
“เจ้าวิหคน้อยอยากวิวัฒน์ร่าง เพลิงชาดบอกว่าในขณะที่เขาวิวัฒน์ร่างจะช่วยให้เขากระตุ้นพลังสายโลหิตขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ ข้าจะหลอมยาวิเศษจำนวนหนึ่งมาเผื่อเอาไว้ก่อน ระหว่างน นั้นก็หลอมให้พวกเชียนอินไปด้วย ให้พวกมันวิวัฒน์ร่างไปพร้อมกันเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“รอให้อาการบาดเจ็บของเจ้าหายดีก่อนแล้วค่อยว่ากันเถิด เจ้าบอกมาสิว่าจะหลอมอะไร ข้าจะช่วยเจ้าหลอมเอง” เป่ยกงถังพูด
“เช่นนั้นก็ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถึงอย่างไรเจ้าก็หลอมยาวิเศษพวกนั้นได้แล้ว อีกประเดี๋ยวข้าจะมอบเครื่องยาให้เจ้า”
“ได้เลย” เป่ยกงถังพยักหน้า
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าอ้วนชวีอีกครั้งแล้วพูดว่า “เจ้าอ้วน ข้าต้องการอาวุธวิญญาณหลบเลี่ยงสายฟ้าจำนวนหนึ่ง พวกมันจำเป็นต้องใช้ตอนวิวัฒน์ร่าง เจ้ารู้หรือไม่ว่าต้องหลอมสิ่งใด”
“เข้าใจแล้ว เจ้าบอกข้าเรื่องสิ่งของเหล่านั้นมาตั้งหลายครั้งแล้ว จะต้องหลอมออกมาให้เจ้าได้อย่างแน่นอน” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ระดับขั้นของเจ้าในตอนนี้ยังไม่สูงพอ ก็หลอมให้มากขึ้นอีกสักหน่อยแล้วกัน เพราะพวกเรายังมีพลังไม่มากพอ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
จากนั้นเธอก็มองซือหม่าโยวหลิน ยังไม่ทันเอ่ยวาจา ซือหม่าโยวหลินก็พูดว่า “ข้าจะสร้างค่ายกลอันหนึ่งขึ้นมาช่วยพวกมันต้านทานกัลป์สายฟ้า”
ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มพลางเอ่ยว่า “รบกวนเจ้าด้วยนะ”
“ดี เช่นนั้นก็เริ่มต้นกันเลย” เจ้าอ้วนชวีพูดพลางไปเลือกพื้นที่ราบแห่งหนึ่งแล้วหยิบข้าวของที่ใช้หลอมอาวุธของตนออกมาเริ่มต้นหลอมอาวุธ
ซือหม่าโยวหลินเรียกสัตว์อสูรบินได้ของตนออกมา แล้วบินขึ้นไปกลางอากาศเพื่อสำรวจภูมิประเทศ เตรียมจะใช้พื้นที่ในการติดตั้งค่ายกลขนาดใหญ่
ซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถังหารือกันว่าจำเป็นต้องหลอมยาวิเศษจำพวกใดบ้าง เพียงแค่ยาวิเศษฟื้นฟูปราณนั้นย่อมไม่ได้อยู่แล้ว
ส่วนพวกซือหม่าเลี่ยนั้นดูเหมือนจะเคยชินเสียแล้ว ผู้เฒ่าแต่ละคนฝึกยุทธ์อยู่ด้านข้าง หรือไม่ก็หาอาหารกิน
โฉวเซี่ยวเทียนและเหลียนหงอยู่ด้วยกันกับเว่ยจือฉี ดูเขาทำอาหาร แล้วเหลือบสายตามองมาทางพวกซือหม่าโยวเย่ว์บ้างเป็นครั้งคราว
คิดไม่ถึงจริงๆ ว่านอกจากซือหม่าโยวเย่ว์จะเป็นนักหลอมยาและปรมาจารย์ค่ายกลแล้ว พวกเขากลุ่มนี้ยังมีนักหลอมวัตถุและปรมาจารย์ค่ายกลอยู่อีกด้วย
สัตว์อสูรเหนือเทพมากมายถึงเพียงนั้น ปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญมากมายเช่นนี้ คาดว่าคงมิได้มีผู้คนมากนักที่ขึ้นมาจากโลกเบื้องล่างแล้วจะมีความสามารถเช่นนี้ได้กระมัง!
ตอนนี้หากพวกเขาบอกว่ามีใครเป็นนักฝึกสัตว์อสูรอีก เขาก็คงไม่ประหลาดใจแล้ว
พวกซือหม่าโยวเย่ว์เตรียมตัวกันมาตลอดช่วงสองวันต่อมา ส่วนเจ้าวิหคน้อยและเผิงจิ่วเอ๋อร์นั้นอยู่ด้วยกันเพื่อทำความเข้าใจกับเผ่าพันธุ์นกที่โลกเบื้องบน และทำความเข้าใจกับภาระอ อันหนักอึ้งบนบ่าของตนเอง
ส่วนพวกเผิงจิ่วเอ๋อร์ก็ได้รับรู้เรื่องราวของพวกซือหม่าโยวเย่ว์จากคำบอกเล่าของเจ้าวิหคน้อย หลังจากฟังเรื่องราวจบแล้ว พวกมันต่างตกตะลึงไม่น้อย ในบรรดามนุษย์ยังมีคนเช่นเขาอ อยู่ด้วย พรสวรรค์เช่นนี้ ความสามารถเช่นนี้ เป็นเจ้านายของเจ้าวิหคน้อยก็ไม่ได้มากจนเกินไปเลย
แต่วิหคสี่ปีกนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่สูงส่งเหนือผู้ใดมาโดยตลอด ตอนนี้เมื่อได้รู้ว่าราชาของพวกมันได้ถูกมนุษย์ทำพันธสัญญาแล้ว ถึงแม้ว่ามนุษย์ผู้นี้จะแกร่งกล้าเป็นอย่างยิ่ง พว วกมันก็ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่ดี
สองวันให้หลัง ซือหม่าโยวเย่ว์ก็โบกไม้โบกมือให้พวกเจ้าวิหคน้อย พวกมันบินเข้ามาในหุบเขาแล้วร่อนลงข้างกายเธอ
“งานที่ต้องเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าวิวัฒน์ร่างได้ตามต้องการเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด