สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 459 ผ่านกัลป์ กระตุ้นสายโลหิต
เมื่อได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ เผิงจิ่วเอ๋อร์ก็กำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ตัวพลางมองเจ้าวิหคน้อยอย่างเป็นกังวล
นางเองก็เคยผ่านกัลป์สายฟ้าจำแลงกายมาก่อน ย่อมต้องรู้ถึงความน่าหวาดหวั่นของกัลป์สายฟ้านั้นดี ดินแดนโบราณมีสัตว์อสูรเหนือเทพมากมายเช่นนี้ แต่เหตุผลที่พวกมันจำนวนมากไม่อย ยากวิวัฒน์ร่างก็เป็นเพราะกัลป์สายฟ้าอันตรายเกินไป เคยเห็นสัตว์อสูรเหนือเทพที่วิวัฒน์ร่างล้มเหลว จนมอดไหม้กลายเป็นจุณไปในท้ายที่สุด หัวใจของทุกคนก็หวาดหวั่นเสียแล้ว
“ท่านแม่ อย่ากังวลใจไปเลย เชื่อสิว่าข้าทำได้แน่!” เจ้าวิหคน้อยเอ่ยปลอบ
“อืม เจ้าพยายามเข้านะ!” เผิงจิ่วเอ๋อร์รู้ว่านี่คือสิ่งที่เขาจำเป็นต้องประสบ ดังนั้นจึงมิได้เอ่ยวาจาทัดทานแต่อย่างใด
ซือหม่าโยวเย่ว์พูดกับเผิงเฟิงว่า “รบกวนผู้อาวุโสเผ่าช่วยพาคนอื่นไปให้ไกลจากที่นี่ด้วย”
“ได้สิ” เผิงเฟิงโบกมือ วิหคสี่ปีกเหล่านั้นก็บินห่างออกไปจากหุบเขาจนหมด ออกไปจากอาณาเขตที่ซือหม่าโยวเย่ว์บอก
ซือหม่าโยวเย่ว์มองพวกซือหม่าเลี่ย พวกเขานั่งบนหลังสัตว์อสูรบินได้ออกไปไกลจากอาณาบริเวณที่อาจมีกัลป์สายฟ้าปรากฏขึ้นได้
“ท่านแม่ ท่านก็ไปด้วยเถิด” เจ้าวิหคน้อยพูดกับเผิงจิ่วเอ๋อร์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล “ข้าต้องไม่เป็นไรแน่”
“อืม” เผิงจิ่วเอ๋อร์ลูบไล้ตัวเจ้าวิหคน้อยอย่างยากจะตัดใจ เตรียมตัวจะจากไป เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ยังอยู่จึงเอ่ยว่า “ข้าพาเจ้าไปจากที่นี่แล้วกัน”
“ข้าจะอยู่ที่นี่กับเจ้าวิหคน้อย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเรามีสายสัมพันธ์แห่งพันธสัญญาอยู่ ต้านทานกัลป์สายฟ้าด้วยกันได้”
เผิงจิ่วเอ๋อร์ตะลึงไป ขณะนั้นไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ในใจ เอ่ยเพียงว่า “ขอบคุณเจ้ามาก”
พอพูดจบนางจึงแปลงกายเป็นร่างเดิมแล้วสยายปีกบินจากไป
รอให้ทุกคนออกไปไกลจากที่นี่แล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์จึงพูดว่า “พวกเราเริ่มกันดีกว่า เจ้าไก่ฟ้าเจ้าออกมาสอนเจ้าวิหคน้อยทีว่าจะกระตุ้นกัลป์สายฟ้าได้อย่างไร”
เจ้าไก่ฟ้าปรากฏตัว ทำให้โฉวเซี่ยวเทียนที่อยู่ไกลออกไปตกตะลึงอีกครั้ง เหตุใดเจ้าคนผู้นี้จึงยังมีสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาอยู่อีกเล่า นอกจากพวกที่เห็นอยู่ตอนนี้แล้ว เขาคงไม่มีอ อีกแล้วกระมัง
เจ้าไก่ฟ้าสอนเจ้าวิหคน้อยว่าจะเหนี่ยวนำกลิ่นอายภายในร่างกายได้อย่างไร เจ้าวิหคน้อยลองทำตามที่เจ้าไก่ฟ้าบอก ก็พบว่าบนท้องฟ้ามีเมฆครึ้มจำนวนหนึ่งลอยมาอย่างช้าๆ จากนั้นความเร็ว วของมันก็เพิ่มขึ้น เมฆครึ้มบนท้องฟ้าก็ก่อตัวด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นไม่น้อย
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าพอใช้ได้แล้วจึงเก็บตัวเจ้าไก่ฟ้าเข้าไป หลังจากนั้นจึงกระตุ้นค่ายกลแล้วหยิบสิ่งของที่เจ้าอ้วนชวีหลอมขึ้นออกมาสวมลงบนร่างกายเจ้าวิหคน้อยและร่างกายของ ตน หลังจากนั้นจึงหยิบยาวิเศษที่หลอมไว้ออกมาให้เจ้าวิหคน้อยอมไว้ในปากจำนวนหนึ่ง ส่วนตัวเองก็อมไว้จำนวนหนึ่งเช่นกัน เผื่อเอาไว้ในกรณีฉุกเฉิน
ห่างออกไป พวกเว่ยจือฉีคอยสังเกตสถานการณ์ของเมฆกัลป์ เมื่อเห็นเมฆครึ้มที่ยังคงรวมตัวกันไม่หยุดแล้ว เขาจึงเอ่ยอย่างกังวลใจอยู่บ้างว่า “เหตุใดเมฆครึ้มนี้ยังรวมตัวกันอยู่อีกเล ล่า”
“แค่นี้ก็ดูเหมือนจะใหญ่กว่าเมฆกัลป์ตอนที่เจ้าไก่ฟ้าวิวัฒน์ร่างมากแล้วนะ ตอนนี้ยังขยายใหญ่ขึ้นอีก หรือเมฆกัลป์ของเจ้าวิหคน้อยจะต้องร้ายกาจกว่าของเจ้าไก่ฟ้ามากมายเลยอย่างนั้ นหรือ” เจ้าอ้วนชวีก็เป็นกังวลขึ้นมาแล้วเช่นกัน “พวกโยวเย่ว์คงไม่เป็นไรกระมัง”
“ตอนที่เจ้าไก่ฟ้าวิวัฒน์ร่างนั้นอยู่ที่ดินแดนอี้หลิน ที่นั่นมีกฎเกณฑ์ฟ้าดินกดดันอยู่ เมฆกัลป์มิได้มีพลังคุกคามมากเท่าเมฆกัลป์ที่โลกเบื้องบน นอกจากนี้ยังเป็นเพราะสายโลหิตของ งเจ้าวิหคน้อยสูงกว่าอยู่พอสมควร ได้ยินว่ายิ่งสายโลหิตสูงส่ง กัลป์สายฟ้าจำแลงกายก็จะยิ่งร้ายกาจ!” โอวหยางเฟยพูด
“นอกจากนี้เจ้าวิหคน้อยยังต้องอาศัยกัลป์สายฟ้ากระตุ้นพลังสายโลหิต เกรงว่าในภายหลังยังต้องมีความเปลี่ยนแปลงอีกด้วย” เป่ยกงถังพูด
พวกเผิงจิ่วเอ๋อร์นั้นยิ่งเป็นกังวลจนแทบทนไม่ไหว พวกมันไม่เคยเห็นเมฆกัลป์เช่นนี้มาก่อนเลย เมื่อเทียบกันแล้วยังร้ายกาจกว่าเมฆกัลป์ที่พวกมันวิวัฒน์ร่างในตอนนั้นอยู่มากพอสมค ควร
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเมฆกัลป์บนท้องฟ้าพลางขมวดหัวคิ้วแน่น ดูจากรูปการณ์เช่นนี้แล้ว เกรงว่ากัลป์สายฟ้าในคราวนี้จะผ่านไปได้ไม่ง่ายเลย
“หรือเมฆกัลป์นี้จะสัมผัสได้ถึงพลังสายโลหิตพญาวิหคในกายเจ้า ดังนั้นจึงได้ ‘ยิ่งใหญ่เกรียงไกร’ เช่นนี้น่ะ” เธอเห็นเมฆกัลป์ที่ยังคงขยายใหญ่และลึกล้ำยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แล้วอดที่จะ ะเบ้ปากมิได้
ยังดีที่คราวนี้พวกเธอได้เตรียมการมาไม่น้อย ถ้าหากมาผ่านกัลป์โดยตรง เกรงว่าคงถูกระเบิดจนไม่เหลือซาก!
ในขณะที่เห็นสายฟ้ากำลังจะฟาดลงมาอยู่นั้นเอง เพลิงชาดก็ออกมาแล้วดีดหยาดโลหิตสีทองหยดหนึ่งให้กับเจ้าวิหคน้อย เจ้าวิหคน้อยอ้าปากแล้วอมหยาดโลหิตนั้นเอาไว้ในปาก
“ใช้พลังสายฟ้ากระตุ้นมัน” พอเอ่ยคำพูดนี้จบ เขาก็กลับเข้าไปภายในเจดีย์วิญญาณ
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่เอ่ยวาจา เจ้านี่จะเข้าจะออกก็ไม่เคยทักทายตนบ้างเลย
“เปรี๊ยะๆ…”
สายฟ้าส่งเสียงอยู่กลางอากาศ แต่ก็มิได้ฟาดลงมา คล้ายกับกำลังทำให้พวกเขาทรมานใจ
ความเคลื่อนไหวทางนี้ก็ดึงดูดผู้คนไม่น้อย หลายคนขี่สัตว์อสูรบินได้เข้ามา อยากจะเห็นว่าที่แท้แล้วเป็นสัตว์อสูรวิเศษตนใดที่วิวัฒน์ร่าง ถึงได้มีความเคลื่อนไหวอันยิ่งใหญ่เช่น นนี้ได้
เมื่อเห็นผู้คนเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าโฉวเซี่ยวเทียนจึงไม่น่าดูเป็นอย่างยิ่ง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ร่องรอยของพวกเขาย่อมต้องถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน
ผลปรากฏว่าเขาเห็นว่ามีหลายคนที่เห็นพวกเขาแล้ววิพากษ์วิจารณ์กัน หลังจากนั้นคนจำนวนหนึ่งก็รีบถอยออกไป
แต่เขาก็คาดว่าตอนนี้ตระกูลเฟ่ยคงไม่กล้าเผชิญหน้ากับพวกซือหม่าโยวเย่ว์ตรงๆ ขอเพียงแค่เจ้าวิหคน้อยผ่านกัลป์สายฟ้าไปได้แล้วกระตุ้นพลังสายโลหิตอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นพญาวิหค บัญชาเผ่าพันธุ์นกได้มากกว่าหนึ่งสายพันธุ์ ตระกูลเฟ่ยก็ไม่กล้าเสี่ยงอันตรายแล้ว!
ตอนนี้ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจสถานการณ์ภายนอก ความสนใจทั้งหมดของเธอล้วนอยู่บนท้องฟ้า
ยังดีที่ตอนเธอให้ซือหม่าโยวหลินติดตั้งค่ายกล ได้นึกถึงจุดนี้เอาไว้แล้ว จึงได้เพิ่มค่ายกลคุ้มกันเอาไว้ข้างใน เช่นนี้ผู้อื่นก็มิอาจเข้ามาเพิ่มความแข็งแกร่งของกัลป์สายฟ ฟ้าได้
“กำลังจะฟาดลงมาแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “สายฟ้าในตอนเริ่มต้นมิได้ร้ายกาจมากนัก เจ้าจงไปเผชิญเอาเอง มันจะกระตุ้นสายโลหิตของเจ้า และยังปรับปรุงกายภาพของเจ้าได้ด้วย ส่วนอัน หลังๆ ข้าค่อยผ่านไปพร้อมกับเจ้า”
“ได้เลย” เจ้าวิหคน้อยรับคำ เตรียมตัวไปต้านรับตามลำพัง
คนที่มามุงดูเห็นซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าวิหคน้อยยืนอยู่ด้วยกันแล้วตกตะลึงไม่น้อย
“นั่นคือเจ้านายของสัตว์อสูรวิเศษตนนั้นหรือ”
“เหตุใดเขาจึงอยู่ข้างในเล่า เขาจะผ่านกัลป์ไปพร้อมกับสัตว์อสูรวิเศษอย่างนั้นหรือ”
“คนผู้นี้บ้าไปแล้วกระมัง ถึงได้ไปผ่านกัลป์พร้อมกับสัตว์อสูรวิเศษ”
“ไม่เคยเห็นคนเช่นนี้มาก่อนเลย! ไม่กลัวจะถูกสายฟ้าฟาดตายหรืออย่างไร”
“นั่นสิ ต่อให้สัตว์อสูรวิเศษถูกฟาดตายไปก็ยังทำพันธสัญญากับตนอื่นได้อีก แต่ถ้าหากคนผู้นี้ถูกฟาดตายไปก็จะไม่เหลืออะไรอีกแล้วนะ!”
“คงมิใช่กระมัง คนผู้นี้น่ะไม่รู้ว่าโง่งมจริงๆ หรือว่าดีต่อสัตว์อสูรผูกพันธสัญญามากเกินไปกันแน่”
“กัลป์สายฟ้านี้ก็ออกจะใหญ่โตเกินไปหน่อยกระมัง”
ในที่สุดก็มีคนพบความผิดปกติ
“ดูเหมือนว่าจะใช่นะ เจ้าตนที่ผ่านกัลป์นี้มิใช่วิหคสี่ปีกหรอกหรือ ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยเห็นความเคลื่อนไหวที่ใหญ่โตเช่นนี้มาก่อนเลย!”
“สายโลหิตต้องสูงส่งอย่างแน่นอน ได้ยินมาว่าวิหคสี่ปีกมีสายโลหิตพญาวิหค นี่คงจะมิใช่หรอกกระมัง”
“มีความเป็นไปได้นะ พวกเจ้าดูสิ ขนของมันมีสีทองด้วย!”
“เปรี้ยง…”
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คน สายฟ้าสายแรกก็กลั่นตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วฟาดลงมาใส่เจ้าวิหคน้อยในที่สุด
ในขณะที่สายฟ้าปะทะกับค่ายกลนำส่งนั้นเอง พลังสายฟ้าจำนวนหนึ่งก็ถูกค่ายกลดูดซับเข้าไปแล้วส่งเข้าไปภายในผิวดิน สลายพลังคุกคามไปส่วนหนึ่ง
ในขณะที่มาถึงร่างเจ้าวิหคน้อย ชุดป้องกันสายฟ้าที่เจ้าอ้วนชวีหลอมก็เกิดผล กำจัดสายฟ้าไปได้ส่วนหนึ่ง
สายฟ้าที่เหลือเข้าไปภายในร่างกายของเจ้าวิหคน้อยจนหมด ความเจ็บปวดฉีกทึ้งเส้นประสาทของมันในทันใด
หยาดโลหิตสีทองที่อมไว้ในปากนั้นแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นอายโบราณสายหนึ่งแล้วโคจรอยู่ภายในร่างกายที่ถูกสายฟ้าฟาดอย่างบ้าคลั่ง เจ้าวิหคน้อยรู้สึกได้ว่าโลหิตของตนคล้ายจะเดือดพ พล่านในบริเวณที่กลิ่นอายนั้นเคลื่อนผ่าน
ไม่นานนักสายฟ้าสายที่สองก็ฟาดลงมา ชุดป้องกันสายฟ้าบนร่างเจ้าวิหคน้อยถูกฟาดจนพังไป แต่ก็ยังสกัดสายฟ้าเอาไว้ได้ไม่น้อย
“ปัง…”
เจ้าวิหคน้อยรู้สึกว่าร่างกายของตนคล้ายจะมีบางสิ่งบางอย่างตื่นขึ้นมา มันเงยหน้าส่งเสียงร้อง กลิ่นอายที่แผ่ออกมาขุมนั้นทำให้เผ่าพันธุ์นกทั้งหลายในที่นั้นพรั่นพรึงไปหมด
………………………………..