สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 466 ทักษะวิญญาณธาตุสายฟ้า
“ความต้องการของข้านั้นง่ายดายนัก ถ้าหากเหลียนหงกับตระกูลเหลียนวุ่นวายขึ้นมา พวกท่านรับรองได้หรือไม่ว่าพวกเราจะออกไปจากตระกูลเหลียนได้อย่างปลอดภัย” ซือหม่าโยวเย่ว์เสนอควา ามต้องการของตัวเอง
ผู้อาวุโสตระกูลดำขาวต่างคิดไม่ถึงว่าข้อเรียกร้องของซือหม่าโยวเย่ว์จะง่ายดายเช่นนี้ ตอนแรกคิดว่าเธอจะเรียกร้องอะไรมากมายกว่านี้เสียอีก!
“ข้อเรียกร้องแค่นี้น่ะหรือ” ผู้อาวุโสตระกูลขาวถาม
“ถูกต้อง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดยิ้มๆ “ขอเพียงแค่พวกท่านรับรองความปลอดภัยของพวกเราได้ ข้าก็จะให้พวกท่านดูเปลวเพลิงและผึ้งของข้าแล้ว”
“ได้เลย ตกลงตามนี้! เช่นนั้นตอนนี้ก็ให้พวกเราดูเปลวเพลิงนั่นหน่อยสิ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์ขยับนิ้วมือ เปลวเพลิงกองหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเธอ ถึงแม้ว่าจะมีเพียงแค่สายเดียว แต่กลับทำให้อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงขึ้นมาไม่น้อยในทันที
“อุณหภูมินี้ยังสูงกว่าเพลิงเทวะที่พวกเราเผชิญกันในคราวก่อนเสียอีก” ผู้อาวุโสตระกูลขาวร้องอย่างตกใจขึ้นมา “อุณหภูมิเมื่อครู่มิได้สูงถึงเพียงนี้กระมัง”
ซือหม่าโยวเย่ว์แบมือซ้าย เปลวเพลิงกองหนึ่งปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ จากนั้นมือทั้งสองก็เคลื่อนเข้าหากันตรงกลาง เปลวเพลิงสองกองผสานเข้าด้วยกัน อุณหภูมิในบริเวณรอบๆ จึงลดลง
“การผสานรวมเปลวเพลิงหรือ” ผู้อาวุโสตระกูลดำมองเปลวเพลิงในมือซือหม่าโยวเย่ว์อย่างประหลาดใจ ตื่นเต้นจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง “เหตุใดเปลวเพลิงนี้ของเจ้าจึงผสานรวมได้ด้วยเล่า”
“ง่ายดายยิ่งนัก เพราะนี่เป็นเปลวเพลิงของข้าทั้งสิ้น มีกลิ่นอายเหมือนกัน เมื่อผสานรวมเข้าด้วยกันแล้วย่อมไม่เกิดการระเบิดขึ้นอย่างแน่นอน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เปลวเพลิงนี้เป็นของเจ้าทั้งหมดเลยหรือ” ผู้อาวุโสตระกูลขาวถาม
“เป็นของสัตว์อสูรผูกพันธสัญญาของข้า ก็เหมือนกับเป็นของข้านั่นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์ขยับข้อมือ เปลวเพลิงจึงหายวับไป
“ไอ้หยา หมดเสียแล้วหรือ”
“พวกท่านบอกเพียงว่าขอดูแวบเดียว ยังไม่พออีกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์เหลือบตามองเขาปราดหนึ่ง
“เอ่อ…”
“แล้วผึ้งเล่า” ผู้อาวุโสตระกูลดำถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์เรียกผึ้งแดงตัวหนึ่งออกมา ผู้อาวุโสตระกูลดำเห็นผึ้งแดงแล้วดวงตาเป็นประกายพลางเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “นี่คือผึ้งแดงในตำนานอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ผึ้งแดงนี้มาจากไหนกัน”
“นำขึ้นมาจากดินแดนเบื้องล่างของพวกเราน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์กล่าว
“ดินแดนเบื้องล่างหรือ” ผู้อาวุโสตระกูลดำขาวตกตะลึง ผึ้งแดงที่โลกเบื้องบนสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว แต่ที่ดินแดนเบื้องล่างอันต่ำต้อยกลับยังมีอยู่อย่างนั้นหรือ
แต่ความจริงแล้วสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือที่แดนศูนย์กลางก็ยังมีบางคนที่มีผึ้งแดงอยู่ เพียงแต่มีจำนวนน้อยนิดอย่างยิ่งเท่านั้นเอง
“แหะๆ เจ้าเด็กน้อย เจ้ามีผึ้งแดงมากน้อยเพียงใดกัน มีน้ำผึ้งแดงหรือไม่” ผู้อาวุโสตระกูลขาวพูดพลางหัวเราะร่า “ถ้าหากเจ้ามี พวกเราก็ยินดีจะนำสิ่งล้ำค่ามาแลกเปลี่ยนกับเจ้านะ”
“พวกท่านต้องการน้ำผึ้งแดงหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองสองคนนี้พลางดีดลูกคิดอยู่ในใจแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าได้สะสมน้ำผึ้งแดงเอาไว้จำนวนหนึ่ง พวกท่านเป็นผู้อาวุโสตระกูลของ งตระกูลเหลียน พวกเรากับเหลียนหงก็เป็นสหายกัน ถ้าหากเหลียนหงได้เป็นคนตระกูลเหลียนแล้ว พวกท่านก็ต้องเป็นผู้อาวุโสตระกูลของสหายข้า อย่าว่าแต่แลกเปลี่ยนกับพวกท่านเลย ต่อใ ให้มอบให้กับพวกท่านก็ย่อมได้ แต่ถ้าหากพวกท่านมีความสัมพันธ์อันเป็นปฏิปักษ์ต่อพวกเรา ข้าย่อมไม่มีทางมอบให้กับศัตรูของข้าอย่างพวกท่านแน่นอน ถูกต้องหรือไม่”
“เจ้านี่ช่างฉลาดเป็นกรดทีเดียว เจ้าก็แค่อยากให้เหลียนหงกลับเข้าตระกูลเท่านั้นใช่หรือไม่” ผู้อาวุโสตระกูลขาวมองซือหม่าโยวเย่ว์ “เจ้ารอก่อนนะ”
พอพูดจบเขาก็หายตัวไปในทันที
“ผู้อาวุโสตระกูลขาวไปไหนเสียแล้วเล่า”
“ห้องโถงหลักน่ะสิ” ผู้อาวุโสตระกูลดำเข้าอกเข้าใจสหายของตนผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง จึงพูดอย่างมั่นใจ
ไม่นานนักผู้อาวุโสตระกูลขาวก็กลับมาอีกครั้งแล้วมองซือหม่าโยวเย่ว์พลางพูดอย่างเอาหน้าว่า “จัดการเรียบร้อย ตอนนี้เหลียนหงได้กลับเข้าสู่ตระกูลแล้ว พรุ่งนี้พวกเขาจะเขียนชื่อ ของเขาลงในสาแหรกตระกูล”
ซือหม่าโยวเย่ว์จนคำพูด ผู้อาวุโสตระกูลขาวผู้นี้รวดเร็วเกินไปหน่อยแล้วกระมัง!
“ผู้อื่นไม่มีใครเห็นต่างเลยหรือ”
ตระกูลใหญ่ขนาดนี้ คงจะมีคนต่อต้านแน่นอนอยู่แล้วกระมัง
“พวกเขาต่อต้านไปแล้วมีประโยชน์อันใดเล่า ขอเพียงแค่ข้ากับตาเฒ่าดำเอ่ยปาก ก็ไม่มีเรื่องใดในตระกูลเหลียนที่พวกเราทำไม่ได้หรอก” ผู้อาวุโสตระกูลขาวพูดอย่างลำพองใจ
“สถานะของพวกท่านทั้งสองสูงส่งขนาดนี้เชียวหรือ หรือพวกท่านมีวัยวุฒิกันแน่” ซือหม่าโยวเย่ว์อดมองประเมินทั้งสองคนมิได้ ผู้อาวุโสตระกูลนี้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของตระกูลได้ นี่ช่างเหนือความคาดหมายเกินไปแล้วกระมัง
“พวกเราสองคนคือท่านปู่และท่านปู่สามของประมุขตระกูลเหลียน พวกเขาย่อมต้องฟังคำพูดของพวกเราอยู่แล้วสิ” ผู้อาวุโสตระกูลขาวพูด “เจ้าดูสิ พวกเราจัดการเรื่องของเหลียนหงเรียบร้อยหม มดแล้ว ถึงคราวเจ้า…”
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบขวดหยกสูงสิบกว่าเซนติเมตรใบหนึ่งออกมาแล้วเอ่ยว่า “ในนี้คือน้ำผึ้งแดง”
ผู้อาวุโสตระกูลขาวและผู้อาวุโสตระกูลดำเปิดฝาขวด กลิ่นหอมขุมหนึ่งโชยออกมา ผู้อาวุโสตระกูลขาวจึงเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “กลิ่นนี้นี่แหละ! คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าพวกเราสองคนจะมาได้กลิ นนี้อีกครั้งตอนอายุปูนนี้!”
“ใช่แล้ว! คิดถึงจริงๆ เลย!”
ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินวาจาของทั้งสองแล้วจึงถามอย่างใคร่รู้ว่า “พวกท่านเคยเห็นผึ้งแดงมาก่อนหน้านี้หรือ”
ผู้อาวุโสตระกูลดำปิดฝาขวดแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าท่าทีระลึกความหลังว่า “ตอนนั้นพวกเรากับตาเฒ่าขาวไปยังโลกย่อส่วนแห่งหนึ่งด้วยกันแล้วพบกับผึ้งแดงฝูงหนึ่งที่นั่น และได้รับน้ำผึ้ งแดงมาจำนวนหนึ่ง”
“น่าเสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้พาผึ้งแดงออกมาด้วย นอกจากนี้ตอนนั้นพวกเราสองคนยังอายุไม่มากนัก ทั้งยังไม่รู้ถึงความล้ำค่าของผึ้งแดง ไม่อย่างนั้นต่อให้ต้องเสี่ยงอันตราย พวกเราก็ ต้องนำออกมาให้ได้สักหน่อยหนึ่ง” ผู้อาวุโสตระกูลขาวพูดต่อ
“เจ้าเด็กน้อย เจ้ามีผึ้งแดงอยู่มากน้อยเพียงใดหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทีของพวกเขาจึงบอกว่า “มีอยู่เล็กน้อย”
“พวกเราขอใช้สิ่งล้ำค่าแลกเปลี่ยนกับเจ้า ว่าอย่างไรเล่า” ผู้อาวุโสตระกูลขาวพูด “ขอเพียงแค่เป็นสิ่งที่พวกเราสามารถมอบให้ได้ แค่เจ้าเอ่ยปากมา พวกเราก็จะยอมแลกกับพวกเจ้าทั้งนั้น”
เอ่อ…
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นท่าทางอาจหาญเช่นนั้นของเขาแล้วคิดว่าตระกูลเหลียนนี้จะต้องมีสมบัติล้ำค่ามากมายอย่างแน่นอน จะอาศัยโอกาสนี้ปอกลอกพวกเขาสักหน่อยดีหรือไม่ แต่เมื่อนึกถึงเห หลียนหง เธอจึงมิได้ใจดำขนาดนั้น แล้วเอ่ยว่า “ในเมื่อพวกท่านต่างรู้ถึงมูลค่าของผึ้งแดง ข้าก็ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้ว จะเป็นการหลอมยาวิเศษ หลอมอาวุธ ค่ายกล หรือฝึกสัตว์อสู รก็ย่อมได้ทั้งสิ้น”
ผู้อาวุโสตระกูลดำครุ่นคิดแล้วหยิบเอาหีบออกมาสองใบ ใบหนึ่งใหญ่ ใบหนึ่งเล็ก ซือหม่าโยวเย่ว์เปิดออกดู ภายในหีบเล็กคือวัสดุในการหลอมอาวุธก้อนหนึ่ง สมบัติที่ได้รับการทะน นุถนอมเช่นนี้ ระดับขั้นต้องไม่ต่ำอย่างแน่นอน ส่วนภายในหีบใหญ่คือเครื่องยาชนิดหนึ่งซึ่งก็คือโสมหิมะอายุเกินหมื่นปี
ผู้อาวุโสตระกูลขาวเห็นสิ่งของที่ผู้อาวุโสตระกูลดำหยิบออกมา จึงหยิบของออกมาสองสิ่งด้วย ซึ่งก็คือเคล็ดวิชาธาตุสายฟ้าเล่มหนึ่ง ส่วนอีกอย่างก็คือตำรับยาพื้นบ้านยุคโบราณ
เมื่อเห็นทักษะวิญญาณธาตุสายฟ้า สองตาของซือหม่าโยวเย่ว์ก็เปล่งประกาย อีกสามอย่างนั้นสำหรับเธอแล้วเป็นสิ่งที่จะมีหรือไม่ก็ได้ แต่ทักษะวิญญาณธาตุสายฟ้านี้กลับเป็นสิ่งที่เธอ ต้องการอย่างเร่งด่วน ตอนนี้ในร่างกายเธอมีพลังวิญญาณธาตุสายฟ้าเพิ่มขึ้นมา แต่ตลอดมากลับไม่เคยฝึกทักษะวิญญาณเลย จึงยังมิได้สำแดงพลานุภาพของธาตุสายฟ้าออกมาเสียที
ตอนนี้มีทักษะวิญญาณธาตุสายฟ้าแล้ว ต่อไปตนก็จะมีอาวุธไม้ตายเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งแล้ว นอกจากนี้นี่ยังเป็นทักษะวิญญาณระดับสุดยอดอีกด้วย เมื่อเข้าคู่กันกับธาตุสายฟ้า พลานุภา าพไม่ต้องบอกก็รู้แล้ว!
“เจ้าว่าของเหล่านี้เป็นอย่างไรบ้าง” ผู้อาวุโสตระกูลดำถาม
“ไม่เลวเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บข้าวของลงไปแล้วเรียกผึ้งแดงออกมาร้อยตัว เมื่อผู้อาวุโสตระกูลดำขาวได้เห็นผึ้งแดงมากมายถึงเพียงนี้จึงตะลึงงันไป
เดิมทีพวกเขาคิดว่าได้มาสักสิบยี่สิบตัวก็ไม่เลวแล้ว คิดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะใจกว้าง มอบให้พวกเขามากมายเช่นนี้
“ฮ่าๆ ต่อจากนี้เจ้าก็คือสหายของพวกเราแล้ว รอให้พวกเราเลี้ยงผึ้งแดงเหล่านี้ขึ้นมาได้ก่อน แล้วพวกเราไปดื่มสุรากันนะ!” ผู้อาวุโสตระกูลขาวพูดพลางหัวเราะเสียงดัง
ซือหม่าโยวเย่ว์เบ้ปาก ดื่มสุรากับพวกเขาอย่างนั้นหรือ