สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 468 ปรึกษาหารือ
“นายน้อยของเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกกับนายพลหรงอย่างนั้นหรือ รีบเชิญเข้ามาเร็วเข้าสิ” เหลียนเจวี๋ยยังคงสงสัย แต่ก็มีการตอบสนองอันรวดเร็ว
“ขอรับ” ทหารรับใช้ออกไป เพียงไม่นานก็พาตัวคนสองคนเข้ามา
เหลียนเจวี๋ยเห็นซือหม่าโยวเย่ว์แล้วร้องออกมาอย่างตกใจว่า “คือเจ้าเองหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มพลางประสานหมัดคารวะเขาแล้วเอ่ยว่า “ขอขอบคุณที่ประมุขตระกูลเหลียนดูแลมาตลอดสองวันนี้”
“ที่แท้เจ้าก็คือนายน้อยของเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกนั่นเอง ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ” เหลียนเจวี๋ยโบกมือ “นายน้อยซือหม่า นายพลหรง เชิญนั่ง”
ซือหม่าโยวเย่ว์และนายพลหรงเดินไปนั่งลงด้านข้าง
“เหลียนโหม่วได้ยินชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของสี่นายพลแห่งเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกมานานแล้ว วันนี้ได้พบนายพลหรงผู้เป็นหนึ่งในนั้น เหลียนโหม่วรู้สึกเป็นเกียรติยิ่งนัก”
เผิงหรงพยักหน้าแล้วพูดอย่างเรียบเรื่อยว่า “ประมุขตระกูลเหลียนชมเกินไปแล้ว”
เผิงหรงดูค่อนข้างแข็งทื่ออยู่แล้ว ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกว่าเป็นบุรุษรูปงามผู้เย็นชา บวกกับความหยิ่งยโสซึ่งเป็นสิ่งที่รู้กันดีของเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีก เขาจึงทำให้คนรู้สึกว่า าเย่อหยิ่งเหลือเกิน
เหลียนเจวี๋ยไม่โกรธกับท่าทีของเผิงหรง นิสัยเย่อหยิ่งของวิหคสี่ปีกนี้แม้แต่มนุษย์ยังรู้
“ไม่ทราบว่านายพลหรงมาพบเหลียนโหม่ว มีเรื่องอันใดหรือไม่”
เผิงหรงมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “ข้าได้รับคำสั่งให้มาคุ้มกันนายน้อย”
คราวนี้เหลียนเจวี๋ยยิ่งตกใจ สี่นายพลผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งเผ่าพันธุ์สัตว์อสูรและมนุษย์ อย่าว่าแต่คุ้มกันมนุษย์ผู้หนึ่งเลย แม้แต่ การข้องเกี่ยวกับมนุษย์สักครั้งพวกเขาก็ยังไม่ยอมด้วยซ้ำ!
ตอนนี้เขาถึงกับบอกว่ามาเพื่อคุ้มกันซือหม่าโยวเย่ว์ นอกจากนี้ดูจากท่าทางของเขาแล้วยังเห็นเขาเป็นศูนย์กลาง เรื่องนี้ช่างชวนให้คนตกใจเกินไปแล้วจริงๆ!
“นายน้อยซือหม่า ท่านมาหาเหลียนโหม่วมีธุระอันใดหรือไม่”
ซือหม่าโยวเย่ว์รับถ้วยน้ำชาที่สาวใช้ยกมาให้พลางเอ่ยว่า “ข้าได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เหลียนเทียนเป็นผู้จัดการข่าวสารทั้งหมดเกี่ยวกับตระกูลเฟ่ยที่ส่งมายังตระกูลเหลียนอย่างนั้น หรือ”
เหลียนเจวี๋ยคิดว่าซือหม่าโยวเย่ว์เป็นกังวลเรื่องเหลียนหง จึงพูดว่า “เรื่องที่เหลียนเทียนปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับเหลียนหงนั้นเป็นความผิดของเขาจริงๆ แต่สุดท้ายแล้วจะจัดการอย่ างไรพวกเราก็ต้องปรึกษากัน…”
“ประมุขตระกูลเหลียนเข้าใจผิดแล้ว วันนี้พวกเราไม่ได้มาพูดคุยกับท่านเรื่องเหลียนหงหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์ขัดจังหวะคำพูดเขา “สิ่งที่ข้าอยากมาคุยในวันนี้คือเรื่องของตระกูลเฟ่ย” ”
“เรื่องของตระกูลเฟ่ยหรือ”
“ถูกต้อง” ซือหม่าโยวเย่ว์เว้นจังหวะแล้วเอ่ยว่า “ได้ยินมาว่าตระกูลเหลียนและตระกูลเฟ่ยขัดแย้งกันมาเป็นเวลานาน ตอนนั้นบิดาของเหลียนหงชิงตัวคุณหนูของตระกูลเฟ่ยไป ทำให้ตระกูล เฟ่ยไล่ล่าสังหาร ในที่สุดพวกเหลียนหงจึงได้แต่หลบซ่อนตัวเท่านั้น”
“นายน้อยซือหม่าพูดได้ถูกต้อง พวกเรากับตระกูลเฟ่ยมีความแค้นกันมาเนิ่นนานจริงๆ แต่นี่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับนายน้อยซือหม่าเล่า” เหลียนเจวี๋ยมองซือหม่าโยวเย่ว์ “นายน้อยซ ซือหม่าคงมิได้คิดจะไกล่เกลี่ยให้พวกเราสองตระกูลกระมัง”
ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “พวกเรากับตระกูลเฟ่ยก็มีความขัดแย้งที่มิอาจลงรอยกันได้เช่นกัน ก่อนหน้านี้ข้ายังอยู่ในรายชื่อค่าหัวของตระกูลเฟ่ยอยู่เลย”
“เช่นนั้นท่าน…”
“วันนี้ข้าอยากจะมารายงานประมุขตระกูลเหลียนสักหน่อยว่าตระกูลเฟ่ยกับเผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขาร่วมมือกัน ตอนนี้กำลังเตรียมตัวโจมตีตระกูลเหลียนอยู่ ประการที่สองคืออยากจะมาหารือกับ ท่านสักหน่อยถึงความเป็นไปได้ที่วิหคสี่ปีกกับตระกูลเหลียนจะร่วมมือกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เหลียนเจวี๋ยได้ยินข่าวนี้แล้วก็ตกใจจนผุดลุกขึ้นยืน “ข่าวนี้ของเจ้าเป็นความจริงหรือ”
“ประมุขตระกูลเหลียนจะลองถามคนสืบข่าวดูก็ได้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะรายงานข่าวให้เหลียนเทียน แต่หากท่านไปสืบก็คงจะใช้เวลาไม่นานนักหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างไม่รีบร้อน
“เด็กๆ…”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ผู้อาวุโสทั้งหมดของตระกูลเหลียนต่างก็มารวมตัวกันที่ห้องประชุม เมื่อได้รับข่าวเรื่องภัยที่กำลังมาเยือนตระกูลเหลียน ทุกคนต่างก็หน้าถอดสี เมื่อได้ยินว่าซือห หม่าโยวเย่ว์เป็นตัวแทนตระกูลวิหคสี่ปีกมาหารือเรื่องความร่วมมือกับพวกเขา นอกจากนี้ยังมีวิหคสี่ปีกอยู่ที่นอกเมืองอีกเป็นจำนวนไม่น้อย พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกพรั่นพรึงในใจ
วิหคสี่ปีกร่วมมือกับมนุษย์ได้ด้วยหรือ
พวกเขาสงสัยว่าคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์จะมิอาจเป็นตัวแทนของวิหคสี่ปีกได้ แต่หลังจากที่เผิงหรงประกาศว่าคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์แสดงเจตนาแทนพวกตนได้จริง พวกเขาจึงหยุดคิดสงส สัย
“พวกท่านมีความแค้นกับตระกูลเฟ่ย ส่วนพวกเราต้องการชำระล้างเผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขา ส่วนพวกเขาก็ร่วมมือกันเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นตอนนี้พวกเราจึงมีเป้าหมายเดียวกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์ พูด “ประมุขตระกูลเหลียน ท่านว่าเรื่องร่วมมือกันนั้นพอจะเป็นไปได้หรือไม่”
“ข่าวตระกูลเฟ่ยที่พวกเราได้รับมาเมื่อครู่เหล่านั้นแสดงให้เห็นว่าหลายปีมานี้พวกเราเข้าใจเรื่องการขยายอำนาจของพวกเขาไม่มากพอ แล้วตอนนี้พวกเขายังอยู่กับเผ่าพันธุ์เหยี่ยวนกเขาอ อีก จึงปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่บ้างจริงๆ” ผู้อาวุโสตระกูลคนหนึ่งพูด
“ถูกต้อง ถ้าหากพวกเขาคิดจะจัดการพวกเรา พวกเราก็คงต่อกรได้อย่างยากลำบากพอสมควรเลยทีเดียว” ผู้อาวุโสตระกูลอีกท่านหนึ่งพูด “ถ้าหากร่วมมือกับเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีกได้ แรงกดดันของ งพวกเราก็คงลดลงหน่อย”
“แต่มนุษย์คนเดียวอย่างท่านตัดสินใจเรื่องใหญ่โตอย่างการร่วมมือระหว่างสองเผ่าพันธุ์ได้เองจริงๆ หรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้ามิอาจทำการตัดสินใจที่สำคัญกว่า หรือยาวนานกว่านี้ได้ แต่ข้าร่วมมือกับพวกท่านในระยะเวลาสั้นๆ ได้”
“ร่วมมือในระยะสั้นหรือ”
“ถูกต้อง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ที่นอกเมืองมีกองทัพวิหคสี่ปีกอยู่ เรื่องอื่นข้าคงไม่กล้ารับรอง แต่ตอนนี้บรรดาผู้ที่อยู่นอกเมืองนั่นล้วนฟังคำสั่งของข้าทั้งสิ้น พวกเราช่วยเหลื อพวกท่านให้ผ่านเรื่องในคราวนี้ไปได้แน่”
“ในเมื่อเป็นความร่วมมือ ท่านคงจะไม่ช่วยเหลือพวกเราเปล่าๆ หรอกกระมัง” ผู้อาวุโสคนหนึ่งพูด
“แน่นอนอยู่แล้ว ข้าก็มีเงื่อนไขของข้าเองเช่นกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้อเรียกร้องของข้าง่ายมาก ข้าต้องการให้เหยี่ยวนกเขาที่เข้ามาเหล่านั้นมาแล้วไม่มีวันได้หวนกลับ!”
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหาเลย!”
“เช่นนี้ก็ดี หลังจากนี้นายพลหรงจะบอกพวกท่านเรื่องข้อมูลจำเพาะของกองทัพนอกเมือง ทั้งยังจะหารือกับพวกท่านเรื่องแผนการรบโดยละเอียดด้วย”
เผิงหรงได้ฟังซือหม่าโยวเย่ว์พูดเช่นนี้ จึงแน่ใจว่าเรื่องที่องค์ราชาพูดนั้นต้องเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน
ก่อนตนจะมาที่นี่เจ้าวิหคน้อยได้บอกตนแล้วว่าเจ้านายของตนนั้นชอบยืมจมูกผู้อื่นหายใจ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะตัดสินใจอะไรตนก็ต้องให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าเป็นเพียงคำพูดถ่อมตนของเจ้าวิหคน้อยเท่านั้น แต่เมื่อมาดูตอนนี้ก็เห็นแล้วว่าเขาแค่พูดไปตามความเป็นจริงเท่านั้น
แต่ถึงแม้ว่าเจ้าวิหคน้อยจะไม่อธิบาย เป็นถึงเจ้านายของเพลิงชาด พวกตนย่อมมิอาจปฏิเสธคำพูดของเขาได้อยู่แล้ว ค่อยว่ากันเถิด ที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีก เพื่อค ความปลอดภัยขององค์ราชาเท่านั้น
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ได้เข้าร่วมในการหารือเรื่องรายละเอียดของการเคลื่อนไหวในภายหลัง เธอไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกำลังของตระกูลเหลียนและวิหคสี่ปีกเลย ถ้าหากให้ตัดสินใจก็ค คงเป็นการหลับหูหลับตาชี้ รังแต่จะทำให้วุ่นวายเปล่าๆ
เธอออกไปจากโถงประชุม เมื่อออกมาก็เห็นเงาร่างกระวนกระวายของเหลียนหงและฮวาน่งอิ่ง นอกจากนั้นยังมีบุรุษที่ไม่รู้จักอยู่อีกคนหนึ่งด้วย
“สหายน้อยโยวเย่ว์ สถานการณ์ข้างในเป็นเช่นไรบ้าง” ฮวาน่งอิ่งถามอย่างกระวนกระวาย
นางรู้ว่าเรื่องในคราวนี้เป็นเพราะเหลียนเทียนเป็นตัวการ เขาปิดบังข่าวคราวของตระกูลเฟ่ยไม่น้อยจนทำให้ตระกูลเหลียนถูกรุกรานในตอนนี้ ไม่รู้เลยว่าตระกูลจะตำหนิสายตระกูลของพ พวกเขาหรือไม่
“ตระกูลเหลียนตัดสินใจร่วมมือกับเผ่าพันธุ์วิหคสี่ปีก เรื่องในคราวนี้ย่อมไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน” ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยปลอบ
เธอเหลือบตามองบุรุษแปลกหน้าผู้นั้นปราดหนึ่ง บุคลิกอันสง่าผ่าเผยนั้นคล้ายคลึงกับเหลียนเจวี๋ยอยู่บ้าง แต่ยังร้ายกาจกว่าอยู่หลายส่วน
คนผู้นี้มีกลิ่นอายเช่นนี้ แต่กลับไม่เข้าไปหารือธุระในโถงประชุม ไม่รู้ว่ามีความเป็นมาเช่นไร