สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 510 คนยากจนต้องหารายได้
ในเมื่อเป็นสิ่งที่เธอถูกใจ ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องประมูลมาให้เธอให้จงได้ ชายหนุ่มทั้งสองคิดขึ้นมาในเวลาเดียวกัน
“เจ้าลองดูสิว่ายังมีของสิ่งใดที่เจ้าต้องการอยู่อีกหรือไม่” ฉินโม่เอ่ยเตือน
“อืม” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วมองดูด้านหลังต่อไปอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งสองยังไม่ได้ดูใบรายการ เพียงแค่จ้องเธอดูมัน ก็เห็นสายตาที่เปล่งประกายมากขึ้นเรื่อยๆ ของเธอ พวกเขาก็รู้ว่าเธอหาของดีพบแล้ว
แต่ตอนที่เธอเงยหน้าขึ้นมานั้น สีหน้ากลับเคร่งขรึมอยู่บ้าง
“ทำไมหรือ” อูหลิงอวี่ถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์วางใบรายการลงแล้วพูดว่า “ข้าพบสิ่งของที่ข้าต้องการหลายอย่างเลย แต่มีหลายอย่างที่ค่อนข้างยุ่งยาก”
“เหตุใดจึงยุ่งยากเล่า” ฉินโม่ถาม
งานประมูลนี้มิใช่ว่าใครให้ราคาสูงก็ได้ไปหรอกหรือ ขอเพียงแค่มีเงิน ยังต้องกลัวว่าจะประมูลมามิได้อีกหรือ
ซือหม่าโยวเย่ว์ชี้บนใบรายการสองครั้งแล้วพูดว่า “เครื่องยาหลายชนิดในนี้ล้วนค่อนข้างหายาก คราวนี้ปรากฏขึ้นมามากมายเช่นนี้ก็เหนือความคาดหมายของข้ามากแล้ว สองสามชนิดแรกยังดีหน่อย แต่เครื่องยาสองชนิดสุดท้ายนี้ต้องประมูลพร้อมกัน นอกจากนี้สิ่งอื่นที่แตกต่างกันก็คือพวกมันไม่มีราคาขั้นต่ำกำหนดเอาไว้”
เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนี้ทั้งสองคนจึงมองมาที่เธอ ก็พบว่าสิ่งของชิ้นอื่นล้วนมีราคาขั้นต่ำทั้งสิ้น แต่ของจำนวนหนึ่งในตอนท้ายๆ กลับไม่มีราคาขั้นต่ำ
ใบรายการนี้มีเพียงแค่คนที่หอเซวียนหยวนให้ความสำคัญเท่านั้นจึงจะมีได้ ส่วนคนอื่นๆ นั้นจะมีเพียงแค่ชื่อของสิ่งของประมูลเท่านั้น แต่ของพวกเขามีทั้งคำอธิบายและราคาประมูลขั้นต่ำระบุอยู่ด้วย โดยทั่วไปแล้วเมื่อเห็นสิ่งของที่ตนต้องการ ก็จะอาศัยราคาขั้นต่ำไปคาดการณ์ราคาซื้อขาย หลังจากนั้นจะได้เตรียมเงินในส่วนของตนเอาไว้
ไม่มีใครรู้ว่าอิทธิพลของหอเซวียนหยวนนั้นมีมากมายเพียงใด เพราะพวกเขาแทบจะเปิดกิจการไปทั่วทั้งโลก ดินแดนเบื้องล่าง เขตรอบนอกและแดนศูนย์กลางของดินแดนโบราณ มีคนคาดการณ์ว่าที่เขตชั้นในก็มีอยู่ด้วยเช่นกัน
เพราะไม่รู้ไพ่ไม้ตาย ดังนั้นทุกคนจึงได้แต่เคารพขุมอำนาจนี้อยู่ในใจ ไม่มีใครกล้ามาท้าทายเลย
ดังนั้นทุกคนล้วนทราบกฎของหอเซวียนหยวน โดยเฉพาะงานประมูลจะต้องจัดขึ้นในเวลากลางคืน ห้ามเกิดเหตุการณ์ประกาศราคาปลอม เมื่อใดที่พบเข้าจะต้องถูกใส่ชื่อลงในบัญชีดำของหอเซวียนหยวนไปตลอดกาล
ที่อยู่ในมือซือหม่าโยวเย่ว์ก็คือใบรายการที่พวกจวินหลานส่งมาให้เป็นพิเศษ มีราคาขั้นต่ำระบุอยู่ แต่สิ่งของที่ไม่มีราคากำหนดอยู่ก็จะค่อนข้างยุ่งยากเลยทีเดียว
“ถ้าอ้างอิงจากสถานการณ์ของงานประมูลในคราวก่อน มีผู้ขายบางรายที่ร้องขอการใช้ของแลกของ ถ้าหากมิได้มอบของที่พึงพอใจ อีกฝ่ายก็จะไม่ยอมแลกเปลี่ยนด้วย” ฉินโม่พูด
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ทุกคนต่างก็จนปัญญา ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใด พวกเขาก็คงได้แต่ค่อยว่ากันเมื่อถึงเวลาแล้ว
หลังจากที่ซือหม่าโยวเย่ว์คำนวณราคาขั้นต่ำโดยประมาณของสิ่งของที่ตนถูกใจเหล่านั้นแล้ว คาดการณ์ว่าถ้าหากตนต้องการจะประมูลสิ่งของเหล่านี้มา เกรงว่าราคาคงจะสูงลิบเทียมฟ้าเลยทีเดียว
สิ่งที่ทำให้เธอต้องทอดถอนใจก็คือมณีผลึกที่ตนนำมาใช้จ่ายที่โลกเบื้องบนนี้ล้วนเป็นสิ่งที่มาจากการเปิดเหมืองขุดในเจดีย์วิญญาณ รวมทั้งการแก้แค้นที่ได้มาจากตระกูลจานในตอนนั้น ส่วนของกำนัลที่สำนักพยัคฆ์สวรรค์และตำหนักว่านชิงมอบให้กับเธอนั้นล้วนเป็นสิ่งล้ำค่าจำนวนหนึ่ง แต่กลับไม่มีมณีผลึกอยู่เลย
เมื่อเห็นท่าทีขมวดคิ้วน้อยๆ ของเธอ อูหลิงอวี่จึงพูดว่า “สิ่งที่มีล้นเหลือที่สุดในหุบเขามารเทพก็คือมณีผลึก ดีร้ายอย่างไรเจ้าก็เป็นเจ้าหุบเขาน้อย แล้วยังต้องมากังวลเรื่องมณีผลึกอยู่ทำไมกัน”
ซือหม่าโยวเย่ว์กลอกตาใส่เขา “ข้ายังไม่เคยกลับไปมาก่อนเลย เงินทองของหุบเขามารเทพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าหรอก”
“เจ้าช่างโง่งมนัก พวกเราหุบเขามารเทพก็มีกิจการภายนอกอยู่ตั้งมากมาย” อูหลิงอวี่อดเขกหน้าผากเธอทีหนึ่งมิได้
ซือหม่าโยวเย่ว์กุมหน้าผาก นิ่งงันไปชั่วครู่ หลังจากนั้นจึงนึกขึ้นมาได้ว่าคนของหุบเขามารเทพเหล่านั้นล้วนเป็นสุดยอดของแต่ละกิจการทั้งสิ้น ยาวิเศษและอาวุธที่หลอมขึ้นในยามปกติ รวมทั้งค่ายกลที่ติดตั้งต่างก็หยิบออกมาขายได้ทั้งสิ้น ผู้ที่รับผิดชอบสิ่งของเหล่านี้เรียกว่ากิจการภายนอก
หุบเขามารเทพเป็นขุมอำนาจเดียวที่ดูเหมือนจะเป็นอริกับตำหนักผู้วิเศษได้ พลังยุทธ์นี้ย่อมไม่จำเป็นต้องพูดถึง กิจการภายนอกก็ไม่ต้องพูดถึงเช่นกัน จะต้องทำให้เธอตกตะลึงพรึงเพริดแน่นอน
ซือหม่าโยวเย่ว์ดีใจอยู่ชั่วครู่แล้วสลดลงอีกครั้ง เธอพูดว่า “ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นทรัพยากรที่ใช้ร่วมกันของหุบเขามารเทพ ข้าจะไปแตะต้องสมบัติส่วนรวมเพื่อเรื่องส่วนตัวได้อย่างไรกันเล่า”
“หอระลึกจันทร์เปิดขึ้นมาเพื่อเจ้าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ใช่กิจการของตระกูลฉิน หลายปีมานี้ใช้อาหารที่เจ้าสอนทำเงินได้ไม่น้อย เงินเหล่านั้นจึงเป็นของเจ้าทั้งสิ้น” ฉินโม่กล่าว
ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ยังรู้สึกว่าไม่เหมาะสมอยู่ดี ยังคงรู้สึกอยู่ตลอดว่าตนต้องมีเงินจึงจะใช้ได้
คิดไปคิดมาจึงมีเพียงแค่การที่ตนนำข้าวของไปขายเท่านั้น ยังดีที่ของเหล่านี้ของเธอไม่ใช่ของที่หายากนัก
นึกอยากทำก็ทำเลย เธอจึงพาทั้งสองคนออกไป หลังจากนั้นตนจึงเข้าไปที่เจดีย์วิญญาณเพื่อขุดค้นกองสิ่งล้ำค่าของตนแล้วเลือกของที่ถูกใจมาหลายอย่าง หลังจากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นจึงไปยังหอเซวียนหยวน
แม้จะบอกว่ามาเป็นครั้งแรก แต่หลังจากที่เธอพูดออกมาว่าต้องการพบจวินหลาน เธอก็ถูกคนเชิญไปยังเรือนด้านหลัง รออยู่หนึ่งชั่วโมงโดยประมาณจึงเห็นจวินหลานเข้ามาด้วยเนื้อตัวมอมแมม ด้านหลังมีองครักษ์ที่พลังยุทธ์ไม่น้อยติดตามมาหลายคน ดูท่าทางเรื่องราวเมื่อคราวก่อนจะทำให้นางให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเองเพิ่มขึ้นมากเลยทีเดียว
นางเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์จึงเอ่ยอย่างขอโทษขอโพยว่า “ต้องขอโทษด้วยจริงๆ เมื่อครู่ข้ากำลังหารือเรื่องงานประมูลอยู่กับผู้ดูแลทั้งหลาย ทำให้เจ้าต้องรอนานถึงเพียงนี้ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์กำลังคุยอยู่กับซีเหมินเฟิง เมื่อเห็นนางเข้ามาจึงลุกขึ้นประสานมือคารวะพลางเอ่ยว่า “เจ้างานยุ่งเช่นนี้ยังอุตส่าห์เจียดเวลามาพบข้า ข้าก็ซาบซึ้งอย่างยิ่งแล้ว”
ซีเหมินเฟิงก็ประสานมือคารวะจวินหลานด้วย แล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้โยวเย่ว์ยังกลัวอยู่เลยว่าวันนี้จะไม่ได้พบเจ้าเสียแล้ว”
เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นเขาก็เรียกว่าโยวเย่ว์ไปด้วย มีเพียงตอนที่อยู่กับคนกันเองเท่านั้นจึงจะเรียกเธอว่าพี่หญิง
“นั่นจะได้อย่างไรกัน ข้าออกคำสั่งไปตั้งแต่เช้าแล้วว่าเมื่อใดที่พวกเจ้าว่าจะต้องรายงานข้าด้วย นั่งสิ” จวินหลานเดินเข้ามาพลางเอ่ยขึ้น
ซือหม่าโยวเย่ว์และซีเหมินเฟิงนั่งลงก่อนจะพูดว่า “เวลาของเจ้าช่างกระชั้นนัก ข้าก็ขอไม่อ้อมค้อมแล้วนะ ขอพูดจุดประสงค์ที่ข้ามาหาเจ้าในวันนี้ตรงๆ เลย”
“ระหว่างทางที่ข้ามาก็เดาได้แล้วล่ะว่าเจ้าต้องมีเรื่องอันใดแน่ถึงได้มาหาข้าที่นี่” จวินหลานพูด “มีสิ่งใดอยากให้ข้าช่วยหรือไม่”
“เรื่องเป็นเช่นนี้ ข้าได้ดูใบรายการที่เมื่อวานเจ้าให้คนส่งไปแล้ว มีเครื่องยาหลายชนิดทีเดียวที่ข้าต้องการอย่างเร่งด่วนในตอนนี้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เครื่องยาหลายชนิดนั้นล้วนมีราคาไม่ใช่น้อยเลย ดังนั้นข้าจึงประมาณการว่าหากต้องการประมูลมา ก็จำเป็นต้องใช้เงินไม่น้อยเลย”
“แล้วอย่างไรหรือ” ถ้าหากเป็นคนทั่วไป คาดว่าจวินหลานก็คงให้คนมอบมณีผลึกส่วนหนึ่งให้เธอไปแล้ว แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกันมาหลายวัน ตนจึงเข้าใจลักษณะนิสัยของเธอขึ้นมาบ้าง ดังนั้นจึงรอคอยวาจาต่อไปของเธออยู่
“ข้าเพิ่งมาถึงที่นี่ได้ไม่นาน จึงมีมณีผลึกติดตัวไม่มากนัก ดังนั้นจึงคิดว่าเจ้าจะช่วยให้ข้านำสิ่งของจำนวนหนึ่งเข้าร่วมประมูลด้วยได้หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างรู้สึกผิดอยู่บ้าง
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหาหรอก” จวินหลานรับปากในทันที “สิ่งของประมูลที่จะแทรกเข้ามาในเวลานี้ได้ ระดับขั้นมิอาจต่ำจนเกินไปนัก แต่ข้าเชื่อว่านี่ย่อมมิใช่เรื่องยากลำบากแต่อย่างใดสำหรับเจ้า เจ้านำข้าวของมาหมดแล้วหรือยังเล่า”
“อืม”
ซือหม่าโยวเย่ว์นำสิ่งของที่ตนเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วเมื่อคืนออกมาจนหมดแล้วให้จวินหลานดูครู่หนึ่ง
จวินหลานมองดูสิ่งของเหล่านั้นแล้วถามถึงเครื่องยาที่ซือหม่าโยวเย่ว์ต้องตา นางมองประเมินอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “สิ่งของเหล่านี้ไม่เลวเลย แต่มิได้โดดเด่นนักในบรรดาสิ่งของประมูลคราวนี้ ถ้าหากเจ้าต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน ข้ามีความเห็นอย่างหนึ่ง”
……………………………………