สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 512 รับเคราะห์อีกแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบขวดหยกใบหนึ่งออกมาวางลงบนอุ้งมือนาง พลางเอ่ยว่า “เอ้า ให้เจ้า”
คงเซียงอี๋มองขวดหยกแล้วเปิดออกอย่างอดรนทนไม่ไหว เมื่อเห็นยาวิเศษสีทองอร่ามจึงอ้าปากกว้าง “โยวเย่ว์ นี่คือยาชำระเอ็นตัดไขกระดูกหรือ เหตุใดจึงมากมายถึงเพียงนี้เล่า”
“เฟิงเอ๋อร์บอกว่าเจ้ายังมีน้องชายอีกคนหนึ่งซึ่งพรสวรรค์ไม่สู้ดีนัก เจ้าจึงกังวลใจกับเขาไม่ใช่น้อย ตอนนี้เขายังอายุน้อยอยู่ ใช้สิ่งนี้แล้วน่าจะมีประโยชน์กับเขาไม่น้อยเลย”
ตอนแรกคงเซียงอี๋คิดจะประมูลยาชำระเอ็นตัดไขกระดูกมาให้น้องชายตนสองเม็ด พรสวรรค์ของนางยังพอใช้ได้ ถึงแม้จะไม่มีของสิ่งนี้ก็ไม่เป็นไร แต่เพราะน้องชายของนางได้รับบาดเจ็บตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ดังนั้นพรสวรรค์จึงมิสู้ดีนัก นางคิดหาวิธีปรับปรุงกายภาพของเขามาโดยตลอด ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือการครอบครองยาชำระเอ็นตัดไขกระดูก แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยหาได้เลย วันนี้ตอนได้ยินข่าวยังดีใจจนแทบทนไม่ไหว กำลังคิดจะต่อสู้อย่างสุดกำลัง แต่คิดไม่ถึงว่าโยวเย่ว์จะเก็บเอาไว้ให้นางถึงสี่เม็ด
“ขอบใจเจ้ามาก โยวเย่ว์” หางตาของนางมีน้ำตารื้นขึ้นมา
“ขอบอกขอบใจอะไรกันเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเจ้าช่วยชีวิตเฟิงเอ๋อร์ ข้ายังไม่ได้ขอบคุณพวกเจ้าเลย”
คงเซียงอี๋มองซีเหมินเฟิงด้วยแววตาเขินอายอยู่บ้าง นางกำขวดหยกเอาไว้แน่นพลางเอ่ยว่า “ตอนนี้เหลือเวลาอีกระยะหนึ่งจึงจะถึงงานประมูล ข้าจะกลับบ้านก่อนสักรอบหนึ่งแล้วกัน”
“ไปเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์รู้มาจากซีเหมินเฟิงว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับน้องชายไม่เลวเลย ตอนนี้ได้รับของสิ่งนี้มา ย่อมต้องอยากกลับไปเร็วหน่อยอยู่แล้ว “กินคนละสองเม็ดก็พอแล้ว กินมากไปก็ไม่มีประโยชน์”
“ข้าเข้าใจแล้ว” คงเซียงอี๋พูดพลางพยักหน้า
ถ้าหากโยวเย่ว์ไม่บอก นางคงจะให้เขากินหมดทั้งสี่เม็ดจริงๆ แล้ว
“เฟิงเอ๋อร์ เจ้ากลับไปพร้อมเซียงอี๋ด้วยสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
ซีเหมินเฟิงมองเธอแล้วมองคงเซียงอี๋ ก่อนจะพยักหน้า
“เช่นนั้นพวกเราไปกันตอนนี้เลยดีกว่า ลองดูว่าจะรีบกลับมาก่อนงานประมูลได้หรือไม่” คงเซียงอี๋พูดพลางดึงมือซีเหมินเฟิงจากไปอย่างรีบเร่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าพวกเขามีวิธีกลับไปด้วยตัวเอง จึงปล่อยให้พวกเขาไป
โม่ซานไม่ได้พูดอะไรมาโดยตลอด รอจนพวกเขาจากไปแล้ว เขาจึงพิงพนักเก้าอี้พลางมองโยวเย่ว์แล้วเอ่ยว่า “คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้าจะหลอมยาชำระเอ็นตัดไขกระดูกได้”
“ช่างชวนให้คนตกตะลึงจริงๆ” ฉินโม่กล่าว
“น้อยนักที่ยาชำระเอ็นตัดไขกระดูกนี้จะปรากฏขึ้น คราวก่อนข้าจำได้ว่ามีคนนำมาประมูลที่เขตรอบนอกเม็ดหนึ่งเช่นกัน ทั้งยังจ่ายในราคาสูงลิบลิ่ว แต่นั่นก็เป็นครั้งแรกในรอบเกือบพันปีเลยทีเดียว” อูหลิงอวี่เดินทางไปทั่วทุกสารทิศอยู่เป็นประจำ จึงนับได้ว่าล่วงรู้ข่าวสารเหล่านี้ดี
ซือหม่าโยวเย่ว์ย่อมรู้เรื่องที่ยาชำระเอ็นตัดไขกระดูกปรากฏขึ้นเมื่อคราวก่อนดีอยู่แล้ว เพราะเป่ยกงถังเคยบอกว่าตระกูลเป่ยกงเคยประมูลให้กับเป่ยกงเอ๋อร์
เมื่อนึกถึงเป่ยกงถัง ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนก็จะถึงงานประมูลแล้ว ไม่รู้ว่าพวกเขามาแล้วหรือยัง
เดิมทียังวางแผนว่าจะรักษาร่างกายซีเหมินเฟิงให้หายดีในช่วงเวลานี้ ตอนนี้ตัวคนไม่อยู่ เธอจึงได้แต่วางแผนทำอย่างอื่นแล้ว
หลังจากนั้นเธอจึงไปที่หอเซวียนหยวน มอบยาชำระเอ็นตัดไขกระดูกให้กับจวินหลาน เมื่อจวินหลานเห็นยาชำระเอ็นตัดไขกระดูกก็ตื่นเต้นไม่น้อย รอจนโยวเย่ว์จากไปแล้ว นางจึงเรียกรวมตัวผู้จัดการมาเข้าร่วมประชุมอย่างรีบเร่ง
เมื่องานประมูลใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หอระลึกจันทร์ที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์เข้าพักนั้นเต็มมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่แขกทุกท่านที่เข้าพักต่างก็รู้ว่า ด้านหลังมีเรือนเล็กแห่งหนึ่งซึ่งแยกตัวเป็นเอกเทศว่างอยู่ตลอด เรือนที่แท้จริงแล้วจุคนได้มากถึงยี่สิบสามสิบคนกลับมีคนพักอยู่เพียงแค่สี่คนเท่านั้น
มีบางคนเห็นเรือนหลังนั้นเงียบสงบ ทิวทัศน์ก็ไม่เลว จึงอยากเข้าไปพัก แต่ผู้ดูแลบอกว่าเรือนหลังนั้นไม่เปิดบริการให้คนนอก มิอาจเข้าพักได้
แม้กระทั่งบรรดาผู้ที่มีสถานะโดดเด่นยังต้องหน้าแตกเพราะถูกปฏิเสธ
วันนี้มีคนมาหาผู้ดูแลอีกแล้ว ร้องขอว่าต้องการจะพักที่เรือนเล็กด้านหลังนั้น อวดเบ่งว่ามาจากแดนศูนย์กลาง อาละวาดว่าจะเอาชีวิต (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky https://novel-lucky.com/)
“คุณชายจงเจิ้ง มีผู้อื่นจองเรือนหลังนั้นไปแล้วขอรับ มิอาจเปิดให้บริการแก่บุคคลภายนอกได้ ต้องขออภัยด้วยจริงๆ นะขอรับ
“จองเอาไว้ก็มิได้หมายความว่ายังไม่มีคนอยู่หรอกหรือ เจ้ายกเรือนหลังนั้นให้พวกเราเสียสิ” จงเจิ้งลวี่ บุรุษตาสามเหลี่ยมผู้หนึ่งพูดขึ้นอย่างโอหัง
“คุณชายจงเจิ้ง ไม่ได้จริงๆ ขอรับ” ผู้ดูแลพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ในใจทนไม่ไหวแล้ว
“ไม่ได้หรือ เจ้ารู้หรือไม่ว่าตระกูลจงเจิ้งเราเป็นขุมอำนาจเช่นไร ยอมมาพักในที่ของพวกเจ้าก็เป็นการไว้หน้าพวกเจ้าแล้ว ยังจะกล้ามาบอกพวกเราว่าไม่ได้อีกหรือ โรงเตี๊ยมที่เขตรอบนอกบังอาจพูดว่าไม่กับพวกเราได้ด้วยหรือ ช่างกล้าราวกับกินหัวใจหมีดีเสือจริงๆ! เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าพวกเราจะถล่มที่นี่เสีย”
“ข้าก็อยากจะเห็นนักว่าพวกเจ้าจะถล่มที่นี่กันอย่างไร” น้ำเสียงอันเย็นเยียบดุจน้ำแข็งของฉินโม่ลอยมาจากด้านหลัง ทำเอาจงเจิ้งลวี่ตกใจจนร่างกายแข็งทื่อ
จงเจิ้งลวี่หันมา เมื่อเห็นผู้ที่เดินออกมาจากประตูเรือนด้านหลังจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะว่า “คุณชายฉิน เจ้า เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน”
“นี่คือโรงเตี๊ยมของข้า ข้าอยู่ที่นี่มันแปลกตรงไหนกัน” ฉินโม่เหลือบตามองจงเจิ้งลวี่ปราดหนึ่ง “แล้วเจ้าล่ะ มาโวยวายว่าจะถล่มร้านข้า หมายความว่าอย่างไรกัน”
จงเจิ้งลวี่ถูกเขาเหลือบตามองเช่นนี้ เหงื่ออันเยียบเย็นจึงหลั่งรินออกมา แล้วเอ่ยว่า “ข้าก็แค่ล้อเล่นมิใช่หรือไร”
เขาพูดจบก็จากไปโดยไม่รอให้ฉินโม่เอ่ยตอบ พอหมุนกายไปแล้วก็สัมผัสได้ว่ามีสายตาอันเยียบเย็นดุจน้ำแข็งส่งมา ยังคิดว่าเป็นฉินโม่ จึงตกใจจนเขารีบวิ่งจ้ำอ้าวไปอย่างรวดเร็ว
ฉินโม่เห็นแววเคียดแค้นในดวงตาของซือหม่าโยวเย่ว์จึงตบบ่าเธอเบาๆ
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บสายตาของตนกลับมา เธอกำมือแน่นพลางเอ่ยเสียงต่ำว่า “ข้าจะฆ่าเขาให้ได้แน่นอน!”
“ดี แต่ตอนนี้ยังไม่ได้” ฉินโม่พูด “คราวนี้ตระกูลจงเจิ้งมีผู้อาวุโสตระกูลมาด้วยคนหนึ่ง พลังยุทธ์ใกล้จะบรรลุระดับจ้าวแล้ว ถ้าหากลงมือตอนนี้พวกเราอาจไม่ได้ประโยชน์”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าเป็นสัญญาณว่าตนเข้าใจ
อันที่จริงตระกูลจงเจิ้งส่งคนมาที่นี่ก่อนแล้ว เพียงแต่คนเหล่านั้นถูกซีเหมินเฟิงสังหารกลางทาง คราวนี้ส่งผู้อาวุโสตระกูลมาใหม่ ทางหนึ่งก็เพื่อเข้าร่วมงานประมูลในครั้งนี้ อีกทางหนึ่งก็เพื่อหาตัวคนที่สังหารพวกเขา
พวกเขาก็มิได้มีความสัมพันธ์อันหวานชื่นกับคนที่ถูกสังหารสักเท่าใดนัก แต่หน้าตาของตระกูลจงเจิ้งนั้นสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าหากคนของตนถูกสังหารแล้วยังทำเป็นไม่สนใจเอาความ เช่นนั้นในภายหน้าใครก็รังแกพวกเขาได้ทั้งสิ้น
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้จักจงเจิ้งลวี่มาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะก่อนหน้านี้มีความสัมพันธ์อันดีกับจงเจิ้งหานเย่ว์ ชื่อของทั้งคู่มีอักษรเย่ว์เหมือนกัน ทั้งยังเป็นผู้มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมในบรรดาคนรุ่นราวคราวเดียวกัน บวกกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองตระกูล ทั้งยังอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน ดังนั้นเธอจึงไปที่บ้านตระกูลจงเจิ้งเป็นประจำ สนทนาหาความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การบำเพ็ญกับจงเจิ้งหานเย่ว์ เธอจึงรู้จักคนของตระกูลจงเจิ้งอยู่ไม่น้อย
“ตอนนี้จงเจิ้งหานเย่ว์เป็นเช่นไรบ้าง”
ฉินโม่มองอูหลิงอวี่ปราดหนึ่งแล้วพูดว่า “นางเข้าสู่ตำหนักผู้วิเศษแห่งแดนร้างทางใต้ หลายปีมานี้ได้รับความโปรดปรานจากเจ้าตำหนักผู้วิเศษอย่างลึกล้ำ สถานะสูงส่งไม่น้อยเลย”
ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะอย่างเย้ยหยัน “การเข้าสู่ตำหนักผู้วิเศษเป็นความฝันของนางมาโดยตลอด ตอนนี้ในที่สุดความฝันก็กลายเป็นจริงเสียที ตำหนักผู้วิเศษนี่ช่างหยั่งรากลึกเสียจริง”
จงเจิ้งหานเย่ว์ผู้สังหารตนเข้าสู่ตำหนักผู้วิเศษ น่าหลานหลานที่อยากสังหารตนก็เข้าสู่ตำหนักผู้วิเศษเช่นเดียวกัน ไม่พูดไม่ได้ว่าคาดว่าชั่วชีวิตนี้เธอคงต้องต่อสู้กับตำหนักผู้วิเศษจนถึงที่สุดเสียแล้ว!
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เธอก็อดถลึงตาใส่อูหลิงอวี่คราหนึ่งมิได้
อูหลิงอวี่มองตอบเธอด้วยสายตาเศร้าสร้อย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนเสียหน่อย! ต้องรับเคราะห์อีกแล้ว…
……………………………………