สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 513 ในที่สุดก็มาเสียที
ซือหม่าโยวเย่ว์มองท่าทางเศร้าสร้อยของอูหลิงอวี่ก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา ตัวเขาเองเป็นเพียงหมากสำรองของตาเฒ่านั่น ก็นับว่าเป็นผู้รับเคราะห์เช่นกัน นอกจากนี้หัวใจของเขายังอยู่ที่หุบเขามารเทพ แต่ไหนแต่ไรก็ไม่เคยช่วยตำหนักผู้วิเศษเลย
แต่คิดๆ ดูแล้ว เพราะมีตำหนักผู้วิเศษอยู่ พวกเขาจึงไม่กล้าแตะต้องตระกูลจงเจิ้งและวังหยินหยางมาโดยตลอด ดังนั้นเธอจึงลอบตำหนิเขาในใจอยู่บ้าง
อูหลิงอวี่ลอบถอนหายใจ ดูเหมือนว่าจะต้องจัดการเรื่องของตำหนักผู้วิเศษให้เร็วหน่อยแล้ว ไม่อย่างนั้นตนก็ต้องเป็นผู้รับเคราะห์ต่อไป ถ้าหากเมื่อใดที่เด็กสาวผู้นี้ตำหนิตนขึ้นมาจริงๆ ก็คงจะได้ไม่คุ้มเสีย
ในขณะนี้เอง คนกลุ่มหนึ่งก็เข้ามาจากด้านนอกแล้วตะโกนใส่ผู้ดูแลว่า “ผู้ดูแล ที่นี่ยังมีห้องเหลืออยู่หรือไม่”
“ต้องขอโทษนายท่านด้วย พวกเราไม่มีห้องว่างเหลือแล้วขอรับ” ผู้ดูแลกล่าว
โม่ซานและฉินโม่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกซือหม่าโยวเย่ว์พอดี ขวางหน้าพวกซือหม่าโยวเย่ว์เอาไว้ เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันคุ้นเคย เธอจึงเดินออกมาจากข้างกายโม่ซานแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าหากพวกเจ้ายังไม่มาอีก ข้าคงต้องไปตามหาพวกเจ้าแล้ว”
“โยวเย่ว์ เจ้าอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!” เจ้าอ้วนชวีเห็นซือหม่าโยวเย่ว์จึงเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “โยวหลินบอกว่าเจ้าต้องพักอยู่ที่นี่แน่นอน จึงให้ข้ามาที่นี่ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะอยู่จริงๆ ด้วย”
“เสียดายเพียงแต่ว่าที่นี่ไม่มีห้องเหลือแล้วน่ะสิ” เว่ยจือฉีกล่าว
“ห้องน่ะย่อมมีอยู่แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “รู้ว่าพวกเจ้าจะมา ข้าจึงได้เตรียมห้องเอาไว้ให้พวกเจ้าแล้ว ไม่อย่างนั้นหากพวกเจ้าไปถามเอาตอนนี้ ในเมืองจะยังมีโรงเตี๊ยมที่เหลือห้องว่างเสียที่ไหนกัน”
“ฮ่าๆ เช่นนั้นก็ต้องขอบใจเจ้าแล้วจริงๆ” เจ้าอ้วนชวีพูดด้วยรอยยิ้ม “เมื่อครู่ตอนพวกเรามาได้ยินคนพูดว่าถามโรงเตี๊ยมมาตั้งมากมายก็ไม่มีที่ไหนว่างเลย”
ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วมาอยู่ข้างกายซือหม่าเลี่ย “ท่านปู่ พวกท่านตามข้ามาด้านหลังสิ”
เธอพูดพลางพาทุกคนเดินไปทางเรือนเอกเทศด้านหลัง เมื่อเห็นเรือนเล็กหลังนั้นทุกคนก็อดรำพึงไม่ได้
“โยวเย่ว์ เจ้าเก็บเรือนเล็กหลังนี้เอาไว้ได้อย่างไรกันน่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองฉินโม่พลางเอ่ยว่า “นี่คือฉินโม่ เป็นสหายสนิทของข้า ที่นี่เป็นกิจการของเขา ข้าถึงได้เก็บสถานที่อันยอดเยี่ยมเช่นนี้เอาไว้ได้ ” พอพูดจบเธอจึงชี้ไปทางโม่ซานแล้วกล่าวว่า “นี่คือโม่ซาน ข้าเรียกเขาว่าเจ้าพยาธิซาน เป็นสหายของข้าเช่นกัน”
ทุกคนประสานมือคารวะคนทั้งสอง
“นี่คือท่านปู่ พี่ใหญ่ และพี่รองของข้า…” ซือหม่าโยวเย่ว์แนะนำพวกซือหม่าเลี่ยต่อ
ฉินโม่และโม่ซานพยักหน้าให้ทุกคนอย่างรักษามารยาท
“โยวเย่ว์ ในเมื่อสหายของเจ้ามาแล้ว เช่นนั้นเจ้าก็อยู่รวมตัวกับพวกเขาไปนะ ข้ากับโม่ซานและหลิงอวี่จะไปดื่มสุรา” ฉินโม่รู้ว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะต้องอยากอยู่รวมกับพวกเขาแน่นอนจึงเสนอขึ้น
“ได้ พวกเจ้าไปกันเถิด”
ทั้งสามคนจากไป เธอไม่รู้เลยว่าอูหลิงอวี่มีความสัมพันธ์อันดีเช่นนี้กับพวกเขาตั้งแต่เมื่อไร ก่อนหน้านี้ยังแอบชิงดีชิงเด่นกันอยู่เลย
แต่เธอไม่เข้าใจโลกของผู้ชาย ย่อมคร้านจะไปถามไถ่ จึงดึงตัวทุกคนไปสนทนากันที่ห้องโถงใหญ่แทน
“โยวเย่ว์ สองคนนั้นดูมีกลิ่นอายไม่ธรรมดาเลย คงจะมิใช่คนธรรมดาแน่นอนกระมัง” เจ้าอ้วนชวีพูดอย่างใคร่รู้
ซือหม่าโยวเย่ว์มองพวกซือหม่าเลี่ยปราดหนึ่ง ตอนนั้นที่ตนคุยเรื่องชาติก่อนกับพวกเป่ยกงถัง มีเจตนาให้คนในเจดีย์วิญญาณได้ฟังด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงทราบเช่นกันว่าแท้ที่จริงแล้วเธอไม่ใช่ซือหม่าโยวเย่ว์ตัวจริง แต่เพียงแค่ยืมร่างกายของนางให้วิญญาณอันโดดเดี่ยวได้ดำรงชีวิตอยู่ต่อไป
แต่ต่อมาซือหม่าโยวหรานบอกเธอว่า ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็เห็นเธอเป็นซือหม่าโยวเย่ว์ เป็นคนในครอบครัวพวกเขาไปแล้ว เธอคือซือหม่าโยวเย่ว์ตัวจริง!
“พวกเขาต่างก็เป็นสหายที่ข้ารู้จักก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นคนของแดนศูนย์กลางทั้งสิ้น” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“น้องห้า ก่อนหน้านี้เจ้า…” ซือหม่าโยวเล่อมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างลังเลที่จะพูด (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky https://novel-lucky.com/)
“น้องสี่!” ซือหม่าโยวหรานถลึงตาใส่ซือหม่าโยวเล่อ
ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะแล้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “ท่านพี่สี่ อยากจะถามเรื่องราวของข้าก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่”
“น้องห้า เจ้าอย่าไปสนใจเขาเลย” ซือหม่าโยวฉีกล่าว
“ไม่เป็นไรหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าพวกเขากลัวจะหยิบยกเรื่องที่เธอเจ็บปวดใจขึ้นมา ถึงอย่างไรตอนนั้นที่ตนเลื่อนระดับไปเป็นระดับเทพก็ทำให้พวกเขาตกใจแทบแย่แล้ว แต่พวกเขาเป็นญาติสนิทและสหายของตน เล่าให้พวกเขาฟังก็ไม่เห็นเป็นไร
จากนั้นซือหม่าโยวเย่ว์จึงเล่าเรื่องราวในชาติก่อนของตนให้ฟัง รวมถึงความสามารถของบรรดาศัตรูของตนด้วย ซึ่งมีบางส่วนในนั้นเกี่ยวโยงกับขุมอำนาจบางแห่งและผลประโยชน์ด้วย
บางทีอาจเป็นเพราะหาตัวซีเหมินเฟิงพบแล้ว หรือบางทีอาจเป็นเพราะตอนนี้รับความจริงในเรื่องนี้ได้แล้ว ตอนที่พูดเรื่องในตอนนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะโกรธแค้นอย่างยากจะปล่อยผ่านไปได้ แต่ก็ไม่ได้แหลกสลายเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
เมื่อฟังเรื่องของเธอจบ ในใจของทุกคนทั้งพรั่นพรึงและเจ็บปวดใจ มิน่าเล่าก่อนหน้านี้เธอถึงได้แหลกสลายปานนั้น น่าชังนักที่ศัตรูเหล่านั้นร้ายกาจเกินไป พลังยุทธ์ของพวกเขาในตอนนี้ย่อมมิอาจช่วยเธอล้างแค้นได้เลย
ในขณะนี้เอง ซีเหมินเฟิงและคงเซียงอี๋ก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นคนที่อยู่ในห้องก็ตกใจจนตะลึงงันไป
“โยวเย่ว์” ซีเหมินเฟิงมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างสงสัย
“เฟิงเอ๋อร์ พวกเขาก็คือครอบครัวในปัจจุบันและเหล่าสหายที่ข้าเล่าให้ฟังอย่างไรล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดด้วยรอยยิ้ม “นี่คือท่านปู่ นี่คือ…”
เธอแนะนำทุกคนในที่นั้นให้ซีเหมินเฟิงและคงเซียงอี๋รู้จัก
“หึๆ พี่ชาย พี่ชายผู้นี้ต้องเรียกท่านว่าพี่สาว แล้วท่านก็ต้องเรียกพวกท่านพี่โยวฉีว่าพี่ชาย แต่พวกท่านพี่โยวฉีอายุน้อยกว่าพี่ชายผู้นี้หลายร้อยปี แล้วหลังจากนี้จะเรียกพี่ชายน้องชายกันเช่นไรเล่า!” เสี่ยวถูพูดพลางลอบยิ้มอยู่ข้างๆ
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ซือหม่าโยวเย่ว์ก็เคอะเขินเช่นกัน ซีเหมินเฟิงต้องเรียกเธอว่าพี่หญิง แต่เธอก็ต้องเรียกพวกซือหม่าโยวฉีว่าพี่ชาย ออกจะเรียกกันได้ลำบากอยู่บ้างจริงๆ!
“แค่กๆ ต่างคนต่างเรียกไปก็แล้วกัน” ซือหม่าเลี่ยพูดพลางแสร้งทำเป็นกระแอมกระไอ
ซีเหมินเฟิงเห็นท่าทางเช่นนั้นของซือหม่าโยวเย่ว์จึงพูดว่า “ข้าจะเรียกท่านปู่ของพี่หญิงว่าท่านปู่ด้วยแล้วกัน เหล่าพี่ชาย…”
“เรียกแค่ชื่อพวกเราก็พอแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวหมิงกล่าว
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นน้องชายของซือหม่าโยวเย่ว์ แต่เขาร้ายกาจกว่ามือสมัครเล่นอย่างพวกตนมากมายนัก จะดูเบามิได้
ซือหม่าโยวเย่ว์ก็พยักหน้าแล้วพูดว่า “เรียกชื่อก็ได้นะ”
“ได้สิ” ซีเหมินเฟิงพยักหน้า
“อีกสามวันงานประมูลก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ยังคิดอยู่ว่าพวกเจ้ายังไม่กลับมากันเสียที ฟังเสียงเจ้าก็ดีขึ้นไม่น้อยแล้ว อีกประเดี๋ยวข้าจะตรวจให้เจ้าอีกรอบแล้วให้กินยาอีกสักหน่อย” ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินเสียงของซีเหมินเฟิงไม่แหบพร่าดังเช่นในตอนแรกอีกแล้ว คล้ายคลึงกับเสียงในอดีตอยู่เล็กน้อย จึงคาดว่าใกล้จะหายดีแล้ว
“ดี” ซีเหมินเฟิงเชื่อฟังพี่สาวของตนมาตั้งแต่ในอดีต ถึงแม้ว่าหลายปีนี้จะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ความรู้สึกที่มีต่อเธอยังคงเหมือนกับก่อนหน้านี้
ซือหม่าโยวเย่ว์เบนสายตามาที่ร่างของคงเซียงอี๋แล้วถามว่า “ตอนนี้น้องชายเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”
“เขากินยาชำระเอ็นตัดไขกระดูกไปแล้ว ตอนนี้ร่างกายได้รับการปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้ว บวกกับสิ่งของที่หุบเขาบนทำให้กับเขา เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอยากพลิกฟ้าพลิกดินเลยทีเดียว เรื่องนี้ต้องขอบคุณเจ้ามากจริงๆ! ท่านพ่อข้าบอกว่าในภายหน้าจะต้องให้เจ้าไปเป็นแขกที่หุบเขาคงหมิงให้ได้” คงเซียงอี๋พูดถึงตรงนี้ รอยยิ้มก็ระบายเต็มหน้า
“ภายหน้าหากมีโอกาสจะต้องไปแน่นอน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดด้วยรอยยิ้ม “พวกเจ้าเร่งเดินทางกลับมา ไปพักผ่อนกันก่อนสิ ประเดี๋ยวข้าจะนำใบรายการของงานประมูลไปให้พวกเจ้าดูสักหน่อยว่ามีสิ่งที่อยากได้บ้างหรือไม่ หากมีจะได้วางแผนกันล่วงหน้า”
……………………………………….