สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 518 พนันหิน (5)
เมื่อครู่พวกเขายังบอกว่าเธอทำได้เพียงแค่นำหินวิญญาณที่เหมือนเมล็ดแตงโมเหล่านี้มารวมกันเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าตอนนี้เธอจะทำเช่นนี้จริงๆ
เคราของปรมาจารย์นักประเมินราคาผู้นั้นสั่นไหว นี่ก็เป็นหินในหินราคาหลายล้านแล้ว ยังจะมองเมล็ดแตงโมไม่กี่เมล็ดนั่นด้วยความละโมบอีกหรือ แต่ลูกค้าร้องขอทั้งที เขาจึงมองอย่างละเอียดรอบหนึ่งแล้วพูดว่า “หินวิญญาณเหล่านี้มีขนาดเล็กเกินไป แต่คุณภาพไม่เลวเลย และพลังวิญญาณที่แฝงอยู่ภายในก็ไม่เลวเลยด้วย หากรวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน น่าจะมีมูลค่าสองพันมณีผลึกขั้นกลาง”
มูลค่าสองพันมณีผลึกขั้นกลาง ห่างจากราคาต้นทุนถึงหนึ่งหมื่นแปดพัน ถ้าหากมิได้กะเทาะหินในหินนี้ออกมา การพนันหินคราวนี้คงนับว่าพ่ายแพ้เสียแล้ว
“รบกวนท่านปรมาจารย์แล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บหินวิญญาณเมล็ดแตงโมเหล่านั้นขึ้นมา หลังจากนั้นจึงพูดกับหูฟางฟางว่า “แม่นางหู ตอนเจ้าจ่ายเงิน อย่าลืมค่าเมล็ดแตงโมอีกสองพันนั่นด้วยล่ะ ไม่ใช่สิ เจ้าต้องจ่ายเพิ่มอีกสี่พันต่างหาก”
หูฟางฟางสีหน้าดำทะมึนแล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างเดือดดาล
หูหลิงเห็นท่าทางเช่นนี้ของน้องสาวตนแล้วถอนหายใจ ก่อนจะหยิบบัตรแก้วผลึกออกมาสองใบ หลังอึกอักอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงยืนใบหนึ่งในนั้นให้แก่ซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยว่า “ในนี้มีอยู่เจ็ดแสนสี่พัน เก็บไว้ให้ดีล่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บบัตรแก้วผลึกลงไปอย่างไม่เกรงใจ นี่เป็นสิ่งที่ตนทำกำไรมาได้ พร้อมกันนี้ยังได้ประเมินสองพี่น้องคู่นี้ด้วย พวกเขาหยิบเจ็ดแสนมณีผลึกขั้นกลางออกมาจ่ายได้โดยตาไม่กะพริบ เห็นได้เลยว่าพวกเขามิใช่คนสามัญทั่วไป จะต้องมีภูมิหลังอันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน อิทธิพลยิ่งใหญ่หรือไม่นั้นมิอาจทราบได้ แต่ความร่ำรวยนี้ต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่แท้
“น้องหญิงสาม พวกเรากลับกันเถิด หากอีกสักครู่พี่ใหญ่กลับมาแล้วไม่เห็นเจ้า กลัวว่าเขาจะโมโหเอาน่ะสิ” หูหลิงพูด
เดิมทีหูฟางฟางยังอยากจะเที่ยวเล่นอีกสักพัก แต่เมื่อได้ยินชื่อพี่ใหญ่ก็อดหดคอมิได้ ถ้าหากเขารู้เข้าว่านางแพ้พนันผู้อื่นถึงเจ็ดแสน กลัวว่าจะต้องสั่งสอนตนอย่างหนักหน่วงยกหนึ่งเป็นแน่ และมีเพียงพี่รองเท่านั้นที่จะปกป้องตนได้
“เช่นนั้นพวกเราไปกันเถิด” นางเกาะแขนพี่ชายของตนแล้วเดินออกไปพร้อมเขา
เมื่อเห็นพวกเขาจากไปแล้ว ผู้คนที่มาชมดูความครึกครื้นจึงสลายตัวไป พวกเจ้าอ้วนชวีล้อมเข้ามาหมายจะดูหินในหินก้อนนั้น
“คุณชายท่านนี้ พวกเราอยากขอซื้อหินในหินก้อนนั้นของท่านด้วยราคาสามแสนแปดหมื่น” ชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาแล้วพูดขึ้นตรงๆ
“คุณชาย เจ้าอย่าไปฟังเขาเลย พวกเรายอมจ่ายสามแสนเก้า”
“คุณชาย พวกเราจะจ่ายสี่แสนหนึ่งหมื่น”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองพ่อค้าหลายคนที่มุงรอบตนอยู่ ฟังพวกเขากระซิบกระซาบบอกว่าจะซื้อของของตนจนเวียนหัวอยู่บ้าง
“สี่แสนห้า ใครเต็มใจจะซื้อก็ให้เขาไป” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นพวกเขาตะโกนบอกจนถึงราคาสี่แสนสองสี่แสนสามแล้วไม่เพิ่มราคาอีกจึงโพล่งขึ้นมา
ทุกคนเงียบงันไปครู่หนึ่ง รู้สึกว่าราคาสี่แสนห้าหมื่นนี้ออกจะแพงไปอยู่บ้าง แพงกว่ามูลค่าของมันไปถึงหนึ่งแสนเลยทีเดียว! แต่หินในหินนี้ค่อนข้างหายาก จึงมีคนยอมกัดฟันซื้อไปในท้ายที่สุด
มือหนึ่งจ่ายเงิน มือหนึ่งส่งของ ซือหม่าโยวเย่ว์ขายหินในหินทิ้ง แล้วเก็บเงินเข้ากระเป๋าไปอีกสี่แสนห้าหมื่น บวกกับอีกเจ็ดแสนที่ชนะพนันเมื่อครู่ รวมรายรับทั้งสิ้นหนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่น
และเธอจ่ายเงินซื้อสิ่งนี้ไปในราคาเพียงแค่หนึ่งหมื่นแปดพันเท่านั้น กำไรส่วนต่างนี้ไม่ต้องคิดก็รู้แล้ว
พวกเจ้าอ้วนชวีเห็นซือหม่าโยวเย่ว์กะเทาะหินที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ก็อยากไปลองดูเช่นกัน จึงไปเลือกหินมาคนละสองก้อน ลงทุนไปหนึ่งล้าน พวกเขาย่อมไม่รู้อยู่แล้วว่าต้องเลือกหินต้นกำเนิดอย่างไร ได้แต่อาศัยความรู้สึกในการเลือก มีคนเลือกถูก มีคนกะเทาะได้หินเปล่า แต่สุดท้ายแล้วเมื่อขายออกไปก็นับว่าถอนทุนคืนกลับมาได้ ทั้งยังได้กำไรมาแสนกว่ามณีผลึกขั้นกลาง นับว่าโชคค่อนข้างดีเลยทีเดียว
“โยวเย่ว์ เหตุใดเจ้าจึงเลือกหินแตงโมก้อนนั้นเข้าได้เล่า” ฉินโม่ถามอย่างใคร่รู้
“อันที่จริงข้าก็ใช้ความรู้สึกนั่นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถึงแม้ข้าจะดูรูปลักษณ์ของมันแล้วรู้ว่าภายในคือเมล็ดแตงโม แต่เปลือกหินอีกด้านมีความแวววาวอยู่รางๆ ดังนั้นข้าถึงได้กล้าคาดเดาว่าภายในอาจจะมีอะไรบางอย่างอยู่”
สิ่งที่เธอไม่ได้บอกก็คือถ้าหากมิใช่เพราะสัญชาตญาณการรับรู้ของเธอแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป ย่อมมิอาจแยกแยะความแตกต่างเพียงเล็กน้อยนั้นได้
“ไม่เลวเลยนะ พนันหินเป็นครั้งแรกก็ได้ผลตอบแทนอันยอดเยี่ยมเช่นนี้แล้ว แข็งแกร่งกว่าข้าในตอนนั้นมากมายนัก” โม่ซานกล่าว (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
“ได้กำไรมาหนึ่งล้านก็ยังไม่พออยู่ดี! พวกเราเลือกกันต่อไปเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
หลังจากนั้นเธอจึงเลือกเองอีกหลายก้อน โม่ซานช่วยเธอเลือกสองก้อน หลายก้อนเมื่อกะเทาะออกมาแล้วมีหินวิญญาณขั้นสูงอยู่ ทำให้ซือหม่าโยวเย่ว์สร้างกำไรได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ได้มณีผลึกขั้นกลางมาไว้ในมือหลายสิบล้าน
เมื่อเห็นท่าทางยิ้มแย้มอย่างเบิกบานใจของซือหม่าโยวเย่ว์ คนของตำหนักหินต่างพากันเจ็บปวดใจ
นี่มิใช่การมาถล่มร้านพวกเขาจริงหรือ
ตอนที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์กำลังกะเทาะหิน หญิงสาวผู้คิดเงินนางนั้นก็ส่งสายตามาทางมุมหนึ่งของลาน หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงพูดว่ากะเทาะหินชั้นดีได้อีกแล้ว หัวใจจึงกระตุกอีกครา
หินวิญญาณที่ซือหม่าโยวเย่ว์กะเทาะออกมานั้นขายในราคาห้าแสนมณีผลึกขั้นกลาง เมื่อเห็นเธอควักเงินออกมาห้าแสนโดยไม่กะพริบตา นึกถึงว่าก่อนหน้านี้ทำกำไรไปนับสิบล้าน นางก็อดที่จะรำพึงมิได้ ที่แท้บนโลกนี้ยังมีคนมั่งมีอยู่มากมาย ตนอยู่ในระดับยากจนข้นแค้นเลยทีเดียว!
แต่ในระหว่างการเลือกหินแต่ละครั้ง ทฤษฎีและการฝึกฝนของเธอผสานรวมกันอย่างรวดเร็ว อัตราการเลือกหินได้ถูกต้องนั้นสูงยิ่ง แม้แต่โม่ซานยังอดมองด้วยความประทับใจไม่ได้
ในขณะที่ซือหม่าโยวเย่ว์เลือกหินต้นกำเนิดก้อนหนึ่งมาเตรียมจะจ่ายเงินอีกครั้ง ชายหนุ่มสวมอาภรณ์ยาวสีฟ้าน้ำทะเลรูปโฉมหล่อเหลาผู้หนึ่งก็เดินออกมาจากด้านหลัง
“คุณชาย” พนักงานของตำหนักหินต่างพากันทำความเคารพชายหนุ่มผู้นั้น
ชายหนุ่มผู้นั้นโบกมือ คนเหล่านั้นต่างลุกขึ้น
“คุณชาย พวกเขานี่แหละขอรับ” คนข้างกายชายหนุ่มผู้นั้นชี้ไปที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์
“ข้าก็ว่าอยู่ว่าใครกันที่จะมีความสามารถถึงเพียงนั้น ทำเอาคนของข้าตกใจได้ถึงขนาดนี้ ที่แท้ก็เป็นท่านโม่ซานให้เกียรติมาเยือนนี่เอง” ชายหนุ่มผู้นั้นพูดพลางประสานมือคารวะโม่ซาน
อูหลิงอวี่และฉินโม่หันหลังให้ฝูงชนแล้วพูดอะไรบางอย่างกัน เมื่อได้ยินคนพูดชื่อโม่ซาน ทั้งสองคนจึงหันมา เมื่อเห็นผู้มาเยือนแล้วต่างพากันเลิกคิ้ว
“ยังมีท่านผู้วิเศษกับคุณชายฉินด้วย เหลียงโหม่วต้องขออภัยด้วย” ชายหนุ่มชุดฟ้าเห็นว่าเป็นอูหลิงอวี่และฉินโม่ ในใจก็ตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เหตุใดวันนี้จึงมีบุคคลผู้ยิ่งใหญ่มาที่นี่กันมากมายถึงเพียงนี้เล่า
ส่วนคนอื่นๆ ต่างพากันตะลึงลานไป พวกเขาไม่คุ้นเคยกับพวกฉินโม่มากนัก แต่ชื่อเสียงของโม่ซานผู้นี้และตัวตนของอูหลิงอวี่นั้นเป็นที่รู้จักกันทั่ว นั่นต่างมิใช่คนธรรมดาทั้งสิ้น!
“เหลียงอวี่ เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน” โม่ซานก็ไม่ได้สนใจที่คนจำตนได้ เพียงแค่ประหลาดใจที่มาพบเขาที่นี่ได้
ตำหนักหินก็เป็นกิจการที่ขุมอำนาจของแดนศูนย์กลางมาเปิดขึ้นที่เขตรอบนอก เหลียงอวี่นั้นนับได้ว่าเป็นผู้รับผิดชอบของตำหนักหิน พวกเขาเคยพบกันที่แดนศูนย์กลางมาก่อน จึงนับได้ว่ารู้จักกัน
“ก็มิใช่ว่าจะจัดงานประมูลหรือไร ดังนั้นตระกูลจึงให้ข้ามาดูที่นี่สักหน่อยน่ะ” เหลียงอวี่กล่าว “โม่ซานจะเลือกหินทั้งที เหตุใดจึงไม่เข้าไปเลือกข้างในเล่า ก้อนหินที่นี่จะไปเข้าตาเจ้าได้อย่างไรกัน”
“คราวนี้ข้ามิได้เป็นผู้เลือกหิน ข้ามาเป็นเพื่อนสหายต่างหาก” โม่ซานพูดพลางมองซือหม่าโยวเย่ว์
เหลียงอวี่มองซือหม่าโยวเย่ว์ ชายหนุ่มที่เยาว์วัยอย่างยิ่งมาเข้าตาโม่ซานได้อย่างไรกัน
“โยวเย่ว์ เจ้าดูเจ้าสิ ไปรบกวนเจ้าตำหนักน้อยแห่งตำหนักหินเขาเข้าเสียแล้ว” ฉินโม่ล้อเล่นพลางหัวเราะ
“โยวเย่ว์หรือ” เหลียงอวี่สูดลมหายใจ หรือจะเป็นโยวเย่ว์ที่ถูกผลาญล้างตระกูลซีเหมินผู้นั้นกันเล่า
……………………………………