สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 517 พนันหิน (4)
ตอนที่ 517 พนันหิน (4)
“น้องหญิงสาม อย่าก่อเรื่องวุ่นวายสิ!” ชายหนุ่มที่อยู่กับนางตวาด
“พี่รอง ท่านอย่ามาขัดข้า!” หญิงสาวผู้นั้นมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “ถ้าหากเจ้ากะเทาะหินวิญญาณหายากมูลค่าสูงกว่าสองหมื่นมณีผลึกขั้นกลางขึ้นไปออกมาได้ ข้าหูฟางฟางจะให้ราคาเจ้าสองเท่าเลย! แต่ถ้าเจ้ากะเทาะออกมาไม่ได้… กะเทาะออกมาไม่ได้… กะเทาะออกมาไม่ได้ เจ้าก็จ่ายข้ามาหนึ่งแสนมณีผลึกขั้นกลางแล้วกัน!”
“ได้สิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า นับได้ว่าทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงกันเรียบร้อย
“น้องหญิงสาม เจ้าทำเช่นนี้กับผู้อื่นได้อย่างไรกัน…” หูหลิงอยากจะห้ามปรามแต่เมื่อน้องสาวผู้นี้ของตนดื้อดึงขึ้นมาก็ไม่ฟังแม้แต่คำพูดของเขา แต่เขาก็มิอาจปล่อยให้นางระรานไปทั่วได้
“พี่รอง ผู้อื่นก็มิได้ปฏิเสธเสียหน่อย ท่านจะร้อนใจอะไรกันเล่า!” หูฟางฟางพูดยิ้มๆ “ในเมื่อคุยกันเรียบร้อยแล้วก็เริ่มเสียทีสิ!”
ในตอนพนันหินอาจเกิดการท้าพนันกันขึ้นมาได้ เรื่องราวเช่นนี้พบเห็นได้บ่อยครั้ง ดังนั้นทุกคนจึงมิได้รู้สึกประหลาดใจอะไรนัก เพียงแค่มุงดูด้วยความสนใจ อยากเห็นว่าในท้ายที่สุดแล้วใครจะเป็นผู้ชนะ
“คุณชาย ท่านอยากกะเทาะเช่นไรหรือ” ปรมาจารย์กะเทาะหินผู้นั้นถาม
“ลงมีดตรงกลางไปเลย!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“นี่…คุณชายแน่ใจหรือ” ปรมาจารย์กะเทาะหินถาม
การกะเทาะหินโดยทั่วไปมักจะเจาะจากฝั่งหนึ่งไปทีละเล็กละน้อย เพราะหินวิญญาณส่วนใหญ่มักจะอยู่ตรงกลางเยื้องมาทางด้านข้างเล็กน้อย ถ้าหากเจาะเปิดออกจากตรงกลางก็อาจเจาะถูกหินวิญญาณจนเสียหายได้อย่างง่ายดาย เมื่อหินวิญญาณถูกเจาะเสียหาย พลังวิญญาณที่กักเอาไว้ภายในก็จะรั่วไหลออกมาจากรอยเจาะ จำเป็นต้องใช้งานโดยเร็วที่สุด มิอาจเก็บเอาไว้นานได้ มูลค่าของหินวิญญาณก็จะลดต่ำลงไปเป็นอย่างมาก
น้อยนักที่จะได้เห็นคนที่ต้องการผ่าลงตรงกลางเหมือนเธอ
“เขาบอกว่าจะเริ่มเปิดจากตรงกลางก็เปิดจากตรงกลางไปสิ” หูฟางฟางพูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง “ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นหินแตงโมอยู่ดี ถึงจะเจาะจากตรงกลางก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”
ปรมาจารย์กะเทาะหินผู้นั้นก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล จึงทำตามที่ซือหม่าโยวเย่ว์บอก ลงมีดแบ่งก้อนหินออกเป็นสองส่วนจากตรงกลาง
ก้อนหินสองฝั่งแยกตัวออกจากกันแล้วร่วงลงบนพื้น เผยให้เห็นก้อนหินอันว่างเปล่าขาวโพลน
“เป็นหินเปล่าจริงด้วย” ผู้คนที่มุงดูอยู่เห็นหินเปล่านั้นแล้วมิได้ตกใจเลยแม้แต่น้อย
หูฟางฟางเห็นหินเปล่าแล้วยิ้มด้วยความลำพองใจอย่างยิ่ง มองจนพวกเจ้าอ้วนชวีโมโห
“จะร้อนใจไปทำไมกัน เจ้าไม่เห็นหรือว่าสองคนนั้นนิ่งเฉยกันเป็นอย่างยิ่ง” อูหลิงอวี่เห็นพวกเขาเดือดดาลเช่นนั้นจึงพูดอย่างเรียบเรื่อย
ถ้าหากจะบอกว่าซือหม่าโยวเย่ว์พนันหินเป็นครั้งแรก ยังไม่มีประสบการณ์ ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้โม่ซานยังไม่พูดอะไรเลย แสดงให้เห็นชัดว่าจะต้องไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
“ลงมีดครั้งต่อไปเช่นไรดี” ปรมาจารย์กะเทาะหินหยิบก้อนหินขึ้นมาครึ่งหนึ่งพลางเอ่ยถาม
“ให้ข้าดูหน่อย” ซือหม่าโยวเย่ว์รับหินก้อนนั้นมาดู หลังจากนั้นจึงวาดด้านบนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ตามนี้แล้วกัน”
“ได้เลย”
ปรมาจารย์กะเทาะหินผู้นั้นหยิบกลับไป ก่อนจะลงมีดอีกครั้งตามตำแหน่งที่ซือหม่าโยวเย่ว์บอก ก้อนหินแยกออกเป็นสองครึ่ง แต่ก็ยังคงเป็นหินเปล่า
“เจียระไนชิ้นนี้ที” ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบขึ้นมาชิ้นหนึ่งพลางพูดขึ้น
การกะเทาะหินนั้นมีทั้งวิธีการเจาะ และการเจียระไน โดยทั่วไปแล้วจะใช้วิธีการเจาะในตอนแรกก่อน รอจนต่อมารู้สึกว่าจะเกิดเป็นหินวิญญาณออกมาได้แล้วถึงค่อยเลือกวิธีการเจียระไน ค่อยๆ กะเทาะเปลือกหินอย่างช้าๆ
ไม่นานนักหินวิญญาณขนาดประมาณเมล็ดถั่วลิสงหลายเมล็ดก็ถูกเจียระไนออกมา
“เป็นเมล็ดแตงโมจริงด้วย” คนที่มุงดูอยู่พูดขึ้น
“นี่ใช่เมล็ดแตงโมเสียที่ไหนกัน มันดีกว่าเมล็ดแตงโมนะ เป็นถั่วลิสงต่างหากเล่า!” หูฟางฟางพูดยิ้มๆ
“น้องหญิงสาม!” หูหลิงขมวดคิ้ว แสดงท่าทางโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว
หูฟางฟางแลบลิ้น ไม่เอ่ยวาจา แต่สายตาที่มองซือหม่าโยวเย่ว์ยังคงเต็มไปด้วยแววท้าทาย! (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ซือหม่าโยวเย่ว์เก็บเมล็ดถั่วลิสงสีมรกตหลายเมล็ดนั้นขึ้นมา หลังจากนั้นจึงหยิบครึ่งเล็กให้กับปรมาจารย์กะเทาะหินแล้วพูดว่า “เจียระไนชิ้นนี้ด้วยสิ”
“ฮ่าๆๆ หมดนี่จะรวมกันได้ถึงสองหมื่นหรือไม่” มีคนพูดพร้อมเสียงหัวเราะ
ซือหม่าโยวเย่ว์คร้านจะไปสนใจพวกเขา หลังจากที่เธอมอบหินครึ่งเล็กนั้นให้ปรมาจารย์กะเทาะหินแล้วตนจึงหยิบก้อนหินอีกครึ่งหนึ่งขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด
“ข้ากะเทาะให้เจ้าแล้วกัน” โม่ซานเดินเข้ามาพูด
“ดีเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าโม่ซานไม่ใช่คนที่จะเปิดปากพูดง่ายๆ ในเมื่อเขาเอ่ยปากทั้งที เช่นนั้นหากมิใช่เพราะหินก้อนนี้เปิดค่อนข้างยาก เช่นนั้นก็เป็นเพราะสิ่งที่อยู่ภายในนี้ดึงดูดความสนใจของเขา
โม่ซานหยิบหินก้อนนั้นวางลงบนโต๊ะเตี้ย หลังจากนั้นจึงหยิบมีดเล่มเล็กออกมาแล้วใช้มือลูบ จากนั้นก็ใช้มีดเล็กพลิกไปตามรอยเบาๆ เปลือกหินชิ้นหนึ่งก็ถูกลอกออกมา
ทุกคนมองดู ฝีมือเยี่ยมนัก เปลือกหินที่ลอกออกมานี้เรียบสนิทราวกับรอยตัด ไม่เหมือนกับการใช้มีดเล็กเลาะออกมาเลยแม้แต่น้อย
ความสนใจของทุกคนจึงเปลี่ยนมาอยู่ที่เขาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว แม้กระทั่งปรมาจารย์กะเทาะหินก็ยังหยุดการกระทำในมือมาดูโม่ซานกะเทาะหิน
โม่ซานเลาะเปลือกด้านนอกสุดออกมา ไม่นานนักก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่ก็กลายเป็นก้อนหินขนาดเท่าไข่ไก่
โม่ซานมองซือหม่าโยวเย่ว์ปราดหนึ่ง ซือหม่าโยวเย่ว์เข้าใจความหมายของเขาจึงพูดอย่างตื่นเต้นว่า “จะออกมาแล้วใช่หรือไม่”
โม่ซานพยักหน้าก่อนจะหยิบหนังที่ใช้ในการเจียระไนออกมาเริ่มต้นเจียระไนเปลือกหินที่เหลือเบาๆ ออกแรงอย่างสม่ำเสมอทุกจุด ด้วยการเจียระไนของเขา หินวิญญาณขนาดเท่าไข่ไก่จึงปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน
โม่ซานหยิบผ้าเปียกอีกผืนหนึ่งออกมาเช็ดฝุ่นหินด้านบนออกเบาๆ ให้ทุกคนได้เห็นหินวิญญาณก้อนนี้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
“พวกเจ้าดูสิ ด้านในมีแก่นสีเหลืองทองอยู่จริงด้วย!” มีคนร้องอุทานขึ้น
“นี่มันหินในหินนี่!”
“เป็นหินในหินจริงๆ ด้วย! สิ่งที่อยู่ด้านในเป็นสีเหลืองทอง นอกจากนี้ยังมีขนาดเท่าไข่ไก่อีกต่างหาก ระดับขั้นไม่ใช่น้อยเลยนะ!”
“หินในหินขนาดเท่าลิ้นจี่มีราคาแสนกว่า ชิ้นนี้มีขนาดเท่าไข่ไก่ นอกจากนี้ยังมีแก่นสีทองด้วย อย่างน้อยก็ต้องมีราคาสามสี่แสนเลยทีเดียว!”
“เฮือก…”
ผู้คนในที่นั้นอดสูดลมหายใจเยียบเย็นไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าของชิ้นนี้จะมีค่าถึงเพียงนี้ได้!
“โยวเย่ว์ เลือกได้ดีทีเดียวนะ!” โม่ซานวางหินวิญญาณลงบนฝ่ามือของซือหม่าโยวเย่ว์ เบิกบานใจอย่างยิ่งที่ตนกะเทาะหินวิญญาณเช่นนี้ออกมาได้
ซือหม่าโยวเย่ว์รับหินวิญญาณมาด้วยความเบิกบาน แล้วยังโบกไปทางหูฟางฟางคราหนึ่งด้วย “ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ข้าชนะพนันในคราวนี้เสียแล้ว อีกประเดี๋ยวข้าจะให้คนช่วยข้าประเมินราคา ขอบคุณแม่นางหูที่ยอมเดิมพันอย่างใจกว้าง ปรมาจารย์ ท่านช่วยข้าเจียระไนส่วนที่เหลือนั่นด้วยเถิด ไม่แน่ว่าอาจยังมีเมล็ดแตงโมอยู่อีกหลายเม็ด ไม่ใช่สิ ถั่วลิสงต่างหากเล่า!”
หูฟางฟางโกรธจนสีหน้าเขียวคล้ำ นี่ซือหม่าโยวเย่ว์กำลังตบหน้าตนดังเพียะๆๆ แต่ผู้คนมองดูอยู่เต็มไปหมด นางจึงมิอาจทำเรื่องน่าละอายออกมาได้
ไม่นานนักก้อนหินที่เหลือก็ถูกเจียระไนออกมาจนหมด มีเมล็ดแตงโมรวมทั้งสิ้นห้าเมล็ด รวมกันขึ้นมาแล้วมีมูลค่าราวๆ หนึ่งล้านมณีผลึกขั้นกลาง
ตำหนักหินมีนักประเมินราคาโดยเฉพาะอยู่ ซึ่งจะคาดคะเนมูลค่าของหินวิญญาณที่กะเทาะออกมาได้อย่างแม่นยำ ชายชราบุคลิกราวเทพเซียนผู้หนึ่งเดินออกมาจากเรือนด้านหลังเพื่อมาประเมินราคาให้กับซือหม่าโยวเย่ว์โดยเฉพาะ
“หินในหินที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้ช่างหาได้ยากอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังอยู่ในสภาพยอดเยี่ยม ข้าสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ขุมหนึ่งจากภายในแก่นสีทองนั้น ดูจากประสบการณ์ของข้า หินในหินนี้ต้องมีราคาอย่างน้อยสามแสนห้าหมื่นมณีผลึกขั้นกลาง”
สามแสนห้า สองเท่าก็คือเจ็ดแสน หูฟางฟางนึกถึงว่าตนเสียเงินไปเจ็ดแสนในชั่วพริบตาก็เจ็บปวดใจเสียแล้ว
“รอเดี๋ยว ยังมีพวกนี้ด้วย รบกวนประเมินราคาไปพร้อมกันด้วยเลย ดีร้ายอย่างไรก็รีดเงินได้บ้างเล็กน้อย” ซือหม่าโยวเย่ว์แบมือ บนนั้นยังมีหินวิญญาณขนาดราวเมล็ดแตงโมอยู่สิบกว่าเมล็ด
ทุกคนเห็นซือหม่าโยวเย่ว์นำเมล็ดแตงโมมาประเมินราคาด้วยจริงๆ ก็อดหัวเราะขึ้นมามิได้
………………………………..