สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 493 โอกาสที่ร่วงหล่น
“สมบัติในคลังสมบัติของอารยธรรมมนุษย์ ผมสามารถเอาไปได้ทั้งหมด?”
หลินหยวนอดไม่ได้ที่จะกลั้นหายใจ
คำว่า ‘เอาไป’ ของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนนั้น คาดว่าน่าจะไม่จำเป็น
ต้องใช้คะแนนความดีความชอบใดๆ
แต่สามารถที่จะเอาไปได้เมื่อมีความจำเป็น
ต้องรู้ว่าอารยธรรมมนุษย์นั้นเป็นเผ่าพันธุ์ในระดับสูงสุด
คลังสมบัติของอารยธรรมมนุษย์นั้น ได้รวบรวมสมบัติล้ำค่าระดับ 12 ดาว
เอาไว้มากมาย
“ใช่ ตราบใดที่เจ้าคิดว่ามีความจำเป็น ก็สามารถเอาไปได้เลย”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนพยักหน้า
“ขอบคุณท่านผู้แข็งแกร่งสูงสุด”
หลินหยวนกล่าว
ถึงแม้ว่าสมบัติส่วนใหญ่ในคลังสมบัติของอารยธรรมมนุษย์นั้นจะไม่ได้มี
ประโยชน์อะไรต่อหลินหยวนมากนัก
ทรัพยากรที่ใช้ในการฝึกฝน ‘ร่างจักรวาล’ ไปจนถึงระดับ 12 ขั้นสมบูรณ์
แบบนั้น?
ต่อให้ใช้ทรัพยากรทั้งหมดของทั้งจักรวาลมารวมกัน ก็ยังไม่เพียงพอ
สมบัติล้ำค่าทั้งหมดของอารยธรรมมนุษย์นั้น เป็นเพียงแค่หยดน้ำในมหาสมุทร
เท่านั้น
นั้
แต่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนนั้นไม่รู้
ในเมื่อผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนกล่าวเช่นนี้ คงต้องเตรียมใจกับการที่
สมบัติล้ำค่าในคลังสมบัติของอารยธรรมมนุษย์จะต้องลดลงไปอย่างมากแล้ว
“ตราบใดที่เจ้าสามารถก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ได้อย่างราบรื่นแล้วอารยธรรม
มนุษย์ของข้าจะเสียอะไรไปก็ถือว่าคุ้มค่า”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนกล่าว
“ผมเตรียมกำลังเตรียมพร้อมเข้าสู่จุดสูงสุดหลังจากนี้ครับ คงอีกสักระยะ
หนึ่ง”
หลินหยวนพยักหน้า เขารับรู้ได้ถึงความคาดหวังที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียน
หยวนมีต่อเขา
“ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่จุดสูงสุด อย่าลืมที่จะใช้สมบัติเสริมเหล่านั้นในคลัง
สมบัติด้วย”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนเตือน
ในคลังสมบัติของอารยธรรมมนุษย์นั้น ก็มีสมบัติล้ำค่าบางอย่างที่ช่วยใน
การก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดได้ เช่นต้นกำเนิดจักรวาลที่หลินหยวนเคยได้รับมา ซึ่ง
สามารถเพิ่มรากฐานแห่งกาลเวลาให้กับโลกภายในร่างกายได้
นอกจากนี้ก็ยังมีสมบัติล้ำค่าที่คล้ายกับต้นกำเนิดจักรวาลอีกเหล่าทวยเทพ
โบราณในระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบในส่วนลึกของความว่างเปล่านั้นต่างก็
ปรารถนาที่จะได้สมบัติล้ำค่าเช่นนี้
ในตอนนั้นเทพโบราณถัวป๋ายอมเลือกขัดใจกับหลินหยวนที่เป็นอัจฉริยะที่
ไร้ผู้ใดเทียบของอารยธรรมมนุษย์ เพื่อที่จะพยายามได้สมบัติล้ำค่าที่คล้ายกันนี้
ไป
“ครับ”
หลินหยวนพยักหน้า
ที่
ลื่
ขั้
ธิ์
หลังจากที่ได้เลื่อนขั้นเป็นพลเมืองระดับ 11 แล้ว สิทธิ์ส่วนตัวของหลิน
หยวนก็อยู่ในระดับสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์ สามารถดูข้อมูลของสมบัติใดๆ
ก็ได้
“ในช่วงที่เตรียมก้าวเข้าสู่ขอบเขตสูงสุด อย่าลืมบอกพวกเราด้วย เมื่อถึง
ตอนนั้นพวกเราจะคอยป้องกันผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวเหล่า
นั้น”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนกล่าว
เมื่อระดับ 11 ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 และทำการก้าวกระโดดออกจากห้วง
เวลาแล้ว สาระสำคัญของชีวิตและทุกสิ่งทุกอย่างของตนเองก็จะไม่สามารถถูก
ขัดขวางและแทรกแซงได้ และผู้แข็งแกร่งสูงสุดก็ไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวได้
แต่ก่อนหน้านั้น ตอนที่กำลังได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังต้นกำเนิดของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอยู่นั้น หากผู้แข็งแกร่งระดับ 12 พบเห็นได้
ทันเวลา ก็ยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะมีผลกระทบได้
แน่นอนว่าเป็นแค่ความเป็นไปได้เท่านั้น
แต่หลินหยวนนั้นมีความสำคัญต่ออารยธรรมมนุษย์เป็นอย่างมาก ผู้
แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนจึงอยากที่จะกำจัดทุกความเป็นไปได้ทั้งหมด
“เข้าใจแล้วครับ”
หลินหยวนพยักหน้า
ในตอนที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 10 และ 11 ก็มีผู้แข็งแกร่งสูงสุดคอยคุ้มกันอยู่
เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ก็ไม่มีข้อยกเว้น
“งั้นเจ้าก็ตั้งใจฝึกฝน หากมีความต้องการอะไร ให้บอกกับข้าหรือเซี่ยฉินได้
เลย”
หลังจากที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนพูดจบ ก็ตัดการสนทนาทางวิดีโอ
ไป
“ก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุด?”
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ และเริ่มที่จะดูสมบัติมากมายในคลังสมบัติของ
อารยธรรมมนุษย์
สมบัติล้ำค่าธรรมดาๆ แม้ว่าจะเป็นระดับ 12 ดาว ก็ไม่มีผลอะไรต่อหลิน
หยวน
สิ่งที่หลินหยวนให้ความสนใจเป็นหลักก็คือ สมบัติล้ำค่าที่ช่วยในการก้าว
เข้าสู่ระดับสูงสุด ที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนได้กล่าวถึง
“สมบัติล้ำค่าเหล่านี้”
หลังจากที่หลินหยวนมองไปโดยรวมแล้ว เขาก็ส่ายหน้าเล็กน้อย
สมบัติล้ำค่าที่อารยธรรมมนุษย์ได้รวบรวมไว้เพื่อช่วยในการก้าวเข้าสู่
ระดับสูงสุดนั้น สำหรับผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบธรรมดาทั่วไปแล้ว
ถือว่าเป็นการมอบความช่วยเหลือในยามยาก
แต่สำหรับหลินหยวนแล้ว แทบจะไม่มีผลอะไรเลย
สมบัติล้ำค่าที่ช่วยในการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดนั้น ก็มีระดับแตกต่างกันไป
หัวใจแห่งกาลอวกาศที่เจ้าหอหยกปีศาจได้ทิ้งไว้นั้น
ถือเป็นสมบัติในระดับสูงสุด ส่วนสมบัติอื่นๆ อย่างต้นกำเนิดจักรวาลถือว่า
อยู่ในสมบัติระดับกลางๆ
และโอกาสที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ทั่วไปสามารถก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดได้
สำเร็จนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 10,000 ถึง 1 ใน 1,000,000
ในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้เป็นสมบัติที่ช่วยในการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดใน
ระดับต่ำสุด ก็ยังสามารถช่วยได้มาก
แต่หลินหยวนล่ะ?
นั้
ที่
โอกาสในการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดของเขานั้น คาดว่าอยู่ที่ 95% หรืออาจ
จะสูงถึง 97 หรือ 98%
ด้วยรากฐานที่หลินหยวนได้สะสมมาแล้ว แม้แต่สมบัติที่สามารถช่วยได้ใน
ระดับสูงสุดอย่างหัวใจแห่งกาลอวกาศ ก็ยังมีผลต่อหลินหยวนจำกัด สมบัติ
ล้ำค่าที่ช่วยในการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดในคลังสมบัติของอารยธรรมมนุษย์นั้น
แทบจะไม่สามารถให้ความช่วยเหลืออะไรกับหลินหยวนได้เลย
การที่สามารถเพิ่มจาก 1 ใน 10,000 เป็น 2 ใน 10,000 นั้นไม่ยาก แต่การ
ที่จะเพิ่มจาก 98% เป็น 99% นั้นยากยิ่งกว่าการปีนป่ายขึ้นสู่สรวงสวรรค์
จริงๆ แล้วแม้แต่ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้น ผู้แข็งแกร่งระดับ
11 ที่มีรากฐานมากมายอย่างเหลือเชื่อ โอกาสในการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดกลับ
ยังไม่เกิน 20% เลยด้วยซ้ำ
การที่หลินหยวนสามารถไปถึง 95% ได้นั้น ย่อมเป็นเพราะกฎแห่งความ
โกลาหลและความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7 และอื่นๆเท่านั้น
“สมบัติล้ำค่าที่ช่วยในการก้าวเข้าสู่ระดับสูงสุดเหล่านี้ ก็เก็บไว้ให้กับผู้
วิวัฒนาการที่ต้องการก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ในภายหลังก็แล้วกัน”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
โลกเสมือนจริง
หลินหยวนกำลังพูดคุยกับพ่อแม่และน้องสาวหลินอีอย่างสบายใจ
“พี่ชาย พี่ได้ยินเรื่องนั้นไหม? เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ตอนนีอยู่ใน
อันดับที่ 5 ของเส้นทางวิวัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์? ว่ากันว่าดาวเคราะห์
ที่เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์เริ่มต้นก็คือดาวเคราะห์ซางหลานด้วยนะ”
หลินอีกพูดอย่างตื่นเต้น
เหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในอารยธรรมมนุษย์ในปัจจุบันนี้ คือ
เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์อย่างแน่นอน การที่เส้นทางวิวัฒนาการระดับ 11
ที่
แต่กลับสามารถอยู่ในอันดับที่ 5 ของอารยธรรมมนุษย์ และยังแซงหน้าเส้นทาง
วิวัฒนาการที่แข็งแกร่งที่สุดทั้ง 5 ไปแล้ว?
แม้ว่าจะเป็นพลเมืองธรรมดาทั่วไป ก็ยังรับรู้ได้ว่าเหตุการณ์นี้มีความ
หมายว่าอะไร
เช่นเดียวกันกับหลินอี ในตอนนั้นหลินหยวนเคยถามเธอว่าอยากฝึกฝน
เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์หรือไม่ แต่หลินอีไม่ชอบเส้นทางวิวัฒนาการที่ต้อง
ต่อสู้ในระยะประชิด และเลือกที่จะฝึกฝนเส้นทางวิวัฒนาการพลังจิตโจมตี
ระยะไกลในท้ายที่สุด
ความจริงก็พิสูจน์แล้วว่าสายตาของหลินอีนั้นยังไม่ดีพอ
หลินหยวนยิ้มออกมา
“ดาวเคราะห์ซางหลานไม่ได้มีแค่พี่ชายที่เป็นอัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังมีเส้น
ทางวิวัฒนาการวรยุทธ์อีกด้วย หืม?”
หลินอีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจเล็กน้อย และรู้สึกว่ามันบังเอิญเกินไป
“บังเอิญจริงๆ”
หลินหยวนยิ้มออกมาเล็กน้อย
แต่ในใจก็คาดการณ์ไว้แล้วว่า อาจจะมีคนเชื่อมโยงเขากับผู้ก่อตั้งเส้นทาง
วิวัฒนาการวรยุทธ์เข้าด้วยกัน
โดยปกติแล้ว หลินหยวนในฐานะที่เป็นอัจฉริยะด้านวิวัฒนาการนั้น ใช้
เวลาไม่ถึงพันปีแต่กลับสามารถเป็นผู้แข็งแกร่งระดับ 11 แล้ว
แถมยังเป็นการกวาดล้างและทำลายผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ของเผ่าพันธุ์
ระดับสูงสุดอื่นๆ อีกด้วย
ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ของผู้ก่อตั้งเส้นทางวิวัฒนาการใดๆ
ที่
นั้
การที่สามารถเปิดเส้นทางวิวัฒนาการได้นั้น ย่อมต้องใช้เวลาและความ
พยายามอย่างมาก การที่ผู้วิวัฒนาการระดับ 11 ที่ใช้เวลาไม่ถึงพันปีนั้น ย่อม
สามารถใช้คำว่าไม่เคยมีมาก่อนมาอธิบายได้แล้ว
แต่ผู้ก่อตั้งเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ล่ะ?
แม้ว่าทั้งสองจะมาจากดาวเคราะห์ซางหลานเหมือนกัน ในตอนแรกก็ไม่มี
ใครเชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกัน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์กลับมีอันดับสูงขึ้นเรื่อยๆ
และหลินหยวนสามารถเลื่อนระดับได้อย่างต่อเนื่อง ผู้วิวัฒนาการบางคนใน
อารยธรรมมนุษย์ก็เริ่มที่จะเชื่อมโยงหลินหยวนเข้ากับผู้ก่อตั้งวรยุทธ์
ในตอนนี้ที่เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์กลายเป็นเส้นทางวิวัฒนาการอันดับ
ที่ 5 ของอารยธรรมมนุษย์แล้ว เมื่อรวมเข้ากับสิ่งทีหลินหยวนได้แสดงออกมา
ในสมรภูมิรบขนาดใหญ่พิเศษ
ต่อให้หลินหยวนไม่ได้ไปสืบหา ก็รู้ว่าข่าวลือเกี่ยวกับเขากับผู้ก่อตั้งวรยุทธ์
นั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่หลินหยวนไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้มากนัก
ในระดับของเขาในตอนนี้แล้ว ต่อให้เปิดเผยอัตลักษณ์ของผู้ก่อตั้งวรยุทธ์
ออกมาได้แล้ว
มันจะเป็นอย่างไรไปได้เล่า?
ความแข็งแกร่งที่ไม่ด้อยไปกว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีตามปกติแล้ว
ในจักรวาลแห่งนี้ก็แทบจะไม่มีทางตาย
“พี่ชาย พี่กำลังดูอะไรอยู่เหรอคะ?”
หลินอีเห็นว่าหลินหยวนกำลังมองไปที่ไกลๆ และอดไม่ได้ที่จะถามด้วย
ความสงสัย
“ดูอะไรเหรอ?”
ยิ้
ู
หลินหยวนยิ้มออกมา
“พี่กำลังดูว่านอกจักรวาลนั้นมีหน้าตาเป็นยังไง”
“นอกจักรวาล?”
หลินอีกะพริบตา ตอนนี้เธอยังมีอีกหลายที่ในดินแดนของอารยธรรม
มนุษย์ที่ยังไม่เคยไปเลย นับประสาอะไรกับนอกจักรวาล
นอกจักรวาล
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ร่างแยกของหลินหยวนที่รวมตัวจากพลังแห่งความโกลาหลค่อยๆ หยุดลง
“ในที่สุดก็หลุดพ้นจากผลกระทบของจักรวาลแล้ว”
หลินหยวนหันกลับไปมอง ในตอนนี้จักรวาลบ้านเกิดของเขาได้กลายเป็น
ขนาดเท่ากำปั้นไปแล้ว และโดยไม่รู้ตัว หลินหยวนก็ได้อยู่ห่างจากจักรวาลบ้าน
เกิดมามากแล้ว
แม้ว่าจะอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล จักรวาลก็ยังคงเป็นวัตถุ
ในท้องฟ้าขนาดใหญ่ และจักรวาลแต่ละแห่งก็ส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ
เป็นจำนวนมาก
และในตอนนี้ หลินหยวนก็รู้สึกได้ว่าตนเองได้หลุดพ้นจากผลกระทบของ
จักรวาลหลักอย่างสมบูรณ์แล้ว
“หืม?”
“ความเร็วของการไหลของเวลาได้เปลี่ยนไปแล้ว”
หลินหยวนเริ่มที่จะรับรู้อย่างละเอียด เมื่อเทียบกับจิตวิญญาณของร่างจริง
แล้ว ในตอนนี้สถานที่ที่เขาอยู่ ความเร็วของการไหลของเวลานั้นช้าลง และมี
ความเร็วของการไหลของเวลาในจักรวาลอยู่ทีประมาณ 1 ต่อ 300
นั่
นั่นก็คือ
เวลาในจักรวาลหลักผ่านไป 300 ปี เวลาในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลจึงผ่านไปเพียงแค่ 1 ปี
“ความเร็วของการไหลของเวลา… ความเร็วของการไหลของเวลาในความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้น คล้ายกับโลกต้นกำเนิดแห่งนั้น”
หลินหยวนคิดในใจ หลังจากที่ได้ไปถึงกาลอวกาศระดับ 7 แล้วในส่วนลึก
ของประตูสู่ภพหมื่นได้ปรากฏพิกัดของโลกขึ้นมา 33 แห่งที่เชื่อมต่อกับโลกต้น
กำเนิดอันกว้างใหญ่ 33 แห่ง
โลกต้นกำเนิดแห่งแรกที่หลินหยวนสำรวจนั้น อัตราส่วนของความเร็วของ
การไหลของเวลากับจักรวาลหลักก็อยู่ที่ 1 ต่อ 300
“ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลกับโลกต้นกำเนิดแห่งนั้น อยู่ในระดับ
เดียวกัน?”
จากอัตราส่วนของความเร็วของการไหลของเวลา หลินหยวนก็สรุปอะไร
ออกมาได้บางอย่าง
แน่นอนว่าเป็นเพียงแค่ข้อสรุป และไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นความจริงเสมอ
ไป ความเร็วของการไหลของเวลาทำได้เพียงแค่สะท้อนระดับของโลกในระดับ
หนึ่งเท่านั้น และไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน
“สำรวจต่อไป”
หลินหยวนเลือกทิศทางหนึ่ง และร่างก็หายไป ในพริบตาก็ปรากฏตัวที่
ระยะหลายล้านปีแสง
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล แม้ว่าจะเป็นระยะ
หลายล้านปีแสง ภูมิทัศน์โดยรอบของหลินหยวนกลับไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร
และจักรวาลหลักที่อยู่ข้างหลังก็ไม่ได้พบความเปลี่ยนแปลงอะไร
นั้
“กฎของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นสมบูรณ์มากกว่าและแรง
กดดันในการควบคุมกฎย่อมต้องมากขึ้น”
หลินหยวนสำรวจไปพร้อมกับรับรู้อย่างละเอียด
ถ้าหากว่ากฎมากมายของจักรวาลหลักคือท่อนเหล็กแท่งหนึ่งแล้ว กฎของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลคือเสาค้ำฟ้า
การที่จะเหวี่ยงท่อนเหล็กแท่งหนึ่ง กับการที่จะเหวี่ยงเสาค้ำฟ้านั้น ความ
ยากย่อมแตกต่างกันราวกับฟ้ากับเหว
ดังนั้น ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล พลังในการทำลายล้างของผู้
แข็งแกร่งในจักรวาลหลักนั้นจะลดลงไปมาก
แน่นอนว่าความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลที่มีกฎที่สมบูรณ์และกว้าง
ใหญ่ไพศาลนั้น สามารถทำให้ขีดจำกัดของผู้แข็งแกร่งนั้นสูงขึ้น อย่างน้อยใน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ความยากในการก้าวไปสู่ขอบเขตปกครองน่า
จะง่ายกว่าในจักรวาลเล็กน้อย
วูบๆๆๆ
ร่างของหลินหยวนหายไปและปรากฏตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเดินทางข้าม
ระยะทางไกล ความเข้าใจในกฎแห่งความโกลาหลของกาลอวกาศระดับ 7
ทำให้หลินหยวนอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้อย่างสบาย
ฟุ่บ
ทันใดนั้นร่างของหลินหยวนก็หยุดลง และมองไปยังทิศทางหนึ่ง
เห็นเพียงแค่ ‘ดาวตก’ ที่ตกลงมาจากที่สูงด้วยความเร็ว และคาดว่าจะผ่าน
ตำแหน่งที่หลินหยวนอยู่
“หืม?”
หลินหยวนสังเกต ‘ดาวตก’ ลูกนั้น
ล้ำ
ที่
นั้
ล้ำ
“มีพลังของสมบัติล้ำค่าที่กำลังผันผวนอยู่ ข้างในนั้นมีสมบัติล้ำค่าระดับ
12 ดาวอยู่มากมาย?”
“เราคงไม่โชคดีขนาดนี้หรอกมั้ง?”
หลินหยวนบ่นกับตัวเองเบาๆ
แค่ส่งร่างแยกมาสำรวจเล่นๆ แต่เจอโอกาสที่สมบัติล้ำค่าตกลงมาจากฟ้า
แล้ว?
(จบตอน)
เพิ่งถึงบ้านครับบ กำลังปั่นน้า รอสักครู่ ตอนกลางๆ ไม่เยอะไม่น้อย น่าจะ
ได้ 2-3 ตอนครับบ