สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 494 ซากปรักหักพังไท่หยวน
เมื่อมองไปยัง ‘ดาวตก’ ที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ประกายปรากฏใน
ดวงตาของหลินหยวน
แม้ว่าในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลจะมีโอกาสมากมายแต่การที่
หลินหยวนยังไม่ได้สำรวจอะไรนาน กลับมีโอกาสหล่นลงมาใส่เขา
นี่ถือว่าเป็นสิ่งที่หายากเช่นกัน
นับตั้งแต่จักรวาลที่อารยธรรมมนุษย์อยู่นั้นถือกำเนิดขึ้น มีสมบัติล้ำค่า
และมรดกตกทอดมากมายตกลงมาจากรอยแยกมิติถาวร
นั่นเป็นเพราะตัวจักรวาลเอง ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้น
เปรียบเสมือนวัตถุบนท้องฟ้าขนาดใหญ่ มันส่งผลกระทบต่อมิติและเวลาใน
บริเวณรอบๆ อย่างไร้รูปร่าง
สิ่งใดก็ตามที่ผ่านไปมาในบริเวณใกล้เคียงย่อมต้องถูกจักรวาลดึงดูด และ
ในที่สุดก็จะตกลงไปในจักรวาลผ่านรอยแยกมิติถาวร
ด้วยขนาดของจักรวาลที่ใหญ่โต และเมื่อเวลาผ่านไปนานมากการที่จะ
‘กวาดต้อน’ สมบัติล้ำค่าที่ลอยเคว้งคว้างอยู่บริเวณใกล้เคียงนั้น ถือเป็นเรื่อง
ปกติ
แต่หลินหยวนล่ะ?
เมื่อเทียบกับจักรวาลหลักแล้วก็ยังเล็กเกินไป โอกาสที่จะได้เจอสมบัติโดย
บังเอิญนั้นต่ำมาก
“ตามเส้นทางการบินของ ‘ดาวตก’ ดวงนี้ มันน่าจะผ่านบริเวณใกล้เคียงกับ
จักรวาลหลัก”
มื่
นั้
“เมื่อถึงตอนนั้นมันอาจจะถูกจักรวาลหลักดึงดูด และตกลงไปในรอยแยก
มิติถาวรแห่งหนึ่งในอีกหลายพันล้านปีข้างหน้า กลายเป็นโอกาสที่ตกลงมาจาก
นอกจักรวาลหรือเปล่า?”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ ในแง่หนึ่ง ตอนนี้เขากำลังขโมยโอกาสของ
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ในจักรวาลหลักอยู่
“ลองดูก่อนว่าจะสามารถขัดขวางมันได้ก่อนหรือไม่”
หลินหยวนสังเกต ‘ดาวตก’ ดวงนั้นอย่างละเอียด
“มีพลังของค่ายกลที่กำลังไหลเวียนอยู่ ‘ดาวตก’ ดวงนี้น่าจะเป็นที่พำนัก
ของผู้แข็งแกร่งคนใดคนหนึ่ง”
ถึงแม้ว่าในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล จะมีค่ายกลขนาดใหญ่ที่ถือ
กำเนิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
แต่พลังของค่ายกลสังหารประเภทนี้กลับมีพลังที่มากเกินไปอานุภาพของ
ค่ายกลที่กำลังไหลเวียนอยู่ใน ‘ดาวตก’ นั้น ไม่ได้มีพลังมากเท่ากับค่ายกลขนาด
ใหญ่ที่ถือกำเนิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติเหล่านั้น
ดังนั้นหลินหยวนจึงคาดเดาว่าดาวตกดวงนี้เป็นที่พำนักของผู้แข็งแกร่ง
เพราะค่ายกลขนาดใหญ่ที่มนุษย์สร้างขึ้นมานั้น ส่วนใหญ่จะใช้เป็นที่พำนัก
“เจ้าของที่พำนักไม่น่าจะอยู่แล้ว”
หลินหยวนสรุปได้มากขึ้น หากเจ้าของที่พำนักยังอยู่ เขาก็คงจะไม่เห็น
‘ดาวตก’ ดวงนี้ ที่พำนักใดๆ ก็ตามนั้นจะเน้นความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก และโดย
พื้นฐานแล้วมักจะซ่อนอยู่ในส่วนลึกของห้วงเวลา
แม้แต่ที่พำนักที่สามารถเคลื่อนที่ได้ ก็จะพยายามเก็บซ่อนอานุภาพของ
ตนให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลจะมีโอกาส
มากมาย แต่มันก็มีความเสี่ยงมากมายเช่นกัน
ร่างแยกของหลินหยวนก็ระมัดระวังตัวตลอดเวลาที่สำรวจ
ที่
ที่
นื่
นั้
การที่ ‘ดาวตก’ ที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องนั้น แสดงอานุภาพออกมา ถือ
เป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครควบคุมอยู่
“พายุหมุนกาลอวกาศ”
หลินหยวนคิดในใจเล็กน้อย และเริ่มใช้ความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7
พยายามขัดขวางบนเส้นทางที่ ‘ดาวตก’ จะต้องผ่านไป
ในตอนนี้หลินหยวนเป็นเพียงแค่ร่างแยก การที่จะลงมือทำอะไรนั้นจึงมี
ขีดจำกัด การขวาง ‘ดาวตก’ โดยตรงนั้น ด้วยความเร็วของ
อีกฝ่าย ร่างแยกของหลินหยวนคงจะถูกชนจนแหลกเป็นผุยผงในพริบตา
จึงทำได้เพียงแค่พยายามที่จะขัดขวางโดยอ้อม และส่งผลกระทบต่อเส้น
ทางการบินของ ‘ดาวตก’ ไปเรื่อยๆ
การทำเช่นนี้ไม่สามารถทำให้ ‘ดาวตก’ หยุดลงได้ในเวลาอันสั้นแต่กลับ
สามารถทำให้มัน ‘ช้าลง’ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัย
“ความเร็วลดลงแล้ว”
หลินหยวนตัดสินใจได้แล้ว สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดก็คือ การทีพายุหมุน
กาลอวกาศในตอนนี้ ไม่สามารถส่งผลกระทบอะไรต่อ ‘ดาวตก’ ได้
แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลอย่างเห็นได้ชัด
และนี่ก็เป็นเพราะพลังของกาลอวกาศของหลินหยวนที่อยู่ในระดับ 7 นั้น
มีมากพอ
หากเป็นผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ในจักรวาลหลักนั้น ใช้เพียงแค่ความเข้าใจ
ในกาลอวกาศระดับ 6
ก็คงจะส่งผลกระทบต่อ ‘ดาวตก’ ได้น้อยกว่ามาก
“ตามประสิทธิภาพในตอนนี้ อย่างมากคงใช้เวลาประมาณครึ่งวันก็จะ
สามารถทำให้ ‘ดาวตก’ หยุดลงได้โดยสมบูรณ์”
พื่
ที่
หลินหยวนคิดในใจ และรีบควบคุมพลังของกาลอวกาศ เพื่อที่จะขัดขวาง
‘ดาวตก’
ครึ่งวันต่อมา
ความเร็วของ ‘ดาวตก’ ที่กำลังพุ่งเข้ามานั้น ลดลงอย่างต่อเนื่องและใน
ที่สุดก็หยุดลงตรงหน้าของหลินหยวน
เมื่อยืนอยู่ใกล้ๆ หลินหยวนสามารถเห็นรูปร่างทั้งหมดของ ‘ดาวตก’ มันคือ
เกาะขนาดใหญ่ จากภายนอกมองเข้าไปแล้ว มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่าล้าน
กิโลเมตร
ตรงกลางเกาะมีพระราชวังตั้งตระหง่านอยู่ และรอบๆ มีภูเขาน้อยใหญ่
สลับซับซ้อน และมีทะเลสาบเรียงราย
“ต้นไม้ล้ำค่าระดับ 12 ดาว 18 ต้น?”
หลินหยวนมองเห็นในทันทีว่าบริเวณใกล้กับพระราชวังนั้น มีต้นไม้ที่มีพลัง
ระดับ 12 ดาวกำลังส่ายไปมาอยู่
ผลที่เกาะอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้นั้น กำลังแผ่พลังงานอันมหาศาลออกมา
“ร่ำรวยแล้ว”
บนใบหน้าของหลินหยวนปรากฏรอยยิ้ม
เมื่อเทียบกับวัตถุดิบอาวุธระดับ 12 และอื่นๆ แล้ว ต้นไม้ล้ำค่าระดับ 12
ดาวที่สามารถให้ผลได้นั้น เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ให้เงิน โดยสามารถให้ผลที่มี
มูลค่าสูงได้ในทุกๆ ช่วงเวลา
นอกจากนี้ นอกจากต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้นแล้ว ตัวเกาะเองก็เป็นวัตถุดิบที่หา
ยาก ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ระดับ 12 ดาว แต่ก็มีจำนวนมาก และมีขนาดถึง
ล้านกิโลเมตร
“แกนกลางควบคุมของที่พำนักนี้ น่าจะอยู่ในพระราชวังนั้น”
ล้ำ
ที่
หลินหยวนไม่ได้สนใจต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้นที่อยู่รอบๆ พระราชวังบริเวณใกล้
เคียงกับต้นไม้ล้ำค่าเหล่านี้ มีพลังของกาลอวกาศหลงเหลืออยู่ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่ง
ที่เจ้าของที่พำนักได้สร้างไว้
การที่จะข้ามสิ่งกีดขวางกาลอวกาศเหล่านี้ไปได้นั้น วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการ
หลอมรวมแกนควบคุมของเกาะ เมื่อเป็นเช่นนั้นเกาะทั้งหมดต้องตกอยู่ภายใต้
การควบคุมของหลินหยวน
“ไป”
หลินหยวนแบ่งตัวออกเป็นสองร่าง ตัวเขาเองก็เป็นร่างแยกทีรวมตัวจาก
พลังแห่งความโกลาหล ตราบใดที่แบ่งจิตใจออกไปอีกส่วน ย่อมสามารถสร้าง
ร่างแยกใหม่ขึ้นมาได้
ในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าภายในพระราชวังนั้นมีอันตรายหรือไม่หลินหยวน
ต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน
ฟู่!
ร่างแยกที่หลินหยวนแบ่งออกมานั้น ลงไปยังเกาะ และเดินไปยัง
พระราชวังที่อยู่ตรงกลาง
“ในพระราชวังนี้ ไม่มีอะไรขัดขวางเลย”
หลินหยวนสำรวจพระราชวัง และสังเกตอย่างระมัดระวังอยู่ครู่หนึ่ง ถึงจะ
เดินเข้าไปข้างใน
พระราชวังนั้นใหญ่มาก หลินหยวนเดินดูอย่างรวดเร็ว และในที่สุดก็มาถึง
ตำหนักด้านใน
ในที่แห่งนี้มีผลึกรูปทรง 12 ด้านลอยอยู่ ซึ่งเป็นจุดที่พลังทั้งหมดของเกาะ
มารวมกัน
“นี่น่าจะเป็นแกนควบคุมของที่พำนัก”
หลินหยวนคิดในใจ จากนั้นก็เริ่มที่จะสัมผัส และหลอมรวมผลึก
นั้
ในขณะนั้นเอง
ฮึ่ม!
พระราชวังทั้งหลังก็เริ่มที่จะสั่นสะเทือนอย่างกะทันหัน ผลึกรูปทรง 12
ด้านที่สงบอยู่ในตอนแรก ก็เริ่มเปล่งแสงออกมา พลังที่ไร้รูปร่างรวมตัวกัน และ
ก่อตัวเป็นร่างกลมๆ
ร่างนี้มีแขนขาสั้น ดูเหมือนกับลูกบอลเนื้อ มีดวงตากลมโตหลังจากที่
ปรากฏตัวออกมาแล้วก็บิดขี้เกียจ และมองไปยังหลินหยวน
“นี่คือเจ้าของที่พำนัก?”
ในใจของหลินหยวนมีความระแวดระวังอย่างมาก และเตรียมพร้อมที่จะ
สลายร่างแยกนี้ในทันที
“ไม่ต้องกังวล ตัวตนจริงของข้าได้ตายไปนานแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ในตอนนี้
เป็นเพียงแค่รอยประทับเท่านั้น”
ร่างกลมๆ กล่าวออกมา ภาษาที่เขาพูดนั้นเป็นภาษาที่ใช้กันโดยทั่วไปใน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเรียนมาก่อน แต่สามารถเข้าใจและสื่อสารได้โดย
อัตโนมัติ
“ข้าคารวะท่านผู้อาวุโส”
หลินหยวนกล่าวในทันที
สิ่งที่เรียกว่ารอยประทับนั้น ไม่ได้นับว่าเป็นเจตจำนงแห่งจิตใจด้วยซ้ำ เป็น
เพียงแค่ข้อมูลและร่องรอยที่เหลืออยู่
“เฮ้อ ถ้าข้ารู้แบบนี้ ข้าคงไม่ไปที่ซากปรักหักพังไท่หยวน ที่สุดแล้วตัวตน
จริงของข้าก็ไม่สามารถรอดออกมาได้”
ร่างกลมๆ ถอนหายใจ และพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงต่ำ
“ซากปรักหักพังไท่หยวน?”
หลินหยวนที่ฟังอยู่ไม่ไกลนั้น ในใจกลับเกิดความตื่นเต้นขึ้นมา
ถึงแม้ว่าจะไม่เคยออกจากจักรวาลหลักมาก่อน แต่เคยได้ยินชื่อของซาก
ปรักหักพังไท่หยวน มันเป็นสถานที่อันตรายที่มีชื่อเสียงในความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล และแน่นอนว่ามันย่อมต้องเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีโอกาสมาก
ที่สุดเช่นกัน
ออโรราจากนอกโลกที่ตกลงมาในจักรวาลหลักก่อนหน้านี้รวมถึง ‘กระดาษ
เปล่า’ นั้น ก็มาจากซากปรักหักพังไท่หยวนเช่นกัน
มรดกตกทอดมากมายในจักรวาลหลัก ต่างก็มีการกล่าวถึงซากปรักหักพัง
ไท่หยวน
“แต่ข้าก็อดไม่ได้จริงๆ ท้ายที่สุดแล้วที่นั่นก็มีร่องรอยของการมีอยู่ของสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ ข้าถูกจำกัดอยู่ทีขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดมา
หลายสิบยุคของจักรวาลแล้ว หากได้โอกาสบางอย่างที่อยู่ในนั้นมา อาจจะมี
หวังที่สามารถก้าวไปสู่ขอบเขตโกลาหลได้”
ร่างกลมๆ พร่ำพูดกับตัวเอง และในน้ำเสียงก็มีความหงุดหงิดแฝงอยู่
“ขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด?”
หลินหยวนได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกตกใจในใจ
ระดับ 12 นั้นแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ บุกเบิกวิถี ปกครองและโกลาหล
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด แม้แต่ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล ก็ถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่งแล้ว ในช่วงที่สายเลือด’เซียนฮวง’และหอหยก
ปีศาจรุ่งเรือง ก็มีผู้แข็งแกร่งในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดอยู่เพียงไม่กี่คน
แต่ผู้แข็งแกร่งในระดับนั้น กลับต้องตาย และตายอยู่ในซากปรักหักพังไท่
หยวน?
ชื่
นั้
หลินหยวนไม่เชื่อว่าผู้แข็งแกร่งในระดับนั้น จะไม่มีวิธีการเอาชีวิตรอดเลย
แม้ว่าตัวตนจริงจะต้องดับสูญ แต่ก็ยากที่จะตายไปโดยสมบูรณ์ แต่จากความ
หมายของร่างกลมๆ นั้น เห็นได้ชัดว่าเขาได้ตายไปแล้วอย่างสมบูรณ์
“ผู้ที่มาทีหลัง ตอนนี้อยู่ในยุคแห่งความโกลาหลใดแล้ว?”
ร่างกลมๆ มองมายังหลินหยวน และกล่าว
“ยุคแห่งความโกลาหลใด?”
หลินหยวนงงไปเล็กน้อย และลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และกล่าว
“ท่านผู้อาวุโส ข้าไม่ทราบ”
เขาเพิ่งออกมาจากจักรวาลหลักได้ไม่นาน จึงไม่รู้ว่าในความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลนั้นอยู่ในช่วงเวลาใด
“เจ้าไม่รู้?”
ร่างกลมๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย ตราบใดที่เป็นชีวิตที่อยู่ในความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล โดยพื้นฐานแล้วย่อมต้องรู้จักยุคแห่งความโกลาหลทั้งนั้น
การที่หลินหยวนไม่รู้?
“ข้าไม่ใช่ชีวิตที่ถือกำเนิดในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลแต่มาจาก
จักรวาล”
หลินหยวนคิดดูแล้ว ก็กล่าวความจริงออกไป
“มาจากจักรวาล?”
ร่างกลมๆ มีสีหน้าสงสัย
“จักรวาลที่เจ้าอยู่นั้นถูกทำลายครั้งใหญ่ไปแล้วหรือ?”
“ยังไม่ถูกทำลายครั้งใหญ่”
หลินหยวนกล่าว
“ยังไม่ถูกทำลาย แล้วเจ้าออกมาได้อย่างไร?”
ร่างกลมๆ จ้องมองไปยังหลินหยวนอย่างละเอียด และมีสีหน้าแปลกใจ
มากขึ้นเรื่อยๆ
“ความเข้าใจในกาลอวกาศของเจ้าไปถึงระดับ 7 แล้วหรือ?”
“เหอะๆ ไม่น่าแปลกใจที่สามารถส่งร่างแยกมาสำรวจความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลได้ มีเพียงแค่ความเข้าใจในกาลอวกาศที
สูงส่งเช่นนี้เท่านั้นถึงจะ ไม่สิ ร่างแยกของเจ้ายังถูกสร้างขึ้นมาจากพลัง
แห่งความโกลาหลอีก เจ้าเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลแล้วหรือ?”
ร่างกลมๆ ตกตะลึง
ในฐานะที่เป็นผู้แข็งแกร่งในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด เขาย่อมรู้ว่าชีวิตที่
อยู่ในจักรวาลนั้นเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าจะเป็นระดับ 12 แต่กลับไม่สามารถมี
ชีวิตอยู่ได้เกิน 1 ยุคของจักรวาล
เพราะเมื่อยุคของจักรวาลสิ้นสุดลง ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ย่อมต้องเผชิญ
หน้ากับการทำลายครั้งใหญ่พร้อมกับจักรวาล และผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถี
ทั่วไปนั้น อย่างน้อยก็ต้องตายไปกว่าครึ่ง ถึงจะสามารถต่อต้านมันได้ และก้าว
เข้าสู่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอย่างเป็นทางการ
แต่หลินหยวน… ยังไม่ได้เผชิญหน้ากับการทำลายครั้งใหญ่
แต่กลับมีความเข้าใจในกาลอวกาศไปถึงระดับ 7?
แถมยังเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลอีกด้วย?
อย่างแรกก็ยังพอว่า
แต่ส่วนอย่างหลังนั้น?
ที่
นั้
นึ่
ที่
ที่
ที่
การที่เข้าใจกฎแห่งความโกลาหลนั้นเป็นหนึ่งในประตูที่ยากที่สุดในการที่
ขอบเขตปกครองสามารถก้าวไปสู่ขอบเขตโกลาหล
เพื่อที่จะได้โอกาสในการทำความเข้าใจกฎแห่งความโกลาหล เขาจึงได้
เสี่ยงเข้าไปในซากปรักหักพังไท่หยวน
“ข้าโชคดีกว่าหน่อย และบังเอิญทำความเข้าใจมันได้”
หลังจากที่หลินหยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็กล่าวออกมา
การที่ร่างกลมๆ รู้ว่าความเข้าใจในกาลอวกาศของเขาไปถึงระดับ 7 แล้ว
นั้น หลินหยวนไม่ได้แปลกใจ ท้ายที่สุดแล้วในตอนทีขัดขวางเกาะด้านนอก การ
ที่ใช้กฎของกาลอวกาศนั้นก็เป็นกฎของกาลอวกาศระดับ 7
และเมื่อร่างกลมๆ สามารถควบคุมเกาะได้อีกครั้ง เขาก็ย่อมที่จะมองเห็น
ได้
ตามข้อมูลที่สายเลือด’เซียนฮวง’และหอหยกปีศาจได้ทิ้งไว้ความเข้าใจใน
กาลอวกาศระดับ 7 นั้นหายากมากสำหรับชีวิตที่อยู่ในจักรวาล แต่ในความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลนั้น น่าจะหาง่ายกว่า
โดยปกติแล้ว ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด ยังมีหวังทีความเข้าใจ
ในกาลอวกาศไปถึงระดับ 7 ส่วนความเข้าใจในกาลอวกาศของผู้แข็งแกร่งใน
ขอบเขตปกครองนั้น ย่อมต้องเริ่มต้นจากกาลอวกาศระดับ 7 ทั้งสิ้น
แต่กฎแห่งความโกลาหลนั้น?
เป็นสิ่งที่หายาก ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดจำนวนมากก็ยังไม่
สามารถที่จะเข้าใจได้
“ในหนึ่งยุคของจักรวาล ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถี แต่กลับสามารถ
เข้าใจกฎแห่งความโกลาหลได้แล้ว”
“ไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดา”
หลังจากที่ร่างกลมๆ เงียบไปครู่หนึ่ง บนใบหน้าก็เผยให้เห็นถึงความชื่นชม
นี้
รู่
จริงๆ แล้วถ้าหากเขารู้ว่าในตอนนี้หลินหยวนเป็นเพียงแค่ระดับ 11 ไม่ใช่
ขอบเขตบุกเบิกวิถีระดับ 12 แล้ว เขาคงต้องตกใจเป็นอย่างมาก
หากจะบอกว่าการที่ขอบเขตบุกเบิกวิถีสามารถเข้าใจกฎแห่งความ
โกลาหลได้นั้น ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ก็ยังคงพอมีข่าวลืออยู่บ้าง
ซึ่งก็เป็นลูกศิษย์ที่เหล่าผู้แข็งแกร่งในขอบเขตโกลาหลได้ฝึกฝนขึ้นมาด้วยความ
พยายามอย่างมาก
แต่การที่ระดับ 11 สามารถเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลได้นั้น ก็เกิน
ขอบเขตความเข้าใจของร่างกลมๆ ไปแล้ว แม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับอย่างองค์
จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’เและเจ้าหอหยกปีศาจ กลับเคยได้ยินเพียงแค่ข่าวลือ
เท่านั้น
“ข้า ‘ชังเวยหยาง’ ไม่คิดว่าหลังจากที่ตายไปนานนับไม่ถ้วนแล้วจะได้พบ
เจอกับอัจฉริยะเช่นนี้”
ร่างกลมๆ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก
ชีวิตที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีที่เขารู้ว่าการเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลได้
นั้น ล้วนแต่ได้รับการบ่มเพาะจากเหล่าผู้แข็งแกร่งขอบเขตโกลาหลด้วยความ
พยายามอย่างมาก
แต่หลินหยวนนั้น?
ชีวิตที่อยู่ในจักรวาลนั้นได้รับมรดกตกทอดที่จำกัดมาก
ในสถานการณ์เช่นนี้ ยังสามารถที่จะเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลได้ ร่างก
ลมๆ ก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรแล้ว
หลินหยวนฟังอยู่ด้านล่างอย่างเงียบๆ และไม่ได้พูดอะไร
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงแค่ชีวิตระดับ 11 แต่ด้วยเจตจำนงแห่งจิตใจที่สูง
ถึง 40 ล้าน และด้วยพลังแห่งความโกลาหลที่รายล้อมอยู่จึงเป็นการยากที่คน
ภายนอกจะมองเห็นระดับที่แท้จริงของเขาได้
นึ่
“ในหนึ่งยุคของจักรวาล ด้วยระดับของบุกเบิกวิถี แต่กลับสามารถเข้าใจ
กฎแห่งความโกลาหลได้แล้ว อนาคตของเจ้าคงจะมีโอกาสอย่างมากที่สามารถ
ก้าวไปสู่ขอบเขตโกลาหลได้”
‘ชังเวยหยาง’ ร่างกลมๆ กล่าว
ในความเป็นจริงแล้ว แม้แต่ศิษย์ที่เหล่าผู้แข็งแกร่งขอบเขตโกลาหลได้บ่ม
เพาะมาด้วยความพยายาม ก็ยังไม่กล้าที่จะกล่าวว่าสามารถก้าวไปสู่ขอบเขต
โกลาหลได้แน่นอน การที่เข้าใจกฎแห่ง
ความโกลาหลได้นั้น ก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในประตูที่สามารถก้าวไปสู่
ขอบเขตโกลาหลเท่านั้น
แต่หลินหยวนนั้นแตกต่างจากลูกศิษย์เหล่านั้น
ในสายตาของ ‘ชังเวยหยาง’ ศักยภาพของหลินหยวนนั้นสูงกว่าลูกศิษย์
เหล่านั้นมาก และจึงกล่าวออกมาว่ามีโอกาสอย่างมากทีสามารถก้าวไปสู่
ขอบเขตโกลาหลได้
คำว่ามีโอกาสอย่างมากนี้ ถือเป็นคำชมที่สูงที่สุดที่ร่างกลมๆสามารถที่จะ
ให้กับเขาได้แล้ว
“ขอบเขตโกลาหลนั้นไกลเกินไปสำหรับข้า”
หลินหยวนกล่าวอยู่ข้างๆ
ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่ระดับ 11 ขอให้ก้าวไปสู่ขอบเขตบุกเบิกวิถีได้ก่อนก็
แล้วกัน
“ไกลเกินไปรึ?”
‘ชังเวยหยาง’ ร่างกลมๆ มองไปยังหลินหยวน
“เอาล่ะ มาพูดเรื่องสำคัญกันเถอะ”
‘ชังเวยหยาง’ ร่างกลมๆ ตั้งสติ
ที่
นี้
นึ่
ที่
ที่
“ที่พำนักแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสามที่พำนักที่ข้าใช้ปิดด่านฝึกฝนอยู่เสมอ
ภายในนั้นมีต้นไม้ล้ำค่าขอบเขตปกครอง 18 ต้น สมบัติลับขอบเขตปกครอง 3
ชิ้น และสมบัติลับขอบเขตโกลาหล 1 ชิ้น”
“นอกจากนี้ ยังมีเคล็ดลับต่างๆ ที่ข้าได้ฝึกฝนมา”
“สมบัติลับขอบเขตปกครอง 3 ชิ้น? สมบัติลับขอบเขตโกลาหล 1 ชิ้น?”
หลินหยวนตกใจในใจ
อาวุธและสมบัติลับระดับ 12 นั้นก็แบ่งระดับออกไปอีก โดยแบ่งจากต่ำไป
สูงเป็นอาวุธและสมบัติลับขอบเขตบุกเบิกวิถี อาวุธและสมบัติลับขอบเขต
ปกครอง และอาวุธและสมบัติลับขอบเขตโกลาหล
อาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของจักรวาลหลัก อาวุธของระดับ 12 นั้นล้วนแต่เป็น
อาวุธและสมบัติลับขอบเขตบุกเบิกวิถี และอาวุธประจำเผ่าพันธุ์ของกองกำลัง
เผ่าพันธุ์ระดับสูงสุด ก็เป็นเพียงแค่อาวุธและสมบัติลับขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้น
สูงสุด หรือเป็นอาวุธและสมบัติลับขอบเขตบุกเบิกวิถีแบบพิเศษ
“ตามหลักแล้ว เมื่อที่พำนักนี้มีมรดกตกทอดและสมบัติมากมายของข้า
เหลืออยู่ ข้าก็ควรที่จะเลือกทายาทของตนเอง และให้เขาเผชิญหน้ากับการ
ทดสอบต่างๆ หลังจากนั้นก็จะให้เขาสาบานหลายครั้ง แล้วถึงจะมอบทุกสิ่งทุก
อย่างให้กับเขา”
‘ชังเวยหยาง’ ร่างกลมๆ พูดมาถึงตรงนี้ก็หยุดไปครู่หนึ่ง และกล่าวออกมา
ด้วยน้ำเสียงที่ซับซ้อน
“แต่ข้ากลับรู้สึกว่า ข้าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะรับเจ้ามาเป็นทายาท”
“ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในที่พำนักนี้ ก็มอบให้กับเจ้าเลยก็แล้วกัน”