สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 501 ทะลวงสู่จุดสูงสุด?
“ในที่สุดร่างแยกก็สามารถตั้งรกรากได้แล้ว”
ในจักรวาลบ้านเกิด
ดินแดนลับ’เซียนฮวง’
หลินหยวนลืมตาขึ้น และบนใบหน้ามีรอยยิ้มปรากฏออกมา
ที่พำนักของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด ‘ชังเวยหยาง’ นั้น
ทำให้หลินหยวนได้รับผลตอบแทนอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมีสถานที่ที่จะ
สามารถย่อยมันได้ และทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงนั้นดูเหมือนว่าจะเป็น
สถานที่ที่เหมาะสม
“ก่อนอื่นต้องให้ร่างแยกไปทำความคุ้นเคยที่นั่นก่อน รอจนกว่าจะสามารถ
ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้วค่อยนำทรัพยากรและสมบัติที่ไม่จำเป็นมากมายไป
ทำการค้าขาย”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
ก่อนที่จะถึงระดับ 12 หลินหยวนไม่กล้าให้ร่างแยกพกสมบัติที่มีค่ามาก
เกินไปออกจากจักรวาล
และการค้าขายนั้น เมื่อเทียบกับการฆ่าคนเพื่อชิงสมบัติแล้วหลินหยวนก็
ยังชอบการค้าขายที่ยุติธรรมมากกว่า เพราะเป็นสิ่งทีปลอดภัยที่สุด
หลินหยวนไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่มองไม่เห็นหนทางข้างหน้า และ
ด้วยความเข้าใจที่น่าทึ่ง สิ่งที่ขาดไปมากที่สุดก็คือสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยใน
การเติบโต
หลินหยวนไม่เหมือนกับพวกที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีระดับ 12 ซึ่งมองไม่
เห็นหนทางข้างหน้า และด้วยความเข้าใจท้าทายสวรรค์ สิ่งที่ขาดไปมากที่สุดก็
ที่
คือสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการเติบโต
“ตอนนี้โลกภายในร่างกายของเรา”
หลินหยวนแบ่งจิตสำนึกส่วนหนึ่งลงไปในโลกภายในร่างกาย
เมื่อเทียบกับเมื่อ 100 ปีก่อน ตอนนี้โลกภายในร่างกายได้ขยายใหญ่ขึ้น
หลายเท่า และมีขนาดมากถึง 11 ปีแสงแล้ว
เส้นผ่านศูนย์กลาง 11 ปีแสง เมื่อเทียบกับขอบเขตของชีวิตระดับ 11 ขั้น
สมบูรณ์แบบทั่วไปที่มีเพียงหลายล้านถึงหลายสิบล้านลี้แล้วโลกภายในร่างของ
หลินหยวนนั้น มากกว่าพวกเขาไม่รู้กี่พันล้านเท่า
“ตอนนี้โลกภายในร่างกาย ร่างกาย จิตวิญญาณ และสิ่งอื่นๆของเรา ได้มา
ถึงจุดสูงสุดแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากกฎแห่งความโกลาหลก็ถูกดูดซับไป
เกือบหมดแล้ว”
หลินหยวนคิดในใจ
การเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลนั้น ท้ายที่สุดแล้วก็เทียบไม่ได้กับการ
เปลี่ยนแปลงของสาระสำคัญของชีวิตที่ทำให้โลกภายใน
ร่างกายดูดซับพลังงานต้นกำเนิดจากความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้
อย่างเต็มที่
“ต่อให้ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้ เราก็น่าจะเป็น
ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว?”
หลินหยวนรู้สึกได้ถึงพลังที่กว้างใหญ่ไพศาลและไม่อาจหยั่งถึงได้ภายใน
ร่างกาย และคิดในใจ
หลินหยวนไม่รู้ว่าในตอนนี้ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นอยู่ในยุค
ไหน แต่ในยุคที่องค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’และเจ้าหอหยกปีศาจอยู่นั้น ไม่เคย
ได้ยินว่ามีผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ที่แข็งแกร่งกว่าตนเองเลย
จริงอยู่ที่
นั้
ยู่
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นมีโอกาสมากมาย
เคยมีสถานการณ์ที่ชีวิตในระดับ 11 ท้าทายชีวิตในระดับ 12 เกิดขึ้น
แต่ก็ด้วยการอาศัยปัจจัยภายนอกต่างๆ นานา แต่สำหรับหลินหยวนแล้ว
ที่สามารถไปถึงระดับที่เทียบเท่า หรือแม้แต่กดดันผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถี
ทั่วๆ ไป ได้ด้วยตนเองนั้น…
เรียกได้ว่าหาได้ยากยิ่งในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
“ตลอดร้อยปีที่ผ่านมา บทที่ 12 ขอบเขตบุกเบิกวิถีของเส้นทางวิวัฒนา
การวรยุทธ์นั้นสมบูรณ์ขึ้นมากแล้ว”
หลินหยวนมีความคิดที่หลากหลาย
การที่จะก้าวเข้าสู่จุดสูงสุด และก้าวเข้าสู่ขอบเขตบุกเบิกวิถีระดับ 12 นั้น
จำเป็นจะต้องทำให้บทบุกเบิกวิถีนั้นสมบูรณ์แบบก่อนอย่างแน่นอน
จริงๆ แล้วเมื่อ 100 ปีก่อน หลินหยวนสามารถทำให้บทบุกเบิกวิถีในช่วง
ต้นสมบูรณ์แล้ว และในตอนนั้นเขาสามารถก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ได้เลย
แต่ในระหว่างที่กำลังรอการเปลี่ยนแปลงของตนเอง หลินหยวนก็ทำให้บท
บุกเบิกวิถีทั้งหมดสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
“ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตสูงสุด ไปดูก่อนว่าสามารถผ่านหอคอยสีดำชั้น
ที่ 8 ได้หรือไม่”
หลินหยวนคิดในใจ
เมื่อ 100 ปีก่อน หลินหยวนบุกผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 7 ไปได้อย่างง่ายดาย
และหยุดอยู่ที่ช่วงสุดท้ายของเส้นทางในหอคอยสีดำชั้นที่ 8
ในตอนนั้นหลินหยวนสามารถรับรู้ได้ถึงความขาดแคลนของพลังชีวิตของ
ตนเอง
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็เป็นเพียงแค่ชีวิตระดับ 11 เท่านั้น
นี้
แต่ในตอนนี้ล่ะ?
เมื่อโลกภายในร่างกายขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าแล้ว พลังชีวิตของหลิน
หยวนย่อมต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และยังเพิ่มขึ้นมาอีกมากมาย
ถึงแม้ว่าจะยังคงไม่เท่าระดับชีวิตในขอบเขตปกครอง แต่ตนเองก็เข้าใจกฎ
แห่งความโกลาหล ซึ่งถือว่าเหนือกว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดส่วน
ใหญ่แล้ว
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลินหยวนก็ลงไปยังมิติหยกปีศาจโดยตรง
เจ้าหอหยกปีศาจได้กำหนดกฎเอาไว้ว่า รางวัลที่ผู้บุกหอคอยได้รับนั้น จะ
เกี่ยวข้องกับผลงานในระหว่างการบุกหอคอย
ดังนั้น
หลินหยวนจึงเลือกที่จะบุกผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 8 ในขณะที่อยู่ในระดับ
11 และผลประโยชน์ที่จะได้รับก็จะมากกว่าการบุกผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 8
หลังจากที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 อย่างแน่นอน
แม้ว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีระดับ 12 สามารถบุกผ่านหอคอยสีดำ
ชั้นที่ 8 ไปได้นั้น ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากๆ แล้ว
มิติหยกปีศาจ
หอคอยสีดำเก้าชั้น
ร่างของหลินหยวนลงมา
“เจ้ามาแล้วรึ?”
รูปปั้นหินเซินจี๋เดินออกมา และมองไปยังหลินหยวนด้วยสายตาที่รู้สึก
ซาบซึ้ง
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า ตนเองจะได้มาพบกับอัจฉริยะที่วิปริตเช่นนี้
มื่
ที่
เมื่อเทียบกับหลินหยวนแล้ว แม้แต่เจ้าหอหยกปีศาจที่เป็นถึงมหาปราชญ์
แห่งความโกลาหล กลับยังดูธรรมดา?
“ข้าอยากลองชั้นที่ 8 ดู”
หลินหยวนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“ดี”
รูปปั้นหินเซินจี๋พยักหน้า
และในขณะเดียวกันก็เปิดทางที่นำไปสู่หอคอยสีดำชั้นที่ 8 ให้
วูบ
หลินหยวนเข้าไปในหอคอยสีดำชั้นที่ 8
ส่วนรูปปั้นหินเซินจี๋ก็เริ่มเฝ้าดูในทันที
ในครั้งนี้ที่บุกชั้นที่ 8 หลินหยวนไม่ได้ลังเล และนำพลังแห่งความโกลาหล
มาเสริมพลังให้กับตนเองทันที
และเดินมาถึงช่วงสุดท้ายของชั้นที่ 8
“ทำลายให้ข้า!”
หลินหยวนคำรามออกมาด้วยเสียงต่ำ พลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในที่สุด
ก็ทำให้เขาก้าวข้ามไปได้ และเข้าไปยัง ‘จุดสิ้นสุด’ ของชั้นที่ 8
“ผ่านแล้ว”
ในใจของหลินหยวนผ่อนคลายลงเล็กน้อย
ในตอนนี้เขาได้มาถึงขีดจำกัดของตนเองแล้ว หากยังไม่สามารถบุกผ่าน
หอคอยสีดำชั้นที่ 8 ไปได้ ก็คงจะต้องรอจนกว่าจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตบุกเบิกวิถี
ระดับ 12 แล้วค่อยมาบุกอีกครั้ง
ที่
“ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าเป็นสมาชิกคนที่ 142 ของหอหยกปีศาจของ
ข้าที่สามารถบุกผ่านชั้นที่ 8 ไปได้”
รูปปั้นหินเซินจี๋ปรากฏตัวขึ้น และกล่าว
“คนที่ 142?”
หลินหยวนงงไปเล็กน้อย
มีเพียงแค่ 142 คนเองหรือ?
“นี่ก็ถือว่าไม่น้อยแล้ว”
รูปปั้นหินเซินจี๋ถอนหายใจออกมา
ผู้ที่สามารถผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 8 ไปได้นั้น โดยทั่วไปแล้วย่อมต้องเป็นผู้
ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด
ในช่วงที่หอหยกปีศาจรุ่งเรืองนั้น ก็มีผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด
141 คน และผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลอีกหลายคน และมีเจ้าหอหยกปีศาจที่
เป็นมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลคอยดูแล ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นกองกำลังที่แข็ง
แกร่งมากๆ แล้ว
จริงๆ แล้วเมื่อไปถึงขอบเขตโกลาหลแล้ว ไม่ค่อยมีใครยอมจำนนต่อมหา
ปราชญ์แห่งความโกลาหล เพราะผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลนั้น สามารถเปิด
ทวีปแห่งความโกลาหล และใช้ชีวิตอย่างอิสระได้
ทำไมต้องไปติดตามมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลด้วย?
การคุ้มครอง?
ด้วยพลังของผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลแล้ว ตราบใดที่ไม่ทำอะไรที่ทำให้
ต้องตาย ก็ยากที่จะตายได้
มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลก็ยากที่จะสังหารผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหล
ได้อย่างสิ้นเชิง
ที่
นั้
ที่
วิธีการในการรักษาชีวิตของผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลนั้น ไม่สามารถที่จะ
ประเมินได้
การชี้แนะ?
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลจะไปถึงระดับมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลได้
นั้น ต้องพึ่งตนเอง การที่ไปติดตามมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลนั้น โดยพื้น
ฐานแล้วไม่ได้มีประโยชน์ในการก้าวเข้าสู่ขอบเขตของมหาปราชญ์แห่งความ
โกลาหลได้
ท่านกู่หมิงแห่งทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงนั้น ก็ได้ปราบมังกรแห่งความ
โกลาหลตัวหนึ่งลงได้ แต่ก็เป็นเพียงแค่ใกล้เคียงกับผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหล
เท่านั้น ไม่ได้เทียบเท่ากับผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหล
“ก็ไม่น้อย”
หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แถมยังประเมินตนเองต่ำไป
ในตอนนี้ เขานั้น อย่างน้อยก็ในเรื่องของกฎ ถือว่าอยู่เหนือกว่าผู้ที่อยู่ใน
ขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดส่วนใหญ่แล้ว
แม้แต่ในช่วงที่หอหยกปีศาจนั้นแข็งแกร่งที่สุด ก็สามารถจัดอยู่ในอันดับ
ต้นๆ 200 ได้
“นี่คือรายการของรางวัลสำหรับการบุกผ่านชั้นที่ 8 ของเจ้า”
รูปปั้นหินเซินจี๋โบกมือ และมีฉากแสงปรากฏขึ้นมาตรงหน้าหลินหยวน
ในรายการนั้นมีแต่สมบัติขอบเขตโกลาหลระดับสูง
โดยปกติแล้ว รางวัลสำหรับการบุกผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 8 นั้นเป็นแค่
สมบัติล้ำค่าขอบเขตปกครอง และมีสมบัติขอบเขตโกลาหลสักหนึ่งหรือสองชิ้น
แต่หลินหยวนบุกผ่านไปได้ในขณะที่เป็นเพียงแค่ระดับ 11 ในตอนนี้สมบัติ
ที่รูปปั้นหินเซินจี๋ได้จัดมานั้น ก็เป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในหอคอยสีดำ 9 ชั้น
ทั้งหมดแล้ว
ทั่
ชั้
ที่
สมาชิกของหอหยกปีศาจทั่วไป แม้ว่าจะบุกผ่านชั้นที่ 9 ไปได้ ก็จะไม่มี
สิทธิ์ในการที่จะเลือกสมบัติเหล่านี้
มีเพียงแค่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลที่มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมหา
ปราชญ์แห่งความโกลาหลเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับการปฏิบัติแบบหลินหยวน
ที่สามารถบุกผ่านชั้นที่ 8 ในชีวิตระดับ 11
“มีสมบัติเยอะมาก”
ในใจของหลินหยวนรู้สึกตกใจ สมบัติลับขอบเขตโกลาหลที่ผู้แข็งแกร่งใน
ขอบเขตปกครองขั้นสูงสุด ‘ชังเวยหยาง’ ทิ้งไว้นั้น ยังไม่มีคุณสมบัติใดที่
สามารถเทียบกับสมบัติที่อยู่ในรายการรางวัลนี้เลย
สมบัติลับขอบเขตโกลาหลนั้น สำหรับผู้ที่อยู่ในขอบเขตโกลาหลแล้ว ไม่ได้
มีค่าอะไรมากนัก สมบัติลับขอบเขตโกลาหลหลายชิ้น ก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่ผู้ที่อยู่
ในขอบเขตโกลาหลสร้างขึ้นมาแบบง่ายๆ เท่านั้น
ไม่งั้นแล้ว ‘ชังเวยหยาง’ ก็คงจะไม่สามารถครอบครองสมบัติลับขอบเขต
โกลาหลถึง 3 ชิ้นหรอก
แน่นอนว่าสำหรับผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีและผู้ที่อยู่ในขอบเขต
ปกครองแล้ว อาวุธลับขอบเขตโกลาหลก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งทีล้ำค่ามากแล้ว
“ควรจะเลือกอะไรดี?”
หลินหยวนรู้สึกยากลำบากเล็กน้อย
ก่อนอื่นก็ต้องตัดอาวุธลับออกไปก่อน อาวุธลับที่อยู่ในรายการรางวัลนั้น
ล้วนแต่เป็นอาวุธลับขอบเขตโกลาหลขั้นสูงสุด ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะก้าวเข้าสู่
ระดับ 12 ไปแล้ว ก็คงจะไม่สามารถหลอมรวมมันได้ในเวลาอันสั้น นับประสา
อะไรกับการที่จะกระตุ้นมัน
เมื่อไม่สามารถที่จะหลอมรวมและใช้มันได้แล้ว ถึงแม้ว่ามันจะล้ำค่าเพียง
ใด ก็เป็นสิ่งที่ดูดีแต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้
“ช่างเถอะ รอจนกว่าจะก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ก่อนแล้วค่อยมาเลือก”
หลินหยวนคิด และในตอนนี้ตนเองก็เป็นเพียงแค่ระดับ 11 หากเลือกไป
โดยพลการ หากเมื่อถึงระดับ 12 แล้วไม่ได้ใช้มัน คงจะต้องเสียดายแย่
อย่างไรก็ตามตอนนี้ตนเองก็ไม่ได้ขาดอะไร จึงไม่จำเป็นต้องรีบเลือกออก
มา
“ข้าจะรอเลือกในอนาคตก็แล้วกัน”
หลินหยวนมองไปยังรูปปั้นหินเซินจี๋ และกล่าว
“ไม่มีปัญหา”
รูปปั้นหินเซินจี๋พยักหน้า
“ต่อไป ข้าอยากลองไปดูชั้นที่ 9”
หลินหยวนเงยหน้ามองไปยังหอคอยสีดำชั้นที่ 9
ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายของหอคอยสีดำ การที่จะผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 9 ไปได้
นั้น โดยพื้นฐานแล้ว ต้องถูกมองว่ามีพลังในขอบเขตโกลาหลขั้นสูงสุด และอยู่
ห่างจากมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลไม่ไกลนัก
“ไป ลองไปดู”
บนใบหน้าของรูปปั้นหินเซินจี๋ก็มีสีหน้าที่แปลกประหลาด
แต่ก็ยังคงพยักหน้า
ในขณะต่อมา
หลินหยวนก็มาอยู่ที่หอคอยสีดำชั้นที่ 9
ที่นี่ไม่มีแรงกดดันใดๆ และก็ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการทดสอบด้วยกฎ
ทั้
ชั้
ที่
นั้
ซึ่
ทั้งชั้นที่ 9 นั้นว่างเปล่า และไม่มีอะไรเลย ซึ่งทำให้หลินหยวนรู้สึกแปลกใจ
เป็นอย่างมาก
“เกณฑ์ในการผ่านชั้นที่ 9 นั้นคืออะไร?”
หลินหยวนคิดในใจ และบริเวณใกล้ๆ ก็ไม่มีสถานที่ที่คล้ายกับ ‘จุดสิ้นสุด’
ในขณะนั้นเอง
ทั่วทั้งชั้นที่ 9 ก็มืดลงอย่างกะทันหัน
เห็นเพียงแค่ร่างที่ยิ่งใหญ่ร่างหนึ่งรวมตัวกัน
เขาสวมเสื้อคลุมสีดำยาว มีสายตาที่เฉยเมย ราวกับว่ามีกฎแห่งวิถีซ่อนอยู่
“นี่?”
สีหน้าของหลินหยวนเปลี่ยนไป เมื่อสบตากับร่างที่ยิ่งใหญ่นั้นเขารับรู้ได้ว่า
จิตสำนึกของตนเองกำลังร่วงหล่นลง และเมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมา
ก็ปรากฏตัวอยู่ภายนอกหอคอยสีดำเก้าชั้นแล้ว
“ชั้นที่ 9 นั้นคือ?”
หลินหยวนมีสีหน้าที่เคร่งขรึม
“ใช่”
“การที่จะผ่านชั้นที่ 9 ไปได้นั้น จะต้องเอาชนะรอยประทับที่นายท่านได้ทิ้ง
ไว้ในตอนนั้นก่อน”
รูปปั้นหินเซินจี๋กล่าวอยู่ข้างๆ
“รอยประทับที่เจ้าหอหยกปีศาจทิ้งไว้?”
หลินหยวนรู้สึกพูดไม่ออก
ชั้
ที่
นั้
เขาสามารถรับรู้ได้ว่าการผ่านหอคอยสีดำชั้นที่ 9 นั้นยาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะ
ยากขนาดนี้ เจ้าหอหยกปีศาจนั้นเป็นถึงมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล การที่
จะต่อกรกับรอยประทับของเขาได้นั้น แม้แต่ผู้ทีอยู่ในขอบเขตโกลาหลทั่วไปก็
ไม่สามารถทำได้
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้แข็งแกร่งที่ปรากฏตัวอยู่ในมิติหยกปีศาจ ก็เป็นเพียงแค่
ร่างที่ใช้เจตจำนงแห่งจิตใจในการเข้าสู่มิติมาเท่านั้น
ดินแดนลับ’เซียนฮวง’
หลินหยวนลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“ตอนนี้ดูเหมือนว่าพลังของเจ้าหอหยกปีศาจนั้น ไม่น่าจะด้อยกว่าองค์
จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง'”
หลินหยวนคิดในใจ
ก่อนหน้านี้ในตอนที่ดูองค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’เปิดดินแดนลับ’ เซียนฮวง’
33,333 แห่งนั้น หลินหยวนก็ยังคิดว่าองค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’นั้นแข็งแกร่ง
กว่าเจ้าหอหยกปีศาจ
“ช่างเถอะอย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องพวกนั้น”
หลินหยวนเก็บความคิดไป และมองไปยังห้วงอวกาศของจักรวาลจาก
ระยะไกล
ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา ร่างวิญญาณทั้งสองของหลินหยวนและร่างแยก
ได้เดินทางอยู่ในที่ต่างๆ ของจักรวาล และได้รับรู้ถึงการสอดส่องและล็อคเป้า
หมายจากเหตุและผลของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาว
แต่น่าเสียดายที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวนั้นไม่ได้มีความ
เข้าใจในกฎแห่งเหตุและผลที่แข็งแกร่งกว่าหลินหยวนดังนั้นถึงแม้ว่าหลินหยวน
จะเปิดโอกาสให้ ปล่อยร่างวิญญาณทั้งสองและร่างแยกออกไปข้างนอกโดย
สมัครใจแล้ว
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวกลับไม่สามารถล็อคตำแหน่ง
ของร่างวิญญาณทั้งสองและร่างแยกได้
นับประสาอะไรกับการลอบสังหาร?
“ให้โอกาสพวกเจ้าแล้ว แต่กลับไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ”
หลินหยวนถอนหายใจ ในตอนนี้เขาได้มาถึงจุดสูงสุดในทุกๆด้านแล้ว และ
สามารถก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดได้ทุกเมื่อ