สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 503 การมาถึงของผู้แข็งแกร่งสูงสุด
“ถนัดทุกอย่าง อย่างละนิด อย่างละหน่อย?”
เมื่อได้ฟังผู้ก่อตั้งวรยุทธ์กล่าวคำเหล่านี้ด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่งอย่างที่สุด
จางเทียนจื้อก็ตกอยู่ในความเงียบไป
แม้แต่เส้นทางวิวัฒนาการที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังมีจุดเน้นของตนเอง เช่น
เดียวกับผู้แข็งแกร่งสูงสุด แต่ผู้ก่อตั้งวรยุทธ์กลับทำอะไรได้อย่างละนิด อย่าง
ละหน่อย
แต่ทุกอย่าง?
ถึงแม้ว่าจะพูดว่า ‘อย่างละนิด อย่างละหน่อย’ แต่จางเทียนจื้อก็ไม่กล้าที่
จะคิดว่ามันเป็นแค่ ‘อย่างละนิด อย่างละหน่อย’ จริงๆ
นี่มันไม่ได้หมายความว่า ในบางด้านผู้ก่อตั้งวรยุทธ์นั้นแข็งแกร่งกว่าผู้
แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 คนของอารยธรรมมนุษย์หรือ?
หากเป็นผู้วิวัฒนาการคนอื่น แม้ว่าจะมีข้อมูลเก่าแก่เพียงใด จางเทียนจื้อก็
จะคิดว่านี่เป็นเรื่องตลก
แข็งแกร่งกว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุด?
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรมมนุษย์นั้น ไม่ได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด
ของอารยธรรมมนุษย์เพียงเท่านั้น แต่ยังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเผ่าพันธุ์
มากมายในห้วงอวกาศ
แข็งแกร่งกว่าผู้แข็งแกร่งสูงสุด นี่ไม่ใช่เรื่องที่พูดจาไร้สาระหรือ?
แต่กับผู้ก่อตั้งวรยุทธ์?
จางเทียนจื้อกลับรู้สึกว่าผู้ก่อตั้งวรยุทธ์ไม่ได้โกหก
ลื่
ขึ้
ที่
เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ยังไม่ได้เลื่อนขึ้นเป็นเส้นทางวิวัฒนาการที่
แข็งแกร่งที่สุดในระดับ 12 แต่สามารถอยู่ในอันดับที่ 5 ของอารยธรรมมนุษย์
ซึ่งสามารถแสดงให้เห็นถึงปัญหาหลายอย่างแล้ว
หลังจากนั้น
หลินหยวนก็ตอบคำถามที่จางเทียนจื้อสงสัยไปสองสามข้อ และจบ ‘การ
สนทนา’ กับอีกฝ่าย
การที่หลินหยวนมาพบกับจางเทียนจื้อด้วยตนเองนั้น ก็เป็นเพียงเพราะว่า
อีกฝ่ายเป็นผู้ที่ก้าวเข้าสู่วรยุทธ์ระดับ 8 เป็นคนแรก
ซึ่งมาจากความเห็นอกเห็นใจต่อผู้ฝึกฝนในรุ่นหลัง
บนดาวเคราะห์ที่รกร้าง
จางเทียนจื้อตัดการเชื่อมต่อกับโลกเสมือนจริงลง มีสีหน้าทีเหมือนกับสูญ
เสียอะไรบางอย่างไป
เมื่อได้สนทนากับผู้ก่อตั้งวรยุทธ์เพียงแค่ครู่เดียว จางเทียนจื้อก็รู้สึกว่า
ความเข้าใจของตนเองเกี่ยวกับวรยุทธ์ และเส้นทางวิวัฒนาการอื่นๆ ก็ได้
เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก
การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการมองลงมาจากทีที่สูงที่สุด
และทำให้ความเข้าใจของจางเทียนจื้อเกี่ยวกับแก่นแท้ของการวิวัฒนาการนั้น
เพิ่มขึ้นมาอีกมาก
“นี่คือผู้ก่อตั้งวรยุทธ์”
จางเทียนจื้อตั้งสติ และในใจก็อยากที่จะพูดอีกประโยคหนึ่ง
นั่นก็คือ—
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดคงมีเพียงเท่านี้สินะ(เชิงท้าทาย หรือสามารถเอื้อมถึงได้)
ที่
ตั้
“ได้ยินมาว่าตัวตนที่แท้จริงของผู้ก่อตั้งวรยุทธ์คือเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทาง
ช้างเผือก”
จางเทียนจื้อก็นึกถึงข่าวลือบางส่วนที่กำลังแพร่หลายอยู่ในอารยธรรม
มนุษย์เมื่อไม่นานมานี้
เรื่องที่ว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก็คือผู้ก่อตั้งวรยุทธ์นั้น กำลัง
แพร่หลายในวงกว้าง
ทางอารยธรรมมนุษย์ก็ไม่ได้ขัดขวางเรื่องนี้ และผู้ก่อตั้งวรยุทธ์ก็ไม่เคย
ออกมาปฏิเสธข่าวลือ
ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของข่าวลือนั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ
ด้วยสถานะของผู้ก่อตั้งวรยุทธ์ในอารยธรรมมนุษย์แล้ว หากมีข่าวลือที่ไม่
จริง ทางอารยธรรมมนุษย์จะต้องออกมาหยุดยั้งอย่างแน่นอน
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ
ถึงแม้ว่าทางอารยธรรมมนุษย์จะไม่เคยออกมายืนยัน
แต่บางครั้งการเฉยเมย ก็คือการยอมรับ เช่นเดียวกับผู้ก่อตั้งวรยุทธ์
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
จางเทียนจื้อกลืนน้ำลาย เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกตั้งแต่เกิด
จนถึงตอนนี้ เส้นทางการเติบโตก็สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน
อัจฉริยะด้านวิวัฒนาการที่อายุไม่ถึงพันปีคนนี้ ดูอย่างไรก็ไม่เกี่ยวข้องกับผู้
ก่อตั้งเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ แต่สุดท้ายทั้งสองกลับเป็นคนเดียวกัน
“วรยุทธ์ระดับ 8”
ในสมองของจางเทียนจื้อนั้น มีเรื่องราวที่ผู้ก่อตั้งวรยุทธ์ได้พูดเมื่อสักครู่อยู่
ตลอด
นี้
จื้
ในตอนนี้จางเทียนจื้อกลับสามารถรู้สึกได้ว่าเส้นทางจากวรยุทธ์ระดับ 8
ไปสู่วรยุทธ์ระดับ 9 นั้นเห็นได้อย่างชัดเจน
นี่เป็นเพราะการชี้แนะจากผู้ก่อตั้งวรยุทธ์ที่มองลงมาจากที่สูงและยังเป็น
เพราะการสะสมมาหลายพันปีของจางเทียนจื้อเอง ที่ในวันนี้ได้ระเบิดออกมา
จากการชี้แนะของผู้ก่อตั้งวรยุทธ์
“ข้าต้องปิดฝึกฝนแล้ว”
จางเทียนจื้อปิดตาลงในทันที และตั้งใจที่จะปิดฝึกฝนต่ออีกหลายร้อย
หลายพันปี เพื่อที่จะย่อยการชี้แนะของผู้ก่อตั้งวรยุทธ์ให้หมด
หน้าหลุมดำแห่งกาลอวกาศที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในจักรวาล
ร่างวิญญาณสุริยันของหลินหยวนกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่
หลุมดำเป็นเทห์วัตถุพิเศษในจักรวาล ส่วนหลุมดำแห่งกาลอวกาศนั้น เกิด
จากหลุมดำมากมายที่ชนกัน จนทำให้กาลอวกาศพังทลาย และกลายเป็น
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติขนาดใหญ่
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบ เมื่ออยู่ต่อหน้าหลุมดำแห่ง
กาลอวกาศที่กว้างใหญ่ ก็ยังดูเล็กน้อย และหากประมาทก็อาจจะถูกดูดเข้าไป
ข้างในได้
เหล่าเทพโบราณมากมายที่อยู่ในระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบ ได้สร้างวิชา
เร้นลับหลุมดำแห่งกาลอวกาศมากมาย จากหลุมดำแห่งกาลอวกาศที่เกิดขึ้นเอง
ตามธรรมชาติ
แต่วิชาเร้นลับที่แข็งแกร่งที่สุดนั้น กลับมีพลังแค่ 1 ใน 1 ล้านหรือ 1 ใน 10
ล้านของหลุมดำแห่งกาลอวกาศที่แท้จริง
“หลุมดำแห่งกาลอวกาศ?”
หลินหยวนสังเกตไปยังหลุมดำแห่งกาลอวกาศที่อยู่ตรงหน้าอย่างละเอียด
เวลาและอวกาศเป็นสิ่งเดียวกัน แต่กลับสามารถขัดแย้งกันได้อย่างชัดเจน
ที่
หลุมดำแห่งกาลอวกาศก็เป็นตัวอย่าง การที่เวลาและอวกาศขัดแย้งและ
ชนกันอย่างถึงที่สุด สามารถทำให้เกิดหลุมดำแห่งกาลอวกาศขึ้นมา และเมื่อ
กาลอวกาศระเบิดออกมา พลังที่เกิดขึ้นมานั้นสามารถเข้าใกล้ระดับ 12
“ถ้าเราสามารถเข้าใจหลุมดำแห่งกาลอวกาศที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างทะลุ
ปรุโปร่งแล้ว ในด้านความเข้าใจในกฎการหลอมรวมกาลอวกาศ ถึงแม้ว่าจะยัง
ไม่ถึงระดับ 7 ขั้นสูงสุด แต่ก็ไม่แตกต่างกันมากนัก”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ
เพียงแค่การชนกันของเวลาและอวกาศโดยที่ไม่ตั้งใจและไม่มีใครชี้นำ
กลับสามารถระเบิดพลังที่เข้าใกล้ระดับ 12 ออกมาได้ หากอยู่ภายใต้การ
ควบคุมของมนุษย์แล้ว ผลที่จะเกิดขึ้นมานั้นก็ไม่อาจทีจะจินตนาการได้เลย
“ถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว”
หลังจากนั้นไม่นาน หลินหยวนก็ค่อยๆ หยุดการทำความเข้าใจ
ในตอนนี้ร่างจริงได้มาถึงจุดสูงสุดในทุกๆ ด้านแล้ว และพร้อมทีจะก้าวเข้า
สู่จุดสูงสุดตลอดเวลา การมาทำความเข้าใจหลุมดำแห่งกาลอวกาศนั้น รอ
จนกว่าจะก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้วค่อยมาทำความเข้าใจก็ได้
ในห้องโถงที่มืดมิด
เวลา 9 วันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 กว่าสิบคนได้กลับมาลงอีกครั้ง
“9 วันผ่านไปแล้ว”
“ฝานโหว เจ้าล็อคตำแหน่งของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้แล้ว
หรือยัง?”
“ใช่ ล็อคได้หรือยัง? เวลาเหลือน้อยแล้ว เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดได้ทุกเมื่อ”
น้ำ
ที่
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่รีบร้อน
หากปล่อยให้เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเลือกที่จะก้าวเข้าสู่จุด
สูงสุดแล้ว พวกเขาแทบจะไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปแทรกแซงได้อีก
เมื่อเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดแล้ว ผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดทั้ง 9 คนของอารยธรรมมนุษย์ย่อมต้องสร้างเขาวงกต
แห่งกาลอวกาศขึ้นอย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาจะไม่รู้เลยว่าเจ้า
แห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกอยู่ที่ไหน
เมื่อเวลาผ่านไป หากเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก้าวเข้าสู่จุดสูงสุด
ได้แล้ว พวกเขาคงทำได้แค่เฝ้าดูเท่านั้น
ผู้แข็งแกร่งระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์แบบ เมื่อสามารถกระโดดได้แล้วทุกสิ่ง
ทุกอย่างก็จะกระโดดออกจากแม่น้ำแห่งกาลเวลา และในช่วงเวลานั้นสามารถ
ได้รับผลกระทบย้อนกลับจากแม่น้ำแห่งกาลเวลาหรือแม้แต่จากจักรวาลหลัก
และในขณะเดียวกัน การย้อนกลับนั้นก็เป็นการปกป้อง เพื่อที่จะรับ
ประกันว่าจะไม่มีพลังจากภายนอกเข้าไปรบกวนในการกระโดดครั้งนั้น
ถึงแม้ว่าเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 จะหลุดพ้นจากข้อจำกัดของแม่น้ำแห่ง
กาลเวลาแล้ว แต่การหลุดพ้นจากข้อจำกัดของแม่น้ำแห่งกาลเวลานั้น ก็ไม่ได้
หมายความว่าจะสามารถต่อต้านแม่น้ำแห่งกาลเวลาได้
“ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว”
คิ้วของผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจว ฝานโหว ขมวดเข้าหากัน ร่างจริง
ของเขาที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของเผ่าพันธุ์โจวนั้น ได้บูชาไปยังเงาของเจ้า
แห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเป็นเวลา 9 วันเต็มๆ แล้ว
ใน 9 วันนี้ ทุกครั้งที่เขาก้มคำนับ การเชื่อมต่อเหตุและผลระหว่างเขากับ
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก็จะเพิ่มมากขึ้นและในตอนนี้หลังจากที่ได้
ก้มคำนับเป็นเวลา 9 วัน การเชื่อมต่อเหตุและผลระหว่างฝานโหวและเจ้าแห่ง
นั้
ชื่
เขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกนั้น ก็อยู่เหนือการเชื่อมต่อของเหตุและผลระหว่าง
ญาติสนิทไปมากแล้ว
แน่นอนว่าการเชื่อมต่อเหตุและผลแบบนี้ก็เกิดขึ้นจากการบูชาเป็นเวลา 9
วัน และสามารถคงอยู่ได้เพียงแค่เวลาสั้นๆ และ 9 วันนีฝานโหวต้องจ่ายราคาที่
น่ากลัว และต้องใช้เวลาหลายหมื่นล้านปีถึงจะฟื้นตัวได้
“ในฐานะที่ข้าเป็นผู้แข็งแกร่งระดับ 12 การที่ต้องจ่ายราคามากมายเช่นนี้
เพียงเพื่อที่จะล็อคตำแหน่งของเจ้า นับว่าน่าภูมิใจแล้ว”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจว ฝานโหว สูดหายใจเข้าลึกๆและคิดในใจ
อย่างเงียบๆ
ราคาที่เขาจ่ายไปนั้น มากกว่าการต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ด้วยกันเสีย
อีก
หากไม่ใช่เพราะเหล่าผู้มีอำนาจของกลุ่มเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดอย่างเผ่า
พันธุ์ผู้ถูกจองจำได้ให้คำมั่นว่า ในช่วงเวลาที่ยาวนานต่อจากนี้จะไม่ทำร้ายเผ่า
พันธุ์โจว และเมื่อรวมกับภัยคุกคามจากเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกแล้ว
เขาก็คงจะไม่ทำเช่นนี้
ในห้องโถงที่มืดมิด
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจวฝานโหว มองไปยังผู้แข็งแกร่งระดับ 12
คนอื่นๆ
“สำเร็จแล้ว”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจวฝานโหวกล่าว
“ดี”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ต่อให้เจ้ามีสมบัติแห่ง
เหตุและผลคุ้มครอง แล้วอย่างไร?”
บนใบหน้าของเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา
กี่
ผู้
ฏ
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกมีร่างแยกอยู่ข้างนอกกี่ร่าง?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำถามในทันที
“ในตอนนี้ร่างแยกที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกปล่อยออกมาใน
จักรวาลนั้น มีทั้งหมด 143 ร่าง”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจว ฝานโหว หลับตาลง และสัมผัสอย่าง
ละเอียด
ในตอนนี้การเชื่อมต่อเหตุและผลระหว่างเขากับหลินหยวนนั้นแข็งแกร่ง
ที่สุด และเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ต่อให้มีสิ่งกีดขวางมากมาย ก็ยังสามารถล็อค
ตำแหน่งของหลินหยวนได้
“143 ร่างแยก”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำ และเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12
คนอื่นๆ มองหน้ากัน เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกปล่อยร่างแยกออกมา
ข้างนอกมากมายขนาดนี้ พวกเขาที่อยู่ในระดับ 12 ใช้เวลาล็อคถึง 100 ปี
กลับไม่สามารถล็อคได้แม้แต่ร่างเดียว?
ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องพึ่งฝานโหวที่ต้องจ่ายราคาที่แสนสาหัสในการใช้วิชา
เร้นลับ ‘บูชาเก้าตะวัน’ ถึงจะสามารถล็อคเป้าหมายได้?
“หืม?”
“ข้ารับรู้ได้ว่า มีร่างแยกหนึ่งของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกอยู่ที่
นอกจักรวาล?”
สีหน้าของผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจว ฝานโหว เปลี่ยนไปเล็กน้อย
และกล่าวออกมาอย่างอดไม่ได้
นอกจักรวาล?
นั่นเป็นขอบเขตที่แม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ก็ยังไม่สามารถที่จะสำรวจได้
ที่
“นอกจักรวาล? อยู่ที่ไหน?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำถามในทันที
“ไม่ทราบ”
“เมื่อมีจักรวาลขวางกั้น ต่อให้ใช้วิชาเร้นลับ ‘บูชาเก้าตะวัน’ ก็ไม่สามารถ
รับรู้ได้อย่างชัดเจน”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจวฝานโหวส่ายหน้ากล่าว
จักรวาลนั้นสามารถปิดกั้นเหตุและผลอันซับซ้อนและกาลอวกาศได้
เมื่อรวมกับความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลที่อยู่นอกจักรวาลแล้ว กฎ
ต่างๆ ที่อยู่ในนั้นก็กว้างใหญ่กว่าในจักรวาลหลายเท่า การใช้เหตุและผลใน
จักรวาล ไปรับรู้ถึงเหตุและผลนอกจักรวาลนั้น ก็ยากเหมือนกับการปีนขึ้นไป
บนสวรรค์
ดังนั้นฝานโหวจึงไม่สามารถรับรู้อะไรได้มากนัก
“ว่านฮว่าเคยบอกว่า เจตจำนงแห่งจิตใจของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้าง
เผือกได้ไปถึงระดับ 12 แล้ว ด้วยเจตจำนงแห่งจิตใจของเขา คาดว่าน่าจะสร้าง
ร่างแยกขึ้นมาได้ที่บริเวณใกล้ๆ จักรวาล”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำคาดการณ์
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ก็สามารถที่จะสร้างร่างแยกขึ้นมาได้ที่นอกจักรวาล
แต่ระยะห่างระหว่างร่างแยกกับร่างจริงนั้นสั้นมาก และยังต้องได้รับผลกระทบ
จากพลังแห่งความโกลาหลตลอดเวลา
ดังนั้นโดยทั่วไปแล้วผู้แข็งแกร่งระดับ 12 เมื่อลองทำได้สองสามครั้งแล้ว ก็
จะไม่สนใจอีก
“เอาเถอะ เจ้าเลือกร่างแยกที่เชื่อมต่อกับเหตุและผลมากที่สุดมาหนึ่งร่าง
และล็อคพิกัดไว้ จากนั้นพวกข้าจะไปที่นั่นโดยตรง”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำกล่าว
ถึงแม้ว่าจะเป็นร่างแยกของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ก็ทำได้
เหมือนกัน แต่การใช้ร่างแยกที่เชื่อมต่อกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
มากที่สุดนั้น ย่อมดีที่สุด
“อยู่ที่นี่”
“หน้าหลุมดำแห่งกาลอวกาศหมายเลข 52”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจว ฝานโหว กล่าวพิกัดที่แน่นอนออกมา
“ข้าจะพาพวกเจ้าไป”
บรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์โบกมือ พลังของกาลอวกาศทีมองไม่
เห็นก็พัดพาไป และในชั่วพริบตาเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ทีอยู่ในที่นั้นก็
หายตัวไปทั้งหมด
หลินหยวนที่ยืนอยู่หน้าหลุมดำแห่งกาลอวกาศนั้น ได้ลุกขึ้นยืนตั้งใจที่จะ
จากไป และกลับไปยังร่างจริง เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่จุดสูงสุด
ในขณะนั้นเอง
ฮึ่ม
พลังของกาลอวกาศกลับผันผวน ราวกับสายน้ำ
ร่างที่ยิ่งใหญ่ร่างแล้วร่างเล่า ก็ลงมาในทันที ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 กว่าสิบ
คนได้ล้อมหลินหยวนเอาไว้
ปิดกั้นกาลอวกาศ บริเวณที่หลินหยวนอยู่
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก จงลิ้มรสแหล่งที่มาของการปนเปื้อน
และความโกลาหลเสียเถอะ!”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์ลงมือก่อน ปีก 24 คู่ปกคลุม
จักรวาลเอาไว้
มือขวาที่ขาวสะอาดยื่นออกมา ต้องการที่จะปราบปรามหลินหยวน
พลังที่น่ากลัวแผ่กระจายออกมา พลังที่มากมายเริ่มส่งผลกระทบต่อกาล
อวกาศ
“หืม?”
หลินหยวนงงไปเล็กน้อย