สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 506 ผลกระทบที่ลึกซึ้ง
หลังจากที่จบการเดินทางครั้งที่ 11 แล้ว หลินหยวนก็รู้สึกได้ว่าแม่น้ำแห่ง
กาลเวลาที่กว้างใหญ่นั้น ดูเหมือนว่าจะแคบไปสำหรับตนเองเล็กน้อย
หลังจากนั้นก็ผ่านไปร้อยกว่าปี เมื่อได้ทำการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความ
เข้าใจในกฎแห่งความโกลาหลเสร็จสมบูรณ์แล้วความรู้สึกในด้านนี้ก็ยิ่งรุนแรง
มากขึ้น
ในแม่น้ำแห่งกาลเวลา หลินหยวนจะต้องขดตัว และพยายามที่จะทำให้
ตนเองเล็กลง
ไม่อย่างนั้นแล้ว แม้ว่าจะนอนราบไป ส่วนหนึ่งของร่างกายก็จะยังคงเกิน
ขีดจำกัดที่แม่น้ำแห่งกาลเวลาที่สามารถรองรับได้
ภัยคุกคามเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ หากเกิดขึ้นบ่อยครั้งสามารถ
ทำให้ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่อยู่บนฝั่งพบความผิดปกติ หรือถ้าหนักกว่านั้นก็
อาจจะทำให้เกิดการย้อนกลับของแม่น้ำแห่งกาลเวลา และต้องถูกบังคับให้ก้าว
เข้าสู่จุดสูงสุด
แต่ในตอนที่เทียนอวี่เฉินซึ่งเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์
ได้เข้าไปในพื้นที่ของแม่น้ำแห่งกาลเวลา เพื่อที่จะหลบเลี่ยงการโจมตีของร่าง
วิญญาณไท่จี๋ที่ถืออาวุธระดับ 12 อยู่นั้น
หลินหยวนที่ขดตัวอยู่ใต้แม่น้ำแห่งกาลเวลา ก็ทนไม่ไหว และยื่นมือขวา
ออกไป ยื่นเข้าไปที่ฝั่ง แล้วจับข้อเท้าของเทียนอวี่เฉิน และดึงลงมายังแม่น้ำ
แห่งกาลเวลา
“เพียงแค่ยื่นมือออกไป ไม่ได้หลุดพ้นจากแม่น้ำแห่งกาลเวลาเป็นเวลานาน
ไม่น่าจะทำให้เกิดการย้อนกลับของแม่น้ำแห่งกาลเวลา”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ ถึงจะเป็นเพียงแค่ชีวิตในระดับ 11 ขั้น
สมบูรณ์แบบ ก็ยังคงมีบางครั้งที่สามารถกระโดดออกมาจากแม่น้ำแห่งกาล
เวลาได้
ตราบใดที่เวลาสั้นพอ ก็จะไม่มีปัญหาอะไร
ถึงแม้ว่าจะถูกบังคับให้ต้องก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดก่อนกำหนด ก็ไม่ได้ส่งผลก
ระทบอะไรต่อหลินหยวน ในตอนนี้สภาพของเขาอยู่ในจุดที่สมบูรณ์แบบ และ
ทุกๆ ด้านก็ไปถึงจุดสูงสุดแล้ว พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ได้ทุกเมื่อ
“นี่มัน?”
เทียนอวี่เฉินที่กำลังยืนอยู่บนฝั่ง และกำลังคิดว่าจะเปิดสงครามกับ
อารยธรรมมนุษย์อย่างไรนั้น กลับพบว่าตนเองกำลังถูกดึงเข้าไปในแม่น้ำแห่ง
กาลเวลา
“ไม่!!”
เทียนอวี่เฉินมีสีหน้าที่หวาดกลัว เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องเผชิญหน้ากับ
การโจมตีที่มาจากด้านล่างของแม่น้ำแห่งกาลเวลา
ริมฝั่งแม่น้ำแห่งกาลเวลา เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 แม้ว่าจะมีการปะทะ
กันบ้าง แต่ก็เป็นการปะทะกันระหว่างฝั่งเท่านั้น
และการปะทะเช่นนั้น ก็เหมือนกับการปะทะกันในจักรวาล ที่เป็นเรื่องง่าย
ไม่ได้มีกฎลึกลับซับซ้อนอะไร ดังนั้นโดยปกติแล้วจึงไม่มีผู้แข็งแกร่งระดับ 12
คนไหนที่ต่อสู้กันบนฝั่ง
ดังนั้นเทียนอวี่เฉินจึงไม่ได้มีความระมัดระวังมากนัก และถึงแม้ว่าจะมีการ
ป้องกัน ก็เป็นการป้องกันผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่อยู่บนฝั่งด้วยกัน
ส่วนด้านล่างของแม่น้ำแห่งกาลเวลานั้น?
ก็มีเพียงแค่เหล่ามดปลวกที่ถูกขังอยู่ด้านใน ความพยายามที่สุดที่พวกมัน
จะทำได้ ก็มีแค่การกระโดดขึ้นมาเหนือผิวน้ำเล็กน้อย และมองไปยังเหล่าผู้
แข็งแกร่งสูงสุดอย่างตนเอง
วูบๆ
วี่
ที่
ที่
ู
เทียนอวี่เฉินยังไม่ทันที่จะได้ตอบสนอง เท้าขวาที่ถูกจับเอาไว้ก็ได้สัมผัส
กับน้ำในแม่น้ำแห่งกาลเวลา
สำหรับชีวิตที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 12 แล้ว น้ำในแม่น้ำแห่งกาลเวลานั้นอ่อน
โยนมาก และไม่มีอันตรายใดๆ แต่สำหรับผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่ได้หลุดพ้น
จากแม่น้ำแห่งกาลเวลาไปแล้วนั้น
น้ำในแม่น้ำแห่งกาลเวลาก็เป็นเหมือนยาพิษที่ร้ายแรงที่สุด
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ยืนอยู่บนฝั่ง และมองลงไปยังแม่น้ำแห่งกาล
เวลา แต่ก็ไม่เคยที่จะเข้าไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลาอีกครั้ง ก็เป็นเช่นนี้
ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่แข็งแกร่ง เมื่อสัมผัสกับน้ำในแม่น้ำ
แห่งกาลเวลาเป็นเวลานานแล้ว พลังชีวิตของตนเองย่อมต้องถูกกัดกินไปมาก
และอาจจะต้องกลับไปอยู่ในระดับ 11 และถูกผูกมัดอยู่ในแม่น้ำแห่งกาลเวลา
อีกครั้ง
นี่เป็นสิ่งที่ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ทุกคนยอมรับไม่ได้
หวือๆๆ
เมื่อเท้าขวาจุ่มลงไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลา เจตจำนงแห่งจิตใจของเทียนอ
วี่เฉินก็ถูกสั่นสะเทือน และก่อนที่จะได้ทำอะไร มือที่อยู่ด้านล่างของแม่น้ำแห่ง
กาลเวลาก็ได้ดึงเขาลงไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลาอย่างสมบูรณ์
หน้าหลุมดำแห่งกาลอวกาศ
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่กำลังปะทะกับผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของ
อารยธรรมมนุษย์อยู่ ก็ทยอยหยุดการลงมือ
การที่เทียนอวี่เฉินลงมืออย่างเต็มที่ แต่กลับถูกเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทาง
ช้างเผือกโจมตี จนต้องหลบเข้าไปในพื้นที่แม่น้ำแห่งกาลเวลานั้น ทำให้เหล่าผู้
แข็งแกร่งระดับ 12 กว่าสิบคนยอมรับไม่ได้
ที่
นั้
การที่พลังในการโจมตีของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกนั้นไปถึง
ระดับ 12 นั้นก็ถือว่าวิปริตมากพอแล้ว แต่เมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว ก็ไม่ได้ไป
ถึงแค่ระดับ 12 ที่เพิ่งจะเริ่มต้น
แต่กลับสามารถทำร้ายเทียนอวี่เฉินได้?
ไม่อย่างนั้นเทียนอวี่เฉินคงจะไม่หลบเข้าไปในพื้นที่ของแม่น้ำแห่งกาล
เวลา
ในชั่วขณะนั้น เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ก็ตกอยู่ในความเงียบ
พวกเขามารวมตัวกันเพื่ออะไรกัน?
เพื่อล้อมสังหารเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก?
แต่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกในตอนนี้ เป็นคนที่พวกเขาจะ
สามารถล้อมสังหารได้หรือ?
ด้วยพลังที่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้แสดงออกมาในตอนนี้ การ
ที่จะล้อมสังหารเขา ความยากลำบากก็ไม่ต่างอะไรกับการล้อมสังหารผู้
แข็งแกร่งระดับ 12 คนหนึ่ง
ตั้งแต่ที่จักรวาลนี้ถือกำเนิดขึ้นมา ต่อให้เกิดการปะทะกันที่น่าสังเวชที่สุด
ระหว่างผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ก็ไม่เคยที่จะมีผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ต้องจบชีวิตลง
ในด้านของอารยธรรมมนุษย์ ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวน และผู้
แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 8 คน ก็ตกอยู่ในความเงียบเช่นกัน
การที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 คนมาถึงนั้น ตั้งใจที่จะมาแก้แค้นให้กับหลิน
หยวน ในความคิดของพวกเขานั้น เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 กว่าสิบคนล็อก
ตำแหน่งของร่างแยกของหลินหยวน
ผลลัพธ์ก็ถูกกำหนดไว้แล้ว ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวน และผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดเซี่ยฉิน ก็เตรียมที่จะเปิดราคาอย่างเต็มที่แล้ว
มื่
เมื่อมีผู้แข็งแกร่งระดับ 12 มาล้อมสังหารเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้าง
เผือกมากมายขนาดนี้?
ต่อให้เป็นเพียงแค่ร่างแยก ก็ถือได้ว่าเป็นการทำลายกฎที่ไม่เป็นลาย
ลักษณ์อักษรระหว่างผู้แข็งแกร่งระดับ 12
ดังนั้น
หากเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่อยู่ในที่นั้น ไม่ยอมจ่ายราคาทีทำให้
อารยธรรมมนุษย์พอใจแล้ว ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนก็จะลงมือด้วย
ตนเอง และไปสังหารเหล่าชีวิตในระดับ 11 และระดับ 10 ของเผ่าพันธุ์อื่น
ในการคาดการณ์ของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวน และผู้แข็งแกร่งสูงสุด
คนอื่นๆ เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่ล้อมสังหารเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้าง
เผือกนั้น ควรที่จะถอยไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาเองก็เป็นผู้ที่เริ่มเรื่อง
ก่อน
แต่ว่า
การพัฒนากลับไม่เป็นไปตามที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนคาดการณ์
เอาไว้
ร่างแยกของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกไม่ได้ดับสูญ แต่กลับโจมตี
ใส่เทียนอวี่เฉินจนต้องล่าถอย
ทำให้ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนรู้สึกแปลกไป พวกเขาทั้ง 9 ได้มาถึง
เพื่อที่จะมาแก้แค้นให้กับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกที่ถูกล้อมสังหาร
ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ร่างแยกก็ตาม
แต่ในตอนนี้ร่างแยกของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกไม่เพียงแค่ไม่
ตาย แต่กลับโจมตีเทียนอวี่เฉินจนต้องร่นถอย
ทำให้ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวน และผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินไม่เข้าใจ
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
ที่
ล้ำ
พื้
ที่
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำมีสายตาที่ลึกล้ำ มองไปยังพื้นที่
ของแม่น้ำแห่งกาลเวลา และจ้องไปยังเทียนอวี่เฉินที่ยืนอยู่บนฝั่ง
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนอื่นๆ ก็เช่นกัน พวกเขารับรู้ถึงความร้ายแรง
ของสถานการณ์แล้ว เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกไม่ใช่คนที่พวกตนจะ
สามารถล้อมสังหารได้
“หืม?”
จักรพรรดินีแมลงมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนอื่นๆ ก็เช่นกัน
และจากนั้น ภายใต้สายตาของเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 นั้นเทียนอวี่เฉิ
นก็ถูกมือที่ยื่นออกมาจากแม่น้ำแห่งกาลเวลาดึงเข้าไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลา
อย่างไม่ไว้หน้า
“นี่?”
ริมฝั่งแม่น้ำแห่งกาลเวลา เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ต่างก็จ้องมองไปยัง
แม่น้ำแห่งกาลเวลาที่กว้างใหญ่ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมเป็นอย่างมาก
“มือนั่น?”
“เป็นของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก!”
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกเป็นเพียงแค่ชีวิตที่อยู่ในแม่น้ำแห่งกาล
เวลา ทำไมถึงมีพลังในการดึงพวกเราที่อยู่ในระดับ 12 ลงไปได้?”
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 แต่ละคนต่างก็ไม่เชื่อ แม่น้ำแห่งกาลเวลาเป็นที่
ที่สะท้อนถึงสาระสำคัญของชีวิต การที่สามารถดึงชีวิตในระดับ 12 ได้นั้น
จะต้องมีพลังชีวิตที่แข็งแกร่งขนาดไหน?
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้?”
มื่
“พวกเจ้าอย่าลืมสิว่าเมื่อสักครู่เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกโจมตี
เทียนอวี่เฉินจนต้องล่าถอย”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจวกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 จำนวนมากก็รับรู้ได้ในทันที
ใช่แล้ว
แม้แต่การที่ชีวิตในระดับ 11 โจมตีชีวิตในระดับ 12 จนล่าถอย ก็ยังเคย
เกิดขึ้นมาแล้ว
นับประสาอะไรกับการที่ชีวิตในแม่น้ำแห่งกาลเวลาดึงชีวิตที่อยู่ริมฝั่ง
แม่น้ำแห่งกาลเวลาลงไปข้างล่าง
ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
“เทียนอวี่เฉิน ครั้งนี้คงจะถึงคราวซวยแล้วจริงๆ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ผู้ถูกจองจำกล่าวด้วยเสียงต่ำ
ในตอนนี้เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 แต่ละคนก็ยืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแห่งกาล
เวลา และเฝ้าดูอยู่
แต่ก็ไม่มีผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนไหนที่อยากจะลงมือ และเข้าไปในแม่น้ำ
แห่งกาลเวลาเพื่อที่จะช่วยเทียนอวี่เฉิน
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนอื่นๆ ของเผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์ ก็เพียงแค่ยืนอยู่
บนฝั่งอย่างเงียบๆ และไม่ได้มีความคิดที่จะช่วยเหลือ?
จะช่วยได้อย่างไร?
ชีวิตในระดับ 12 นั้นเข้ากันไม่ได้กับแม่น้ำแห่งกาลเวลาโดยธรรมชาติ การ
ที่ชีวิตในระดับ 12 กล้าที่จะเข้าไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลาแล้ว สิ่งแรกที่ต้อง
เผชิญหน้าก็คือการถูกกัดกินพลังชีวิตไปอย่างมาก
วูบๆ
ในขณะที่เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 กำลังจ้องมองไปยังแม่น้ำแห่งกาล
เวลาอยู่นั้น
ผิวน้ำของแม่น้ำแห่งกาลเวลาที่สงบนิ่ง ก็เริ่มมีระลอกคลื่นขึ้นมาอย่าง
กะทันหัน
ระลอกคลื่นค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในท้ายที่สุด
ก็กลายเป็นคลื่นขนาดใหญ่ ราวกับว่ามีสัตว์ประหลาดยุคก่อนประวัติศาสตร์ 2
ตัวกำลังต่อสู้กันอยู่ด้านล่างของแม่น้ำแห่งกาลเวลา
“ไปซะ ไปซะ!!”
ในแม่น้ำแห่งกาลเวลา เทียนอวี่เฉินรับรู้ได้ว่าพลังชีวิตของตนเองกำลัง
อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่อง และภายใต้ความตกใจและโกรธ ก็ได้แต่ต่อต้าน
ส่วนหลินหยวนกลับไม่ได้สนใจ เขาสามารถรับรู้ได้ถึงผลกระทบและการ
กดดันของแม่น้ำแห่งกาลเวลาที่มีต่อเทียนอวี่เฉิน ในตอนนีเขาเพียงแค่ต้องดึง
เทียนอวี่เฉินที่อยู่ในระดับ 12 เอาไว้
เมื่อเวลาผ่านไปถึงขีดจำกัดแล้ว สิ่งที่อีกฝ่ายจะต้องเผชิญหน้าก็คือความ
เสี่ยงที่พลังชีวิตจะลดถอยลง
“อ๊ากกกกก!!”
ดวงตาของเทียนอวี่เฉินแดงก่ำ และปีก 24 คู่ด้านหลังก็ส่ายไปมา
ในขณะเดียวกันนั้น ปีก 2 คู่ ค่อยๆเริ่มพังทลายลง
ตูม
พลังของเทียนอวี่เฉินระเบิดเพิ่มขึ้นอย่างมาก และในระหว่างการ
เคลื่อนไหวก็สามารถโจมตีหลินหยวนจนกระเด็นออกไปได้ จากนั้นก็พุ่งออกมา
น้ำ
วิ่
ฝั่
ตื่
จากแม่น้ำแห่งกาลเวลา และวิ่งหนีไปยังริมฝั่งอย่างตื่นตระหนก
“ออกมาแล้ว?”
“เทียนอวี่เฉินออกมาแล้ว”
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่อยู่บนฝั่งเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็ผ่อนคลายความ
กังวลลงเล็กน้อย
พวกเขาสามารถสังเกตเห็นถึงพลังที่อ่อนแอของเทียนอวี่เฉินและปีก 24 คู่
ก็เปลี่ยนเป็น 22 คู่ แต่แค่หลุดพ้นจากแม่น้ำแห่งกาลเวลามาได้ก็พอแล้ว
“ไป”
เหล่าบรรพบุรุษคนอื่นๆ ของเผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์ก็รีบรับตัวเทียนอวี่เฉินก
ลับไป และในทันทีร่างก็หายไป และกลับไปยังดินแดนของเผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์
“น่าเสียดาย”
ด้านล่างของแม่น้ำแห่งกาลเวลา หลินหยวนมองไปยังเทียนอวีเฉินที่หนีไป
ได้ และรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
ในจักรวาลหลัก ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะใช้ร่างจริง และใช้อาวุธระดับสูงสุด
ขอบเขตบุกเบิกวิถี ก็ยังไม่มีหวังที่จะสังหารผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ได้
การที่ร่างวิญญาณไท่จี๋ถืออาวุธระดับ 12 นั้น ถึงแม้ว่าจะฟันไปหลายแสน
ครั้ง คงทำได้เพียงแค่ทำให้เทียนอวี่เฉินได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
และเมื่อเวลาผ่านไป เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่ได้สติกลับคืนมา ย่อม
ต้องเข้ามาขัดขวาง
แต่ในแม่น้ำแห่งกาลเวลาล่ะ?
เทียนอวี่เฉินมีโอกาสที่จะจบชีวิตลงได้จริงๆ
วี่
นั้
แต่พลังชีวิตของหลินหยวนและเทียนอวี่เฉินนั้น ยังมีความแตกต่างกันอยู่
มาก ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะใช้พลังในการต่อต้านการกัดกินจากแม่น้ำแห่งกาลเวลา
ถึง 90%
เมื่อเทียนอวี่เฉินเริ่มที่จะต่อสู้ด้วยชีวิตแล้ว หลินหยวนก็ไม่สามารถดึงอีก
ฝ่ายเอาไว้ได้
ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถจัดการเทียนอวี่เฉินได้ แต่ก็ยังเป็นไปตามที่หลิน
หยวนคาดการณ์ไว้
เพราะบาดแผลที่เทียนอวี่เฉินได้รับนั้น สามารถกล่าวได้ว่ายากทีจะรักษา
ได้
ไม่ต้องพูดถึงการถูกกัดกินพลังชีวิตในขณะที่อยู่ในแม่น้ำแห่งกาลเวลาเลย
แค่ปีก 2 คู่ ที่พังทลายลงไปเพื่อที่จะหลุดพ้นจากแม่น้ำแห่งกาลเวลา
ก็คงจะทำให้เทียนอวี่เฉินต้องจ่ายราคาที่ไม่อาจย้อนกลับได้แล้ว
แก่นแท้ของพลังของเผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์นั้น อยู่ที่ปีกที่อยู่ด้านหลัง แม้แต่ใน
ระดับ 12 ก็เป็นเช่นนี้
การที่ปีกพังทลาย นั่นหมายถึงการทำให้ได้รับพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
เป็นการชั่วคราว แต่หลังจากนั้นก็จะเผชิญหน้ากับพลังทีลดลงอย่างถาวร
เทียนอวี่เฉินที่อยู่ในระดับ 12 นั้น ถึงแม้ว่าจะมีความมั่นใจว่าจะสามารถที่
จะฟื้นฟูปีกที่พังทลายไปได้ ก็คงจะต้องเป็นเรื่องหลังจากผ่านไปเป็นหมื่นล้านปี
แล้ว
และก่อนที่จะฟื้นฟูได้นั้น เทียนอวี่เฉินก็คงไม่กล้าที่จะเสนอหน้าออกมา
การที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์มีปีกแค่ 22 คู่นั้นพลังของ
เขาก็คงจะถูกจัดอยู่ในอันดับสุดท้ายของชีวิตในระดับ 12
“หืม?”
“เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 เหล่านั้นยังไม่ได้ไป?”
น้ำ
ฝั่
น้ำ
ผู้
หลินหยวนหลบอยู่ในน้ำ และเห็นว่าริมฝั่งแม่น้ำแห่งกาลเวลาเหล่าผู้
แข็งแกร่งระดับ 12 ยังคงจ้องมองลงมาที่ด้านล่างของแม่น้ำแห่งกาลเวลาอยู่
แต่หลินหยวนก็สังเกตได้ชัดเจนว่า ในตอนนี้ตำแหน่งที่เหล่าผู้แข็งแกร่ง
ระดับ 12 ยืนอยู่นั้น ห่างจากแม่น้ำแห่งกาลเวลาไปมากแล้ว
ก่อนหน้านี้เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 นั้นยืนอยู่ริมฝั่ง และมองลงไปยัง
แม่น้ำแห่งกาลเวลา
เพื่อให้ ‘ปลาใหญ่’ ที่กระโดดขึ้นมาจากน้ำเป็นครั้งคราวได้มองขึ้นไป
แต่ในตอนนี้ก็ไม่สามารถที่จะเรียกว่าริมฝั่งได้แล้ว
“กำลังป้องกันเราอยู่เหรอ?”
หลินหยวนถอนหายใจ และไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
การที่เขาสามารถดึงเทียนอวี่เฉินเข้าไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลาได้ก็เป็น
เพราะอีกฝ่ายไม่ได้เตรียมตัว
เทียนอวี่เฉินไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีการดึงลงมาจากด้านล่างของ
แม่น้ำแห่งกาลเวลา
จึงต้องจบลงด้วยสภาพเช่นนั้น
แต่เรื่องเช่นนี้ก็สามารถทำได้เพียงแค่ครั้งเดียว
ในตอนนี้เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 นั้นเตรียมพร้อม และระวังหลินหยวน
ที่อยู่ด้านล่างของแม่น้ำแห่งกาลเวลา การที่จะทำเช่นเดิมอีกครั้งจึงเป็นเรื่องที่
ไปไม่ได้
หนึ่งคือระยะห่างที่ไกลเกินไป เกรงว่าหลินหยวนจะต้องโผล่ออกมาครึ่งตัว
ถึงจะสามารถมาถึงเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ในตอนนีได้
สองคือเมื่อเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 มีการป้องกันแล้ว พวกเขาสามารถ
ตอบสนองในทันที ภายใต้ความแตกต่างของพลังชีวิตแล้วหลินหยวนก็ยากที่จะ
ดึงพวกเขาลงมาได้
“อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการแบบนั้นแล้ว”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย เขาใกล้ที่จะก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดแล้วหากทุกสิ่ง
ทุกอย่างราบรื่น เขาก็จะยืนอยู่บนฝั่งพร้อมกับเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 โดยที่
ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอยู่ในน้ำและแอบโจมตี
ริมฝั่งแม่น้ำแห่งกาลเวลา
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ยืนห่างจากน้ำในแม่น้ำแห่งกาลเวลามาก
“อาการบาดเจ็บที่เทียนอวี่เฉินได้รับนั้น คาดว่าคงจะไม่สามารถฟื้นตัวได้
อย่างสมบูรณ์ จนกว่าจะถึงช่วงที่จักรวาลนี้สิ้นสุดลง”
“ถูกต้อง น้ำในแม่น้ำแห่งกาลเวลานั้นกัดกินพลังชีวิตของพวกเราที่อยู่ใน
ระดับ 12 มากเกินไป”
“เผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์ต้องสูญเสียอย่างหนัก คาดว่าจะส่งผลกระทบหลังจาก
ที่จักรวาลล่มสลาย”
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ต่างก็พูดคุยกัน สำหรับชีวิตในระดับ 12 แล้ว
การล่มสลายของจักรวาลนั้น ก็เหมือนกับประตูผี
ถ้าไม่ใช่ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด ก็จะมีโอกาสรอดชีวิตเพียงแค่ครึ่ง
หนึ่งหรือน้อยกว่านั้น
และด้วยสภาพของเทียนอวี่เฉินในตอนนี้ ก่อนที่จะถึงช่วงทีจักรวาลล่ม
สลายนั้น อย่าว่าแต่จะเพิ่มพลังเลย แค่จะฟื้นตัวกลับไปอยู่ในช่วงที่สมบูรณ์
ที่สุดก็ยังยาก
ในสถานการณ์เช่นนี้ ความเป็นไปได้ที่เทียนอวี่เฉินจะรอดพ้นจากการล่ม
สลายของจักรวาลนั้น คาดว่าคงจะมีแค่ 20-30% หรืออาจจะน้อยกว่านั้น
ผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีที่แข็งแกร่ง ยิ่งสามารถมีโอกาสรอดพ้นจาก
การล่มสลายของจักรวาลสูงขึ้น จนกระทั่งไปถึงขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด ถึง
ู
ุ
ู
ุ
จะสามารถผ่านช่วงเวลาของการล่มสลายของจักรวาลไปได้อย่างปลอดภัย
ในปัจจุบัน ทำไมเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ถึงไม่อยากที่จะลงมือต่อสู้กัน?
หนึ่งคือการที่เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดนั้นยากที่จะตัดสินแพ้ชนะการต่อสู้กัน
จึงไม่มีความหมายอะไร
สองคือเมื่อตัดสินแพ้ชนะแล้วจะเป็นอย่างไร?
การฆ่าศัตรพันหนึ่งย่อมทำให้ตนเองบาดเจ็บแปดร้อย เจ้าอาจสร้าง
บาดแผลสาหัสให้ศัตรูได้ แต่ในเมื่อทุกคนล้วนอยู่ในระดับ 12 การดิ้นรนต่อสู้
อย่างสุดกำลังก็ย่อมทำให้ตนเองต้องได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสภาพและพลังต่อสู้ของตนเองในอนาคต ใน
ตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับจักรวาลล่มสลาย
การที่ไม่สามารถผ่านช่วงเวลาของการล่มสลายของจักรวาลไปได้นั้น
สำหรับผู้แข็งแกร่งระดับ 12 แล้ว
คือการดับสูญอย่างแท้จริง และไม่มีความเป็นไปได้อื่นใดอีก