สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 517 หลินหยวนตระเวนฟ้า อาณุภาพ
กดข่มจักรวาล
ภายนอกกระท่อมไม้
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติได้ออกมาด้วยร่างจริง แสดง
ให้เห็นถึงความสำคัญต่อเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกอย่างที่ไม่เคยมีมา
ก่อน
โดยปกติแล้ว ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัตินั้นอย่างน้อย
จะต้องมี 1 คนอยู่ในกระท่อมไม้ แต่ในตอนนี้การมาของหลินหยวน ทำให้ทั้ง
สองคนปรากฏตัว
“กระท่อมไม้หลังนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่พวกท่านใช้ในการข้ามผ่านการล่มสลาย
ของจักรวาลแต่ละครั้งใช่หรือไม่?”
หลินหยวนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม และในขณะเดียวกันก็กำลังตรวจสอบ
กระท่อมไม้อย่างละเอียด
กระท่อมไม้ดูธรรมดาเป็นอย่างมาก ไม่โดดเด่นอะไรเลย แต่โครงสร้าง
แต่ละส่วนนั้นซ่อนพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุดเอาไว้ พลังโกลาหลแผ่ซ่านอยู่ข้างใน
“ถูกต้อง กระท่อมไม้นี้เป็นรากฐานสุดท้ายของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติของข้า
บรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์ข้าในตอนนั้นเพื่อที่จะรักษาเผ่าพันธุ์
เอาไว้ ได้สร้างกระท่อมไม้ประเภทนี้โดยเฉพาะ และนำไปหลอมรวมเข้า
กับจักรวาล ทิ้งกิ่งก้านไว้ในจักรวาล”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่ยืนอยู่ทางซ้ายกล่าวออกมาอย่าง
ตรงไปตรงมา โดยไม่ได้ปิดบังอะไร
นั้
ในใจของพวกเขานั้น หลินหยวนคือการกลับชาติมาเกิดของมหาปราชญ์ผู้
ยิ่งใหญ่ เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้วจะต้องฟื้นความทรงจำบางส่วนออกมา
อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่พูด หลินหยวนก็สามารถที่จะคาดเดาได้
“ก็มั่นคงดี”
หลินหยวนพยักหน้า
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้น สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดคือที่ใด?
ทวีปแห่งความโกลาหล?
สวรรค์ที่ซ่อนเร้น?
หรือไม่ก็เป็นถ้ำของมหาปราชญ์?
ไม่ใช่
ไม่ใช่ทั้งหมด
แม้แต่ถ้ำและลานประลองที่เหล่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหลทิ้งเอาไว้ ก็ไม่
สามารถที่จะดำรงอยู่ได้ตลอดไป ท้ายที่สุดแล้วจะต้องมีวันที่พังทลายลง
ไม่ใช่ว่าพังทลายด้วยตนเอง ก็ถูกโจมตีโดยพลังภายนอกหรือไม่ก็เจอมหา
ปราชญ์ในระดับเดียวกันเข้ามาครอบครอง
แต่จักรวาลล่ะ?
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้ให้กำเนิดจักรวาลนับไม่ถ้วนจักรวาล
แต่ละแห่งนั้นเชื่อมต่อกับพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
จักรวาลอาจจะได้รับผลกระทบจากพลังภายนอก เช่น การโจมตีในระดับ
มหาปราชญ์ ก็เพียงพอที่จะทำให้จักรวาลก้าวเข้าสู่การล่มสลายก่อนกำหนด
แล้ว
สิ่
ที่
นั้
แต่สิ่งที่เรียกว่าการล่มสลายนั้น ก็เป็นเพียงแค่วิธีการหมุนเวียนของ
จักรวาล เมื่อล่มสลายแล้วก็จะเกิดใหม่ แต่จักรวาลยังคงอยู่
แม้แต่เหล่าผู้ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหลก็ไม่สามารถลบร่องรอยจักรวาล
ออกจากรากฐานได้ การที่จะทำเช่นนั้น เท่ากับว่าเป็นการต่อต้านความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ย่อมต้องจ่าย
ราคาที่แสนสาหัส และสูญเสียโอกาสที่จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่
สมบูรณ์แบบไปตลอดกาล
และจักรวาล คือสถานที่ที่ห้ามไม่ให้ชีวิตจากภายนอกเข้ามา ทำให้ขีด
จำกัดของพลังต่อสู้ในจักรวาลนั้นไม่สูง เมื่อเทียบกับความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลแล้วจึงปลอดภัยเป็นอย่างมาก
ในตอนนั้นองค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’ได้บุกเบิกดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’
33,333 แห่ง กระจายไปในจักรวาลแต่ละแห่งอย่างไร้กฎเกณฑ์ รับประกัน
ว่าการสืบทอดของตนเองนั้นแทบจะไม่มีทางที่จะขาดหาย
แม้ว่าดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ในจักรวาลใดจักรวาลหนึ่งจะประสบอุบัติเหตุ
แต่ดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ในจักรวาล 33,333 แห่งนั้นจะประสบอุบัติเหตุ
ทั้งหมดหรือ?
ความเป็นไปได้นี้มีอยู่จริง แต่ต่ำอย่างน่ากลัว
ดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ทั้ง 33,333 แห่งนั้น แม้แต่องค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮ
วง’เองก็ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอน แม้ว่าจะมีผู้ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหลที่อยู่ใน
ระดับเดียวกันต้องการที่จะตัดการสืบทอดขององค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’
เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหาไปทีละจักรวาล?
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลได้ให้กำเนิดจักรวาลนับไม่ถ้วนเปรียบ
เสมือนความสัมพันธ์ระหว่างมหาสมุทรกับหยดน้ำ แม้แต่เหล่า
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหลก็ไม่สามารถที่จะเดินไปได้ทุกที่ในความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล
ที่
และเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติก็เลือกที่หลบอยู่ในจักรวาลตลอดกาลถึงแม้ว่าขีด
จำกัดจะถูกตรึงเอาไว้ที่ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด แต่ก็จะไม่ต้องเผชิญหน้า
กับอันตรายที่จะดับสูญ
และตามที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติได้กล่าวเอาไว้เผ่าพันธุ์ภัย
พิบัติในปัจจุบันเป็นเพียงแค่สายเลือดของอำนาจทีแข็งแกร่งในความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหลที่ใช้ในการป้องกันไม่ให้การสืบทอดอำนาจขาดหาย
“บรรพบุรุษของท่านมาจากอำนาจใด?”
หลินหยวนรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย
การที่จะสามารถวางแผนในจักรวาลได้ แสดงว่าต้องมีระดับอย่างน้อยคือผู้
ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหล เช่นเดียวกับดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ที่องค์จักรพรรดิ
‘เซียนฮวง’ได้บุกเบิก
“ข้าเองก็ไม่ทราบ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทางขวาส่ายหน้าและกล่าว
“ในสายเลือดของพวกเรามีการผนึกเอาไว้ ความทรงจำเกี่ยวกับบรรพบุรุษ
ทั้งหมดถูกผนึกเอาไว้ ต้องออกจากจักรวาล ไปอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล เมื่อนั้นผนึกถึงจะคลายออก”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง”
หลินหยวนพยักหน้า
ตามข้อมูลที่สายเลือด’เซียนฮวง’และเจ้าหอหยกปีศาจได้ทิ้งเอาไว้ นี่ก็เป็น
รูปแบบปกติของอำนาจในระดับผู้ยิ่งใหญ่
“หากในยุคจักรวาลนี้ เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติของข้าให้กำเนิดผู้แข็งแกร่งระดับ
12 คนใหม่ ในตอนที่จักรวาลล่มสลาย พวกเราก็จะสามารถนำสมาชิกเผ่าพันธุ์
บางส่วนออกจากจักรวาล เดินทางไปยังความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลส่วน
ที่
พิ่
ขึ้
เผ่าพันธุ์ในจักรวาลก็จะมอบให้กับผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น
ใหม่”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทางซ้ายอธิบาย
บรรพบุรุษของพวกเขาได้วางแผนที่คล้ายคลึงกันเอาไว้ในจักรวาลหลาย
แห่ง
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก หากท่านต้องการ ในยุคจักรวาลนี้พวก
เราสามารถนำพาชาวมนุษย์บางส่วนข้ามผ่านไปยังยุคจักรวาลหน้าได้ แน่นอน
ว่าในยุคจักรวาลหน้าย่อมต้องเผชิญหน้ากับการรังเกียจของจิตสำนึกของ
จักรวาล”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทางขวากล่าว
หากหลินหยวนเป็นการกลับชาติมาเกิดของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แล้ว ต่อ
ให้ไม่พึ่งพาเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ ก็สามารถที่จะนำพาอารยธรรมมนุษย์ข้ามผ่านยุค
จักรวาลต่างๆ ไปได้
การที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติคนนี้พูดเช่นนี้ ก็เพื่อที่จะ
เอาใจหลินหยวน
“เมื่อถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกที”
หลินหยวนกล่าวอย่างสบายๆ
ในตอนนี้อยู่ห่างจากยุคจักรวาลหน้ามากเกินไป และวิธีการที่จะอยู่รอดไป
จนถึงยุคจักรวาลหน้า หลินหยวนไม่ได้ขาดแคลน นั่นคือดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’
ดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’อยู่ร่วมกับจักรวาล ระดับความประณีตนั้นอยู่เหนือ
กระท่อมไม้ของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติ
แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็นกระท่อมไม้หรือดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ สิ่งมีชีวิตที่
สามารถอยู่รอดไปได้จนถึงยุคจักรวาลหน้า จะต้องเผชิญหน้ากับการกำหนด
เป้าหมายของจิตสำนึกของจักรวาล
นั้
“ถ้าเช่นนั้น”
“หากเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกต้องการอะไร โปรดบอกพวกเรา”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติมองหน้ากัน และกล่าวใน
ทันที
บริเวณชายขอบของจักรวาล ห้วงอวกาศแห่งหนึ่ง
ร่างของผู้แข็งแกร่งระดับ 12 นับสิบคนได้ลงมา
“ความหมายของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนของอารยธรรมมนุษย์ก็คือ
หากต้องการที่จะสงบศึก ต้องมอบอาวุธ และสมบัติล้ำค่าระดับ 12 จำนวน 9
ใน 10 ส่วน และในท้ายที่สุดจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่อารยธรรมมนุษย์ได้
กำหนดเอาไว้”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจวมีสีหน้าที่ยากลำบาก และกล่าวถึงการ
ตัดสินใจของอารยธรรมมนุษย์
“มอบอาวุธ และสมบัติล้ำค่าระดับ 12 จำนวน 9 ใน 10 ส่วน? อารยธรรม
มนุษย์นั้นปากมากเกินไปแล้ว?”
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกคิดว่ากลืนกินพวกเราได้ทั้งหมดแล้ว
หรือ? เป็นเรื่องจริงที่พวกเราไม่สามารถต่อต้านเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้าง
เผือกในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดได้ แต่หากหลบอยู่ในอาวุธประจำเผ่าพันธุ์
เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกจะทำอะไรพวกเราได้?”
“ข้าเห็นด้วย หากหลบอยู่ในอาวุธประจำเผ่าพันธุ์แล้ว ขอบเขตบุกเบิกวิถี
ขั้นสูงสุดจะทำอะไรได้?”
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 แต่ละคนไม่พอใจเป็นอย่างมาก การทีจะหลบ
อยู่ในอาวุธประจำเผ่าพันธุ์เพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไปนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีทางเลือก
หากเป็นไปได้ พวกเขาก็ยังคงหวังที่จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ห้วงอวกาศ
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วก็จะเป็นผลดีต่อเผ่าพันธุ์ของตนเองมากที่สุด
พื้
ที่
ถึงแม้ว่าภายในอาวุธประจำเผ่าพันธุ์จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ก็เป็นเพียงแค่
พื้นที่ เมื่อเทียบกับจักรวาลที่สามารถให้กำเนิดชีวิตมากมายแล้ว แตกต่างกัน
อย่างมาก
เผ่าพันธุ์หนึ่ง หากอยู่ในพื้นที่ของอาวุธใดอาวุธหนึ่งเป็นเวลานาน
ศักยภาพและพรสวรรค์ของสมาชิกในเผ่าพันธุ์ก็จะตกต่ำลงอย่างมาก โดยพื้น
ฐานแล้วไม่มีความเป็นไปได้ที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ
แต่การที่จะมอบอาวุธ และสมบัติล้ำค่าระดับ 12 จำนวน 9 ใน 10 ส่วน?
ข้อเรียกร้องนี้มากเกินไป
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดที่เย็นชาโดยสันดานบางคน จะไม่ยอมรับข้อเรียกร้องนี้
ไม่ใช่ว่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ทุกคนจะให้ความสำคัญกับคนรุ่นหลังของ
เผ่าพันธุ์ ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 จำนวนมากสนใจเพียงแค่ตนเอง
การที่จะมอบอาวุธ และสมบัติล้ำค่าระดับ 12 จำนวน 9 ใน 10 ส่วน?
ย่อมส่งผลกระทบต่อตนเองเป็นอย่างมาก เมื่อถึงเวลาที่จักรวาลล่มสลาย
เมื่อเผชิญหน้ากับการดับสูญที่ไม่มีที่สิ้นสุด การที่สูญเสียอาวุธหลักไปนั้น ย่อม
ทำให้ความเป็นไปได้ที่จะอยู่รอดลดลงไปมาก
และต่อให้โชคดีที่สามารถเดินทางไปยังความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ได้อย่างราบรื่น เมื่อเผชิญหน้ากับอันตรายจากทุกทิศทาง
จะต้านทานได้อย่างไร?
“ข้าไม่เห็นด้วย”
“ข้าก็ไม่เห็นด้วย”
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ต่างก็แสดงท่าที พวกเขายอมที่จะมองดูเผ่า
พันธุ์ดับสูญ มากกว่าที่จะมอบอาวุธและสมบัติของตนเอง
ที่
นั้
ที่
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่เหลือเห็นเช่นนั้น ความคิดที่จะขอเจรจาสงบ
ศึกก็จางหายไป
พวกเขาให้ความสำคัญกับคนรุ่นหลังในเผ่าพันธุ์เป็นอย่างมากแต่ข้อเรียก
ร้องของอารยธรรมมนุษย์นั้นมากเกินไป การที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลย
แต่จะต้องมอบรากฐานของตนเองออกมาทั้งหมด?
“เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็จะสู้กับอารยธรรมมนุษย์ จะสู้กับเจ้าแห่งเขต
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์โจวกล่าวออกมา
“ต่อไปข้าขอแนะนำให้ทุกเผ่าพันธุ์มารวมตัวกัน รวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อ
ที่จะต้านทานเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
“ดี”
“เอาอย่างนั้น”
“นำอาวุธระดับ 12 ในเผ่าพันธุ์มาให้หมด กระตุ้นอาวุธประจำเผ่าพันธุ์และ
อาวุธรากฐาน ปล่อยให้เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้เห็นว่าพวกเรา
ไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกก็ได้”
เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 กล่าว
พวกเขาไม่ได้ต้องการที่จะต่อต้านเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก แต่
ตราบใดที่สามารถต้านทานการโจมตีของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้
อย่างยากลำบาก นั่นเท่ากับว่ามีความสามารถในการที่จะเจรจากับอารยธรรม
มนุษย์
อาณาเขตของอารยธรรมมนุษย์
สถานที่สำคัญหมายเลข 3 ภายในพระราชวังที่ยิ่งใหญ่
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 10 ของอารยธรรมมนุษย์กำลังพูดคุยกัน
สิ่
ที่
พื้
นึ่
“สิ่งที่เรียกว่ากาลอวกาศ โดยพื้นฐานแล้วมาจากหนึ่งเดียวกัน”
หลินหยวนกล่าวอย่างสงบ
ถึงแม้ว่าจะกำลังพูดคุยกับเหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรม
มนุษย์ แต่โดยพื้นฐานแล้วก็คือการชี้แนะ
ความเข้าใจในกฎของหลินหยวนนั้นสูงเกินไป แม้แต่ขอบเขตปกครองก็
ไม่มีใครเทียบได้
“กาลอวกาศ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินและคนอื่นๆ เหมือนจะเข้าใจอะไรขึ้นมาพวกเขา
ติดอยู่ที่กาลอวกาศระดับ 6 มาเป็นเวลานานแล้ว ในตอนนี้ทีได้รับฟังการชี้แนะ
จากผู้ที่เข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7 สามารถได้รับผลกระทบอย่างมาก
“หืม?”
ในขณะนั้นเองสีหน้าของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนก็เปลี่ยนไปเล็ก
น้อย มองไปยังหลินหยวนและกล่าว
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ทางเผ่าพันธุ์ต่างดาวได้ตอบกลับมา
แล้ว”
“พวกเขาว่ายังไง?”
“เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวเหล่านั้นยอมรับแล้วหรือ
ยัง?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีก 8 คนรู้สึกสนใจในทันที ในตอนนี้อารยธรรมมนุษย์ได้
ครอบครองสถานะที่เป็นผู้นำอย่างแท้จริง ทำให้เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหมด
รู้สึกสบายใจอย่างมาก
ตั้งแต่ปฏิทินดวงดาวเป็นต้นมา อารยธรรมมนุษย์ทำสงครามกับเหล่าเผ่า
พันธุ์ระดับสูงสุดแต่ละเผ่าพันธุ์
มื่
ที่
นี้
เมื่อไหร่กันที่เคยรู้สึกสบายใจเช่นนี้?
“พวกเขาปฏิเสธ”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนส่ายหน้า เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับการตอบ
กลับเช่นนี้
เมื่อพูดตามตรง หากเขาอยู่ในตำแหน่งของเผ่าพันธุ์ต่างดาว ก็คงจะไม่ส่ง
มอบอาวุธและสมบัติล้ำค่าระดับ 12 จำนวน 9 ใน 10 ส่วนอย่างว่าง่ายเช่นนี้
“ปฏิเสธ?”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็จะโจมตีจนกว่าพวกเขาจะยอมรับ”
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ท่านบอกมาได้เลยว่าจะให้พวกเรา
ลงมือเมื่อไหร่”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินและคนอื่นๆ กล่าวออกมาในทันที และมองไปยัง
หลินหยวน
“ข้าจะลงมือเอง”
หลินหยวนยิ้มเล็กน้อย และจากนั้นก็ลุกขึ้น ก้าวเท้าออกไป
จักรวาลคำราม
กฎนับหมื่นรวมตัว
ปูทางให้กลายเป็นทางที่เชื่อมสวรรค์
ทะลวงทุกสิ่ง
เชื่อมต่อกับพื้นที่แห่งหนึ่งที่ขอบของห้วงอวกาศ
ทางที่เชื่อมสวรรค์ที่ก่อตัวขึ้นจากกฎมากมายนี้ส่องประกายเกินไป
สิ้
จากทิศตะวันออกไปถึงจุดสิ้นสุด
พาดผ่านไปอย่างกว้างใหญ่
เชื่อมต่อกับตำแหน่งที่เหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 นับสิบคนอยู่
“นั่นมันอะไร? ข้ารู้สึกได้ถึงพลังของกฎมากมาย ทางที่ปูด้วยกฎที่ไม่มีที่สิ้น
สุด?”
“ใครกัน? ต่อให้เป็นเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ก็ไม่สามารถที่จะรวบรวม
กฎมากมายได้เช่นนี้!”
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ปลายทางนั้นคืออาณาเขตของ
อารยธรรมมนุษย์ เป็นเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกทีต้องการลงมือ!”
ในแต่ละทิศทางของจักรวาล เหล่าผู้แข็งแกร่งต่างก็มีสีหน้าทีหวาดกลัว
พวกเขารู้ในทันทีว่าจุดเริ่มต้นของทางสายนี้คือใครนอกจากเจ้าแห่งเขต
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือกแล้ว
จะมีผู้แข็งแกร่งระดับ 12 คนไหนในจักรวาลที่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้?
“ปลายทางของเส้นทางคือสุดขอบของจักรวาล คือตำแหน่งทีเหล่าเผ่า
พันธุ์ระดับสูงสุดได้ลดอำนาจลงแล้ว?”
ทางเชื่อมสวรรค์ที่ปูด้วยกฎที่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ได้มีการปิดบังใดๆนี่แสดงให้
เห็นถึงพลังที่มั่นคงและความเผด็จการ
เหล่าผู้แข็งแกร่งทั้งหมดเห็นได้อย่างเลือนรางว่า บนทางที่เชื่อมสวรรค์นั้น
มีร่างที่สง่างามหายวับไปในพริบตา และลงมายืนอยู่ทีปลายทางของเส้นทาง
บริเวณดาวที่ห่างไกล
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก!”
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในจักรวาล แม้แต่สิ่งมีชีวิตในระดับ 1 และระดับ 2 ต่างก็
รู้สึกถึงออร่าที่กว้างใหญ่ของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
ลื่
สายโลหิตพลุ่งพล่านราวกับคลื่นยักษ์ในมหาสมุทร
เอ่อท่วมท้นจักรวาล
กลืนกินท้องฟ้า
หมื่นเผ่าพันธุ์คารวะ