สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 519 หอคอยวิวัฒนาการแห่งที่ 10
(จบเล่มจักรวาล)
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ท่านมีพลังอยู่ในระดับไหนกันแน่?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินอดไม่ได้ที่จะถาม
เมื่อไม่นานมานี้หลังจากที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ได้เคยบอกกับ
พวกเขาว่าตนเองเทียบเท่ากับขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรมมนุษย์เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึก
ทึ่งเป็นอย่างมาก ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดคือระดับทีพวกเขาใฝ่ฝันที่จะก้าว
เข้าไปให้ได้
แต่ในตอนนี้ล่ะ?
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด?
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดสามารถที่จะยกมือขึ้นและปราบปรามผู้
แข็งแกร่งสูงสุดกว่าสิบคนได้หรือ?
และผู้แข็งแกร่งสูงสุดกว่าสิบคนเหล่านั้นยังได้รับการปกป้องจากสมบัติลับ
ประเภทป้องกันในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดด้วย
อย่าว่าแต่หลินหยวนเป็นขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดเลย เหล่าผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรมมนุษย์ เมื่อได้ดูร่างที่หลินหยวน
รวมตัวขึ้นมาอย่างง่ายดายนั้น กลับรู้สึกว่าร่างใดร่างหนึ่ง เกือบมีพลังที่
ใกล้เคียงกับระดับขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดแล้ว
“ภายในจักรวาลนี้ คือขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด”
หลินหยวนกล่าวตามความเป็นจริง
ภายใต้การกดดันของจักรวาลโดยรวม หลินหยวนทำได้เพียงแค่รักษาพลัง
ต่อสู้ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดเอาไว้
“ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดซวีเฉินกระพริบตา ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดนั้น
แข็งแกร่งขนาดนี้จริงๆ หรือ?
“ภายในจักรวาลคือขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด แล้วภายนอกจักรวาลล่ะ?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนก็ถามขึ้นมาในทันที
ตั้งแต่หลินหยวนตอบคำถามเรื่องพลังของตนเองเป็นครั้งแรกจนถึงตอนนี้
ก็ได้เพิ่มคำจำกัดความว่า ‘ภายในจักรวาล’ เอาไว้ข้างหน้าขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้น
สูงสุดตลอด
ในตอนแรกผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนก็ไม่ได้คิดอะไรมากท้ายที่สุด
แล้วพวกเขาก็ใช้ชีวิตอยู่ในจักรวาล จนกระทั่งได้เห็นพลังทีน่าหวาดกลัวของ
หลินหยวน ถึงได้ตระหนักว่ามันไม่ถูกต้อง
“ภายนอกจักรวาล คงเทียบเท่ากับขอบเขตปกครอง”
หลินหยวนกล่าว
ขอบเขตของเขาคือขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด แต่การสะสมในแต่ละด้าน
นั้นไม่เคยมีมาก่อน พลังต่อสู้โดยรวมจึงไม่ได้อ่อนแอกว่าขอบเขตปกครองเลย
“ขอบเขตปกครอง?”
หัวใจของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและคนอื่นๆ กระตุกอย่างแรง
พวกเขาเคยได้รับการสืบทอดมาจากความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลและ
รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง ทีเป็นขอบเขตที่อยู่เหนือ
ขอบเขตบุกเบิกวิถีอย่างสมบูรณ์
นี้
ที่
รื่
แต่คำกล่าวนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเรื่องจริง ถ้าหลินหยวนไม่มีพลังใน
ขอบเขตปกครอง แล้วร่างที่รวมตัวขึ้นมาอย่างง่ายดายนั้น
จะสามารถระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร?
“ขอบเขตปกครอง เพิ่งเข้าสู่ระดับ 12 แต่กลับอยู่ในขอบเขตปกครอง
แล้ว?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย
ถึงแม้ว่าจะรู้มานานแล้วว่าด้วยคุณสมบัติและพรสวรรค์ของหลินหยวน
ตราบใดที่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ได้แล้ว ย่อมต้องแซงหน้าพวกเขาได้อย่าง
รวดเร็ว
แต่ความเร็วมันนี้ เร็วเกินไปหรือไม่?
เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับ 12 ได้ไม่กี่วันเอง?
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ท่านวางแผนที่จะจัดการกับเหล่าผู้
แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์ต่างดาวเหล่านั้นอย่างไร?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ถามออกมาด้วยเสียงที่เบา
“พวกเขา? แค่กักขังเอาไว้ก่อน”
หลินหยวนกล่าวออกมาโดยไม่ได้ใส่ใจ
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 เหล่านี้ได้ตกอยู่ในมือของหลินหยวนแล้วถึงแม้ว่าใน
ตอนนี้จะไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ด้วยความเร็วในการเติบโตของหลินหยวน
แล้วก็เป็นแค่เรื่องของเวลา
“กักขังเอาไว้ก็ดี”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนพยักหน้า
นี้
หากปล่อยเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 เหล่านี้ออกมาจริงๆ อาจจะต้องมี
อันตรายเกิดขึ้นบ้าง ในตอนนี้การกักขังเอาไว้โดยตรงนั้นง่ายที่สุด
“แล้วเผ่าพันธุ์อื่นๆ ล่ะ?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนถาม
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหมดได้ถูกหลินหยวนกักขังเอาไว้ในตอนนี้
จักรวาลแห่งนี้ การที่จะบอกว่าเป็นสวนหลังบ้านของอารยธรรมมนุษย์ก็คงจะ
ไม่เกินจริง
เหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดเหล่านั้น เมื่อสูญเสียบรรพบุรุษในระดับ 12 ที่
คอยประจำการแล้ว ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะไม่ลงมือ ก็ไม่มีความสามารถที่จะต่อ
ต้านอารยธรรมมนุษย์
และไม่ต้องรอให้อารยธรรมมนุษย์ปรากฏตัว เหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุด
เหล่านั้นย่อมต้องยอมจำนนด้วยตนเอง
และเหล่าเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่ง หรือเผ่าพันธุ์ทั่วไป ที่อยู่ภายนอกเผ่าพันธุ์
ระดับสูงสุดนั้นก็เช่นกัน รวมไปถึงเหล่าเทพโบราณที่เคยอยู่กันอย่างอิสระด้วย
เดิมทีพวกเขายังสามารถอาศัยอำนาจของเหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดทั้ง 12
ในการต่อต้านกัน เพื่อที่จะแสวงหาผลประโยชน์ แต่ในตอนนี้กลับเหลือเพียง
แค่อารยธรรมมนุษย์
เหล่าเทพโบราณที่เคยอยู่อย่างอิสระเหล่านั้น กล้าที่จะสั่นคลอนต่อไปได้
อย่างไร จึงเลือกที่จะยอมจำนนต่ออารยธรรมมนุษย์โดยไม่ลังเล
“พวกเขาเหรอ?”
หลินหยวนครุ่นคิด
หลินหยวนไม่ได้วางแผนที่จะช่วยเหลือเหล่าเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งและเผ่า
พันธุ์ทั่วไปที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุด ทีไม่มีสิทธิ์ในการ
ตัดสินใจมากนัก
ทั้
ส่วนเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดทั้ง 10 เผ่าพันธุ์
“เหล่าเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่ง เผ่าพันธุ์ทั่วไป และเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอรวม
ทั้งหมดเข้ากับอารยธรรมมนุษย์ ส่วนเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดพยายามหลอมรวม
เข้ามาให้ได้มากที่สุด ส่วนผู้แข็งแกร่งระดับ 9 ขึ้นไปของเหล่าเผ่าพันธุ์ระดับ
สูงสุด….สังหารให้หมดสิ้น”
หลินหยวนกล่าว
ชีวิตในระดับ 9 ขึ้นไปนั้นมีอายุขัยที่ยืนยาว การปล่อยให้ผู้แข็งแกร่งเหล่านี้
มีชีวิตอยู่ก็ยังคงมีอันตราย นอกจากนี้ ในสมรภูมิรบต่างเผ่าพันธุ์ โดยพื้นฐาน
แล้ว ผู้ที่อยู่ในระดับ 9 แต่ละคนก็เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของผู้วิวัฒนาการ
ของอารยธรรมมนุษย์จำนวนมาก ดังนั้นการสังหารให้เหี้ยนก็เพื่อความสบายใจ
ส่วนสมาชิกของเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดที่อยู่ในระดับ 9 ลงมานั้นสามารถเก็บ
เอาไว้ได้ แน่นอนว่าจะต้องวางแผนการมากมาย และจำกัดการเติบโตของพวก
เขาในระดับยีน
สายเลือดที่สามารถเติบโตจนไปถึงเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดได้นั้นจะต้องไม่
ธรรมดา และในอนาคตอารยธรรมมนุษย์อาจจะมีสิ่งทีสามารถนำไปปรับใช้ได้
“เข้าใจแล้ว”
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 พยักหน้า
ไม่ได้มีความหมายที่จะขอร้องหรือเห็นใจแต่อย่างใด
การต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์นั้นโหดร้าย หากหลินหยวนไม่ได้มาจาก
อารยธรรมมนุษย์ แต่มาจากเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดอื่นๆ
ชะตากรรมของอารยธรรมมนุษย์คาดว่าจะแย่กว่าเหล่าเผ่าพันธุ์ระดับ
สูงสุดเหล่านี้เสียอีก และบางทีในจักรวาลแห่งนี้อาจจะไม่มีเผ่าพันธุ์ที่ถูกเรียก
ว่ามนุษย์อยู่อีกต่อไป
นึ่
ในแง่หนึ่งหลินหยวนก็ถือว่าใจดีแล้ว อย่างน้อยก็ให้โอกาสสายเลือดของ
เหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดเหล่านั้นได้สืบทอดต่อไป
เหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดทั้ง 10 เผ่าพันธุ์ ได้รวบรวมพลังทั้งหมดต้องการ
ต่อสู้กับอารยธรรมมนุษย์อย่างสุดชีวิต
ได้ปิดฉากลงแต่เพียงเท่านี้
เผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดมากมายที่เหลือได้เลือกที่จะมาพึ่งพิงอารยธรรม
มนุษย์
“เผ่าพันธุ์ของข้าเคยเอาชนะอารยธรรมมนุษย์หลายครั้งในสงคราม ให้
ยอมจำนนรึ? ข้าไม่ยินดี!”
“ถ้าไม่ยอมจำนนก็ต้องตาย เจ้าเลือกเอาแล้วกัน”
สมาชิกมากมายของเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดต่างก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืน
ไม่เข้าคายไม่ออก แต่ส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะยอมจำนน
เกี่ยวกับเรื่องนี้อารยธรรมมนุษย์ก็ไม่ได้บังคับอะไรมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เหล่าสมาชิกทั่วไปของเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุด โดยพื้นฐานแล้วชีวิตในอดีตเป็น
อย่างไร ชีวิตในปัจจุบันก็เป็นเช่นนั้น
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือผู้ปกครองเปลี่ยนเป็นอารยธรรมมนุษย์
และชีวิตประจำวันได้รับการจับตามอง แต่ก็ถือว่ามีชีวิตรอดต่อไปได้
“อารยธรรมมนุษย์ จะเป็นผู้ปกครองที่มั่นคงในอีกหลายปีต่อจากนี้”
เทพโบราณกู่เซินพานักเดินทางม่าตัว พร้อมกับเหล่าสิ่งมีชีวิตพิเศษและ
เทพโบราณคนอื่นๆ เดินทางมายังดาวเคราะห์หลักดวงหนึ่งในดินแดนของ
อารยธรรมมนุษย์
ดาวเคราะห์หลักดวงนี้ถูกใช้เพื่อจดทะเบียนเหล่าสิ่งมีชีวิตพิเศษมากมาย
ที่มาพึ่งพิงอารยธรรมมนุษย์ เหล่าเทพโบราณที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต ในตอนนี้
ต่างก็ยืนต่อแถวอยู่ภายนอกดาวเคราะห์อย่างเชื่อฟัง
ขั้
ที่
รื่
ต่อให้เป็นเทพโบราณในระดับ 11 ขั้นสมบูรณ์ก็ไม่กล้าที่จะก่อเรื่อง และทำ
ตามกฎที่อารยธรรมมนุษย์ได้กำหนดเอาไว้อย่างเชื่อฟัง
“เทพโบราณกู่เซินใช่หรือไหม ท่านเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกผู้ยิ่ง
ใหญ่เคยบอกเอาไว้ว่าหากเทพโบราณกู่เซินมาถึงแล้วให้แต่งตั้งเป็นแขกอาวุโส
ชั้นเอกโดยตรง”
ผู้วิวัฒนาการของมนุษย์คนหนึ่งมองไปยังเทพโบราณกู่เซิน และเริ่มที่จะ
พูดในทันที
“แขกอาวุโสชั้นเอก?”
ความยินดีได้ผุดขึ้นมาในใจของเทพโบราณกู่เซิน
อารยธรรมมนุษย์แบ่งเทพโบราณที่มาพึ่งพิงออกเป็น 4 ระดับ
ชั้นเอก ชั้นโท ชั้นตรี ชั้นจัตวา
เหล่าเทพโบราณที่เคยยืนอยู่ตรงข้ามกับอารยธรรมมนุษย์ ไม่ว่าจะมีพลัง
แข็งแกร่งหรือไม่ ก็ถูกแบ่งให้อยู่ในชั้นจัตวาทั้งหมด
แขกอาวุโสชั้นจัตวา คือแขกอาวุโสที่มีสถานะต่ำที่สุด ต้องประจำการอยู่ที่
ดาวเคราะห์ชายขอบและดินแดนลับ และรอเป็นเวลาหลายล้านปี หลายสิบ
ล้านปี หรือหลายร้อยล้านปี สร้างผลงานให้มากพอจึงจะมีคุณสมบัติที่จะเลื่อน
ขั้นไปเป็นแขกอาวุโสชั้นตรี
ส่วนแขกอาวุโสชั้นตรี โดยพื้นฐานแล้วก็คือเหล่าเทพโบราณทีอยู่ใน
พันธมิตรของอารยธรรมมนุษย์
แขกอาวุโสชั้นโท คือเทพโบราณที่ทำคุณประโยชน์ให้กับอารยธรรมมนุษย์
โดยคุณประโยชน์ในที่นี้จำกัดอยู่ที่ช่วงเวลาที่เหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดแต่ละ
แห่งยังคงตั้งอยู่
ส่วนแขกอาวุโสชั้นเอก?
นี้
ธิ์
นึ่
เทพโบราณในระดับนี้มีสิทธิ์ในการพูดในอารยธรรมมนุษย์ในระดับหนึ่ง
โดยพื้นฐานแล้วจะไม่มีข้อจำกัดอะไร และยังสามารถที่จะได้รับสิทธิประโยชน์
มากมายของอารยธรรมมนุษย์ได้อีกด้วย
เทพโบราณกู่เซินที่ได้กลายเป็นแขกอาวุโสชั้นเอกของอารยธรรมมนุษย์
จะมีชีวิตที่สุขสบายกว่าในอดีต
“กู่เซินยินดีด้วยนะ”
“กู่เซินต่อไปก็ต้องช่วยพวกเราด้วยนะ”
เหล่าเทพโบราณที่แข็งแกร่งมากมายมองไปยังเทพโบราณกู่เซินด้วย
สายตาที่อิจฉา
“ฮ่าๆๆๆ แน่นอนๆ”
รอยยิ้มได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเทพโบราณกู่เซิน ในใจก็เบิกบานเป็น
อย่างมากเช่นกัน
เดิมทีเขาคิดว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกอาจจะไม่จำเขาแล้ว
ท้ายที่สุดแล้วตนเองในตอนนั้นได้ติดต่อเทพโบราณถัวป๋าความจริงก็คือเรื่อง
มันพังไปแล้ว
แต่เมื่อดูจากในตอนนี้แล้ว เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกนั้นยังคงให้
ความสำคัญกับคุณธรรม ความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยของตนเอง ในตอนนี้ก็
ยังจำได้ และได้ตอบแทนมาอย่างยิ่งใหญ่
“ท่านบรรพบุรุษ ข้าก็เป็นแขกอาวุโสชั้นโท”
นักเดินทางม่าตัวอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
ในตอนนั้นที่ดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ เผ่าพันธุ์ปีกสวรรค์ระดับ 9 ที่ไร้เทียม
ทานได้บอกให้เขาตามหาร่องรอยของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกตาม
เหตุและผล แต่ผลลัพธ์นักเดินทางม่าตัวกลับปฏิเสธ
นักเดินทางม่าตัวถึงกับคิดว่าเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกอาจจะไม่รู้
เรื่องนี้ด้วยซ้ำ
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
เทพโบราณกู่เซินมีสีหน้าที่รู้สึกซาบซึ้ง และรู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองได้ทำถูกต้อง
ที่สุดในชีวิตนี้ก็คือการได้รู้จักกับเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก
เขตดาวกลาง
สถานที่สำคัญของอารยธรรมมนุษย์
หลินหยวนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้
แข็งแกร่งสูงสุดอีก 8 คน มองไปยังท้องทะเลดาวที่กว้างใหญ่
“มีผู้แข็งแกร่งมากมายมาพึ่งพิง หากไม่ใช่เพราะมีเทพีทั้งสามอยู่คงจะ
วุ่นวายกว่านี้แน่”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนกล่าว
เหล่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดทั้ง 10 แต่ละเผ่าพันธุ์ก็มีขนาดที่ไม่ด้อยไปกว่า
อารยธรรมมนุษย์ การที่มาพึ่งพิงพร้อมๆ กัน ก็เท่ากับว่าอารยธรรมมนุษย์ได้กิก
ลืนนอาหารที่มีขนาดมากกว่าตนเองถึง 10 เท่าโดยฉับพลัน
โชคดีที่เทพีทั้งสามมีการคำนวณที่น่าสะพรึงกลัว จึงสามารถสร้างสมดุลได้
และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ
“หอคอยวิวัฒนาการของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้ถูกสร้างขึ้น
มาแล้วรึ?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนถาม
ตั้งแต่ที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 12 เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ก็ได้
เตรียมตัวสำหรับการสร้างหอคอยวิวัฒนาการแห่งที่ 10
“เรียบร้อยแล้ว อยู่ที่เขตดาวกลางของอารยธรรมมนุษย์”
ซี่
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินกล่าว
รวมถึงผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนด้วย หอคอยวิวัฒนาการทั้ง 9 ของ
อารยธรรมมนุษย์ได้ประจำการอยู่ที่ชายขอบของอาณาเขตเพื่อใช้ในการข่มขู่
เผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดที่เป็นศัตรู
แต่ในตอนนี้ล่ะ?
อารยธรรมมนุษย์ไม่มีเผ่าพันธุ์ที่เป็นศัตรูอีกต่อไป
และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะหลินหยวน ดังนั้นหอคอยวิวัฒนาการของหลิน
หยวนจึงถูกสร้างขึ้นที่ศูนย์กลางของอารยธรรมมนุษย์โดยธรรมชาติ นั่น
หมายความว่า หอคอยแห่งนี้คือหอคอยวิวัฒนาการทีแข็งแกร่งที่สุดของ
อารยธรรมมนุษย์
“คิดชื่อหอคอยวิวัฒนาการเอาไว้แล้วหรือยัง?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดอวี่เตี๋ยกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
“เรียกว่าหอคอยวิวัฒนาการวรยุทธ์ก็แล้วกัน”
หลินหยวนกล่าว
หอคอยวิวัฒนาการเกี่ยวข้องกับเส้นทางวิวัฒนาการที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดได้
เดินมา หอคอยวิวัฒนาการของหลินหยวนจึงเรียกว่าหอคอยวิวัฒนาการวรยุทธ์
“ชื่อที่ดี”
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 พยักหน้า
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ไปกันเถอะ ไปนั่งเล่นทีหอคอย
วิวัฒนาการของท่านกัน”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
พื่
ที่
นั้
“ถือว่าไปทำความคุ้นเคยด้วย เพื่อที่จะสร้างหอคอยวิวัฒนาการแห่งนั้น เซ
วียนหยวนและคนอื่นๆ ใช้ความพยายามไปไม่น้อยเลย”
“ฮ่าๆๆ ขอบคุณทุกท่านมาก”
หลินหยวนลุกขึ้นพร้อมกับเหล่าผู้แข็งแกร่งทั้ง 9
กำลังเดินทางไปยังหอคอยวิวัฒนาการแห่งที่ 10
ของอารยธรรม
มนุษย์
(จบเล่ม)
พรุ่งนี้เริ่มเล่มต่อไป——
การล่มสลายของจักรวาล
เรื่องราวเกี่ยวกับความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลและโลกต้นกำเนิดก็จะ
ค่อยๆ เปิดเผยออกมา