สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 520 มหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
ขอเปลี่ยนจากหินโกลาหลเป็นผลึกโกลาหลนะครับ อารมณ์ผลึกจักรวาล
ไม่ได้ใช้ซื้อของนาน เลยลืมชื่อ
………..
หอคอยวิวัฒนาการวรยุทธ์
ใหญ่โตสง่างาม มีความสูงถึง 10 ปีแสง ตั้งตระหง่านอยู่ในใจกลางของดิน
แดนอารยธรรมมนุษย์ ได้รับการสักการะและบูชาจากสิ่งมีชีวิตมากมายทั้งวัน
ทั้งคืน
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ส่วนลึกที่สุดของหอคอย ที่นี่คือโลกที่กว้างใหญ่
ไม่ไกลออกไปมีต้นไม้ล้ำค่า 18 ต้นปลูกเอาไว้ กิ่งก้านสะบัดไปมาพร้อมกับ
สายลมอ่อน
ต้นไม้ล้ำค่าทั้ง 18 ต้นนี้คายพลังแห่งความโกลาหลออกมา ออร่าที่แผ่ออก
มาไม่ได้อ่อนแอไปกว่าขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดเลย
“ต้นไม้เหล่านี้สามารถดูดซับพลังแห่งความโกลาหลได้โดยตรงโดยที่ไม่
ต้องผ่านการกลั่นและทำให้บริสุทธิ์ เป็นเพราะภายในตัวของพวกมันมี
โครงสร้างพิเศษที่สอดคล้องกัน”
หลินหยวนคิดในใจ แสงแห่งการรับรู้มากมายผุดขึ้นมาในสมอง
ตั้งแต่ที่อยู่ในระดับ 11 ในตอนที่ได้รับต้นไม้ล้ำค่าในขอบเขตปกครองทั้ง
18 ต้นนี้ หลินหยวนก็รู้สึกสนใจเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการที่พวกมันสามารถดูด
ซับและคายพลังแห่งความโกลาหลได้โดยตรง และได้ทำการวิจัยหลายครั้ง
และการวิจัยเหล่านี้หลังจากที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้วกลับ
สามารถทำให้ส่วนสุดท้ายสมบูรณ์แบบ ในการรวบรวมสิ่งเล็กๆน้อยๆ ทั้งหมด
ก่อตัวขึ้นเป็นวิธีการลับที่สมบูรณ์แบบ
ล้ำ
【ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ ดูต้นไม้ล้ำค่าคายพลังแห่งความโกลาหล และ
เข้าใจในวิธีการลับในการดูดซับพลังแห่งความโกลาหลโดยตรง】
วิธีการลับหนึ่งได้ก่อตัวขึ้นในสมองของหลินหยวน วิธีการลับนีโดยพื้นฐาน
แล้วคือการปรับแต่งโลกภายในร่างกาย ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกับการที่
ต้นไม้ล้ำค่าคายพลังแห่งความโกลาหล
“สำเร็จสักที”
รอยยิ้มได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลินหยวน วิธีการลับได้เพิ่มการใช้
ประโยชน์และการดูดซับพลังแห่งความโกลาหลของหลินหยวน ทำให้เขาไม่
จำเป็นต้องพึ่งพาผลึกโกลาหลมากเกินไป
จักรวาลภายในร่างกายของผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถี ย่อมสามารถดูด
ซับพลังแห่งความโกลาหลได้เช่นกัน แต่จะต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน
ซึ่งในเวลาปกติก็ไม่เป็นไร
แต่หากอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญ เช่น การต่อสู้กับศัตรู
จะมีเวลาที่ไหนให้ท่านค่อยๆ ดูดซับพลังแห่งความโกลาหล?
ในเวลานั้นผลลัพธ์ของผลึกโกลาหลก็จะปรากฏออกมา
ผลึกโกลาหลที่ผู้ยิ่งใหญ่ได้ลงมือกลั่นกรองด้วยตนเอง ภายในนั้นมีพลัง
แห่งความโกลาหลที่บริสุทธิ์เป็นอย่างมาก และสามารถดูดซับได้โดยตรงอย่าง
สมบูรณ์
ในตอนนี้หลินหยวนก็สามารถทำสิ่งที่คล้ายคลึงกันได้ นั่นคือการดูดซับ
พลังแห่งความโกลาหลโดยตรง
“ความช่วยเหลือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่วิธีการลับนี้มีต่อเราก็คือความเข้าใจใน
พลังแห่งความโกลาหล”
สีหน้าของหลินหยวนครุ่นคิด
ที่
ทั่
พลังแห่งความโกลาหลคือพลังงานที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหลมันคือรากฐานของทุกสิ่ง เพียงแต่เพราะว่าพบเห็นได้
ทั่วไปมากเกินไป ทำให้ผู้แข็งแกร่งในระดับ 12 มองข้ามไปได้ง่าย
ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง เมืองหมิงชวน
ภายในโรงแรม
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ ออร่าของร่างกายค่อยๆ มั่นคงลง
“ด้วยการใช้พลังแห่งความโกลาหลของเราในตอนนี้ ร่างกายของร่างแยกที่
เรารวมตัวขึ้นมานั้นเพียงพอที่จะทำให้พลังของเราไปถึงขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้น
สูงสุดได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
รอยยิ้มได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลินหยวน
ก่อนหน้านี้ในตอนที่ปราบปรามเหล่าผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์
ต่างดาวในจักรวาล ร่างนับสิบที่หลินหยวนรวมตัวขึ้นมานั้นมีพลังเพียงแค่เกือบ
จะอยู่ในระดับขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดเท่านั้น
ประมาณเทียบเท่ากับระดับของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและจัก
รพรรรดินีแมลงว่านฮว่า อย่างมากก็แค่แข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย
แต่ในตอนนี้กลับไปถึงขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดอย่างสมบูรณ์
ต้องรู้ว่าการที่เกือบจะอยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดกับการทีอยู่ใน
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดนั้นเป็นคนละเรื่องกัน
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวน และจักรพรรรดินีแมลงว่านฮว่านั้นเข้าใกล้
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดมานานแล้ว แต่ก่อนทีจักรวาลจะล่มสลายนั้น ย่อม
สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดได้หรือไม่นั้นก็ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่
แน่นอน
มีความเป็นไปได้สูงที่จะทำไม่ได้
ทั้
ขั้
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองของเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติอยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้น
สูงสุด ก็เพราะพวกเขาบ่มเพาะมาแล้วมากกว่าหนึ่งยุคจักรวาล
ในสถานการณ์ปกติ การที่จะให้กำเนิดขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดใน
จักรวาลนั้นยากมาก แม้แต่หลายร้อยหรือหลายพันยุคจักรวาลก็อาจจะไม่
สามารถให้กำเนิดได้
“ยังคงต้องระวัง ที่นี่ไม่ใช่ภายในจักรวาล”
หลินหยวนกวาดสายตาไปยังรอบๆ จิตใจที่ตื่นตัวกลับสงบลงอย่างรวดเร็ว
ในจักรวาล หลินหยวนไร้เทียมทานอย่างไม่ต้องสงสัย กวาดล้างทุกสิ่ง
แต่ในทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงแห่งนี้?
อย่าว่าแต่ร่างแยกในขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดเลย แม้แต่ร่างจริงที่
แข็งแกร่งเทียบเท่ากับขอบเขตปกครองนั้นก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรตามอำเภอใจ
มากเกินไป
ขอบเขตปกครองนั้นถือว่าเป็นผู้แข็งแกร่งในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลแต่ที่นี่คือทวีปแห่งความโกลาหล มีผู้ยิ่งใหญ่ประจำการอยู่ รวบรวม
ชีวิตในระดับ 12 มากมายจากพื้นที่โดยรอบขอบเขตบุกเบิกวิถีสามารถพบเห็น
ได้ทั่วไป ขอบเขตปกครองก็มีอยู่ไม่น้อย
และยังมีขอบเขตโกลาหลที่บังเอิญเดินผ่านไปมาอีกด้วย
“หืม?”
“มีคนมาหาเรา?”
สีหน้าของหลินหยวนเปลี่ยนไป มองไปยังภายนอกโรงแรม
“เราเพิ่งมาถึงทวีปแห่งความโกลาหลแห่งนี้ และทำการบ่มเพาะอย่างหนัก
ใครจะมาหาเราได้?”
หลินหยวนรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
มื่
นึ่
ขึ้
พื้
ที่
นึ่
เมื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินหยวนก็ลุกขึ้น และไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง
ภายในโรงแรมเทียบเท่ากับโลกขนาดเล็ก แบ่งออกเป็นพื้นทีต่างๆ
“คารวะท่าน”
ผู้ที่มาขอพบหลินหยวนคือหญิงสาวคนหนึ่ง สายตาอ่อนโยนท่าทีเคารพ
หลินหยวนก็จำได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นชีวิตในระดับ 11 ที่บนแขนเสื้อมี
สัญลักษณ์ของทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงสลักอยู่หมายความว่าหญิงสาวคน
นี้อยู่ภายใต้ผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิง
แน่นอนว่าไม่ใช่ผู้ที่อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิง แต่ก็
อย่างน้อยก็ทำงานให้กับผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิง
“มีธุระอะไร?”
หลินหยวนถามออกมาโดยตรง
“เรียนท่าน อีกครึ่งปีจะมี ‘งานพันสมบัติ’ ของเมืองหมิงชวนของพวกเรา
แล้ว ในเวลานั้นจะมีสมบัติที่ปกติแล้วหาดูได้ยากมากมายปรากฏตัว ข้าได้รับ
การมอบหมายจากเจ้าเมือง ให้มอบ ‘บัญชีพันสมบัติ’ ให้กับท่าน ด้านบนได้
บันทึกสมบัติที่จะวางขายใน ‘งานพันสมบัติ’ ในครั้งนี้เอาไว้”
หญิงสาวคนนั้นได้นำหนังสือออกมา
“อืม”
หลินหยวนไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ บนใบหน้า และรับหนังสือเล่มนั้นมา
“ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัว”
หญิงสาวถอยลงไปในทันที
หลินหยวนเปิดดูสมบัติมากมายที่บันทึกอยู่ใน ‘บัญชีพันสมบัติ’
ที่
นี้
พื่
เหตุผลที่เมืองหมิงชวนแจกจ่าย ‘บัญชีพันสมบัติ’ นี้ให้กับตนเองก็เพื่อให้
หลินหยวนมีเวลาในการเตรียมตัวอย่างเพียงพอ เพื่อที่จะรวบรวมผลึกโกลาหล
การที่รู้ถึงสมบัติที่จะปรากฏตัวในงานพันสมบัติล่วงหน้า หากมีสิ่งที่ตนเอง
โหยหาอย่างกระตือรือร้น ย่อมสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้
“‘งานพันสมบัติ’ ของเมืองหมิงชวน ผู้อยู่เบื้องหลังก็คือผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิง
ความน่าเชื่อถือนั้นได้รับการรับประกัน และสมบัติที่ปรากฏในแต่ละครั้งนั้น
ย่อมไม่ธรรมดา นั่นสามารถดึงดูดผู้แข็งแกร่งมากมายจากพื้นที่โดยรอบให้เข้า
ร่วม”
หลินหยวนมีข้อมูลของ ‘ชังเวยหยาง’ และมีความเข้าใจเกี่ยวกับ ‘งานพัน
สมบัติ’ เป็นอย่างมาก
“งานพันสมบัติในครั้งนี้มีสมบัติ 8,633 ชิ้น คุณภาพดีทั้งนั้น”
หลินหยวนเปิดดู
“สมบัติลับในขอบเขตบุกเบิกวิถี 5,311 ชิ้น สมบัติลับในขอบเขตปกครอง
1,476 ชิ้น และยังมีสมบัติลับในขอบเขตโกลาหล 6 ชิ้น? ส่วนที่เหลือนั้นเป็นผล
ไม้ล้ำค่า สมบัติล้ำค่า วัสดุล้ำค่า เป็นต้น”
หลินหยวนดู เพียงแค่งานพันสมบัติครั้งเดียว สมบัติที่ปรากฏนั้นก็เกิน
หน้าตาทรัพย์สมบัติทั้งหมดของ ‘ชังเวยหยาง’ ผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครองขั้น
สูงสุดแล้ว
“ผลึกแห่งเวลา: มีพลังแห่งเวลาที่เข้มข้นอย่างมาก หลังจากใช้งานแล้ว
ความเร็วในการเข้าใจกฎแห่งเวลาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จำกัดเฉพาะผู้ที่อยู่ต่ำ
กว่าระดับ 7 ของกฎแห่งเวลา”
“ราคาเริ่มต้น: 800 ผลึกโกลาหล”
“สามารถเพิ่มความเร็วในการเข้าใจกฎโดยตรง? ไม่ค่อยพบมากนัก”
หลินหยวนดูอย่างละเอียด
“แต่ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับเรา”
ความเข้าใจในกฎแห่งเวลาของหลินหยวน ไปถึงระดับ 9 นานแล้ว เหลือ
เพียงแค่ก้าวเดียวก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นวิถีแห่งเวลา
กฎแห่งเวลาเป็นกฎหลัก ความยากในการเข้าใจนั้นง่ายกว่ากฎการหลอม
รวมกาลอวกาศมาก ก่อนหน้านี้หลินหยวนก็มีความเข้าใจในกฎแห่งเวลาใน
ระดับ 9 ไปแล้ว
“หินอัสนีสีรุ้ง: หินวิเศษที่ตกลงมาจากสระอัสนีแห่งความโกลาหลภายใน
นั้นมีพลังแห่งอัสนีสีรุ้ง มีประโยชน์อย่างมากต่อผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ที่เดินบน
เส้นทางอัสนี”
“ราคาเริ่มต้น: 10,000 ผลึกโกลาหล”
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลมีหลายสถานที่ที่แปลกประหลาด ที่จะ
ต้องมีเงื่อนไขมากมายถึงจะสามารถเข้าไปได้
เช่น สระอัสนีแห่งความโกลาหล?
ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งจิตใจแห่งอัสนีที่ทำลายล้างอย่างไม่มีที่สิ้น
สุด มีเพียงผู้ยิ่งใหญ่ที่เดินบนเส้นทางอัสนีเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าไปได้
นอกจากนี้ในแต่ละช่วงเวลาที่ยาวนาน สระอัสนีแห่งความโกลาหลจะ
ปล่อยหินออกมาบ้างบางส่วน นั่นก็คือหินอัสนีสีรุ้ง
หินอัสนีสีรุ้งมีออร่าบางส่วนของสระอัสนีแห่งความโกลาหล เรียกได้ว่าเป็น
แหล่งกำเนิดแห่งอัสนี และมีประโยชน์อย่างมากต่อการเข้าใจเส้นทางแห่งอัสนี
“เส้นทางแห่งอัสนี”
หลินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้เขายังไม่มีความต้องการต่อเส้นทาง
แห่งอัสนี
“โดยทั่วไปแล้ว ผลึกโกลาหล 10,000 ก้อนเทียบเท่ากับทรัพย์สมบัติ
ทั้งหมดของผู้ที่อยู่ในขอบเขตปกครอง”
ผู้
ยู่
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย
ถึงหินอัสนีสีรุ้งจะมีราคาสูง แต่ก็ยังหาซื้อไม่ได้ ในช่วงเวลาอื่นๆต่อให้
ต้องการที่จะซื้อก็ซื้อไม่ได้ การที่ขายแพงกว่าเล็กน้อยจึงเป็นเรื่องปกติ
หลินหยวนเปิดดูสมบัติแต่ละชิ้นใน ‘บัญชีพันสมบัติ’ สมบัติมากมายทำให้
เขารู้สึกคล้อยตามใจ จนกระทั่งได้เห็นสมบัติชิ้นหนึ่ง
รูม่านตาของหลินหยวนหดตัวลงเล็กน้อย
มันคือกล่องสีทองที่พื้นผิวมีร่องรอย ควรค่าแก่การมีประสบการณ์อัน
ยาวนาน
ที่มุมซ้ายล่างของกล่องสีทอง มีลวดลายที่ซับซ้อนสลักเอาไว้ในช่วงเวลาที่
หลินหยวนได้เห็นลวดลายนี้ กลับมีความรู้สึกที่คุ้นเคยขึ้นมา
“นี่คือสัญลักษณ์ของสายเลือด’เซียนฮวง’?”
หลินหยวนมีสีหน้าที่จริงจัง
เขาได้เข้าครอบครองดินแดนลับ ‘เซียนฮวง’ ถือได้ว่าเป็นผู้สืบทอดของ
องค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’ จึงมีความเข้าใจเกี่ยวกับสัญลักษณ์ของสาย
เลือด’เซียนฮวง’เป็นอย่างดี
“กล่องใบนี้มาจากสายเลือด’เซียนฮวง’?”
หลินหยวนคาดเดาในใจ
และในขณะเดียวกันก็มองไปยังคำแนะนำของ ‘งานพันสมบัติ’ ทีมีต่อ
กล่องสีทอง
“กล่องที่ไม่รู้จัก: มีออร่าในระดับขอบเขตโกลาหลแผ่ออกมาที่มาไม่ทราบ
ผลลัพธ์ไม่ทราบ”
“ราคาเริ่มต้น: 30,000 ผลึกโกลาหล”
นึ่
ยิ่
กล่องสีทองได้ตกอยู่ในเมืองหมิงชวนมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วรวมถึงผู้ยิ่ง
ใหญ่กู่หมิง ก็ไม่สามารถที่จะตัดสินที่มาที่แท้จริงของกล่องนี้ได้
แต่ด้วยออร่าในระดับขอบเขตโกลาหลที่อยู่ภายในกล่องสามารถตัดสินได้
ว่ามันเป็นสมบัติในระดับขอบเขตโกลาหล จึงได้ตั้งราคาเอาไว้ที่ 30,000 ผลึก
โกลาหล
ในความเป็นจริงแล้วราคานี้ถือว่าต่ำมากในสมบัติในระดับขอบเขต
โกลาหล สมบัติลับในขอบเขตโกลาหลชิ้นใดชิ้นหนึ่งย่อมสามารถขายได้ใน
ราคา 50,000 ผลึกโกลาหล 100,000 ผลึกโกลาหล หรือสูงกว่านั้น
“30,000 ผลึกโกลาหล ดูเหมือนว่าผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงจะไม่รู้ที่มาทีแท้จริงของ
กล่องใบนี้จริงๆ”
หลินหยวนคิดในใจอย่างเงียบๆ องค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’นั้นเป็นผู้ยิ่งใหญ่
แห่งความโกลาหล
สมบัติที่สายเลือดของผู้ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหลได้ทิ้งเอาไว้
จะมีมูลค่าเพียงแค่ 30,000 ผลึกโกลาหลได้อย่างไร?
ที่จริงแล้วนี่ก็เป็นเรื่องปกติ องค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’มีตัวตนอยู่เมื่อไม่รู้กี่
ยุคจักรวาลก่อน อย่าว่าแต่ในตอนนี้เลย แม้แต่ในยุคที่เจ้าหอหยกปีศาจนั้นอยู่
ข้อมูลเกี่ยวกับองค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮวง’นั้นก็หายากเป็นอย่างมาก
เจ้าหอหยกปีศาจบสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ขององค์จักรพรรดิ ‘เซียนฮ
วง’จากซากปรักหักพัง
“30,000 ผลึกโกลาหล พอจะแย่งชิงไหว”
หลินหยวนคิดในใจ เหล่าผู้แข็งแกร่งในระดับ 12 คนอื่นๆ รวมถึงผู้ยิ่งใหญ่
กู่หมิงที่ไม่สามารถทำให้กล่องสีทองชัดเจนขึ้นมาได้ ก็เพราะพวกเขาไม่ใช่ผู้
ฝึกฝนหรือศิษย์ของสายเลือด’เซียนฮวง’
แต่หลินหยวนนั้นต่างออกไป
สามารถลองดูได้
สมบัติที่สายเลือด’เซียนฮวง’ทิ้งเอาไว้นั้น สามารถที่จะแพร่หลายมาได้ถึง
ในตอนนี้ ย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน มูลค่าที่แท้จริงจะต้องสูงกว่า
30,000 ผลึกโกลาหลอย่างแน่นอน
ส่วนลึกที่สุดของทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
ผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงลืมตาขึ้นอย่างกะทันหัน มีสีหน้าที่หนักอึ้งเป็นอย่างมาก
“กู่หมิง เกิดอะไรขึ้น? ตรวจสอบออกมาแล้วหรือยังว่าวิกฤตมาจากที่ใด?”
มังกรอสูรแห่งความโกลาหลที่อยู่ข้างๆ ถามในทันที
ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ เขาได้ทำนายถึงวิกฤตที่กำลังจะมาถึง จึงได้แจ้งให้
กับผู้ยิ่งใหญ่วุ่นวายกู่หมิงทราบเป็นคนแรก
“ตรวจสอบออกมาแล้ว”
ผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงพยักหน้า สีหน้าที่หนักอึ้งนั้นไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
“เป็นเพราะอะไร?”
มังกรอสูรแห่งความโกลาหลสอบถาม
“การฆ่าฟันของมหาปราชญ์เงาปีศาจและมหาปราชญ์เก้าหงส์จะแผ่ขยาย
มายังบริเวณนี้”
ผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงกล่าว
“มหาปราชญ์เงาปีศาจและมหาปราชญ์เก้าหงส์”
มังกรอสูรแห่งความโกลาหลรู้สึกตกใจในใจ
ทั้งสองท่านนี้คือมหาปราชญ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จากเริ่มต้นเข้าสู่ขอบเขต
โกลาหล ก็เป็นศัตรูคู่อาฆาต แย่งชิงกันมาตลอด และเกือบจะพร้อมกันในการ
ก้าวเข้าสู่ขอบเขตของมหาปราชญ์
ตั้งแต่ที่กลายเป็นมหาปราชญ์แล้ว ผู้แข็งแกร่งทั้งสองคนก็ได้เปิดฉากการ
ฆ่าฟันที่ยาวนานแผ่อิทธิพลไปในบริเวณกว้าง
ในครั้งนี้ผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของวิกฤตที่อยู่ใกล้เคียง
และได้รับรู้กฎการฆ่าฟันของผู้แข็งแกร่งทั้งสองท่านจาก
สหาย คาดว่ามีโอกาสสูงที่จะเดินทางผ่านบริเวณทวีปแห่งความโกลาหลกู่
หมิง
การฆ่าฟันระหว่างมหาปราชญ์ทั้งสองนั้น แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ออร่าที่แผ่
ออกมา แต่กลับสามารถทำให้ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงตกอยู่ในความ
โกลาหล มังกรอสูรแห่งความโกลาหลที่เกือบจะอยู่ในขอบเขตโกลาหลย่อมต้อง
ได้รับบาดเจ็บสาหัส
นี่เป็นเพราะมังกรอสูรแห่งความโกลาหลสามารถเคลื่อนไหวและหลบหลีก
ได้ บริเวณที่มหาปราชญ์เงาปีศาจและมหาปราชญ์เก้าหงส์ฆ่าฟันกันนั้น ทุกสิ่ง
ทุกอย่างจะพังทลายและดับสูญ แม้แต่จักรวาลทีความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลได้ให้กำเนิดมา สามารถก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการดับสูญก่อนกำหนด
มหาปราชญ์เงาปีศาจและมหาปราชญ์เก้าหงส์ได้ฆ่าฟันกันมาแล้วนับสิบ
ยุคจักรวาล ไม่รู้ว่าได้ทำให้จักรวาลก้าวเข้าสู่การดับสูญก่อนกำหนดไปแล้วมาก
เท่าไหร่
“พวกเราโชคไม่ดีจริงๆ ที่บังเอิญอยู่ในขอบเขตการฆ่าฟันที่จะมาถึงของผู้
แข็งแกร่งทั้งสองท่าน”
ผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงรู้สึกจนปัญญาเป็นอย่างมาก
ช่องว่างระหว่างผู้ยิ่งใหญ่ทั่วไปกับมหาปราชญ์นั้นยิ่งใหญ่มากมหาปราชญ์
นั้นยากที่จะสังหารผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งได้ หมายถึงว่าเป็นการยากที่จะสังหารผู้ยิ่ง
ใหญ่ให้ดับสูญไปอย่างสมบูรณ์
ผู้ยิ่งใหญ่นั้นมีวิธีการรักษาชีวิตมากมาย
“เข้าเห็นด้วย โชคไม่ดีจริงๆ”
มังกรอสูรแห่งความโกลาหลก็คิดออกมาได้ และถอนหายใจออกมา
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล การฆ่าฟันของผู้
แข็งแกร่งทั้งสองท่านถึงแม้ว่าจะส่งผลกระทบในขอบเขตทีกว้างขวาง สั่น
คลอนจักรวาลนับหมื่นจักรวาลหรือนับแสนจักรวาล
แต่ในความเป็นจริงแล้วเมื่อเทียบกับทั้งความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
แล้ว ก็ยังคงเล็กน้อยมาก นี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมการฆ่าฟันของผู้แข็งแกร่งทั้ง
สองท่านจึงได้เกิดขึ้นมาจนถึงตอนนี้ และไม่มีมหาปราชญ์ในระดับเดียวกันมา
ห้ามปราม
“กู่หมิง ถ้าอย่างนั้นในตอนนี้ควรทำอย่างไร?”
มังกรอสูรแห่งความโกลาหลมองไปยังผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิง การฆ่าฟันของผู้
แข็งแกร่งทั้งสอง ตามหลักแล้วควรที่จะหลบให้ไกล ยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี
ใครจะรู้ว่าตนเองจะตกลงไปอยู่ตรงกลางของออร่าการฆ่าฟันของมหา
ปราชญ์หรือไม่?
“ข้าตั้งใจที่จะกระตุ้นทวีปแห่งความโกลาหล และทำการเคลื่อนย้ายออก
ไปให้ไกลที่สุด”
ผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงกล่าว ในความเป็นจริงแล้วถ้าในตอนนี้พวกเขาละทิ้งทวีป
แห่งความโกลาหลแล้วหลบหนีไปโดยตรง คาดว่าจะไม่มีอันตรายใดๆ
แต่ทวีปแห่งความโกลาหลนั้น คือสิ่งที่ผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงได้ทุ่มเทแรงกายแรง
ใจมาเกือบร้อยยุคจักรวาล ไม่อยากที่จะยอมแพ้ง่ายๆเช่นนี้
ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงมีขนาดใหญ่ประมาณหลายร้อยจักรวาล
จักรวาลภายในร่างกายของผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงไม่สามารถที่จะบรรจุเอาไว้ได้
ดังนั้นทำได้เพียงแค่กระตุ้นให้ทวีปแห่งความโกลาหลเคลื่อนที่และหลีก
เลี่ยงขอบเขตที่ออร่าการฆ่าฟันของผู้แข็งแกร่งทั้งสองท่านจะครอบคลุม
ลื่
ที่
แน่นอนว่าความเร็วในการเคลื่อนที่ของทวีปแห่งความโกลาหลย่อมต้องช้า
กว่าที่ผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงหนีไปด้วยตนเองเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังคงเป็นวิธีหนึ่ง
แม้ว่าในท้ายที่สุดจะยังคงไม่สามารถหลีกหนีจากขอบเขตที่ออร่าการฆ่า
ฟันของมหาปราชญ์จะครอบคลุมได้ อย่างน้อยก็อยู่ห่างจากบริเวณที่ออร่าหนัก
หน่วงที่สุด โอกาสที่จะต้านทานได้ก็จะสูงขึ้นมาก
“ก็มีแต่วิธีนี้เท่านั้น”
มังกรอสูรแห่งความโกลาหลพยักหน้า
“พื้นที่แห่งนี้…กำลังจะเผชิญกับหายนะ”
ผู้ยิ่งใหญ่กู่หมิงกล่าวด้วยเสียงที่เบาบาง
ในฐานะที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ตนเองยังมีความสามารถที่จะหลีกหนีอันตรายได้
แต่จักรวาลแต่ละแห่งที่อยู่ใกล้เคียง และชีวิตมากมายทีอยู่ในจักรวาลเหล่านั้น
กลับคงไม่มีโชคเช่นนี้