สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 521 สำรวจโลกต้นกำเนิด
จักรวาลมนุษย์ หอคอยวิวัฒนาการวรยุทธ์
“ผลึกโกลาหล 30,000 ก้อน”
หลินหยวนตรวจสอบทรัพย์สมบัติของตนเอง
ในตอนนี้ผลึกโกลาหลที่อยู่ในมือของเขามีเพียงไม่กี่พันก้อนเป็นสิ่งที่ ‘ชัง
เวยหยาง’ ผู้ที่แข็งแกร่งในขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดได้ทิ้งเอาไว้ให้
เพื่อที่จะซื้อกล่องสีทองที่เกี่ยวข้องกับสายเลือดเสวียนหวงนั้นหลินหยวน
วางแผนที่จะรวบรวมผลึกโกลาหลให้ได้ 30,000 ก้อนให้ได้มากที่สุด
“ดูเหมือนว่าจะต้องขายอาวุธและสมบัติล้ำค่าบางอย่างแล้ว”
หลินหยวนคิดในใจ
ในตอนนี้อาวุธและสมบัติล้ำค่าที่เขาไม่ได้ใช้มีอยู่มากมาย แต่ส่วนใหญ่
แล้วอยู่ในระดับขอบเขตบุกเบิกวิถี มีอาวุธและสมบัติล้ำค่าระดับขอบเขต
ปกครองเพียงไม่กี่ชิ้นที่มาจาก ‘ชังเวยหยาง’
“นำอาวุธและสมบัติเหล่านี้ไปยังทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงก่อน แล้ว
ขายออกไป มาดูกันว่าจะพอหรือไม่”
หลินหยวนได้เลือกอาวุธและสมบัติบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ออกจากคลังสมบัติ
ของตนเอง
หากอาวุธและสมบัติเหล่านี้ขายออกไปแล้วได้ผลึกโกลาหลมาไม่พอ หลิน
หยวนวางแผนที่จะขายต้นไม้ล้ำค่าในขอบเขตปกครองออกไป
ส่วนสมบัติลับในขอบเขตโกลาหลนั้น หากไม่จำเป็นก็จะไม่ขายท้ายที่สุด
แล้วตราบใดที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ขอบเขตปกครองย่อมต้องสามารถใช้งานได้
“ยังคงขาดผลึกโกลาหลอยู่อีกมาก”
หลินหยวนคิดในใจ
ในความเป็นจริงแล้ว ด้วยความเข้าใจในพลังแห่งความโกลาหลของหลิน
หยวนในตอนนี้ สามารถทำได้เหมือนกับผู้ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหล สามารถ
สกัดผลึกโกลาหลออกมาจากพลังแห่งความโกลาหลที่ปะปนกันได้โดยตรง
แต่การที่จะทำได้นั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ประสิทธิภาพก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หากไม่มีจิตใจที่แข็งแกร่งเหมือนกับผู้ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหลและ
จักรวาลภายในร่างกายคอยสนับสนุน ผลึกโกลาหลที่หลินหยวนสกัดออกมาได้
ในหนึ่งปี คาดว่าน่าจะไม่เกินสิบก้อน
“ไปเถอะ”
หลินหยวนยกมือขึ้นและฉีกรอยแยกมิติ เชื่อมต่อกับทุกชั้นมิติเชื่อม
จักรวาลกับความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
จากนั้นก็โยนสมบัติมากมายที่เลือกเอาไว้ออกไป หลังจากนั้นก็คิดในใจ
ภายนอกรอยแยกมิติ ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลก็รวมตัวร่างแยกขึ้น
มา และรับสมบัติมากมายเอาไว้
ในตอนนี้ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะเป็นร่างแยก ก็ยังมีพลังต่อสู้ในขอบเขต
บุกเบิกวิถีขั้นสูงสุด เพียงพอที่จะเดินทางไปในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลได้อย่างสมบูรณ์
วูบๆ
หลินหยวนใช้มือลูบ รอยแยกมิติที่มีความยาวหลายสิบเมตรที่อยู่ข้างหน้า
ก็สมานตัวอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ฉีกชั้นมิติทั้งหมดของจักรวาลแล้ว ตราบใดที่หลินหยวนต้องการ
ก็สามารถที่จะสร้างรอยแยกมิติถาวรได้อย่างง่ายดาย
“พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตแต่ละสาย จะต้องใช้เวลาในการสะสม 90
วัน นี่คือขีดจำกัดแล้ว ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีก?”
หลินหยวนคิดขึ้นมาในทันที
ตั้งแต่ที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้ว หลินหยวนได้พยายามเพิ่มความเร็วในการ
สะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต ฉีกรอยแยกมิติถาวรที่ใหญ่กว่าเดิม
แต่ประสิทธิภาพในการสะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตของประตูสู่
ภพหมื่นยังคงอยู่ที่ 90 วันต่อ 1 สาย ไม่ได้เพิ่มขึ้นต่อไป
“หรือว่าการดูดซับพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตยังมีข้อกำหนดอื่นๆ ที่เรา
ไม่รู้?”
หลินหยวนคิดในใจ
หอคอยวิวัฒนาการวรยุทธ์
หลินหยวนเชื่อมต่อกับเทพีแห่งปัญญาโดยตรง
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ เทพีแห่งปัญญายินดีที่
จะให้บริการ”
เสียงที่สง่างามและเยือกเย็นของเทพีแห่งปัญญาดังขึ้น
เทพีทั้งสามของอารยธรรมมนุษย์นั้น ส่วนหลักมาจากเหตุการณ์สมบัตินับ
ไม่ถ้วนที่ตกลงมาจากภายนอกจักรวาล ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในโอกาสที่ยิ่งใหญ่
ที่สุดที่อารยธรรมมนุษย์ได้รับ มีพลังใจและพลังการคำนวณที่เทียบเท่ากับชีวิต
ในขอบเขตปกครอง
ดังนั้นจึงสามารถสนับสนุนการตัดสินใจขนาดเล็กและใหญ่ทีเกือบจะไม่มีที่
สิ้นสุดของอารยธรรมมนุษย์
“อัปโหลดบทที่ 12 ขอบเขตบุกเบิกวิถี”
หลินหยวนกล่าวออกมา
ที่
นั้
พื้
บทที่ 12 ขอบเขตบุกเบิกวิถีของวรยุทธ์นั้น โดยพื้นฐานแล้วเขาได้ปรับปรุง
ให้สมบูรณ์แบบแล้ว และสามารถอัปโหลดได้
ที่จริงแล้วการที่จะอัปโหลดบทที่ 12 ขอบเขตบุกเบิกวิถีของวรยุทธ์หรือไม่
นั้น ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมาก ท้ายที่สุดแล้วนอกจากหลินหยวนจะดับสูญ
ไป ก็ไม่มีผู้ฝึกฝนในเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์คนใด ที่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับ
12 ของวรยุทธ์ได้
“เมื่อมีเวลาก็สามารถบุกเบิกสาขาของวรยุทธ์ได้”
หลินหยวนคิดในใจ
เส้นทางวิวัฒนาการ 1 เส้นทาง ก็เท่ากับวิถี 1 วิถี หากวิถีสายนีกว้างใหญ่
เพียงพอ ก็สามารถแบ่งออกเป็นหลายสาขาได้
สาขาเหล่านี้ก็ถือได้ว่าเป็นวิถี โดยใช้วรยุทธ์เป็นพื้นฐาน เดินไปในทิศทาง
ที่แตกต่างกัน ย่อมสามารถให้กำเนิดการดำรงอยู่ในระดับ 12 ได้เช่นกัน
แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ในวิถีนี้จะต้องมีพื้นฐานทีหนาแน่นเพียง
พอ ราวกับว่าสาขาของแม่น้ำ หากเป็นเพียงแค่ลำธารเล็กๆ ถึงแม้ว่าจะมีสาขา
ก็ไม่สามารถที่จะไปได้ไกล แต่หากเป็น
แม่น้ำสายใหญ่ ต่อให้เป็นเพียงแค่สาขาย่อมต้องกว้างใหญ่กว่าลำธาร
เล็กๆ มาก
“วิถีสาขาที่แตกแขนงออกมาโดยมีพื้นฐานอยู่ที่วรยุทธ์นั้นสามารถเป็น
ประโยชน์ต่อเราได้”
ในช่วงที่หลินหยวนกระโดดเข้าสู่จุดสูงสุดนั้น ได้ตระหนักถึงประโยชน์ของ
การเผยแพร่เส้นทางของตนเอง
นั่นคือการสามารถรักษาสถานะของตนเองเอาไว้ได้ตลอดไป นีคือสิ่งที่ยาก
กว่าการมีอายุขัยที่ไม่มีที่สิ้นสุดมาก
ที่
การอัปโหลดบทที่ 12 ขอบเขตบุกเบิกวิถีของวรยุทธ์ ทำให้เส้นทางวิวัฒนา
การวรยุทธ์ได้กลายเป็นเส้นทางวิวัฒนาการอันดับ 1 ของอารยธรรมมนุษย์
อย่างราบรื่น
เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความผิดปกติใดๆ แม้แต่ผู้วิวัฒนาการมากมายใน
อารยธรรมมนุษย์ หรือแม้แต่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ก็มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ
และสมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก
เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์เพียงแค่อัปโหลดบทที่อยู่ในระดับ 11 ก็อยู่ใน
อันดับที่ 5 ของอารยธรรมมนุษย์แล้ว ในตอนนี้เมื่ออัปโหลดบทที่ 12 ขอบเขต
บุกเบิกวิถีแล้ว หากไม่ได้เป็นที่ 1 ย่อมถือว่าแปลกมาก
หอคอยวิวัฒนาการวรยุทธ์
“ท่านเจ้าหอ นี่คือรายชื่อของมนุษย์ตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมา ที่ได้ทำคุณ
ประโยชน์ให้กับอารยธรรมมนุษย์และได้ดับสูญไปแล้ว”
จางเทียนจื้อยืนอยู่ด้านล่างอย่างเคารพนอบน้อม ในฐานะที่เป็นผู้ที่อยู่ใน
ระดับ 8 คนแรกของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ จางเทียนจือจึงได้เข้าร่วม
หอคอยวิวัฒนาการวรยุทธ์เป็นคนแรก
ถึงแม้ว่าจะถูกจำกัดด้วยปัจจัยด้านความแข็งแกร่ง สถานะจึงไม่สูง แต่
กลับสามารถเข้ามาอยู่ในสายตาของหลินหยวนได้
หลินหยวนกวาดสายตาไปยังรายชื่อ ที่บันทึกรายชื่อมนุษย์หลายพันล้าน
คนเอาไว้อย่างละเอียด
ถึงแม้ว่าปฏิทินดวงดาวของอารยธรรมมนุษย์จะมีอายุเพียงแค่ 2 ล้านกว่า
ปี แต่ประวัติศาสตร์ที่แท้จริงนั้นยาวนานกว่านี้มาก ในช่วงเวลาที่ยาวนานเช่นนี้
มีมนุษย์ถือกำเนิดขึ้นมามากมาย ถึงแม้ว่าจะมีเพียงแค่สัดส่วนที่ต่ำมากที่ได้
ทำคุณประโยชน์ให้กับอารยธรรมมนุษย์ แต่จำนวนก็มากเกินไป
“ท่านเจ้าหอ ท่านวางแผนที่จะฟื้นคืนชีพพวกเขา?”
จางเทียนจื้อถามอย่างระมัดระวัง
นี้
ฟื้
“คนเหล่านี้ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับอารยธรรมมนุษย์ ย่อมสามารถฟื้น
คืนชีพได้”
หลินหยวนกล่าวออกมา
ในอดีตอารยธรรมมนุษย์ได้ฟื้นคืนชีพผู้วิวัฒนาการที่ดับสูญไปแล้วในอดีต
โดยมีข้อกำหนดมากมาย อย่างแรกคือศักยภาพ อย่างทีสองคือความแข็งแกร่ง
และสุดท้ายก็คือคุณประโยชน์
ทั้งสามสิ่งนี้ขาดไม่ได้ นี่ก็เพื่อเหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรม
มนุษย์
การที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดฟื้นคืนชีพชีวิตที่ดับสูญไปแล้วนั้น จะต้องเผชิญ
หน้ากับการตอบโต้ของจักรวาล หนึ่งคนสองคนไม่เป็นไร ร้อยคนพันคนก็ยังพอ
ไหว แต่เมื่อจำนวนมากขึ้น ผู้แข็งแกร่งสูงสุดย่อมไม่สามารถต้านทานได้ และ
ต้องได้รับบาดเจ็บ
แต่ในตอนนี้สาระสำคัญของชีวิตของหลินหยวนนั้นแข็งแกร่งอย่างที่ไม่
เคยมีมาก่อน ถึงแม้ว่าจะฟื้นคืนชีพชีวิตในระดับ 11 การตอบโต้ที่ได้รับกลับ
สามารถต้านทานได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงวางแผนที่จะลดระดับเกณฑ์ในการ
ฟื้นคืนชีพ และขยายระยะเวลาออกไป
นี่ถือได้ว่าเป็นสวัสดิการที่บรรพบุรุษที่ดับสูญไปแล้วในอดีตของ
อารยธรรมมนุษย์ควรจะได้รับ
หลังจากนั้นไม่กี่วัน
ผู้วิวัฒนาการในระดับ 9 ขึ้นไปทั้งหมดของอารยธรรมมนุษย์ ได้รวมตัวกัน
อยู่ที่ภายนอกหอคอยวิวัฒนาการวรยุทธ์
การที่ผู้แข็งแกร่งสูงสุดฟื้นคืนชีพชีวิตที่ดับสูญไปแล้วในอดีตนั้นจะต้อง
ไหลย้อนกลับไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลา และเกี่ยวข้องกับการปรากฏของกฎกาล
อวกาศ การที่ผู้วิวัฒนาการได้ชมย่อมต้องได้รับความรู้
มื่
ฟื้
ในอดีตเมื่อผู้แข็งแกร่งสูงสุดของหอคอยวิวัฒนาการแต่ละแห่งทำการฟื้น
คืนชีพ ก็มีผู้วิวัฒนาการมากมายมาชม หลินหยวนในตอนนั้นก็ได้เห็นผู้
แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินลงมือฟื้นคืนชีพด้วยตาของตนเอง
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกต้องการฟื้นคืนชีพชีวิตที่
ดับสูญไปแล้วในอดีตของอารยธรรมมนุษย์ของเรา?”
“ได้ยินมาว่าขอบเขตการฟื้นคืนชีพของผู้แข็งแกร่งสูงสุดแห่งเขตดาวฤกษ์
ทางช้างเผือกในครั้งนี้กว้างใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนตราบใดที่ได้ทำคุณ
ประโยชน์ให้กับอารยธรรมมนุษย์ ไม่ว่าศักยภาพจะเป็นอย่างไร ความแข็งแกร่ง
จะเป็นอย่างไร ทั้งหมดก็จะอยู่ในรายชื่อการฟื้นคืนชีพ”
“พระเจ้า การฟื้นคืนชีพคนมากมายขนาดนี้ จะต้องเผชิญหน้ากับการ
ตอบโต้ขนาดไหน?”
เหล่าผู้วิวัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์มากมายต่างก็พูดคุยกัน ในตอนนี้
อารยธรรมมนุษย์ได้ครอบครองจักรวาลทั้งจักรวาล จึงไม่มีปัญหาเรื่อง
ทรัพยากร
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวน และผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินก็ได้เดินทางมา
พวกเขาเดิมทีตั้งใจที่จะช่วยหลินหยวนแบ่งเบาภาระบางส่วน แต่กลับถูก
ปฏิเสธ
“เริ่มเลยก็แล้วกัน”
ก่อนหน้านี้หลินหยวนได้ฟื้นคืนชีพญาติสนิทมิตรสหายในอดีตในแดน
เซียน แต่แม่น้ำแห่งกาลเวลาของแดนเซียนแตกต่างจากแม่น้ำแห่งกาลเวลา
ของจักรวาล
แม่น้ำแห่งกาลเวลาของจักรวาลหลัก โดยหลักการแล้วก็เป็นเพียงแค่สาขา
ของแม่น้ำแห่งกาลเวลาของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ฮึ่งๆ
ริ่
น้ำ
ชื่
ฟื้
หลินหยวนเริ่มไหลย้อนกลับไปในแม่น้ำแห่งกาลเวลา มีรายชื่อการฟื้น
คืนชีพ และเข้าใจในออร่าของสาระสำคัญของชีวิตของผู้วิวัฒนาการของ
อารยธรรมมนุษย์แต่ละคนที่ต้องการที่จะฟื้นคืนชีพหลินหยวนจึงเริ่มตักคนใน
แม่น้ำแห่งกาลเวลาที่กว้างใหญ่อย่างต่อเนื่อง
“มอนิ่งงง ตื่นได้แล้วค้าบบ”
หลินหยวนออกแรงเล็กน้อย ผู้วิวัฒนาการกว่าหมื่นล้านคนก็ถูกตักขึ้นมา
อย่างแรง และกลับมายังช่วงเวลาปัจจุบัน
ในแต่ละช่วงเวลา มีผู้วิวัฒนาการหลายหมื่นล้านคนถูกฟื้นคืนชีพ ในเวลา
ไม่กี่ลมหายใจ ผู้วิวัฒนาการที่ฟื้นคืนชีพมาแล้วก็มีมากกว่าแสนล้านคน
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ทำไมการตอบโต้ของ
จักรวาลเมื่อมาถึงตัวของเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกแล้ว กลับไม่มีคลื่น
ลมใดๆ เลย”
เหล่าผู้วิวัฒนาการในระดับ 11 มากมายรู้สึกตกตะลึงในใจ
การฟื้นคืนชีพชีวิตจำนวนหมื่นล้านคน แม่น้ำแห่งกาลเวลาของจักรวาล
แทบจะเดือดพล่านในบริเวณนั้น การตอบโต้ที่รุนแรงได้กดดันไปยังผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก แต่กลับไม่ได้ทำให้ชายเสื้อของหลินหยวน
สะบัดขึ้นเลย
“สาระสำคัญของชีวิตแข็งแกร่งเกินไป ข้ารู้สึกว่าถ้าพวกเราไม่ได้มีสาระ
สำคัญของชีวิตที่อยู่ในแม่น้ำแห่งกาลเวลาแล้ว ผู้แข็งแกร่งสูงสุดแห่งเขต
ดาวฤกษ์ทางช้างเผือกก็สามารถฟื้นคืนชีพพวกข้าได้”
เหล่าผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ก็รู้สึกทึ่งเป็นอย่างมากเช่นกัน พวกเขาได้
ทำการฟื้นคืนชีพมาแล้วหลายครั้ง และรู้ว่าการตอบโต้ของจักรวาลนั้นเป็น
อย่างไร การฟื้นคืนชีพจำนวนหมื่นล้านคน ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดย่อมต้อง
ได้รับบาดเจ็บสาหัส ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลินหยวนที่ฟื้นคืนชีพในระดับหมื่นล้าน
คนในแต่ละครั้ง
สั้
กี่
ที่
ฟื้
ภายในระยะเวลาอันสั้น ในเวลาไม่กี่ลมหายใจ ชีวิตที่ถูกฟื้นคืนชีพมา
แล้วกลับมีมากกว่าแสนล้านคน
“ข้า ข้าถูกฟื้นคืนชีพแล้ว?”
“อารยธรรมมนุษย์ของเราให้กำเนิดผู้ที่อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว?”
ผู้วิวัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์ที่เคยมีชีวิตอยู่ในยุคปฏิทินดวงดาว
มากมายลืมตาขึ้น พวกเขาอยู่ในยุคที่อารยธรรมมนุษย์ยังไม่มีการดำรงอยู่ใน
ระดับ 12 ไม่ได้คิดว่าตนเองจะมีโอกาสที่จะถูกฟื้นคืนชีพ
“ข้า ข้าก็ถูกฟื้นคืนชีพแล้ว?”
ชายคนหนึ่งที่มีสีหน้าเย็นชารู้สึกงุนงง เขาชื่อ ‘โอวหยิน’ ดับสูญไปเพราะ
เงื้อมมือของ *ชิงอวี่แห่งเหวลึก ตามศักยภาพและความแข็งแกร่งของเขาแล้ว
ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะถูกฟื้นคืนชีพ
“ผู้แข็งแกร่งสูงสุดแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก”
โอวหยินเงยหน้าขึ้นมอง ได้เห็นร่างที่สง่างามค่อยๆ ก้มลง มองมายังที่นี่
รอยยิ้มที่แสดงถึงความปรารถนาดีได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“มรดกที่ข้าทิ้งเอาไว้ในสมรภูมิรบเผ่าพันธุ์ต่างดาว ถูกผู้แข็งแกร่งสูงสุด
แห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือกได้รับไป?”
โอวหยินสามารถรู้ถึงต้นสายปลายเหตุในทันที และในขณะเดียวกันก็มี
ความรู้สึกที่มากมายผุดขึ้นมาในใจ
“เกือบจะฟื้นคืนชีพหมดแล้ว”
หลินหยวนกวาดสายตาไปยังชีวิตมากมายที่เพิ่งฟื้นคืนชีพมาหลังจากนั้นก็
มองไปยังเหล่าผู้วิวัฒนาการระดับ 11 ที่อยู่ข้างๆ มอบภารกิจในการจัดระเบียบ
ชีวิตที่ฟื้นคืนชีพมาแล้วเหล่านี้ให้กับพวกเขา และร่างก็หายไป
หอคอยวิวัฒนาการวรยุทธ์
นั่
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ
“ทุกสิ่งทุกอย่างก็ทำไปเกือบหมดแล้ว”
หลินหยวนผ่อนลมหายใจออกมา
“สามารถสำรวจโลกต้นกำเนิดนั้นได้อย่างสบายใจแล้ว”
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลินหยวนก็แบ่งจิตสำนึกออกมา จมดิ่งลงไปยังส่วนลึก
ของจิตใจ มองไปยังประตูสู่ภพหมื่นที่สง่างามและยิ่งใหญ่