สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 524 โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกต้น
กำเนิด
จักรวาลหลัก ดินแดนลับ’เซียนฮวง’
หลินหยวนลืมตาขึ้น คิ้วขมวดเล็กน้อย
“จักรวาลล่มสลาย?”
หลินหยวนคิดในใจ การฆ่าฟันและการต่อสู้ระหว่างมหาปราชญ์แห่งความ
โกลาหลทั้งสองท่าน ทำให้จักรวาลทั้งหมดในขอบเขตกว้างใหญ่พังทลาย ก้าว
เข้าสู่การดับสูญก่อนกำหนด ตัวอย่างเช่นนี้เขาเคยเห็นจากหอหยกปีศาจ และ
บันทึกของสายเลือด’เซียนฮวง’
การโจมตีของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล สามารถทำลายแนวป้องกัน
ทั้งหมดของจักรวาลได้
ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถลบจักรวาลนี้ออกไปได้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็สามารถ
บังคับให้มันดับสูญ และเข้าสู่สภาวะเริ่มต้นได้
สำหรับตัวจักรวาลเองแล้ว ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากนัก เพราะจักรวาล
ยังคงอยู่ แต่สำหรับชีวิตที่อยู่ในจักรวาลแล้ว
มันคือภัยพิบัติ
“หากจักรวาลล่มสลายก่อนกำหนดจริงๆ เราควรทำอย่างไร?”
ความคิดของหลินหยวนผันผวน
จักรวาลล่มสลายนั้น จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อหลินหยวน
ด้วยความแข็งแกร่งของเขา สามารถผ่านพ้นภัยพิบัติแห่งการดับสูญในช่วงที่
จักรวาลล่มสลายได้อย่างง่ายดาย และเข้าสู่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องการเข้าสู่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลหลินหยวนก็
สามารถที่จะอาศัยดินแดนลับ’เซียนฮวง’ หลบอยู่ข้างในเหมือนกับเผ่าพันธุ์ภัย
พิบัติ และอดทนจนถึงยุคจักรวาลถัดไป
ดินแดนลับ’เซียนฮวง’หลอมรวมกับต้นกำเนิดของจักรวาลครึ่งหนึ่ง
จักรวาลล่มสลายก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อดินแดนลับ’ เซียนฮวง’ การหลบ
อยู่ข้างในถือได้ว่าปลอดภัยอย่างแท้จริงคล้ายคลึงกับกระท่อมไม้ของเผ่าพันธุ์
ภัยพิบัติ
นอกจากนี้ หลินหยวนยังสามารถผ่านประตูสู่ภพหมื่น เข้าสู่โลกมิติอื่นได้
หลังจากที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แล้ว ข้อจำกัดมากมายของประตูสู่ภพหมื่นที่มีต่อ
หลินหยวนก็ได้ถูกปลดออกไป สามารถข้ามมิติไปยังโลกใดโลกหนึ่งด้วยร่างจริง
ได้อย่างสมบูรณ์
วิธีการนี้ยังน่าเชื่อถือกว่าดินแดนลับ’เซียนฮวง’ ดินแดนลับ’ เซียนฮ
วง’หลอมรวมกับต้นกำเนิดของจักรวาล หากสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ไม่
ลงมือ ย่อมสามารถอยู่ได้อย่างไร้กังวล
แต่หากเมื่อใดที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ลงมือล่ะ?
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 นั้นเป็นการดำรงอยู่เช่นไร?
โอกาสที่จะลงมือกับจักรวาลนั้นแทบจะเป็นศูนย์ แต่ยังคงมีความเป็นไปได้
แล้วประตูสู่ภพหมื่นล่ะ?
ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ก็ยากที่จะสำรวจโลกมิติ
อื่นได้
หากกล่าวว่าดินแดนลับ’เซียนฮวง’นั้นเกือบจะปลอดภัย
แต่ประตูสู่ภพหมื่น คือปลอดภัยอย่างแท้จริง
สรุปแล้ววิธีการที่หลินหยวนจะแก้ไขจักรวาลล่มสลายนั้นง่ายมาก จักรวาล
ล่มสลาย สำหรับชีวิตอื่นๆ แล้วคือภัยพิบัติ ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุด
ระดับ 12 ก็ตาม
แต่ในใจของหลินหยวนนั้น ไม่ได้ใส่ใจเลย
เพียงแต่ว่า สำหรับตัวหลินหยวนเองนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่อารยธรรมมนุษย์
และพลเมืองนับไม่ถ้วนนั้น คาดว่าจะต้องทำการตัดสินใจ
“เรื่องนี้จะต้องบอกเซวียนหยวน เซี่ยฉิน และพวกเขา”
หลินหยวนติดต่อกับผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีก 9 คนของอารยธรรมมนุษย์ใน
ทันที
ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของทั้งอารยธรรมมนุษย์ ผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดทั้ง 9 ย่อมมีสิทธิ์ที่จะรับรู้
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง
โลกเสมือนจริง
บนบัลลังก์ทั้ง 10
ร่างแต่ละร่างก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก เรียกพวกเรามามีเรื่องอะไร?”
“พูดเช่นนี้ ราวกับว่าหากไม่มีเรื่องอะไรก็ไม่สามารถเรียกพวกเราได้?”
“ใช่ ปกติแล้วพวกเราก็สามารถรวมตัวกันและพูดคุยกันได้ใอยู่แล้วไม่ใช่
รึ?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรมมนุษย์นั้นผ่อนคลายเป็นอย่างมาก
ในตอนนี้ทั้งจักรวาลได้กลายเป็นอาณาเขตของอารยธรรมมนุษย์ พวกเขาเหล่า
นี้ที่เป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดจึงผ่อนคลายลง
ในอดีต ยังคงมีภัยคุกคามจากผู้แข็งแกร่งสูงสุดระดับ 12 ของเผ่าพันธุ์
ระดับสูงสุดอีก 11 เผ่าพันธุ์ ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรมมนุษย์ไม่เคย
ลดความระมัดระวังตัวลงเลย มีความกดดันมากตลอดเวลา
แต่ในตอนนี้ล่ะ?
เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติรักษาตัว ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดอีก 10
เผ่าพันธุ์ถูกปราบปราม ตัวเผ่าพันธุ์ที่เหลือเองก็ได้เข้าร่วมกับอารยธรรมมนุษย์
อารยธรรมมนุษย์ในตอนนี้นั้น ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดอย่าง
แน่นอน พวกเขาเหล่านี้ที่เป็นผู้แข็งแกร่งสูงสุดมองแล้วรู้สึกสบายใจเป็นอย่าง
มาก
หลินหยวนมองไปยังผู้แข็งแกร่งสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์ทั้ง 9 ครุ่นคิด
อยู่ครู่หนึ่ง และกล่าวออกมา
“ข้าได้ส่งร่างแยกออกไปสำรวจความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนานแล้ว”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ก็ตั้งใจฟังในทันที
ผู้แข็งแกร่งระดับ 12 ในขอบเขตบุกเบิกวิถีทั่วไป ร่างแยกทีรวมตัวขึ้นมา
นั้น ไม่สามารถออกห่างจากจักรวาลได้ไกล
แต่หลินหยวนล่ะ?
ปาฏิหาริย์ที่หลินหยวนได้สร้างขึ้นมานั้นมีมากเกินไป
ดังนั้นผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 เมื่อได้รับรู้ว่าหลินหยวนได้เริ่มสำรวจความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหลที่อยู่นอกจักรวาลแล้ว กลับไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ
เลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม
ต่อไป
สิ่งที่หลินหยวนกล่าวออกมาก็ทำให้ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้งหมดมีสีหน้าที่
เปลี่ยนไป
“อะไรนะ?”
“ท่านกำลังบอกว่าจักรวาลของพวกเราในตอนนี้ กำลังจะถูกการต่อสู้ของ
มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลทั้งสองท่านครอบคลุม และก้าวเข้าสู่การดับสูญ
ก่อนกำหนด?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินมีสีหน้าที่ตกตะลึง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามหาปราชญ์
แห่งความโกลาหลนั้นหมายถึงอะไร
แต่ความหมายของการที่จักรวาลล่มสลายนั้นชัดเจนมาก
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีก 8 คนก็ไม่ต่างกัน การที่จักรวาลก้าวเข้าสู่การดับสูญ
ก่อนกำหนดนั้น สำหรับผู้ที่อยู่ในระดับ 12 ทุกคนที่อยู่ในจักรวาลแล้วคือภัย
พิบัติ
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก ท่านแน่ใจว่าเรื่องนี้เป็นความจริง?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดกู่ลี่ถามอย่างจริงจัง จักรวาลล่มสลายไม่ใช่เรื่องตลก
เกี่ยวข้องกับอนาคตของพวกเขาและทั้งอารยธรรมมนุษย์
“มีความมั่นใจ 90%”
หลินหยวนพยักหน้า ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิงเพื่อที่จะหลีกเลี่ยง
บริเวณที่มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลทั้งสองท่านจะต่อสู้กัน จึงได้เริ่มเดิน
ทางไกล ด้วยขนาดของทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง
การเคลื่อนที่นั้นจะต้องใช้ผลึกโกลาหลมากมายเพียงใด?
ในเมื่อปราชญ์แห่งความโกลาหลกู่หมิงกล้าที่จะทำเช่นนี้ ย่อมต้องได้รับ
ข่าวที่มีมูลมาอย่างแน่นอน
“ความมั่นใจ 90%?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้รู้สึกใจหาย
มั่
พื้
ที่
รื่
นี้
ความมั่นใจ 90% โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถที่จะตัดสินได้ว่าเรื่องนี้จะเกิด
ขึ้น
“การฆ่าฟันของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลทั้งสองท่านนั้นคาดว่าจะส่ง
ผลกระทบต่อที่นี่เมื่อไหร่?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนได้สอบถาม
“100 ปีถึง 1,000 ปี”
หลินหยวนตอบ
ตามแผนที่ที่หญิงสาวผมสีเงินได้ให้มา บริเวณที่จักรวาลบ้านเกิดอยู่นั้น
เผชิญหน้ากับวิถีการต่อสู้ของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลทั้งสองท่าน
โดยตรง และเป็นบริเวณแรกที่ได้รับผลกระทบ
เวลาของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล จะอยู่ภายในไม่กี่ปีแต่ความเร็ว
ของเวลาในจักรวาลนั้นเร็วกว่าความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลมาก คาดว่าจะ
อยู่ระหว่าง 100 ปีถึง 1,000 ปี
บรรยากาศระหว่างผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 10 ของอารยธรรมมนุษย์นั้นหนัก
อึ้งเป็นอย่างมาก
“เรื่องนี้ต้องขอบคุณเจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก หากไม่ใช่ท่าน
พวกเราคาดว่าจนกว่าจักรวาลจะล่มสลาย ถึงจะรู้”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ และกล่าวอย่างจริงจัง
การเผชิญหน้ากับภัยพิบัติเช่นจักรวาลล่มสลาย การที่รู้ล่วงหน้ากับการที่รู้
ในตอนสุดท้ายนั้นเป็นคนละเรื่องกัน
จักรวาลปกติ เมื่อก้าวเข้าสู่การดับสูญ จะมีลางบอกเหตุมากมาย
ผู้ที่อยู่ในระดับ 12 ในจักรวาลก็จะทำการเตรียมการ
ริ่
ลื่
เช่น เริ่มเคลื่อนย้ายเผ่าพันธุ์ หรือรวบรวมทรัพยากรมากมายในจักรวาล
เป็นต้น
แต่การที่จักรวาลล่มสลายก่อนกำหนดเพราะแรงภายนอกเช่นนี้หากหลิน
หยวนไม่ได้กล่าวออกมา อารยธรรมมนุษย์ย่อมต้องสูญเสียเป็นอย่างมาก
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การเคลื่อนย้ายเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นต้องใช้เวลา ในช่วง
ที่จักรวาลล่มสลาย จักรวาลภายในร่างกายของผู้แข็งแกร่งสูงสุดนั้น สามารถที่
จะรองรับมนุษย์ได้บางส่วน และทำการเคลื่อนย้ายสาระสำคัญของชีวิตที่
เกี่ยวข้องไปยังแม่น้ำแห่งกาลเวลาของจักรวาลภายในร่างกาย
แต่กระบวนการนี้ต้องใช้เวลา
นอกจากนี้อาณาเขตของจักรวาลนั้นกว้างใหญ่ มีดาวเคราะห์ทรัพยากร
และดินแดนลับมากมาย
ดาวเคราะห์และดินแดนลับเหล่านี้เมื่อค่อยๆ ขุดค้น ก็เท่ากับต้นไม้เงิน
ต้นไม้ทอง แต่หากจักรวาลล่มสลายกำลังจะมาถึงจริงๆ ย่อมต้องนำทั้งหมดไป
ด้วย ถึงแม้ว่าจะต้องสูญเสียไปบ้าง
“เข้าก็คิดเช่นนั้น”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินและผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนอื่นๆ ก็พยักหน้าพร้อมกัน
หากจักรวาลล่มสลายไม่สามารถต้านทานได้ สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ใน
ตอนนี้ก็คือการหลีกเลี่ยงความสูญเสียให้ได้มากที่สุด
“เมื่อการล่มสลายของจักรวาลมาถึงจริงๆ ทรัพยากรและสิ่งอื่นๆก็ยังพอว่า
พวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ไม่จำเป็นต้องทำการเคลื่อนย้ายสาระสำคัญของชีวิต
สามารถวางไว้ในพื้นที่อื่นได้อย่างอิสระ”
“แต่เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรา”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนรู้สึกกังวลเล็กน้อย การเคลื่อนย้ายชีวิตนั้น
ไม่ง่ายอย่างที่คิด
ทั้
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดทั้ง 9 ของอารยธรรมมนุษย์ แต่ละคนมีจักรวาลภายใน
ร่างกายที่มีขนาดหลายแสนปีแสง เมื่อรวมกันแล้วก็สามารถมีขนาดหลายล้าน
ปีแสงได้
รวมกับจักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวน
พื้นที่ขนาดใหญ่นี้ หากเบียดเสียดกันเล็กน้อย ลดคุณภาพของสภาพ
แวดล้อมในการอยู่อาศัยลง ก็สามารถเคลื่อนย้ายเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปได้ครึ่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตามในช่วงที่จักรวาลล่มสลาย ผู้แข็งแกร่งสูงสุดแต่ละคนที่
รองรับชีวิตมากเท่าไหร่ ภัยพิบัติแห่งการดับสูญที่ได้รับก็จะหนักขึ้นเท่านั้น
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนหนึ่งหากนำชีวิตทั้งหมดในจักรวาล รวมถึงชีวิตใน
ระดับ 12 เหล่านั้นไว้ในจักรวาลภายในร่างกาย ย่อมต้องได้รับการบดขยี้จาก
จิตสำนึกต้นกำเนิดของจักรวาลอย่างเต็มกำลัง
และจิตสำนึกต้นกำเนิดของจักรวาลนั้นเปรียบเสมือนกับจิตสำนึกต้น
กำเนิดของปราชญ์แห่งความโกลาหล เท่ากับว่าเผชิญหน้ากับการลงมืออย่าง
เต็มกำลังของปราชญ์แห่งความโกลาหล แม้แต่ขอบเขตปกครองขั้นสูงสุดยัง
ต้องดับสูญไปในพริบตา
ดังนั้น
ถึงแม้ว่าจักรวาลภายในร่างกายของผู้แข็งแกร่งสูงสุดจะใหญ่เพียงพอ แต่
ชีวิตที่สามารถนำไปด้วยได้นั้น กลับมีจำกัด
ตามจำนวนประชากรของอารยธรรมมนุษย์ในปัจจุบัน ผู้แข็งแกร่งสูงสุด
คนหนึ่งสามารถนำไปได้หนึ่งในล้าน ก็ถือว่ายากมากแล้ว หากมากกว่านั้น
โอกาสในการที่จะรอดพ้นจากภัยพิบัติแห่งการทำลายล้างครั้งใหญ่จะลดลง
“ข้าสามารถนำประชากรในปัจจุบันของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปได้ 1%”
หลินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และกล่าวออกมา
“1%?”
รูม่านตาของผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนหดตัวลง อารยธรรมมนุษย์เป็น
หนึ่งในกลุ่มอำนาจเผ่าพันธุ์ระดับสูงสุดทั้ง 12 ในอดีต
จำนวนประชากรมีมากมายเพียงใด?
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ 1% นั่นก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มหาศาลมากแล้ว
“เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์ทางช้างเผือก การที่จะรับประกันว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์
ของพวกเราจะเคลื่อนย้ายไปได้อย่างสมบูรณ์นั้น
สำคัญมาก แต่ความปลอดภัยของท่านสำคัญกว่า ตราบใดที่ท่านยังอยู่
อารยธรรมมนุษย์สามารถคงอยู่สืบไป”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินกล่าวออกมาด้วยความกังวลเล็กน้อย
ขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดทั่วไปสามารถผ่านพ้นจักรวาลล่มสลายได้
อย่างมั่นคง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจำนวนชีวิตที่นำไปด้วยจะต้องไม่เกินขีดจำกัด
ส่วนประชากรในปัจจุบันของอารยธรรมมนุษย์ 1%?
ได้เกินขีดจำกัดไปไกลมากแล้ว อย่างน้อยขอบเขตบุกเบิกวิถีขั้นสูงสุดกล้า
ที่จะนำชีวิตมากมายขนาดนี้ ย่อมต้องได้รับการทำลายล้างจากจิตสำนึกต้น
กำเนิดของจักรวาลเป็นพิเศษ
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนอื่นๆ ก็มองไปยังหลินหยวนเช่นกัน ถึงแม้ว่าพวกเขา
จะต้องการให้มนุษย์รอดชีวิตไปให้ได้มากที่สุด แต่ก็ไม่ต้องการให้หลินหยวน
เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นในช่วงที่จักรวาลล่มสลายเช่นเดียวกัน
“วางใจ ข้ามีแผน”
หลินหยวนพยักหน้า จักรวาลภายในร่างกายของเขานั้น ทุกช่วงเวลาก็ยัง
คงเติบโตขึ้น หลังจากหลายร้อยปีผ่านไปน่าจะถึงขีดจำกัดประมาณ 8 ล้าน
ปีแสง
ด้วยพื้นฐานของจักรวาลภายในร่างกายเช่นนี้ รวมกับวิธีการมากมายของ
หลินหยวน การต้านทานภัยพิบัติแห่งการล่มสลายของจักรวาลในระดับที่
นั้
สอดคล้องกันนั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ในความเป็นจริงแล้ว หากภายในหลายร้อยปีต่อจากนี้ หลินหยวนสามารถ
ก้าวเข้าสู่ขอบเขตปกครองได้ จักรวาลภายในร่างกายย่อมต้องเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง จำนวนเผ่าพันธุ์มนุษย์ทีสามารถนำไปด้วยได้ย่อมต้องมาก
ขึ้นตาม
แต่ขอบเขตบุกเบิกวิถีถึงขอบเขตปกครองนั้น หลินหยวนจะต้องเติบโตไป
สู่จุดสูงสุดในทุกด้าน ไม่ใช่แค่จักรวาลภายในร่างกาย หลินหยวนไม่มีความ
มั่นใจว่าจะสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตปกครองได้ภายใน 1,000 ปี
1,000 ปีในที่นี้คือ 1,000 ปีในจักรวาล หากอยู่ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล หรือโลกต้นกำเนิดนั้น
คือ 2-3 ปี
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนพยักหน้า และจากนั้นก็มองไปยังผู้แข็งแกร่ง
สูงสุดอีก 8 คน
“เช่นนั้น พวกเราก็ออกไปเตรียมการสำหรับเรื่องต่อไปกันก่อนเถอะ”
“ตกลง”
หลินหยวนกล่าว
ดินแดนลับ’เซียนฮวง’
หลินหยวนรับรู้ถึงความเร่งรีบรอบตัว
ถึงแม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่น การเผชิญหน้ากับการล่ม
สลายของจักรวาลที่กำลังจะมาถึง
99% ของอารยธรรมมนุษย์จะต้องหายไป
ที่
ถึงแม้ว่าก่อนที่จักรวาลล่มสลายจะมาถึง หลินหยวนโชคดีก้าวเข้าสู่
ขอบเขตปกครอง อย่างมากก็สามารถที่จะนำมนุษย์ไปได้เพิ่มขึ้นอีก 10 เท่า
90% ของอารยธรรมมนุษย์ยังคงต้องตายอยู่ดี
“ความแข็งแกร่งของเรา ยังคงอ่อนแอเกินไป”
หลินหยวนถอนหายใจ หากเขาเป็นมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล การฆ่า
ฟันระหว่างมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลเงาปีศาจและมหาปราชญ์แห่งความ
โกลาหลเก้าหงส์ ย่อมไม่สามารถสั่นคลอนบริเวณที่ตนเองต้องการคุ้มครองได้
อานุภาพการฆ่าฟันของมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลทั้งสองสามารถ
ทำให้ปราชญ์แห่งความโกลาหลอย่างปราชญ์แห่งความ
โกลาหลกู่หมิงถอยออกไปก่อน แต่สำหรับมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
ในระดับเดียวกันแล้ว กลับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
หากหลินหยวนก้าวหน้าไปอีกขั้น กลายเป็นมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
ที่ไร้เทียมทานเฉกเช่นเจ้าของหอหยกปีศาจ หรือองค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’ มหา
ปราชญ์แห่งความโกลาหลเงาปีศาจและมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลเก้าหงส์
ถึงแม้ว่าจะมีความแค้นต่อกันมากเพียงใด
ในช่วงที่ผ่านบริเวณที่หลินหยวนอยู่ อย่าว่าแต่การฆ่าฟันเลยคาดว่าก็
คงจะไม่กล้าที่จะทำอะไรแม้แต่เสียงดัง
ไม่ว่าจะเป็นในจักรวาล หรือความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทีอยู่นอก
จักรวาล ความแข็งแกร่งล้วนเป็นใหญ่
“ขอบเขตปกครอง”
หลินหยวนคิดในใจ
การก้าวเข้าสู่ขอบเขตปกครอง ในสายตาของผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถี
คนอื่นๆ เกือบทั้งหมด สิ่งที่ยากที่สุดก็คือความเข้าใจในกฎมากมาย และจิตใจที่
สอดคล้องกัน
สิ่
นี้
ทั้
แต่สิ่งเหล่านี้หลินหยวนกลับได้บรรลุทั้งหมดแล้ว ขอบเขตปกครองสำหรับ
หลินหยวนแล้ว เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลา เพียงแค่ร่างกาย จิตวิญญาณ และ
จักรวาลภายในร่างกายของตนเองไปถึง
จุดสูงสุดตามธรรมชาติ ก็สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตปกครองได้อย่าง
ง่ายดาย
โลกต้นกำเนิด ดินแดนชิงเฟิน ตระกูลหยู
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ
“อาการบาดเจ็บก็เกือบจะฟื้นตัวแล้ว”
หลินหยวนตรวจสอบภายในร่างกาย อาการบาดเจ็บที่เกิดจากการกัดกิน
ของพลังงานแห่งความมืดที่มีลักษณะเฉพาะของตระกูลตงหยางในตอนแรก ใน
ตอนนี้ได้ฟื้นตัวไปแล้ว 90%
“ระบบการฝึกฝนของโลกต้นกำเนิดนี้”
ความคิดของหลินหยวนได้ฉายข้อมูลมากมายออกมา สิ่งทีสำคัญที่สุดก็คือ
รวมถึงตระกูลหยู ตระกูลตงหยาง และแม้แต่ชิงเฝินโหวนั้น เส้นทางการฝึกฝน
ของพวกเขาล้วนมาจากอาณาจักรโบราณเลี่ยหยาง
อาณาจักรโบราณเลี่ยหยาง เป็นสิ่งที่หยูเหยียนร่างเดิมได้ยินมาตั้งแต่เด็ก
เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก กล่าวกันว่าบรรพชนอาณาจักรโบราณเลี่ยหยาง คือตะวัน
เพลิงนิรันดร์ที่อยู่บนท้องฟ้า
“ตะวันเพลิงนิรันดร์?”
หลินหยวนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างกันไม่รู้กี่กาลอวกาศ เขา
สามารถรับรู้ได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของตะวันเพลิงนิ
รันดร์ที่อยู่บนท้องฟ้า อย่างน้อยก็สูงกว่าความรู้สึกที่ทวีปแห่งความโกลา
หลกู่หมิงมีต่อเขามาก
นี้
สิ่
ที่
ลี่
“หากตะวันเพลิงนิรันดร์นี้เป็นสิ่งที่บรรพชนอาณาจักรโบราณเลี่ยหยางได้
กลายเป็นจริง เช่นนั้นเขาอยู่ในขอบเขตใดกัน? มหาปราชญ์แห่งความโกลาหล?
มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลที่ไร้เทียมทาน? หรือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาระดับ 13?”
“หากตะวันเพลิงนิรันดร์ดวงนี้ แท้จริงแล้วคือร่างที่แปรเปลี่ยนจากบรรพ
ชนอาณาจักรโบราณเลี่ยหยาง เช่นนั้นเขาอยู่ในขอบเขตใดกัน? มหาปราชญ์
แห่งความโกลาหล? มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลที่ไร้เทียมทาน? หรือว่า เป็น
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13?”
หลินหยวนคิดในใจ
ถึงแม้ว่าจะมีภาพที่องค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’และเจ้าของหอหยกปีศาจได้
ทิ้งเอาไว้ เมื่อเทียบกับตะวันเพลิงนิรันดร์ดวงนี้ แต่กลับยังคงด้อยกว่ามาก
แน่นอนว่าตะวันเพลิงนิรันดร์ที่หลินหยวนรับรู้ได้นั้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง
ของพลังทั้งหมด ภาพขององค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’และเจ้าของหอหยกปีศาจก็
เช่นกัน
ทั้งสองสิ่งนี้ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้โดยตรง
“ช่างเถอะ”
“ในตอนนี้การคิดถึงเรื่องเหล่านี้ยังเร็วเกินไป”
หลินหยวนรวบรวมความคิด และเริ่มมองไปยังกาลอวกาศรอบๆสีหน้าที่
ตื่นเต้นก็ปรากฏขึ้น
“กาลอวกาศของโลกต้นกำเนิดนี้ แตกต่างจากกาลอวกาศของจักรวาลหลัก
และความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ทิศทางที่แสดงออกมานั้นแตกต่างกัน
อย่างสิ้นเชิง”
หลินหยวนสังเกตกาลอวกาศอย่างละเอียด และในขณะเดียวกันก็เปรียบ
เทียบกับกาลอวกาศของจักรวาลหลักและความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
วูบ วูบ วูบ
ความคิดของหลินหยวนได้ฉายแสงแห่งการรับรู้มากมายออกมา
รับรู้ถึงความเข้าใจในด้านกาลอวกาศของตนเองนั้นกำลังเพิ่มขึ้นในรูป
แบบที่น่าสะพรึงกลัว