สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 525 รูปลักษณ์ที่แท้จริงของน้ำเต้า
ลึกลับ
[ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ สัมผัสได้ถึงมิติที่แตกต่างกันและกาลอวกาศที่
แตกต่างกัน ความเข้าใจในกาลอวกาศเพิ่มขึ้นอย่างมาก]
หลินหยวนจมดิ่งอยู่ในความผันผวนของกาลอวกาศรอบๆ ตัวความ
ผันผวนของกาลอวกาศแต่ละครั้ง ในสายตาของหลินหยวนนั้นสมบูรณ์แบบ
เป็นอย่างมาก แตกต่างจากความผันผวนของกาลอวกาศในความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการดำรงอยู่ที่เท่าเทียมกัน
เพียงแค่ครึ่งวัน ความเข้าใจในกาลอวกาศระดับ 7 ของหลินหยวน ก็ได้รับ
การยกระดับจากขั้นต้นไปสู่ขั้นกลาง
“เกินไปแล้ว”
หลินหยวนตั้งสติ จิตใจเบิกบานเป็นอย่างมาก
กาลอวกาศระดับ 7 จากขั้นต้นไปสู่ขั้นกลาง ผู้แข็งแกร่งในขอบเขต
ปกครองทั่วไป อย่างน้อยจะต้องใช้เวลาหลายยุคจักรวาลหรือแม้แต่หลายสิบ
ยุคจักรวาลถึงจะสามารถก้าวข้ามได้
ถึงแม้ว่าหลินหยวนจะมีความเข้าใจท้าทายสวรรค์ หลังจากที่ก้าวเข้าสู่
ระดับ 12 แล้ว ความเร็วในการรับรู้กฎก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงคิดว่าต้อง
ใช้เวลาหลายพันปีถึงจะสามารถบรรลุได้
นี่ถือได้ว่ารวดเร็วมากแล้ว พันปีในจักรวาล ความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลเพิ่งจะผ่านไปไม่กี่ปี
แต่ในตอนนี้ล่ะ?
ใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งวัน?
ที่สิ่
นั้
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 เหล่านั้นต่างก็
ปรารถนาที่จะสำรวจโลกมิติอื่น”
หลินหยวนคิดในใจ
ระหว่างโลกมิติที่แตกต่างกัน กฎที่แสดงออกมาอาจจะไม่เหมือนกัน และ
กฎที่แตกต่างกัน ย่อมมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความเข้าใจในกฎของ
ตนเองให้ไปถึงระดับที่สมบูรณ์แบบ
การก้าวข้ามจากสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาไปสู่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่
สมบูรณ์แบบนั้น
แตกต่างกันตรงไหน?
ความสมบูรณ์แบบ
ทุกๆ ด้านของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบนั้น
สมบูรณ์แบบ
กฎที่พวกเขาเข้าใจ ร่างกายและจิตวิญญาณของพวกเขา ล้วนสมบูรณ์
แบบอย่างไร้ที่ติ ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง
การเดินทางหลายสิบครั้งก่อนหน้านี้ของหลินหยวน โลกมากมายที่ข้ามไป
นั้น ระดับของโลกพวกนั้นต่ำกว่ามิติที่จักรวาลหลักอยู่
ถึงแม้ว่าจะเป็นแดนเซียน ก็เป็นเพียงแค่โลกที่อยู่ในระดับเดียวกับจักรวาล
หลักอย่างหวุดหวิด แต่ก็ยังคงด้อยกว่าความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลมาก
ระดับที่ด้อยกว่าจักรวาลหลักและความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล กฎที่
ดำเนินการอยู่ส่วนใหญ่นั้นถูกกฎของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ครอบคลุม
แต่โลกต้นกำเนิดนี้ล่ะ?
จากมุมมองของความเร็วการไหลของเวลา ไม่ได้ด้อยไปกว่าความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหลเลยแม้แต่น้อย และกฎที่หมุนเวียนในที่นี้ก็มีทิศทางที่แตก
ต่างจากความว่างเปล่าของความโกลาหลอย่างสิ้นเชิง
และการหมุนเวียนของกฎที่มีทิศทางต่างกันนี้ สำหรับผู้ที่มีความสามารถ
ในการเข้าใจเกินธรรมชาติอย่างหลินหยวน การกระทบกระเทือนที่เกิดขึ้นถือ
เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“งดงาม”
“ที่แท้กฎแห่งทองเป็นเช่นนี้? ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ของความ
แหลมคม?”
“ยังมีกฎแห่งน้ำ? ที่มีด้านทำลายล้างสุดขั้ว?”
หลินหยวนมีสีหน้าที่หลงใหล การหมุนเวียนของกฎในโลกต้นกำเนิดนี้ สิ่งที่
แสดงออกมานั้นคือเส้นทางการฝึกฝนอีกเส้นทางหนึ่ง
มันไม่ใช่แค่เส้นทางการฝึกฝนอีกเส้นทางหนึ่ง แต่เป็นเส้นทางการฝึกฝนที่
แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากจักรวาลหลักและความว่างเปล่าของความโกลาหล
เปรียบเสมือนกับการมองโจทย์เดียวกันจากหลายๆ วิธีการแก้ไขซึ่งมีผลก
ระทบอย่างมหาศาลต่อการทำความเข้าใจในแก่นแท้ของโจทย์นั้น
หลินหยวนแบ่งส่วนหนึ่งของจิตใจไปเพื่อทำความเข้าใจกฎพื้นฐานของ
โลกต้นกำเนิดแห่งนี้ และเริ่มพิจารณาตนเอง
[ชื่อ: หยูเหยียน (หลินหยวน)]
[สถานะ: ผู้ครอบครองประตูสู่ภพหมื่น]
[พรสวรรค์ที่ผูกพัน: ความเข้าใจท้าทายสวรรค์]
[พลังศักดิ์สิทธิ์: เกิดใหม่จากหยดเลือด]
[พลังศักดิ์สิทธิ์: ขนบภูเขา]
ดิ์
ธิ์
[พลังศักดิ์สิทธิ์: เสริมสร้าง]
[พลังศักดิ์สิทธิ์: ร่างธาตุ]
[พลังศักดิ์สิทธิ์: โลก]
[พลังศักดิ์สิทธิ์: ฉีกฟ้า]
[สถานะปัจจุบัน: จิตสำนึกจุติ]
[เวลาที่เหลืออยู่: ไม่มี]
“เวลาที่เหลืออยู่คือ ‘ไม่มี’?”
“หมายความว่าเวลาที่เราจะอยู่ในโลกนี้ไม่มีขีดจำกัด? จนกว่าจะตาย ดับ
สูญ หรือยอมแพ้และกลับไปเอง?”
หลินหยวนคิดในใจ
“และในการข้ามมิติและเดินทางในครั้งนี้ ได้แบ่งจิตสำนึกทีแท้จริงของร่าง
จริงออกมาส่วนน้อย ในตอนนี้ร่างกายนี้ของเรา โดยหลักการแล้วไม่ได้เป็นร่าง
แยกที่เกิดจากการรวมตัว แต่เป็นร่างแยกทีแยกออกมาจากร่างจริง?”
หลินหยวนคาดเดาในใจ
จิตสำนึกที่แท้จริงมากมายขนาดนี้ ถึงแม้ว่าร่างจริงของหลินหยวนใน
จักรวาลหลักและความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลจะดับสูญเขาก็จะไม่ตาย
โดยพื้นฐานแล้วในตอนนี้ตัวเขาในโลกนี้กับร่างจริงนั้น ไม่ได้แตกต่างกัน
“วิธีการรักษาชีวิตเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย ประตูสู่ภพหมื่นหลังจากระดับ 12 นั้น ได้
แสดงความน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างแท้จริง
“ในตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำมากที่สุดก็คือ ตามการหมุนเวียนของกฎในโลก
ต้นกำเนิดนี้ และปรับปรุงเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์ของเราต่อไป”
หลินหยวนคิดในใจ
การดำเนินการของกฎในมิติที่แตกต่างกันนั้นแตกต่างกัน สิ่งทีแสดงออก
มาก็แตกต่างกัน วรยุทธ์ย่อมจำเป็นต้องได้รับการปรับให้เหมาะสมในระดับที่
แตกต่างกัน
และในอนาคต เมื่อวรยุทธ์ไปถึงระดับที่ว่าไม่ว่าจะอยู่ในโลกมิติใดก็
สามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่ นั่นคือช่วงเวลาที่หลินหยวนสามารถ
ก้าวเข้าสู่ขอบเขตของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีสมบูรณ์แบบได้
เส้นทางของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบนั้น คือสวรรค์และโลก
นับหมื่น มิติที่ไม่มีที่สิ้นสุด ใช้ได้กับทุกสรรพสิ่ง ไม่จำเป็นต้องปรับ ไม่จำเป็น
ต้องปรุง เพราะพวกมันเองนั้น
สมบูรณ์แบบที่สุด
“ไม่รู้ว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ร่างกายนี้จะปลุกขึ้นมานั้น จะเป็นชนิดไหน?”
หลินหยวนคาดหวังในใจ
การปลุกพลังทางสายเลือด ให้กำเนิดพลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายเป็นข้อได้
เปรียบเฉพาะของระบบการฝึกฝนวรยุทธื และหลังจากที่ได้ทำการปลุกพลังศัก
สิทธิ์ของร่างกายหลายครั้งก่อนหน้านี้ หลินหยวนก็ได้ข้อสรุป
นั่นก็คือความแข็งแกร่งของพลังศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายนั้นเกี่ยวข้องกับสอง
ปัจจัย อย่างแรกก็คือข้อมูลที่อยู่ในสายเลือดเองอย่างที่สองก็คือระดับของโลก
ที่อยู่
ทุกสิ่งทุกอย่างของอาณาจักรโบราณเลี่ยหยาง ล้วนมาจากบรรพชนตะวัน
เพลิงนิรันดร์นั้น ถึงแม้ว่าในตอนนี้ แสงสว่างของบรรพชนตะวันเพลิงนิรันดร์
ยังคงส่องสว่างไปทั่วทั้งอาณาจักรโบราณเลี่ยหยาง
ในระดับหนึ่ง ตระกูลหยู ตระกูลตงหยาง และตระกูลมากมายล้วนมีสาย
เลือดของบรรพชนตะวันเพลิงนิรันดร์อยู่เล็กน้อย เพียงแต่สายเลือดนี้นั้น
อ่อนแอเกินไป มีก็เหมือนไม่มี
ทั้
แต่ระบบการฝึกฝนวรยุทธ์ สามารถขุดคุ้ยสายเลือดทั้งหมดในร่างกายออก
มาได้ และจากนั้นก็เลือกสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา และรวมตัวเป็นพลัง
ศักดิ์สิทธิ์ทางร่างกายที่สอดคล้องกัน
ไม่ว่าสายเลือดของบรรพชนตะวันเพลิงนิรันดร์จะบางเบาเพียงใดตราบใด
ที่มีอยู่ ย่อมสามารถรวมตัวออกมาได้ เรื่องเวลาไม่ใช่ปัญหา
การเดินทางในครั้งนี้ หลินหยวนมีเวลาอยู่ในโลกต้นกำเนิดนีโดยไม่มีขีด
จำกัด มีเวลามากมายที่สามารถใช้ได้
ตระกูลตงหยาง
ตงหยางเมิ่งมีรูปร่างหน้าตาที่งดงาม ยืนอยู่อย่างเงียบเชียบ
“เด็กหนุ่มตระกูลหยูคนนั้น ช่างดวงแข็งจริงๆ แม้แต่ทมิฬาโรยรายของ
ตระกูลข้ากลับยังสามารถต้านทานได้”
บนบัลลังก์ด้านบน หัวหน้าตระกูลตงหยางขมวดคิ้ว
หลังจากที่ตงหยางเมิ่งล่อหยูเหยียนออกมาแล้ว ผู้แข็งแกร่งหลักของ
ตระกูลตงหยาง เพื่อที่จะไม่ให้ตระกูลหยูสังเกตเห็น โดยพื้นฐานแล้วไม่ได้ลงมือ
แต่ได้นำทมิฬาโรยรายที่ผู้อาวุโสของตระกูลตงหยางได้หล่อหลอมขึ้นมา และ
โจมตีหยูเหยียน
ทมิฬาโรยราย เป็นพลังแห่งการทำลายล้างขั้นสูงสุด หยูเหยียนถึงแม้ว่าจะ
มีไพ่ตายมากมายของตระกูลหยูปกป้อง แต่กลับไม่สามารถต้านทานได้นาน
ผลลัพธ์คือเขาสามารถทนรับไว้ได้จนกลับไปถึงตระกูล และรอดชีวิตมาได้จริงๆ
“แต่ถึงแม้ว่าจะรอดชีวิตมาได้ ก็คงต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการฟื้นตัว ต่อ
ไปตำแหน่งศิษย์ของชิงเฝินโหว ย่อมต้องตกเป็นของตระกูลตงหยางของข้า”
รอยยิ้มได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหัวหน้าตระกูลตงหยาง
ตราบใดที่ตงหยางเมิ่งสามารถเข้าร่วมกับชิงเฝินโหวได้ ตระกูลตงหยาง
สามารถทะยานสู่ฟากฟ้า กลายเป็นตระกูลชั้นหนึ่งที่สูงส่ง
นั้
ที่
ที่ยิ่
ในเวลานั้น ตระกูลหยูที่เดิมทีเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่ ย่อมไม่มีคุณสมบัติเพียง
พอที่จะต่อกรกับตระกูลตงหยางได้อีก
“เมิ่งเอ๋อ เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดต่อเด็กหนุ่มตระกูลหยูคนนั้นเจ้ากับมัน
ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน”
หัวหน้าตระกูลตงหยางมองไปยังตงหยางเมิ่ง และปลอบโยน
“ตราบใดที่สามารถเป็นศิษย์ของชิงเฝินโหวได้ การเสียสละทียิ่งใหญ่กว่านี้
ยังถือว่าคุ้มค่ามากนัก”
ตงหยางเมิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
ดินแดนลับ’เซียนฮวง’
หลินหยวนเรียกให้ร่างหกแขนมาหา
“องค์จักรพรรดิ”
ร่างหกแขนเคารพเป็นอย่างมาก
ตั้งแต่ที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 12 แสดงวิธีการและพื้นฐานทีน่าสะพรึง
กลัวออกมามากมาย ร่างหกแขนก็ได้มองว่าหลินหยวนเป็นองค์จักรพรรดิ’เซียน
ฮวง’คนต่อไป
“หากจักรวาลนี้ล่มสลาย ดินแดนลับ’เซียนฮวง’สามารถรองรับชีวิตได้เท่า
ไหร่?”
หลินหยวนสอบถาม
การเผชิญหน้ากับการล่มสลายของจักรวาลนั้น จำเป็นต้องเตรียมการใน
หลายๆ ด้าน ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์นำประชากรของเผ่าพันธุ์
ไปส่วนหนึ่ง ดินแดนลับ’เซียนฮวง’ก็สามารถรองรับประชากรของเผ่าพันธุ์ได้
ส่วนหนึ่ง
“รองรับชีวิตได้มากเพียงใด?”
ร่างหกแขนลังเล
“หากเป็นชีวิตที่ต่ำกว่าระดับ 12 อย่างมาก…ก็สามารถรองรับได้หมื่นล้าน
คน”
ร่างหกแขนกล่าวด้วยเสียงเบา
หลังจากที่จักรวาลล่มสลาย ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมตกอยู่ในสภาวะโกลาหล
เริ่มต้น ดินแดนลับ’เซียนฮวง’ก็เช่นกัน พื้นที่จะหดตัวลงอย่างรวดเร็ว การที่
รองรับชีวิตหมื่นล้านได้ก็คือขีดจำกัดแล้ว
“แล้วระดับ 12 ล่ะ?”
หลินหยวนสอบถามต่อ
“ระดับ 12 อย่างมากก็ 10 คน”
ร่างหกแขนกล่าวตามความจริง
ชีวิตในระดับ 12 แต่ละคน ได้รับความสนใจจากจิตสำนึกต้นกำเนิดของ
จักรวาลเป็นพิเศษ การหายตัวไปของชีวิตในระดับ 12 หนึ่งคนสองคนก็ยังพอ
ว่า
แต่ถ้ามากกว่า 10 คนล่ะ?
ดินแดนลับ’เซียนฮวง’ก็อาจจะเผชิญหน้ากับการถูกจิตสำนึกต้นกำเนิดของ
จักรวาลจับตามอง
วิธีการขององค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’นั้นไม่สามารถคาดเดาได้เพียงยกมือ
ขึ้นก็สามารถเปิดดินแดนลับ’เซียนฮวง’ออกมา 33,333 แห่ง และหลอมรวมเข้า
กับจักรวาลที่แตกต่างกัน
แต่ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงแค่การหลอมรวม ไม่ใช่ตัวจักรวาลเอง
“เข้าใจแล้ว”
หลินหยวนพยักหน้า ดินแดนลับ’เซียนฮวง’สามารถใช้เป็นไพ่ตายของ
อารยธรรมมนุษย์ได้อย่างแท้จริง
อย่างมากก็แค่กลายเป็นเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติที่สอง อดทนจนถึงยุคจักรวาลถัด
ไป ตราบใดที่การสืบทอดของอารยธรรมมนุษย์ยังคงอยู่ก็พอ
แน่นอนว่า ถึงแม้ว่าจักรวาลจะล่มสลายแล้ว หลินหยวนก็จะทิ้งร่างแยก
เอาไว้ในดินแดนลับ’เซียนฮวง’ การกระทำเช่นนี้ทั้งเพื่อที่จะ
ครอบครองดินแดนลับนี้ และยังเป็นไพ่ตายในการรักษาชีวิตของตนเอง
ดินแดนลับ’เซียนฮวง’ตัดขาดจากเหตุและผลและกาลอวกาศระดับความ
ปลอดภัยนั้นต่ำกว่าโลกต้นกำเนิดเพียงเล็กน้อย
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”
หลินหยวนกล่าวออกมาในทันที
“องค์จักรพรรดิโปรดกล่าว”
ร่างหกแขนตอบสนองในทันที
“รู้จักกล่องสีทองนี้หรือไม่?”
เบื้องหน้าของหลินหยวนได้ฉายภาพออกมา เป็นกล่องสีทองทีซื้อมาใน
งานพันสมบัติ
บนนั้นมีสัญลักษณ์เฉพาะของสายเลือด’เซียนฮวง’สลักเอาไว้
“นี่มัน?”
ร่างหกแขนสังเกตกล่องสีทองอย่างละเอียด สีหน้าค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป
เรื่อยๆ
“เป็นสมบัติของสายเลือด’เซียนฮวง’ของข้า กล่องสีทองเช่นนี้แต่ละกล่อง
ล้วนเป็นสิ่งที่องค์จักรพรรดิหลอมขึ้นมาด้วยตนเอง สมบัติที่วางไว้นั้นเกี่ยวข้อง
กับการสืบทอดของสายเลือด’เซียนฮวง'”
“องค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’หลอมขึ้นมาด้วยตนเอง?”
หลินหยวนมีสีหน้าที่จริงจัง ที่มาของกล่องสีทองนี้ยิ่งใหญ่กว่าทีเขาคิดเอา
ไว้
เดิมทีคิดว่าเป็นเพียงแค่สมบัติที่สำคัญของสายเลือด’เซียนฮวง’
แต่องค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’หลอมขึ้นมาด้วยตนเอง?
องค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’นั้นเป็นการดำรงอยู่เช่นไร?
กล่องที่เขาหลอมขึ้นมาด้วยตนเองจะเป็นสิ่งที่เรียบง่ายได้อย่างไร?
ถึงแม้ว่าจะเป็นดินแดนลับ’เซียนฮวง’ ก็เป็นสิ่งที่องค์จักรพรรดิ’ เซียนฮ
วง’ทำขึ้นมาอย่างง่ายๆ เปิดออกมามากกว่า 30,000 แห่งในครั้งเดียว
“จะเปิดมันได้อย่างไร?”
หลินหยวนสอบถาม
“ข้าก็ไม่ทราบ”
ร่างหกแขนส่ายหน้า
“องค์จักรพรรดิเพียงแค่ส่งออร่ารอยประทับ’เซียนฮวง’ของตนเองเข้าไป
ตราบใดที่ตรงตามข้อกำหนดในการเปิด กล่องก็จะเปิดออกเอง”(ไหนพี่บอกไม่รู้
ไงง?!)
หลินหยวนเข้าครอบครองดินแดนลับ’เซียนฮวง’แห่งหนึ่ง เป็นผู้สืบทอด
ขององค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’ สถานะนี้สามารถที่จะยืนยันได้ผ่านออร่ารอย
ประทับ’เซียนฮวง’ในร่างกาย
หลังจากที่ได้รับคำตอบที่ต้องการจากร่างหกแขน
หลินหยวนก็กลับไปฝึกฝนและทำความเข้าใจต่อไป กฎทีหมุนเวียนในด้าน
ที่แตกต่างกันของโลกต้นกำเนิดนั้น ทำให้หลินหยวนได้รับผลกระทบอย่างมาก
เกือบจะทุกช่วงเวลาก็มีการรับรู้ใหม่ๆ ผุดขึ้นมา
“หืม?”
ในตอนนั้นเอง สีหน้าของหลินหยวนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“น้ำเต้า?”
หลินหยวนยื่นมือขวาออกมา น้ำเต้าขนาดเท่าฝ่ามือก็ปรากฏขึ้น
ตั้งแต่ที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ระดับ 12 โลกภายในร่างกายได้เปลี่ยนเป็น
จักรวาลภายในร่างกาย น้ำเต้าลึกลับนี้ก็เริ่มที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง จนถึง
ตอนนี้ก็เกือบจะเสร็จสิ้นแล้ว
“นี่?”
หลินหยวนจับน้ำเต้าเอาไว้
ข้อมูลมากมาย หลั่งไหลเข้ามาในจิตใจจากภายในน้ำเต้า