สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 560 เงื่อนไขของดวงตาหมื่นวิถี
ส่วนลึกของรูม่านตาดวงตาหมื่นวิถี เส้นทางการฝึกฝนวรยุทธ์มากมายที่ใช้
ชีวิตและความตายเป็นพื้นฐาน กำลังขยายออกไปอย่างรวดเร็ว
และพลังที่ผลักดันให้วรยุทธ์แห่งชีวิตและความตายขยายออกไปใน
ทิศทางต่างๆ ก็คือพลังแห่งกาลเวลา
ในฐานะที่เป็นรากฐานของหอหมื่นวิถี ดวงตาหมื่นวิถีสามารถมองเห็น
“อนาคต” ของเส้นทางวิวัฒนาการแต่ละเส้นทาง อนาคตที่มีอยู่ในเส้นเวลา
ต่างๆ
แม้ว่าจะไม่สามารถครอบคลุมทุกเส้นเวลาได้ แต่ก็เพียงพอที่จะตัดสิน
ศักยภาพของเส้นทางวิวัฒนาการ
เส้นทางวิวัฒนาการใหม่ โดยเฉพาะเส้นทางวิวัฒนาการที่ยังไม่มีบท
สุดท้าย ใครจะกล้ามั่นใจว่าเส้นทางวิวัฒนาการนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน?
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งที่มีประสบการณ์มากมาย ตราบใดที่ไม่ได้ฝึกฝนด้วย
ตนเอง ก็เป็นเพียงการคาดเดา
แต่ดวงตาหมื่นวิถีกล้า เพราะมันสามารถมองเห็นศักยภาพของเส้นทาง
วิวัฒนาการนี้จากอนาคตของเส้นเวลาต่างๆ
“เส้นทางวิวัฒนาการนี้มีศักยภาพที่จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตโกลาหล แต่ข้า
รู้สึกว่า…”
ดวงตาหมื่นวิถีมองดูอนาคตต่างๆ ของวรยุทธ์แห่งชีวิตและความตาย ใน
อนาคตของเส้นเวลาส่วนน้อย จะมีผู้แข็งแกร่งระดับขอบเขตโกลาหลเกิดขึ้น
“ไม่ถูกต้อง เส้นทางวิวัฒนาการนี้ เหมือนเป็นเส้นทางย่อยของเส้นทาง
หลักบางเส้นทาง”
มื่
ที่
ดวงตาหมื่นวิถียืนยันความคิดของตนเองในที่สุด
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล อาณาเขตแห่งความว่างเปล่าอันกว้าง
ใหญ่ หอหมื่นวิถีไม่รู้ว่าได้รวบรวมเส้นทางวิวัฒนาการไว้มากเท่าไหร่ แน่นอนว่า
รู้ว่าเส้นทางวิวัฒนาการบางเส้นทางที่มีศักยภาพสูง มีความสามารถในการ
สร้างเส้นทางวิวัฒนาการย่อย
ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางวิวัฒนาการที่สามารถสร้างเส้นทางย่อยได้ จะ
แข็งแกร่งกว่าเส้นทางวิวัฒนาการที่สร้างเส้นทางย่อยไม่ได้แต่ศักยภาพของเส้น
ทางแรกต้องสูงกว่าเส้นทางหลัง
“น่าสนใจ ผู้ขายต้องการใช้อิทธิพลของหอหมื่นวิถีของข้า เพื่อเผยแพร่เส้น
ทางวิวัฒนาการของเขา?”
ดวงตาหมื่นวิถีคิดในใจ มันได้เห็นและประสบอะไรมามากมายสามารถ
มองเห็นแก่นแท้ของหลายๆ อย่างได้ในพริบตา
“แต่เส้นทางวิวัฒนาการที่สามารถสร้างเส้นทางย่อยได้ ย่อมมีคุณสมบัติที่
จะทำเช่นนั้น”
ดวงตาหมื่นวิถีพยักหน้าเล็กน้อย เส้นทางวิวัฒนาการที่สามารถสร้างเส้น
ทางย่อยได้ โดยทั่วไปแล้วมีศักยภาพที่จะฝึกฝนไปถึงระดับมหาปราชญ์
“ท่านดวงตาหมื่นวิถี ไม่ทราบว่าเส้นทางวิวัฒนาการนี้…”
ชายชราที่ถือขวดไวน์ถามอย่างลังเล
เขาเรียกภาพฉายของดวงตาหมื่นวิถีมา เพราะไม่แน่ใจว่าวรยุทธ์แห่งชีวิต
และความตายเป็นเส้นทางวิวัฒนาการขอบเขตปกครองหรือเส้นทาง
วิวัฒนาการขอบเขตโกลาหล
ต้องรู้ว่า ทั้งสองนี้มีความแตกต่างกันมาก
“ถือว่าเป็นเส้นทางวิวัฒนาการขอบเขตโกลาหล”
มื่
วรยุทธ์แห่งชีวิตและความตายบนเส้นเวลาต่างๆ ในรูม่านตาดวงตาหมื่น
วิถีหายไป
“เส้นทางวิวัฒนาการขอบเขตโกลาหล…”
ชายชราพยักหน้า นี่ก็คล้ายกับที่เขารู้สึก
“ข้าจะให้เขา…”
ชายชราที่ถือขวดไวน์กำลังจะไปตอบหลินหยวน
ในเวลานี้ ดวงตาหมื่นวิถีที่รวมตัวจากวังวนแห่งความว่างเปล่าไม่ได้หายไป
แต่กล่าวออกมา
“ข้าต้องการพบผู้ขายด้วยตนเอง”
“ท่านดวงตาหมื่นวิถีต้องการพบผู้ขายด้วยตนเอง?”
ชายชราที่ถือขวดไวน์ตกตะลึง ดวงตาหมื่นวิถีเป็นผู้ควบคุมทีแท้จริงของ
หอหมื่นวิถี โดยทั่วไปแล้วจะเรียกภาพฉายของดวงตาหมื่นวิถีมาตรวจสอบ
เฉพาะเมื่อพบเส้นทางวิวัฒนาการที่ไม่แน่ใจ
ส่วนการพบผู้ขายด้วยตนเอง?
น้อยมาก
ด้วยความสูงส่งของดวงตาหมื่นวิถี ไม่สนใจที่จะพบผู้ขาย
“ขอรับ”
ชายชราคิดอย่างรวดเร็ว พยักหน้าทันที
มิติที่เป็นอิสระ
หลินหยวนยืนอยู่หน้าแท่นที่ทำจากหินสีดำอย่างเงียบๆ รอคำตอบจากหอ
หมื่นวิถี
มื่
ชื่
ที่
รื่
บี้
“หอหมื่นวิถีมีชื่อเสียงที่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องการเบี้ยวหลังจากได้รับเส้นทาง
วิวัฒนาการ”
หลินหยวนคิดในใจ
อันที่จริง ถ้าหอหมื่นวิถีเบี้ยว เขาก็ไม่สนใจ เพราะจุดประสงค์ทีเขามาที่นี่
คือการเผยแพร่เส้นทางย่อยของเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์
ถ้าหอหมื่นวิถีเบี้ยว แอบเอาเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์แห่งชีวิตและความ
ตายไปเผยแพร่ ก็เป็นไปตามความต้องการของหลินหยวน
แต่ความเป็นไปได้นี้ต่ำมาก ตลอดยุคจักรวาล หอหมื่นวิถียึดมั่นในหลักการ
ค้าที่ยุติธรรม ไม่เช่นนั้นคงไม่มีอิทธิพลมากมายขนาดนี้
ถ้าใช้แค่ความแข็งแกร่งของผู้แข็งแกร่ง?
อย่างมากก็แค่ทำให้คนหวาดกลัว
แต่หอหมื่นวิถีได้รับความนิยมจากสิ่งมีชีวิตมากมาย แม้แต่องค์
จักรพรรดิ’เซียนฮวง’และเจ้าหอหยกปีศาจก็ไม่พบ “จุดด่างพร้อย” ใดๆ น่าจะ
เป็นที่น่าเชื่อถือ
ในขณะที่หลินหยวนกำลังรออย่างเงียบๆ
โลกก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน หลินหยวนถูกย้ายไปยังอีกมิติหนึ่ง
“ที่นี่คือที่ไหน?”
สีหน้าหลินหยวนเปลี่ยนไป อักขระลึกลับที่ลอยอยู่รอบๆ กำลังหมุนอย่าง
ช้าๆ ที่นี่ หลินหยวนรู้สึกว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง แม้แต่การ
ติดต่อกับร่างจริงก็อ่อนแอลงบางส่วน
“ไม่ต้องกังวล”
มีเสียงดังขึ้น
ที่
ที่
หลินหยวนมองไป เห็นชายชราที่ถือขวดไวน์กำลังมองมาที่เขา
“ประมุขหอหมื่นวิถี?”
หลินหยวนจำชายชราคนนี้ได้ ในบรรดาผู้แข็งแกร่งที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยวใน
ทวีปแห่งความโกลาหลกู่หมิง ก็มีชายชราคนนี้รวมอยู่ด้วย
“นั่นคือ?”
หลินหยวนมองไปทางด้านข้างของชายชรา มีวังวนแห่งความว่างเปล่าอยู่
ที่นั่น ดวงตาขนาดใหญ่มองมาที่เขาเช่นกัน
รูม่านตาดวงตาขนาดใหญ่นั้นเป็นสีทอง
“ดวงตาหมื่นวิถี!”
หลินหยวนตกใจ โลกภายนอกรู้เรื่องเกี่ยวกับผู้ควบคุมที่แท้จริงของหอ
หมื่นวิถีน้อยมาก แต่องค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’และเจ้าหอหยกปีศาจรู้อย่าง
ชัดเจนและได้ทิ้งคำเตือนไว้
“ดูเหมือนว่าเจ้ารู้จักข้า?”
ดวงตาหมื่นวิถีมองไปที่หลินหยวน พูดอย่างใจเย็น
“คารวะท่านดวงตาหมื่นวิถี”
หลินหยวนโค้งคำนับเล็กน้อย
แม้แต่องค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’และเจ้าหอหยกปีศาจ เมื่อเจอดวงตาหมื่น
วิถี ก็ต้องคารวะเช่นนี้ หลินหยวนย่อมไม่ทำตัวโอหัง
“ก็จริง เส้นทางวิวัฒนาการที่สามารถสร้างเส้นทางย่อยได้ ภูมิหลังคงไม่
ธรรมดา การรู้จักข้า ถือเป็นเรื่องปกติ”
ดวงตาหมื่นวิถียังคงมองไปที่หลินหยวน พูดกับตัวเอง
ชื่
ที่
ชื่อเสียงของมัน สำหรับผู้ที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถีและขอบเขตปกครอง
นั้นค่อนข้างแปลกหน้า
แต่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับขอบเขตโกลาหล? (กู่หมิง)
รวมถึงมหาปราชญ์แห่งความโกลาหลและมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่…
ยิ่งแข็งแกร่ง ยิ่งขอบเขตสูง กลับยิ่งเคารพยำเกรงมันมากขึ้นเท่านั้น
หลินหยวนได้ยิน ก็รู้สึกตกตะลึง
เส้นทางวิวัฒนาการที่สามารถสร้างเส้นทางย่อยได้?
ดวงตาหมื่นวิถีรู้ว่าวรยุทธ์แห่งชีวิตและความตายเป็นเส้นทางย่อยที่สร้าง
ขึ้นจากเส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์?
ความคิดของหลินหยวนผันผวน ยอมรับอย่างรวดเร็ว ตามที่องค์
จักรพรรดิ’เซียนฮวง’คาดเดา ดวงตาหมื่นวิถีเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิต
ระดับ 13 มีความสามารถในการมองเห็นหมื่นวิถีหมื่นหนทาง การที่รู้ความ
จริงของวรยุทธ์แห่งชีวิตและความตายจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
“เจ้าต้องการเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการของเจ้าโดยใช้อิทธิพลของหอ
หมื่นวิถีของข้า?”
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าวโดยตรง
“เป็นเช่นนั้นขอรับ”
หลินหยวนพยักหน้ายอมรับ
ในสายตาของสิ่งมีชีวิตโบราณเฉกเช่นดวงตาหมื่นวิถี ไม่จำเป็นต้องปกปิด
อะไร
“ตลอดยุคจักรวาลและยุคแห่งความโกลาหล มีสิ่งมีชีวิตจำนวนไม่น้อยที่
ต้องการใช้อิทธิพลของหอหมื่นวิถีของข้า เพื่อเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการของ
นี้
ขั้
ตนเอง เช่นเดียวกับเจ้า ตอนนี้หลายคนได้ฝึกฝนจนถึงขอบเขตโกลาหลขั้น
สมบูรณ์แบบแล้ว” (คำเดียวกับ ‘ขอบเขตโกลาหลขั้นสูงสุด’)
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าว
“ขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ?”
หลินหยวนตกใจมาก
ขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ ก็คือมหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
ส่วนมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่? (คำเดียวกับ ‘มหาปราชญ์ไร้เทียมทาน’)
อันที่จริงก็คือขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ เพียงแต่เมื่อเทียบกับมหา
ปราชญ์แห่งความโกลาหลแล้ว พลังต่อสู้ของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่นั้นแข็งแกร่ง
กว่ามาก
จนถึงตอนนี้ หลินหยวนได้พบกับผู้แข็งแกร่งขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์
แบบเพียงสองคน คนหนึ่งคือเจ้าหอหยกปีศาจ อีกคนคือองค์จักรพรรดิ’เซียนฮ
วง’
ทั้งสองคนนี้ไม่ใช่แค่ขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ แต่เป็นมหาปราชญ์
ผู้ยิ่งใหญ่ที่เหนือกว่ามหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
แม้แต่ปราชญ์แห่งความโกลาหล เมื่อเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งขอบเขต
โกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ ก็ได้แต่หนีอย่างหวาดกลัว
นอกจากนี้ มหาปราชญ์อิงโม่และมหาปราชญ์จิ่วเฟิ่งก็อยู่ในขอบเขต
โกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบเช่นกัน
แต่หลินหยวนไม่ได้ติดต่อกับมหาปราชญ์ทั้งสองคนนี้โดยตรงเพียงแต่ได้
รับผลกระทบจากการต่อสู้ของพวกเขา
“แน่นอนว่าก็มีบางคนที่ติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา ไม่ตาย ไม่มีชีวิต
ทรมานอย่างสาหัส”
มื่
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าวต่อ
“ติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา?”
หลินหยวนรู้สึกสับสนเล็กน้อย
“การก้าวจากระดับ 12 ไปสู่ระดับ 13 ต้องหลุดพ้นจากวังวนแห่งกาลเวลา
ที่ผูกมัดตัวเอง”
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“หลุดพ้นจากวังวนแห่งกาลเวลา?”
หลินหยวนมีสีหน้าเคร่งขรึม
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับการก้าวจากระดับ 12 ไปสู่ระดับ
13
วังวนแห่งกาลเวลา?
หลุดพ้น?
การก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ต้องหลุดพ้นจากวังวนแห่งกาลเวลา?
“ถ้าหลุดพ้นไม่ได้ล่ะ?”
หลินหยวนอดไม่ได้ที่จะถาม
“ถ้าหลุดพ้นไม่ได้ ก็หลุดพ้นไม่ได้ ติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลาตลอดไป”
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าว
“อันที่จริง การติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา ไม่ได้เจ็บปวด ภายในวังวนแห่ง
กาลเวลา ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ ไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีโอกา
สอื่นๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
มื่
ซึ้
ดวงตาหมื่นวิถีรู้สึกซาบซึ้ง
“ก็จริง ไม่เจ็บปวด”
หลินหยวนพยักหน้า
แต่สำหรับผู้แข็งแกร่งขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ สถานะเช่นนี้ เจ็บ
ปวดยิ่งกว่าความตาย
ผู้แข็งแกร่งขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบเป็นเช่นไร พวกเขามองเห็น
ทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล หรือโลกต้นกำเนิดที่หลิน
หยวนลงไป ผู้แข็งแกร่งขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ หรือมหาปราชญ์
เทวะ (ระดับไหนอีกวะเนี่ยยยยยยย 555555555555555555)
สิ่งใดบ้างเล่ามิได้สูงส่งไร้เทียมทาน?
“เจ้ารู้บ้างก็พอ ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียด ผู้แข็งแกร่งขอบเขตโกลาหล
ขั้นสมบูรณ์แบบแต่ละคน วังวนแห่งกาลเวลาที่ต้องเผชิญในการก้าวเข้าสู่ระดับ
13 นั้นแตกต่างกัน การรู้ล่วงหน้าไม่มีประโยชน์”
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าว
“เข้าใจแล้วขอรับ”
หลินหยวนเข้าใจในที่สุด
ไม่น่าแปลกใจที่สายเลือด’เซียนฮวง’และหอหยกปีศาจไม่ทิ้งข้อมูลใดๆ
เกี่ยวกับการก้าวจากระดับ 12 ไปสู่ระดับ 13
เพราะถ้าไม่ถึงระดับ 12 การรู้ข้อมูลล่วงหน้าก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อถึงระดับ
12 แล้ว แม้จะไม่ถาม ย่อมต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้
“ดูเหมือนว่าการที่องค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’และเจ้าหอหยกปีศาจหายตัว
ไปกะทันหัน เป็นเพราะติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา?”
หลินหยวนคาดเดาในใจ
นี้
เส้นทางวิวัฒนาการ’เซียนฮวง’จนถึงตอนนี้ยังไม่มีผู้แข็งแกร่งระดับ 12
เกิดขึ้น แต่องค์จักรพรรดิ’เซียนฮวง’กลับหายตัวไป คล้ายกับการติดอยู่ในวังวน
แห่งกาลเวลา
ตามคำอธิบายของดวงตาหมื่นวิถี การติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา ไม่ตาย
ไม่มีชีวิต เมื่อไม่ถือว่าตาย ก็ไม่ถือว่ามีชีวิต
“การเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการของตนเอง มีประโยชน์ต่อการหลุดพ้น
จากวังวนแห่งกาลเวลา?”
หลินหยวนถาม
“เจ้ามาถึงที่นี่แล้ว ยังจะถามอีกรึ?”
ดวงตาหมื่นวิถีมองหลินหยวนอีกครั้ง อธิบายว่า
“การติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา การหลุดพ้นด้วยตนเองนั้นแทบเป็นไปไม่
ได้ การใช้ “เครื่องหมายบอกทาง” หรือ “จุดยึด” จากโลกภายนอก สามารถเพิ่ม
โอกาสในการหลุดพ้นได้”
“ดังนั้นจึงมีสิ่งมีชีวิตระดับขอบเขตโกลาหลมากมายที่วางแผนล่วงหน้า
ต้องการใช้อิทธิพลของหอหมื่นวิถีของข้า เพื่อเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการของ
ตนเอง เพิ่มโอกาสในการก้าวเข้าสู่ระดับ 13”
ดวงตาหมื่นวิถีพูดถึงตรงนี้ มองหลินหยวนด้วยสายตาแปลกๆ
“แต่มนุษย์ที่อยู่เพียงขอบเขตบุกเบิกวิถีอย่างเจ้า แล้วมาเผยแพร่เส้นทาง
วิวัฒนาการของตนเองนั้นหาได้ยาก”
นี่คือเหตุผลที่ดวงตาหมื่นวิถียินดีคุยกับหลินหยวนจนถึงตอนนี้
สิ่งมีชีวิตขอบเขตบุกเบิกวิถีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจุดสิ้นสุดของเส้นทางอยู่ที่ไหน
ไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะเปลี่ยนเส้นทางวิวัฒนาการอื่นหรือไม่ แทบไม่มีความ
เป็นไปได้ที่จะเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการของตนเอง
ที่
ขั้
แม้ว่าจะมีภูมิหลังที่แข็งแกร่ง บรรพบุรุษเป็นขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์
แบบ ก็จะไม่ทำเช่นนั้น
ไม่เช่นนั้น ถ้าเผยแพร่ไปครึ่งทาง แล้วพบว่าเส้นทางวิวัฒนาการนี้ไม่
เหมาะสมกับตนเอง จากนั้น “สละวิถี” แล้วเปลี่ยนไปใช้เส้นทางวิวัฒนาการอื่น
การเผยแพร่ก่อนหน้านี้ ก็ไร้ประโยชน์
การที่หลินหยวนกล้ามาเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการของตนเองมีความ
เป็นไปได้เพียงอย่างเดียว
นั่นคือมั่นใจอย่างยิ่งว่าเส้นทางวิวัฒนาการที่กำลังเดินอยู่นั้นเหมาะสมกับ
ตนเอง และสถานการณ์เช่นนี้มักจะเกิดขึ้นกับเส้นทางวิวัฒนาการที่ตนเองสร้าง
ขึ้น
มีเพียงเส้นทางวิวัฒนาการที่ตนเองสร้างขึ้นและพัฒนาขึ้นเท่านั้น ที่จะ
เหมาะสมกับตนเองอย่างสมบูรณ์
ส่วนการเลือกเดินเส้นทางวิวัฒนาการที่ผู้อื่นสร้างขึ้น?
มีเพียงการฝึกฝนไปถึงขอบเขตโกลาหลเท่านั้น ถึงจะมั่นใจว่าเหมาะสมกับ
ตนเองหรือไม่ ขอบเขตบุกเบิกวิถีและขอบเขตปกครองมีความไม่แน่นอนสูง
เกินไป
และการที่หลินหยวนสร้างเส้นทางวิวัฒนาการเอง ทั้งๆที่เป็นแค่ขอบเขต
บุกเบิกวิถี
แต่กลับสามารถสร้างเส้นทางวิวัฒนาการที่สามารถสร้างเส้นทางย่อยได้?
ดวงตาหมื่นวิถีมองเห็นศักยภาพของหลินหยวน จึงได้ริเริ่มการสนทนา แม้
กระทั่ง “ไขข้อข้องใจ” ให้กับหลินหยวน
“เพียงแค่โชคดี”
หลินหยวนฟังน้ำเสียงของดวงตาหมื่นวิถี ก็รู้ว่าอีกฝ่ายน่าจะมองออก รีบ
ส่ายหัว
รื่
“การสร้างเส้นทางวิวัฒนาการ ไม่ใช่เรื่องของโชค โดยเฉพาะเส้นทาง
วิวัฒนาการที่เจ้าสร้างขึ้น เส้นทางย่อยยังมีศักยภาพถึงขอบเขตโกลาหล…”
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าว
เส้นทางย่อยยังมีศักยภาพถึงขอบเขตโกลาหล?
แล้วศักยภาพของเส้นทางหลักที่หลินหยวนกำลังเดินอยู่นั้น
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
หลินหยวนฟังอย่างเงียบๆ
ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตเช่นดวงตาหมื่นวิถี ไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวเกินไปการที่มัน
ยอมรับและชมเชยเจ้า แสดงว่าเจ้าคู่ควรแก่การได้รับการชมเชย
“เอาล่ะ ถึงเรื่องสำคัญ”
ดวงตาหมื่นวิถีมองไปที่หลินหยวน
“การที่ต้องการเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการของเจ้าโดยใช้อิทธิพลของหอ
หมื่นวิถีของข้า ไม่มีปัญหา แต่มีเงื่อนไข”
“เชิญท่านกล่าว”
หลินหยวนไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
ในยุคอารยธรรมมนุษย์ในจักรวาล การเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการของ
ตนเองโดยใช้อิทธิพลของอารยธรรมมนุษย์ เป็นเพราะหลินหยวนเป็น
ประชาชนของอารยธรรมมนุษย์
ส่วนนอกอารยธรรมมนุษย์ เทพโบราณในห้วงอวกาศที่ต้องการเผยแพร่
เส้นทางวิวัฒนาการของตนเองในอารยธรรมมนุษย์ จะถูกปราบปรามและ
ยับยั้งอย่างไม่ต้องสงสัย
มื่
ที่
หลินหยวนไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับหอหมื่นวิถี การที่ต้องการใช้อิทธิพล
ของอีกฝ่าย เพื่อเผยแพร่เส้นทางย่อยของเส้นทางวิวัฒนาการของตนเอง เพื่อ
เตรียมพร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่ระดับ 13 แน่นอนว่าต้องจ่ายค่าตอบแทน
“ง่ายมาก”
“ตอนนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องนี้ รอจนกว่าจะฝึกฝนไปถึงขอบเขต
โกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ ทุกๆ สิบยุคจักรวาล ให้ทำสิ่งหนึ่งให้กับหอหมื่นวิถี
ของข้า”
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าว
“สิบยุคจักรวาล ทำสิ่งหนึ่ง?”
หลินหยวนมองไปที่ดวงตาหมื่นวิถีเช่นกัน
เงื่อนไขนี้มีข้อแม้ว่าหลินหยวนต้องฝึกฝนไปถึงขอบเขตโกลาหลขั้น
สมบูรณ์แบบ
ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตขอบเขตบุกเบิกวิถีคนอื่น หรือแม้แต่ขอบเขตปกครอง หรือ
ปราชญ์แห่งความโกลาหล แน่นอนว่าจะตอบตกลงโดยไม่ลังเล
เพราะแม้แต่ปราชญ์แห่งความโกลาหล ก็ไม่มั่นใจว่าจะฝึกฝนไปถึง
ขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบได้หรือไม่
เงื่อนไขที่ดวงตาหมื่นวิถีเสนอนั้น อันที่จริงไม่ได้มีข้อจำกัดมากนัก
แต่หลินหยวน?
ด้วยความเข้าใจท้าทายสวรรค์ ด้วยประตูสู่ภพหมื่น
หลินหยวนไม่กล้ามั่นใจว่าจะก้าวเข้าสู่ระดับ 13 ได้ แต่ขอบเขตโกลาหล
ขั้นสมบูรณ์แบบนั้น ก็ยังมีความมั่นใจอยู่บ้าง เป็นแค่เรื่องของเวลา
จนถึงตอนนี้ หลินหยวนแค่รอให้ร่างกายและจิตวิญญาณเติบโตถึงขีดสุด ก็
สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตปกครองได้
ส่วนข้อกำหนดต่างๆ ในการก้าวจากขอบเขตปกครองไปสู่ขอบเขต
โกลาหล หลินหยวนก็ทำสำเร็จไปแล้วกว่าครึ่ง บวกกับการเพิ่มพูนความเข้าใจ
ในกฎจากโลกต้นกำเนิด
การที่หลินหยวนจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตโกลาหลก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ส่วนขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ?
ก็แค่ใช้กฎแห่งความโกลาหลเป็นพื้นฐาน พัฒนาวิถีที่สอดคล้องกับความ
โกลาหล หลินหยวนก็ได้พบกับทิศทางที่ชัดเจนในโลกต้นกำเนิด
พูดง่ายๆ ก็คือ หลินหยวนมองเห็นเส้นทางจากขอบเขตบุกเบิกวิถีไปจนถึง
ขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว
ดังนั้น
เงื่อนไขที่ดวงตาหมื่นวิถีเสนอนั้น อันที่จริงไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อหลิน
หยวน
“สิบยุคจักรวาล ทำสิ่งหนึ่งให้หอหมื่นวิถี? ต้องทำตามทุกอย่างไหม?”
หลินหยวนถาม
ถ้าหอหมื่นวิถีต้องการให้เขาไปตาย หรือไปยังสถานที่อันตราย
เขาต้องทำตาม?
“วางใจได้ จะไม่ให้เจ้าทำสิ่งที่ไม่มีโอกาสสำเร็จ และจะให้รางวัลทีเหมาะ
สม”
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าว
“และตราบใดที่ภารกิจของเจ้าล้มเหลว จะไม่บังคับให้เจ้าทำต่อไป”
ดวงตาหมื่นวิถีเสริม
ขั้
ถ้าหลินหยวนเติบโตจนถึงขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบจริงๆ ดวงตา
หมื่นวิถีก็ไม่อยากบังคับมากเกินไป
หลินหยวนได้ยิน ก็เริ่มชั่งใจ
อย่างแรก การทำงานมีรางวัล ทำให้หลินหยวนพอใจเล็กน้อยเขาไม่กลัว
การทำงานหนัก กลัวแค่การทำงานหนักโดยไม่ได้อะไร
และเมื่อภารกิจล้มเหลว มั่นใจว่าไม่มีโอกาสสำเร็จ ก็จะไม่บังคับทำให้หลิน
หยวนสบายใจขึ้นบ้าง
ความเป็นไปได้ที่แย่ที่สุดของภารกิจที่ล้มเหลว ก็คือการสูญเสียร่างแยก
วิญญาณหนึ่งร่าง หลินหยวนยอมรับค่าตอบแทนนี้ได้อย่างสมบูรณ์
และที่สำคัญที่สุดคือ ในข้อกำหนดของดวงตาหมื่นวิถี คือการทำสิ่งหนึ่ง
ทุกๆ สิบยุคจักรวาล
หลินหยวนตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน แม้จะรวมเวลาที่ใช้ในการเดินทางข้าม
โลกด้วย ก็ยังไม่ถึงหมื่นปี สิบยุคจักรวาลนั้นยาวนานเกินไปสำหรับหลินหยวน
“ไม่มีปัญหา”
หลินหยวนคิดอย่างรอบคอบ พยักหน้า
“ดีมาก”
ดวงตาหมื่นวิถีพยักหน้าเล็กน้อย
เพียงแค่ช่วยหลินหยวนเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการ ก็จะได้รับคำสัญญา
จากผู้แข็งแกร่งขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบในอนาคต การค้าขายนี้ไม่ว่า
อย่างไรหอหมื่นวิถีก็ไม่ขาดทุน
“เริ่มกันเถอะ”
ดวงตาหมื่นวิถีพูดจบ ม้วนหนังสือสีทองก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
มื่
บนม้วนหนังสือมีตัวอักษรมากมาย แม้ว่าหลินหยวนจะไม่รู้จักแต่เมื่อมอง
แวบแรก ก็เข้าใจความหมายที่อยู่ภายในทันที
เป็นข้อกำหนดที่ดวงตาหมื่นวิถีเพิ่งเสนอ
หอหมื่นวิถีจะช่วยหลินหยวนเผยแพร่เส้นทางวิวัฒนาการ แต่ในทางกลับ
กัน หลังจากที่หลินหยวนก้าวเข้าสู่ขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว ทุกๆ
สิบยุคจักรวาล ต้องทำสิ่งหนึ่งให้กับหอหมื่นวิถี
ข้อจำกัดต่างๆ บนม้วนหนังสือ ระบุว่าห้ามบังคับ และต้องให้รางวัล
หลินหยวนดูอย่างละเอียดหลายครั้ง
“ถ้าไม่มีปัญหา ก็แยกจิตวิญญาณส่วนหนึ่งออกมา ประทับลงไป”
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าว
ข้อกำหนดและเงื่อนไขบนม้วนหนังสือสีทอง ห้ามฝ่าฝืน
แม้แต่ผู้แข็งแกร่งขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ ถ้ากล้าฝ่าฝืน ก็จะได้
รับบาดเจ็บสาหัส โอกาสในการก้าวเข้าสู่ระดับ 13 จะถูกตัดขาดโดยตรง
ดังนั้น ตราบใดที่หลินหยวนยินดีประทับจิตวิญญาณส่วนหนึ่งลงไป ดวงตา
หมื่นวิถีก็จะวางใจ
“โปรดรอสักครู่”
หลินหยวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง
“การที่หอหมื่นวิถีช่วยข้าเผยแพร่เส้นทางย่อยของเส้นทางวิวัฒนาการ มี
ข้อจำกัดอะไรหรือไม่? แค่แบบเดียว?”
ถ้าช่วยหลินหยวนเผยแพร่แค่เส้นทางวิวัฒนาการวรยุทธ์แห่งชีวิตและ
ความตาย ข้อกำหนดบนม้วนหนังสือก็ไม่คุ้มค่า
เส้นทางย่อยของวรยุทธ์แบบเดียว อย่างมากก็แค่สร้างผู้แข็งแกร่งสูงสุด
ระดับ 12 ได้หนึ่งคน ผลของการยึด “เครื่องหมายบอกทาง” หรือ “จุดยึด” ของ
หลินหยวนนั้นไม่มากนัก
“แน่นอนว่าไม่ใช่แบบเดียว”
ดวงตาหมื่นวิถีส่ายหัว ถ้าเป็นแค่แบบเดียว มันคงระบุไว้บนม้วนหนังสือ
แล้ว
“ถ้าขอบเขตของเจ้าเพิ่มขึ้นในภายหลัง และสร้างเส้นทางย่อยของเส้นทาง
วิวัฒนาการอื่นๆ ก็สามารถให้หอหมื่นวิถีเผยแพร่ได้เช่นกัน”
ดวงตาหมื่นวิถีกล่าว
“ดี”
หลินหยวนรู้สึกโล่งใจ
“ไม่จำเป็นต้องรอถึงภายหลัง ข้ายังมีเส้นทางย่อยของเส้นทางวิวัฒนากา
รอื่นๆ อีก”
“หืม?”
ดวงตาหมื่นวิถีมองหลินหยวนแวบหนึ่ง
ยังมีเส้นทางย่อยของเส้นทางวิวัฒนาการอื่นๆ อีก?
อื่นๆ?
อีก?
(จบตอน)
………..
ทั้
“混沌尊者” (Hùn dùn zūn zhě) สามารถแปลได้ทั้ง “ปราชญ์แห่งความ
โกลาหล” หรือ “ผู้ยิ่งใหญ่แห่งความโกลาหล” ขึ้นอยู่กับบริบท:
ถ้าต้องการความยิ่งใหญ่ในแง่ของพลังอำนาจ “ผู้ยิ่งใหญ่แห่งความ
โกลาหล” จะเหมาะกว่า และหากเน้นที่ปัญญาหรือความรู้ในด้านนั้น “ปราชญ์
แห่งความโกลาหล” ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน
ก็คือออ ในโลกต้นกำเนิด ผมจะใช้คำว่า ‘ผู้ยิ่งใหญ่’ ส่วน ในความว่างเปล่า
แห่งความโกลาหล ผมจะใช้คำว่า ‘ปราชญ์’
ซึ่งทั้งสองคำนี้ เป็นแค่คำเรียก คำแทน หรือตำแหน่งซะมากกว่า
เพราะถ้าพูดถึงระดับหรือขอบเขต ยังอยู่ในระดับ 12 ‘ขอบเขตโกลาหล’
อยู่
ส่วน ขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบ หรือขอบเขตโกลาหลขั้นสูงสุด จะ
ถูกเรียกว่า มหาปราชญ์แห่งความโกลาหล
ส่วน มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ หรือ มหาปราชญ์ไร้เทียมทานแข็งแกร่งกว่า
มหาปราชญ์แห่งความโกลาหล