สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 575 ไม่มีปัญหา
“หยินเหอ?”
ปราชญ์หลายคนในที่เกิดเหตุมองหน้ากัน
ฉายาของปราชญ์ ล้วนมีความหมายเฉพาะ
‘หงเย่’ ของปราชญ์หงเย่ หมายถึงการเดินบนเส้นทางเปลวเพลิงแห่งความ
โกลาหลและสิ่งมีชีวิตแห่งความโกลาหล
‘ชิงเฝิน’ ของปราชญ์ชิงเฝิน ก็แสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่ปราชญ์ชิงเฝิน
เลือกในระดับหนึ่ง
แต่หยินเหอ?
“ปราชญ์หยินเหอ?”
ปราชญ์หงเย่มีรอยยิ้มบนใบหน้า
ไม่ได้ถามหลินหยวนว่าทำไมถึงเลือกฉายานี้
ปราชญ์แต่ละคนล้วนมีความลับของตัวเอง ในเมื่อหลินหยวนยินดีใช้ ‘หยิน
เหอ’ เป็นฉายาของตัวเอง เขาก็จะไม่ถามมาก
“ใช่”
หลินหยวนพยักหน้า
การใช้ ‘หยินเหอ’ เป็นฉายาของตัวเอง ส่วนใหญ่เพื่อระลึกถึงชีวิตบน ‘โลก’
ก่อนที่จะข้ามมิติมา
ร่างจริงในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล เจ้าดาราหยินเหอ
(เจ้าแห่งเขตดาวฤกษ์หยินเหอ) ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหยินเหอ ก็เช่นกัน
ส่วนการใช้ ‘ปราชญ์หยินเหอ’ เป็นฉายา จะเปิดเผยสถานะทีแท้จริงของตัว
เองหรือไม่…
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลและโลกต้นกำเนิดนี้ ไม่ได้อยู่ในมิติ
เดียวกัน แม้แต่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ก็ยากที่จะข้ามมิติที่ต่างกันได้
(โอเค! คนละมิติ ในที่สุดดดด)
ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้ว่าจะข้ามมิติที่ต่างกันได้ คำว่าหยินเหอก็ธรรมดาเกินไป
“ข้าเชื่อว่า ฉายาปราชญ์หยินเหอ จะโด่งดังไปทั่วอาณาจักรโบราณใกล้
เคียงในอนาคต”
ปราชญ์หงเย่พูดด้วยรอยยิ้ม
ปราชญ์คนอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้น ก็ตกใจเล็กน้อย
พวกเขาได้ยินว่าปราชญ์หงเย่ให้การประเมินหลินหยวนไว้สูงมาก
โด่งดังไปทั่วอาณาจักรโบราณใกล้เคียง?
อย่างน้อยต้องมีพลังระดับสูงสุดของปราชญ์ถึงจะทำได้
ส่วนระดับสูงสุดของปราชญ์?
ไม่ใช่ปราชญ์ทุกคนที่จะบ่มเพาะจนถึงระดับสูงสุดของปราชญ์ได้
ในสายตาของปราชญ์หลายคน หลินหยวนเป็นแค่ปราชญ์หน้าใหม่
เวลาผ่านไป
ผ่านไปหลายเดือน
ด้วยการพูดคุยกันระหว่างปราชญ์เกือบ 20 คน ฉายา ‘ปราชญ์หยินเหอ’
ของหลินหยวนก็แพร่กระจายออกไป
ปราชญ์ล้วนมีแวดวงสังคมของตัวเอง หลินหยวนก็ได้แสดงตัวตนในการ
ทำสงครามครั้งนี้
ด้วยหน้าตาของปราชญ์หงเย่และเจ้าเมืองชิงเฝิน ปราชญ์หลายคนจึงดูแล
หลินหยวนเป็นอย่างดี
หลินหยวนไม่ได้สนใจมาก ถึงแม้ว่าจะไม่นับพลังศักดิ์สิทธิ์ ‘ตะวันเพลิงนิ
รันดร์ผลาญสวรรค์’ พลังต่อสู้ที่แท้จริงของเขาก็น่าจะใกล้เคียงกับปราชญ์ระดับ
สูงสุดอย่างปราชญ์หงเย่
และเมื่อเวลาผ่านไป พลังและความแข็งแกร่งของหลินหยวนก็เพิ่มขึ้นทุก
ขณะ
แต่หลินหยวนไม่ได้คิดที่จะเปิดเผย
ก่อนที่จะเข้าใจตราประทับพลังศักดิ์สิทธิ์ ‘ตะวันเพลิงนิรันดร์ผลาญ
สวรรค์’ ควรทำตัวเงียบๆและระมัดระวังไว้ก่อน
ในจวนเจ้าเมือง
เจ้าเมืองชิงเฝินมีสีหน้าเคร่งขรึม ปราชญ์ทั้งหมด รวมถึงหลินหยวน มา
รวมตัวกันที่นี่
“เขตจื่อเมิ่งน่าจะเริ่มโจมตีแล้ว”
เจ้าเมืองชิงเฝินพูด
เขาให้ความสนใจกับสถานการณ์ที่ชายแดนตลอดเวลา รู้สึกถึงการ
เคลื่อนไหวของเครื่องจักรสงครามต่างๆ ของเขตจื่อเมิ่ง
“เป็นเรื่องของเวลา”
“ข้าอยากจะดูว่าใครจะบุกเข้ามาได้”
ปราชญ์ไม่ได้รู้สึกแปลกใจ เขตจื่อเมิ่งรวมพลอยู่ที่ชายแดน การโจมตีใน
เวลานี้เป็นเรื่องปกติมาก
ที่นี่
พื่
นี้
พวกเขามารวมตัวกันที่นี่ ไม่ใช่เพื่อวันนี้เหรอ?
“หงเย่ หั่วฝู่ พวกเจ้าแข็งแกร่งที่สุด เมื่อถึงเวลา ปราชญ์ม่านเยว่และ
ปราชญ์เสินหลวน ก็ให้พวกเจ้าจัดการ”
เจ้าเมืองชิงเฝินมองปราชญ์หงเย่และปราชญ์หั่วฝู่
ปราชญ์สองคนนี้ เป็นเพื่อนของเจ้าเมืองชิงเฝิน ได้รับเชิญจากเขามาช่วย
ต่อต้านการรุกรานของเขตจื่อเมิ่ง
“วางใจได้”
ปราชญ์หงเย่และปราชญ์หั่วฝู่พยักหน้า
ปราชญ์ม่านเยว่และปราชญ์เสินหลวน เป็นปราชญ์ระดับสูงสุดของเขตจื่อ
เมิ่ง มีพลังที่น่ากลัว คนที่มั่นใจว่าสามารถต้านทานพวกเขาได้ มีแค่ปราชญ์หง
เย่ ปราชญ์หั่วฝู่ และเจ้าเมืองชิงเฝิน
แต่เจ้าเมืองชิงเฝินต้องบัญชาการ จะไม่เข้าร่วมสงครามถ้าไม่จำเป็น ดัง
นั้นจึงต้องพึ่งปราชญ์หงเย่และปราชญ์หั่วฝู่
“ส่วนคนอื่นๆ ต้องพยายามต้านทานคู่ต่อสู้ให้ได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาด
ฝัน หรือมีตัวแปรที่ไม่สามารถควบคุมได้ ให้บอกข้าทันที”
เจ้าเมืองชิงเฝินมองปราชญ์คนอื่นๆ
ในช่วงพันปีที่ผ่านมา ปราชญ์ทุกคนได้จำลองสถานการณ์สงครามซ้ำๆ ได้
กำหนดคู่ต่อสู้ของตัวเองแล้ว
“หยินเหอ คู่ต่อสู้ของเจ้าน่าจะเป็นปราชญ์เหลยเก๋อ เจ้ามั่นใจหรือไม่?”
เจ้าเมืองชิงเฝินมองหลินหยวน ถามอย่างจริงจัง
ปราชญ์เหลยเก๋อ ก็เป็นปราชญ์ใหม่เช่นกัน ก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราชญ์เมื่อ
สองแสนปีก่อน
นั้
สำหรับปราชญ์ สองแสนปีไม่นาน ดังนั้นปราชญ์เหลยเก๋อจึงยังอยู่ใน
ขอบเขตของปราชญ์ใหม่
“มั่นใจ”
หลินหยวนพยักหน้า
แนวรบระหว่างเขตชิงเฝินและเขตจื่อเมิ่งนั้นยาวมาก ปราชญ์แต่ละคน
ต้องประจำการในบางพื้นที่ บัญชาการเครื่องจักรสงครามต่างๆ
พื้นที่ที่หลินหยวนประจำการ อยู่ใกล้ขอบ ปราชญ์ที่มีประสบการณ์และ
ปราชญ์ระดับสูงสุดมักจะไม่โจมตีที่นี่
“ดีแล้ว”
เจ้าเมืองชิงเฝินวางใจหลินหยวนมาก เพราะในสายตาของเขาหลินหยวนมี
สายเลือดของเชื้อพระวงศ์หลัก ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ขอบเขตปกครอง ก็สามารถ
ท้าทายปราชญ์ได้ในระดับหนึ่ง
ยิ่งกว่านั้น เจ้าเมืองชิงเฝินจะให้ความสนใจหลินหยวนตลอดเวลา ถ้าเกิด
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ย่อมต้องช่วยเหลือทันที
“สงครามครั้งนี้ ต้องชนะ”
เจ้าเมืองชิงเฝินมองปราชญ์ทุกคน พูดอย่างจริงจัง
“หลังจากที่สงครามจบลง ข้าจะตอบแทนทุกคนอย่างงาม”
ถ้าเขตชิงเฝินถูกยึดครอง คนที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุดคือ ‘กษัตริย์ฉี่ซง’
แต่คนที่สูญเสียมากที่สุดคือเจ้าเมืองชิงเฝิน
เพราะเขตชิงเฝินคือดินแดนของเขา ถ้าดินแดนถูกยึดครอง ก็เหมือนกับว่า
รากฐานที่เจ้าเมืองชิงเฝินสะสมมานานหลายปีพังทลายลงในพริบตา
นี้
ด้วยเหตุนี้ ในระหว่างการเตรียมสงคราม เจ้าเมืองชิงเฝินจึงพยายามใช้
คอนเนคชั่นของตัวเอง เชิญผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดเช่นปราชญ์หงเย่ ปราชญ์
หั่วฝู่มาช่วย
จริงๆ แล้ว ‘กษัตริย์ฉี่ซง’ ก็ส่งผู้ที่อยู่ในขอบเขตปราชญ์หลายคนมาช่วย
เหลือเช่นกัน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ
ร่างวิญญาณมาถึงจักรวาลภายในร่างกาย
ฮึ่มม
จักรวาลภายในร่างกายกำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ “สุญญาอนันต์” ขั้น
2 กำลังปรับเปลี่ยนจักรวาลภายในร่างกายอย่างช้าๆ
ตอนที่อยู่ในขอบเขตบุกเบิกวิถี จักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวนมี
เส้นผ่านศูนย์กลางแค่ไม่กี่สิบล้านปีแสง แต่ปราชญ์แห่งความ
โกลาหลมีจักรวาลภายในร่างกายที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายแสนล้าน
ปีแสง
ในด้านขนาด ความแตกต่างนั้นมากจนคำนวณไม่ได้
แต่ในด้านมวลนั้นใกล้เคียงกัน
สิ่งที่ทำให้เป็นเช่นนี้ คือการเสริมและปรับเปลี่ยนจักรวาลภายในร่างกาย
ของ “สุญญาอนันต์”
จริงๆ แล้ว ในระหว่างการฝึกฝน “สุญญาอนันต์” จักรวาลภายในร่างกาย
ของหลินหยวนกำลังหดตัวลง
แค่ความเร็วในการหดตัวนั้น น้อยกว่าความเร็วในการขยายตัวดังนั้นโดย
รวมแล้ว จักรวาลภายในร่างกายยังคงขยายตัว
นี้
ส่วนตอนนี้ จักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวนมีเส้นผ่านศูนย์กลาง
มากกว่า 100,000 ล้านปีแสง พลังที่บรรจุอยู่ สามารถฆ่าปราชญ์แห่งความ
โกลาหลทั่วไปได้อย่างง่ายดาย
“หืม?”
หลินหยวนกำลังฝึกฝน “สุญญาอนันต์” ขั้น 2 ก็หยุดลง ราวกับว่ารู้ตัว
“ตะวันเพลิงนิรันดร์…ผลาญสวรรค์!”
หลินหยวนคิด เปลวไฟก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
ตอนนี้ ร่างจริงในโลกต้นกำเนิด ใช้พลังและจิตใจส่วนใหญ่ไปกับการศึกษา
ตราประทับพลังศักดิ์สิทธิ์ ‘ตะวันเพลิงนิรันดร์ผลาญสวรรค์’ ถึงแม้ว่าจะยังไม่
เข้าใจ แต่หลินหยวนก็สามารถจำลองได้ในระดับหนึ่ง
แน่นอนว่า ไม่สามารถคงอยู่ได้นาน
“ถ้าใช้ความสามารถนี้ เสริมจักรวาลภายในร่างกายของเรา…”
ดวงตาของหลินหยวนเป็นประกาย
พลังศักดิ์สิทธิ์ ‘ตะวันเพลิงนิรันดร์ผลาญสวรรค์’ ไม่ได้เน้นการทำลาย แต่
เน้นการ ‘เปิดฟ้า’
เปิดฟ้าคืออะไร?
คือการสร้างโลก
ทำไมถึงสร้างโลกได้?
ทุกที่ที่แสงสุริยะส่องถึง ล้วนเป็นดินแดน เป็นอาณาเขต
ถ้ารวมดวงอาทิตย์ดวงหนึ่งในจักรวาลภายในร่างกาย ใช้แสงตะวันเพลิงนิ
รันดร์ส่องสว่างจักรวาล
จะมีผลต่อจักรวาลภายในร่างกายอย่างไร?
จักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวน ได้ฝึกฝนการสืบทอดระดับ 13
“สุญญาอนันต์” แล้ว ถ้าใช้ความสามารถที่สิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาระดับ 13 ถึงจะมีได้ คือตะวันเพลิงนิรันดร์ผลาญสวรรค์เสริม
อีก…
ถ้าพลังระดับ 13 สองอย่างนี้สามารถหลอมรวมกันได้…
หลินหยวนตื่นเต้นมาก จึงเริ่มลองทันที
เนื่องจากยังไม่เข้าใจตราประทับพลังศักดิ์สิทธิ์ ‘ตะวันเพลิงนิรันดร์ผลาญ
สวรรค์’ เปลวไฟที่หลินหยวนรวมตัวขึ้น จึงไม่สามารถคงอยู่ได้นาน
จะดับลงในไม่ช้า
แต่หลินหยวนสามารถเห็นได้ว่าแสงตะวันของตะวันเพลิงนิรันดร์ผลาญ
สวรรค์ จะมีผลอย่างไรต่อจักรวาลภายในร่างกาย
ข้างน้ำเต้าหยก
เด็กหญิงชุดแดงก็กำลังสังเกตการเปลี่ยนแปลงของจักรวาลภายในร่างกาย
“หืม?”
เด็กหญิงชุดแดงราวกับว่ารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง มีความประหลาดใจบน
ใบหน้า
เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ความเร็วในการปรับเปลี่ยนจักรวาลภายใน
ร่างกายของหลินหยวนลดลง
ซึ่งก็คือ หลินหยวนชะลอความเร็วในการฝึกฝน “สุญญาอนันต์”
นี่ทำให้เด็กหญิงชุดแดงรู้สึกสงสัย “สุญญาอนันต์” เป็นการสืบทอดระดับ
13 มีประโยชน์อย่างมากสำหรับสิ่งมีชีวิตระดับ 12
นี้
หลินหยวนชะลอความเร็วในการฝึกฝน “สุญญาอนันต์” ในเวลานี้ เพราะ
อะไร?
เขตจื่อเมิ่ง
เจ้าเมืองจื่อเมิ่งและผู้ที่อยู่ในขอบเขตปราชญ์หลายคน ก็กำลังเตรียม
สงครามครั้งสุดท้ายเช่นกัน
“ทุกท่าน เมื่อทำลายเขตชิงเฝินได้ ชื่อเสียงของท่านกษัตริย์หลิงเว่ยจะเพิ่ม
ขึ้นมาก และเมื่อนั้น ย่อมกลายเป็นผู้ท้าชิงบัลลังก์ผลประโยชน์ที่พวกเราจะได้
รับ ย่อมไม่ต้องพูดถึง!”
เจ้าเมืองจื่อเมิ่งพูดสั้นๆ แต่ทำให้ปราชญ์ทุกคนตื่นเต้น
ในฐานะผู้ที่อยู่ในขอบเขตปราชญ์ พวกเขารู้ดีว่าทำไมกษัตริย์หลิงเว่ยถึง
เริ่มสงครามครั้งนี้
นั่นก็เพื่อเป็นจักรพรรดิของอาณาจักรโบราณ
ต้องขยายดินแดนให้กับอาณาจักรโบราณ ถึงจะได้รับชื่อเสียงมากพอ จึง
จะกลายเป็นผู้ท้าชิงบัลลังก์ได้
ตราบใดที่เป็นผู้ท้าชิงบัลลังก์ ย่อมสามารถแย่งชิงบัลลังก์จักรพรรดิได้
ถ้าในที่สุดกษัตริย์หลิงเว่ยสามารถก้าวไปอีกขั้น กลายเป็นจักรพรรดิคนต่อ
ไปของอาณาจักรโบราณ พวกเขาที่เป็นปราชญ์จะไม่ได้รับรางวัลหน่อยหรือ?
“ไปที่สนามรบกับข้าตอนนี้!”
เจ้าเมืองจื่อเมิ่งพาปราชญ์หลายคน ไปถึงสนามรบชายแดนทันทีผ่านช่อง
ว่างกาลเวลา
“ท่านกษัตริย์หลิงเว่ยกำลังให้ความสนใจกับสงครามครั้งนี้ ทุกท่านอย่าได้
ออมมือ”
เจ้าเมืองจื่อเมิ่งเตือน
จื่
มิ่
ที่
ที่
ไม่ว่าจะเป็นเขตชิงเฝิน หรือเขตจื่อเมิ่ง ไพ่ตายที่แท้จริง หรือพลังต่อสู้ที่
แข็งแกร่งที่สุด คงยังคงรอดูสถานการณ์ จะไม่ลงมือทันที
กษัตริย์หลิงเว่ยต้องตัดสินใจตามสถานการณ์
“ตามแผนที่วางไว้ เมื่อถึงเวลา ให้จัดการคู่ต่อสู้ที่กำหนดไว้”
เจ้าเมืองจื่อเมิ่งพูด
เจ้าเมืองชิงเฝินกำหนดคู่ต่อสู้ให้กับปราชญ์ เขตจื่อเมิ่งก็เช่นกัน
“แนวรบที่ข้าต้องบุกคือพื้นที่ติงชี…ผู้ที่รับผิดชอบพื้นที่นี้คือปราชญ์หยิน
เหอ? ปราชญ์ใหม่เมื่อพันกว่าปีก่อน?”
ปราชญ์เหลยเก๋อเป็นชายชราร่างผอม ตอนนี้เขากำลังมองไปทีสนามรบ
แนวรบนั้นกว้างใหญ่ แต่พลังของปราชญ์นั้นโดดเด่นมากปราชญ์เหลยเก๋อ
จึงล็อคเป้าหมายของตัวเองอย่างรวดเร็ว
“หวานหมู อู๊ดๆ”
ปราชญ์เหลยเก๋อมีรอยยิ้มบนใบหน้า
ดูเผินๆ ปราชญ์เหลยเก๋อก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราชญ์เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ยัง
คงเป็นปราชญ์ใหม่
แต่จริงๆ แล้ว ปราชญ์เหลยเก๋อก้าวเข้าสู่ขอบเขตปราชญ์มามากกว่าล้าน
ปีแล้ว
เพียงแต่เขาปิดบังไว้เท่านั้น
“ด้วยพลังของข้าตอนนี้ ปราชญ์ใหม่เฉกเช่นปราชญ์หยินเหอจัดการได้ง่าย
มาก”
“เมื่อถึงเวลา ข้าจะแสดงฝีมือต่อหน้าท่านกษัตริย์หลิงเว่ย”
ปราชญ์เหลยเก๋อรู้ว่ากษัตริย์หลิงเว่ยย่อมให้ความสนใจกับสนามรบ หาก
เขาแสดงฝีมือได้ดี สถานะในใจของกษัตริย์หลิงเว่ยย่อมต้องเปลี่ยนไป