สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 706 ตาข้าแล้ว
โลกเร้นลับ
ประมุขสำนักหลายท่านและผู้อาวุโสระดับสูงจำนวนมากมองหลินหยวน
ด้วยความตกตะลึงเล็กน้อย
มีวิธีรับมือเทพมารหรือ?
เทพมารมีพลังต่อสู้ระดับ 13 เทียบเท่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์
มีเพียงจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ระดับเดียวกันเท่านั้นที่สามารถต่อกรกับเทพ
มารได้
แม้ว่าโลกเร้นลับในปัจจุบัน จะต้านทานการโจมตีอย่างบ้าคลั่งของเทพ
มารไว้ได้
รากเหง้าก็ยังคงอาศัยกลยุทธ์ที่จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทิ้งไว้
โดยเนื้อแท้แล้วก็ยังคงเป็นการเผชิญหน้าและต่อสู้กันระหว่างจ้าวแห่งนิจ
นิรันดร์กับเทพมาร
และการต้านทานเช่นนี้ ไม่ใช่การต่อกรที่แท้จริง
เพียงอาศัยกลยุทธ์ที่จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทิ้งไว้ สามารถประวิงเวลาได้เพียง
ชั่วคราวเท่านั้น
เมื่อใดที่ทรัพยากรที่ใช้ค้ำจุนการทำงานของสมบัติแห่งนิจนิรันดร์ต่างๆ
หมดสิ้นลง
ผลลัพธ์ย่อมไม่ต้องกล่าวถึง
แต่หลินหยวนกลับบอกว่ายังมีวิธีอื่นในการรับมือเทพมารอีกหรือ?
“ท่านหยินเหอโปรดกล่าว พวกเราต้องทำอย่างไร?”
ประมุขสำนักหลายท่านลังเลเพียงชั่วพริบตา ก็เลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวหลิน
หยวน
ตลอดหมื่นปีที่ผ่านมา การกระทำต่างๆ ของหลินหยวน ทำให้ประมุข
สำนักหลายท่านเชื่อมั่นอย่างมาก
“มอบทรัพยากรก้นหีบที่ใช้ขับเคลื่อนสมบัติแห่งนิจนิรันดร์ทั้งหมดให้ข้า”
หลินหยวนกล่าว
ปัจจุบันโลกอนุภาคเม็ดทรายอนันต์ที่เขาสร้างขึ้นสำเร็จไปแล้วถึงเก้าส่วน
เก้า
ความคืบหน้าส่วนหนึ่งในสิบส่วนสุดท้ายที่เหลือนั้น ยากที่จะก้าวข้ามไปได้
ในเวลาอันสั้น
เพราะอย่างไรเสีย ‘มาร’ ที่พอจะมีพลังอยู่บ้างในโลกต้นกำเนิดแห่งนี้ ก็ถูก
หลินหยวนล่าสังหารไปหมดแล้ว
นี่ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เทพมารโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนีหลังจากมา
เยือน
ส่วนการดูดซับกลืนกินไอมารเล่า?
ประสิทธิภาพช้าเกินไป
และตอนนี้เทพมารก็ได้มาเยือนแล้ว
ด้วยความคิดเดียวก็ควบคุมไอมารอันกว้างใหญ่ไพศาล หลินหยวนอยาก
จะดูดซับกลืนกินก็ทำไม่ได้
และปัจจุบันหลินหยวนติดอยู่ในโลกเร้นลับ ด้านนอกก็คือเทพมาร
แม้แต่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือการใช้เวลาหลายร้อยหรือหลายพันปี
เพื่อเดินให้ครบส่วนหนึ่งในสิบส่วนสุดท้าย คาดว่าก็คงทำได้ยาก
เพราะด้วยพลังของหลินหยวน ขอเพียงกล้าเดินออกจากโลกเร้นลับ
ย่อมต้องกลายเป็นเป้าหมายโจมตีแรกของเทพมารอย่างแน่นอน
ไม่มีเวลาที่จะล่าสังหาร ‘มาร’ อื่นๆ ต่อไปเลย
คิดไปคิดมา
ความหวังของหลินหยวนในการสร้างโลกอนุภาคเม็ดทรายอนันต์ของ
ตนเองให้เสร็จสมบูรณ์อย่างสิ้นเชิงในตอนนี้
ทำได้เพียงฝากไว้กับทรัพยากรก้นหีบของสำนักนิจนิรันดร์ใหญ่ๆ ทั้งหลาย
เท่านั้น
แทนที่จะสิ้นเปลืองทรัพยากรเหล่านี้ไปกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องของเทพ
มาร
สู้มอบให้หลินหยวนทั้งหมดไม่ดีกว่าหรือ ให้เขาสร้างโลกอนุภาคเม็ดทราย
อนันต์ให้เสร็จสมบูรณ์
เมื่อใดที่โลกอนุภาคสำเร็จสมบูรณ์ พลังของหลินหยวนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่าง
รวดเร็ว มีหวังอย่างเต็มที่ที่จะต่อกรกับเทพมารซึ่งหน้าได้
เช่นนี้ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการที่โลกเร้นลับถูกบุกทำลายได้
นี่ก็เป็นวิธีที่เป็นประโยชน์ที่สุดต่อเขาและสำนักนิจนิรันดร์ใหญ่ๆทุกแห่งที่
หลินหยวนคิดได้ในปัจจุบัน
ตามวิธีการโจมตีของเทพมารด้านนอกในตอนนี้
หลินหยวนมีความมั่นใจอย่างมากว่าหลังจากโลกอนุภาคของตนเองสำเร็จ
สมบูรณ์แล้ว จะสามารถต่อกรกับเทพมารซึ่งหน้าได้
“ท่านหยินเหอต้องการทรัพยากรก้นหีบทั้งหมดหรือ?” ประมุขสำนักนิจนิ
รันดร์อู๋เลี่ยงตกใจในใจ
อื่
ประมุขสำนักท่านอื่นๆ อีกหลายท่านก็มีสีหน้าเคร่งขรึมเช่นกัน
ทรัพยากรก้นหีบเหล่านี้ คือความหวังของพวกเขาในการต้านทานเทพมาร
ในปัจจุบัน
แม้ว่าจะหมดสิ้นไปในเวลาอย่างมากแค่ล้านปีหรือสิบล้านปี แต่ก็สามารถ
ยื้อเวลาได้นานถึงเพียงนั้น
อย่างน้อยก็สามารถซื้อเวลาให้เพียงพอสำหรับยอดฝีมือของสำนักนิจนิรัน
ดร์ใหญ่ๆ หลายแห่งในการถอนตัวได้
แต่ทั้งหมดมอบให้หลินหยวนเล่า?
หากหลินหยวนต้านทานเทพมารไม่ได้
โลกเร้นลับก็คงจะถูกทำลายในชั่วพริบตา
“เป็นเช่นนั้น”
หลินหยวนพยักหน้า
อันที่จริง การจะเดินให้ครบส่วนหนึ่งในสิบส่วนสุดท้าย นอกจากทรัพยากร
ก้นหีบของสำนักนิจนิรันดร์ในปัจจุบันแล้ว
ยังมีวิธีอื่นอีก
ตัวอย่างเช่น อาศัยประตูสู่ภพหมื่นขนส่งทรัพยากรมา
ผ่านประตูสู่ภพหมื่น เพื่อให้หลินหยวนสร้างโลกอนุภาคเม็ดทรายอนันต์
ตั้งแต่ต้นจนจบ
ราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินไป หลินหยวนรับไม่ไหว
แต่เพียงแค่ความคืบหน้าส่วนหนึ่งในสิบส่วนสุดท้ายเท่านั้น
หลินหยวนกัดฟันก็ยังพอรับได้
นื่
กี่
แต่เนื่องจากเกี่ยวข้องกับพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต แน่นอนว่าหาก
ประหยัดได้ก็ควรประหยัด
“ท่านหยินเหอ…มั่นใจหรือไม่?”
ประมุขสำนักนิจนิรันดร์อู๋เลี่ยงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“คาดว่าคงไม่มีปัญหาใด”
หลินหยวนเหลือบมองเทพมารด้านนอก
หากโลกอนุภาคเม็ดทรายอนันต์สร้างเสร็จสมบูรณ์โดยสิ้นเชิงด้วยพลังใน
ตอนนั้น การต้านทานเทพมารคาดว่าคงไม่มีปัญหาใดๆ
ประมุขสำนักท่านอื่นๆ อีกหลายท่านสบตากัน
โลกเร้นลับแห่งนี้ เหล่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์เป็นผู้วางแผน
ด้วยวิธีการของเหล่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ ก็ยังไม่สามารถต้านทานการโจมตี
ของเทพมารนับล้านปีหรือสิบล้านปีได้
ผลคือหลินหยวนกลับบอกว่าไม่มีปัญหาใด?
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ทั้งหกนี้ ก็มอบให้ท่านหยินเหอ
แล้วกัน”
ประมุขสำนักนิจนิรันดร์อู๋เลี่ยงสีหน้าเปลี่ยนแปลงไปมา สุดท้ายก็กล่าว
อย่างเคร่งขรึม
ประมุขสำนักหลายท่านด้านหลังอ้าปากจะพูดแต่ก็หยุดไป แต่สุดท้ายก็ไม่
ได้พูดอะไรออกมา
สำหรับสำนักนิจนิรันดร์แล้ว การยืนหยัดได้ล้านปีหรือสิบล้านปีกับการยืน
หยัดได้สิบปีแปดปี ไม่ได้มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
ที่
ย่ำ
แทนที่จะมองดูโลกเร้นลับถูกเทพมารเหยียบย่ำทำลาย สู้ฝากความหวัง
ทั้งหมดไว้กับหลินหยวนไม่ดีกว่าหรือ
เพราะอย่างไรเสีย สถานการณ์ในตอนนี้ ก็เกินกว่าการคาดการณ์ของเหล่า
จ้าวแห่งนิจนิรันดร์จำนวนมากก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดินไปแล้ว
ไม่มีจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ท่านใด ที่เส้นเวลาในอนาคตที่คาดการณ์ไว้ จะ
ครอบคลุมสถานการณ์ในปัจจุบัน
ดังนั้นเหล่าประมุขสำนักก็สับสนอย่างมาก ไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร
ฟู่!
โลกเร้นลับเกิดคลื่นพลังประหลาดขึ้นมา
หลังจากนั้นแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์หกชิ้นที่ราวกับดวงอาทิตย์ ก็ปรากฏขึ้น
จากส่วนลึกที่สุดของโลกเร้นลับ
เป็นแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ทั้งหกนี้เอง ที่ค้ำจุนการทำงานของสมบัติแห่ง
นิจนิรันดร์ประเภทป้องกันหลายชิ้น ต้านทานการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าของ
เทพมารด้านนอก
หลินหยวนมองแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์หกชิ้นที่แผ่คลื่นพลังอันยิ่งใหญ่ออก
มา
แหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ เหล่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ใช้พลังของตนเองรวมตัว
กันขึ้น สามารถขับเคลื่อนพลังอำนาจของสมบัติแห่งนิจนิรันดร์ออกมาได้อย่าง
เต็มที่
“ข้าต้องการเพียงห้าชิ้นก็พอแล้ว”
หลินหยวนไม่ได้เกรงใจ ทุกครั้งที่เทพมารด้านนอกโจมตีพลังงานภายใน
แหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ทั้งหกก็จะลดลงส่วนหนึ่ง
ตามการประเมินของหลินหยวน แหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์สี่ชิ้น ก็เพียงพอให้
ตนเองเดินให้ครบส่วนหนึ่งในสิบส่วนสุดท้ายแล้ว
ที่
พิ่
นึ่
ชิ้
พื่
ุ
ที่ขอเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น ก็เพื่อความไม่ประมาท
“อืม”
ประมุขสำนักนิจนิรันดร์อู๋เลี่ยงพยักหน้า
ในเมื่อตัดสินใจที่จะสนับสนุนหลินหยวนอย่างเต็มที่ ต่อให้หลินหยวนจะ
เอาแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ทั้งหกชิ้นไป ประมุขสำนักนิจนิรันดร์อู๋เลี่ยงก็จะไม่
ขมวดคิ้ว
หวึ่ง~
หลินหยวนพลิกฝ่ามือขวา แหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์หกชิ้นที่ลอยอยู่ ใน
จำนวนนั้นห้าชิ้นก็หายไปอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง
ถูกหลินหยวนเก็บเข้าไปในร่าง
ในชั่วพริบตา
แหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ห้าชิ้นมอบพลังงานมหาศาลดุจทะเล ทำให้อนุภาค
ที่เหลืออยู่ภายในร่างของหลินหยวน สร้างโลกทีละโลกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ครืน ครืน ครืน
และตามมาด้วยการหายไปของแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ห้าชิ้น
นอกโลกเร้นลับ
สมบัติแห่งนิจนิรันดร์หลายชิ้นที่กำลังต้านทานการโจมตีของเทพมารอยู่
พลันพลังอำนาจลดฮวบลง
แม้จะยังมีแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์เหลืออยู่อีกหนึ่งชิ้นคอยส่งพลังงาน แต่
ประสิทธิภาพในการส่งพลังงานในชั่วพริบตา ย่อมเทียบไม่ได้กับแหล่งกำเนิด
นิจนิรันดร์หกชิ้นอย่างแน่นอน
“แย่แล้ว”
ลี่
ลี่
ประมุขสำนักนิจนิรันดร์อู๋เลี่ยงสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก
เขาไม่ได้คาดการณ์ถึงฉากนี้มาก่อน
เดิมทีเขาคิดว่าแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์หกชิ้น จะสามารถทำให้โลกเร้นลับ
ยืนหยัดได้ล้านปีหรือสิบล้านปี
แหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์หนึ่งชิ้น ยืนหยัดได้หลายแสนปีก็เหลือเฟือแล้ว
แต่เมื่อสูญเสียการส่งพลังงานพร้อมกันจากแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์หกชิ้น
ไป อาศัยเพียงแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ชิ้นเดียว เป็นการยากที่จะรักษาการ
ทำงานของสมบัติแห่งนิจนิรันดร์จำนวนมากขนาดนั้นพร้อมกันได้
“หืม?”
หลินหยวนก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสมบัติแห่งนิจนิรันดร์ด้าน
นอกเช่นกัน
“ไม่ต้องกังวล”
หลินหยวนเหลือบมองประมุขสำนักหลายท่าน
ในเมื่อรับเอาแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ห้าชิ้นของพวกเขามาแล้วหลินหยวน
ย่อมไม่รับมาเปล่าๆ
แม้ว่าตอนนี้อนุภาคส่วนหนึ่งในสิบส่วนสุดท้ายที่เหลืออยู่กำลังสร้างขึ้น
อย่างรวดเร็ว ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงมือของหลินหยวน
“ต่อไปมอบให้ข้า”
หลินหยวนก้าวออกไปก้าวหนึ่ง หายไปจากจุดเดิม
ยังไม่ทันที่ประมุขสำนักหลายท่านและผู้อาวุโสระดับสูงจำนวนมากจะทัน
ได้ตอบสนอง
โลกภายนอกก็ปรากฏร่างสูงตระหง่านเทียมฟ้าขึ้นร่างหนึ่ง
ที่
นิ่
หลินหยวนที่มีสีหน้าสงบนิ่งยืนอยู่ข้างโลกเร้นลับ โลกเร้นลับทีสร้างโดย
เหล่าจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ สูงเพียงแค่ข้อเท้าของหลินหยวนเท่านั้น
ขอบเขตพลังที่มองไม่เห็นแผ่ขยายออกมา กลายเป็นม่านพลังทีละชั้น
สกัดกั้นการโจมตีทีละครั้งของเทพมารโดยอัตโนมัติ
“คือสิ่งใด?”
“ท่านหยินเหอออกไปแล้วหรือ?”
ประมุขสำนักนิจนิรันดร์อู๋เลี่ยงและคนอื่นๆ งุนงงเล็กน้อย
หลินหยวนบอกว่ามีวิธีรับมือเทพมาร บวกกับการขอแหล่งกำเนิดนิจนิรัน
ดร์
ทำให้ประมุขสำนักหลายท่านคาดเดาไปโดยสัญชาตญาณว่าหลินหยวนน่า
จะได้รับสมบัติแห่งนิจนิรันดร์ที่มีพลังอำนาจแข็งแกร่งชิ้นหนึ่งมา
การขอแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ ก็เพื่อขับเคลื่อนสมบัติแห่งนิจนิรันดร์ชิ้นนี้
นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ประมุขสำนักหลายท่านเลือกที่จะฝากความหวังไว้
กับหลินหยวนในท้ายที่สุด
หากเป็นสมบัติแห่งนิจนิรันดร์ที่แข็งแกร่งอย่างสุดขั้วจริงๆภายใต้การส่ง
พลังงานจากแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ที่เพียงพอ ก็มีความหวังอันริบหรี่ที่จะ
ต้านทานเทพมารได้จริงๆ
แต่ตอนนี้เล่า?
หลินหยวนออกไปต้านทานเทพมารด้วยตนเองหรือ?
แม้ว่าหลินหยวนในตอนนี้จะสูงตระหง่านเทียมฟ้า กลิ่นอายกว้างใหญ่
ไพศาลลึกล้ำไร้ที่สิ้นสุดก็ตาม
แต่ศัตรูคือเทพมาร เทพมารที่เทียบเคียงกับจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ระดับ 13
ชี่
ชี่
ชี่
ที่
“ชี่ ชี่ ชี่~~” กระแสลมปราณสีดำตกลงบนม่านพลังที่หลินหยวนรวบรวม
ขึ้นก่อน
วิธีการโจมตีประเภทนี้ คือการที่เทพมารอาศัยความสามารถในการ
กัดกร่อนของไอมาร แล้วจึงโจมตีออกมาตามสัญชาตญาณ
พลังกัดกร่อนของกระแสลมปราณสีดำ แม้แต่สมบัติแห่งนิจนิรันดร์
ประเภทป้องกันก็ยากที่จะต้านทานได้เป็นเวลานาน ทำได้เพียงอาศัยวิธีการ
ของจ้าวเฮยคง ใช้หลุมดำวังวนดูดกลืนสลายไป
ดังนั้น
ม่านพลังที่หลินหยวนรวบรวมขึ้นจากจักรวาลภายนอกร่างกายเพิ่งจะ
สัมผัสกับกระแสลมปราณสีดำได้ไม่นาน ก็เริ่มดับสลายเป็นบริเวณกว้าง ถูก
กัดกร่อนจนเป็นรูขนาดใหญ่ทีละรู
เพียงแต่รากฐานจักรวาลภายในกายของหลินหยวนนั้นหนาแน่นทุกครั้งที่
ถูกกระแสลมปราณสีดำกัดกร่อนจนเป็นรู ก็จะถูกซ่อมแซมในชั่วพริบตา
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กระแสลมปราณสีดำและม่านพลังจักรวาลทีหลินหยวน
รวบรวมขึ้น เกิดสมดุลขึ้นชั่วคราว
ใต้ผืนฟ้า เทพมารที่เดิมทีกำลังโจมตีอย่างต่อเนื่อง ระบายความโกรธ
เกรี้ยวตามสัญชาตญาณ พลันหยุดลง ดวงตาว่างเปล่ามองไปยังหลินหยวน
นับตั้งแต่ภัยพิบัติมารมาเยือน จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ทั้งหมดถูกกักขัง เทพ
มารในฟ้าดินแห่งนี้ก็ไร้เทียมทานโดยสมบูรณ์ แม้แต่กลยุทธ์ที่เหล่าจ้าวแห่งนิจ
นิรันดร์ร่วมกันสร้างขึ้น—โลกเร้นลับ
ต่อหน้าเทพมารก็เป็นเพียงกระดองเต่าที่แข็งแกร่ง ทำได้เพียงรับการ
โจมตีฝ่ายเดียว
แต่ร่างสูงตระหง่านเทียมฟ้าเบื้องหน้านี้ คือสิ่งมีชีวิตแรกทีสามารถรับการ
โจมตีของมันครั้งหนึ่งได้โดยไม่ถอย
รื่
“เรื่องใดกัน?”
“ท่านหยินเหอรับไว้ได้หรือ?”
ภายในโลกเร้นลับ ประมุขสำนักหลายท่านตกใจอย่างมาก
พวกเขามองออกว่า วิธีการที่หลินหยวนต้านทานกระแสลมปราณสีดำซึ่ง
หน้านั้น ไม่ได้อาศัยสมบัติแห่งนิจนิรันดร์ใดๆ เลย
ม่านพลังจักรวาลภายนอกร่างกายที่สัมผัสกับกระแสลมปราณสีดำ ไม่นาน
ก็เริ่มดับสลายเป็นบริเวณกว้าง ถูกกัดกร่อนจนเป็นรูขนาดใหญ่ทีละรู
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สมบัติแห่งนิจนิรันดร์ กระแสลมปราณสีดำแม้จะ
สามารถกัดกร่อนสมบัติแห่งนิจนิรันดร์ได้ แต่ด้วยการป้องกันของสมบัติแห่งนิจ
นิรันดร์ อย่างน้อยที่สุดก็สามารถยืนหยัดได้ระยะหนึ่ง
เพิ่งจะสัมผัสได้ไม่นาน ก็ถูกกัดกร่อนแล้วหรือ?
ทำได้เพียงเป็นวิธีการที่หลินหยวนใช้ออกมาเท่านั้น
การฟื้นฟูอย่างรวดเร็วหลังจากถูกกัดกร่อน ก็เป็นการต่อกรซึ่งหน้ากับ
กระแสลมปราณสีดำเช่นกัน
“ท่านหยินเหอ สามารถต้านทานการโจมตีของเทพมารซึ่งหน้าได้หรือ?”
ยอดฝีมือทั้งหมดในโลกเร้นลับล้วนไม่อยากจะเชื่อ
เทพมารเทียบเคียงกับจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ระดับ 13
หลินหยวนสามารถต้านทานการโจมตีของเทพมารได้ครั้งหนึ่งหรือ
หมายความว่าสามารถต้านทานการโจมตีของจ้าวแห่งนิจนิรันดร์ได้ครั้งหนึ่ง?
ไม่ใช่จ้าวแห่งนิจนิรันดร์ แต่กลับสามารถต้านทานการโจมตีของจ้าวแห่ง
นิจนิรันดร์ซึ่งหน้าได้หรือ?
เป็นไปได้อย่างไร?
“พลังอำนาจแข็งแกร่งมาก ต้องใช้สุดกำลังจึงจะต้านทานได้” หลินหยวน
มองม่านพลังจักรวาลภายนอกร่างกายที่กำลังดับสลายและฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
สีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย
นับตั้งแต่ฟื้นฟูพลังสู่ระดับสูงสุด เขาก็ไม่ค่อยได้ลงมือสุดกำลังนัก ครั้ง
เดียวคือในห้วงทดสอบที่จ้าวอู๋ซานสร้างขึ้น ตอนนั้นเพื่อที่จะลงมือสุดกำลัง
ฟันดาบวิถีแห่งความโกลาหลไท่จี๋ออกไป
แต่นั่นเป็นเพียงกระบวนท่าสุดกำลังเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่การลงมือสุด
กำลัง บัดนี้หลินหยวนกำลังลงมือสุดกำลัง กระทั่งร่างจริงก็เปิดเผยออกมา
และเมื่อเทียบกับการฟันดาบสุดกำลังในห้วงทดสอบครานั้น พลังของหลิน
หยวนในตอนนี้ แข็งแกร่งกว่าตอนนั้นมากมายนับไม่ถ้วนเพียงใดเล่า?
“นี่คือวิธีการของเทพมารหรือ?” หลินหยวนมองเทพมาร ตั้งใจจะถ่วง
เวลา
ปัจจุบันแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์ห้าชิ้นกำลังถูกหลอมอย่างต่อเนื่อง ทุก
ขณะเวลาล้วนมีโลกอนุภาคจำนวนมากถูกสร้างขึ้น พลังของหลินหยวนเพิ่มสูง
ขึ้นอย่างรวดเร็ว ย่อมเตรียมพร้อมที่จะถ่วงเวลาจนกว่าจะสร้างโลกอนุภาค
เสร็จสมบูรณ์ค่อยว่ากัน
มีเพียงถึงเวลานั้น พลังของหลินหยวนจึงจะถึงขีดสุด มีความมั่นใจที่จะ
ต่อกรกับเทพมารได้
ส่วนตอนนี้เล่า?
ผ่านการโจมตีเมื่อครู่ หลินหยวนก็รู้ว่าตนเองในตอนนี้ ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ
เทพมาร
แน่นอนว่า การไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเทพมาร ไม่ได้หมายความว่าจะต้านทานไม่
ได้ ด้วยวิธีการของหลินหยวนในปัจจุบัน หากป้องกันสุดกำลัง ในเวลาอันสั้น
เทพมารก็ยากที่จะทำอะไรเขาได้
ตูม!
ชั่
ดี่
เทพมารพิจารณาหลินหยวนชั่วพริบตา พลันเขาเดี่ยวบนหน้าผากก็รวม
ตัวกันเป็นจุดสีดำอันลึกล้ำ
พลันยิงเข้าใส่หลินหยวน
“หืม?” หลินหยวนขมวดคิ้ว
เขาต้องการจะถ่วงเวลาไปจนกว่าตนเองจะสร้างโลกอนุภาคเสร็จสมบูรณ์
โดยสิ้นเชิง
แต่เทพมารไม่ใช่สิ่งมีชีวิตปกติ มันมีเพียงสัญชาตญาณ ย่อมไม่พูดจาไร้
สาระกับหลินหยวน
การหยุดมือชั่วครู่เมื่อครู่ ก็เพียงแค่ประหลาดใจกับการดำรงอยู่ของหลิน
หยวนเท่านั้น
“ชี่—”
จุดสีดำอันลึกล้ำทะลวงผ่านม่านพลังจักรวาลภายนอกร่างกายตกลงบน
ร่างของหลินหยวน
เมื่อเทียบกับการกัดกร่อนของกระแสลมปราณสีดำ จุดสีดำอันลึกล้ำที่ยิง
ออกมาจากเขาเดี่ยวของเทพมาร คือการโจมตีที่บริสุทธิ์
ม่านพลังจักรวาลภายนอกร่างกายไม่มีโอกาสแม้แต่จะฟื้นฟู ก็ถูกทะลวง
ผ่าน
ร่างของหลินหยวนถอยหลังไปหลายก้าวอย่างรุนแรง หน้าอกปรากฏ
บาดแผลขึ้น แต่ก็กำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
พลังศักดิ์สิทธิ์—เกิดใหม่จากหยดเลือด
วิชาลับช่วยชีวิตนี้ ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์นานมากแล้ว
“โชคดีที่ขอแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์มาเพิ่มอีกชิ้น” หลินหยวนต้านทานจุด
สีดำอันลึกล้ำของเทพมารไว้ได้ คิดในใจ
รั้
นี้
นื้
ขั้
ที่
การโจมตีครั้งนี้ เกือบจะทะลวงร่างเนื้อของหลินหยวนแล้ว ถึงขั้นที่ต้องใช้
วิธีการฟื้นฟูแล้ว
และเมื่อมีแหล่งกำเนิดนิจนิรันดร์อยู่ พลังศักดิ์สิทธิ์เกิดใหม่จากหยดเลือด
ย่อมสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากจะดับสลายร่างกายทั้งหมดของหลิน
หยวนได้ในชั่วพริบตา มิฉะนั้นก็จะไม่ตาย
หลินหยวนมองไปยังเทพมารอีกครั้ง
ตูม!
เพียงเห็นหางยักษ์สีดำสนิทด้านหลังของเทพมารสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับ
ฟ้าดินถล่ม ฟาดเข้าใส่หลินหยวน
ก่อนหน้านี้ภายในโลกเร้นลับ พลังอำนาจของหางยักษ์ด้านหลังของเทพ
มารก็รุนแรงที่สุดเช่นกัน เกือบจะฟาดจนโลกเร้นลับทั้งใบสั่นสะเทือนเล็กน้อย
“ปัง!” พลังอำนาจไร้ที่สิ้นสุดฟาดลงบนร่างเนื้อของหลินหยวน
หลินหยวนรวบรวมจักรวาลภายนอกร่างกาย ยกระดับการป้องกันให้สูงสุด
แม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าร่างเนื้อได้รับแรงกระแทก ผิว
ของโลกอนุภาคแต่ละโลกปรากฏรอยร้าวมากมาย
เพียงแต่ภายใต้การทำงานของ ‘เกิดใหม่จากหยดเลือด’ รอยร้าวทั้งหมดก็
กำลังฟื้นฟูหายไปอย่างรวดเร็ว
“ท่านหยินเหอ…”
โลกเร้นลับ ยอดฝีมือทุกคนในใจตกตะลึงอย่างหาที่เปรียบมิได้
หากกล่าวว่าการต้านทานการโจมตีของเทพมารครั้งหนึ่ง อาจเป็นเรื่อง
บังเอิญหรือโชคดี
เช่นนั้นบัดนี้ ท่านหยินเหอได้ต้านทานการโจมตีสามครั้งของเทพมารอย่าง
ต่อเนื่อง การโจมตีทั้งสามครั้งนี้คือสิ่งที่เทพมารใช้โจมตีโลกเร้นลับ ผลคือล้วน
ถูกต้านทานไว้ได้ทั้งหมด
นี้
ู
แม้ว่าท่านหยินเหอจะดูน่าสังเวชเล็กน้อยเพราะเหตุนี้ แต่ก็ทำให้ในใจของ
ประมุขสำนักหลายท่านเกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำแล้ว
“ชี่ ชี่ ชี่~”
“ตูม ตูม ตูม!!”
“ปัง ปัง ปัง!!!”
หลังจากนั้น เทพมารก็เริ่มการโจมตีรอบใหม่ต่อไป เริ่มด้วยกระแส
ลมปราณสีดำ ตามด้วยจุดสีดำอันลึกล้ำ สุดท้ายคือการฟาดของหางยักษ์ ล้วน
ตกลงบนร่างของหลินหยวน
หลินหยวนต้านทานเท่าที่จะทำได้ พยายามถ่ายเทพลังอย่างสุดความ
สามารถ ใช้ท่าทีป้องกันอย่างสมบูรณ์ ต้านทานการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าของ
เทพมาร
ขณะที่เทพมารโจมตี ก็กำลังมองลงมายังหลินหยวนจากเบื้องสูงดวงตา
ว่างเปล่าเผยแววสนใจเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับโลกเร้นลับที่เหมือนกระดองเต่า หลินหยวนในตอนนี้เห็นได้
ชัดว่าน่าสนใจกว่า อย่างน้อยขณะที่ต้านทานการโจมตีของมัน ก็จะมีการตอบ
สนองที่แตกต่างกันไปตามระดับความเสียหาย
เวลาผ่านไป
ไม่รู้ว่านานเท่าใด
ในขณะที่หางยักษ์ด้านหลังของเทพมารกำลังจะฟาดมายังหลินหยวนอีก
ครั้ง
มือยักษ์ข้างหนึ่งก็คว้าจับหางยักษ์ของเทพมารไว้ทันใด
ในขณะเดียวกัน หลินหยวนที่ต้านทานการโจมตีมาตลอด ก็ค่อยๆ ลุกขึ้น
ยืน
“ทุบตีพอหรือยัง?”
มือยักษ์ของหลินหยวนกำหางยักษ์แน่น กดข่มการต่อต้านอันถาโถมลง
อย่างง่ายดาย กลิ่นอายทั่วร่างแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ราวกับโลก
เม็ดทรายอนันต์นับไม่ถ้วนสั่นสะเทือนขานรับพร้อมกัน พลันดึงหางยักษ์ไป
ด้านหลังอย่างแรง
“ตาข้าแล้ว!”