สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 727 เห็นข้าดุจเห็นฟ้าคราม
ณ ปัจจุบัน ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลมีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ระดับ 13 อยู่เจ็ดตน
หากรวมกับตนที่กำลังจะทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาในตอนนีด้วย ก็จะ
เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแปดตน
“ว่าไปแล้ว มหาปราชญ์หลัวโหวผู้นี้สามารถทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลา
ได้ ก็เป็นเพราะเรา?” หลินหยวนคิดในใจ
สิ่งมีชีวิตที่กำลังจะทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาในขณะนี้ ก็คือมหา
ปราชญ์หลัวโหว
เมื่อไม่นานมานี้ หลินหยวนก็สัมผัสได้ถึงแนวโน้มที่มหาปราชญ์หลัวโหวจะ
ทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาแล้ว
นั่นเป็นข้อสรุปที่ได้มาโดยอาศัยการรับรู้จากศักดิ์ฐานะจ้าวสิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาตนอื่นไม่อาจทำได้
และการที่มหาปราชญ์หลัวโหวสามารถทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาได้
อย่างราบรื่นเช่นนี้ ก็เกี่ยวข้องกับการได้เห็นพลังอันน่าสะพรึงกลัวหลังจากที่
หลินหยวนลงมือ
เป็นเพราะเหตุนี้เอง มหาปราชญ์หลัวโหวจึงได้ละทิ้งความคิดทีจะพิสูจน์
‘นามไร้พ่าย’ ลง ทำให้สภาพจิตใจเปลี่ยนไป ความยึดติดมลายหายไป
แน่นอนว่า การทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลามีอิทธิพลจากความยึดติด
แต่ความยึดติดก็มิใช่ทั้งหมด ส่วนใหญ่ยังคงขึ้นอยู่กับว่าตนเองจะสามารถผ่าน
บททดสอบสุดท้ายภายในวังวนได้หรือไม่
ในชั่วพริบตาที่พื้นที่วังวนแห่งกาลเวลาเกิดการสั่นสะเทือน
สิ่
ทั้
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งเจ็ดตนในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลก็
สัมผัสได้เช่นกัน
“นี่คือ… ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลของเรากำเนิดสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาตนใหม่ขึ้นอีกแล้วรึ?”
“ฮ่าๆๆๆ นี่เป็นเรื่องดี เดิมทีข้ายังคิดว่าจะเป็นหยินเหอเสียอีก”
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งเจ็ดตนเผยรอยยิ้ม สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่อยู่ใน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลเดียวกัน ในอนาคตหลังจากการแตกดับครั้ง
ใหญ่และเข้าสู่ช่องว่างระหว่างมิติแล้วก็เป็นพันธมิตรกันโดยธรรมชาติ ยิ่งมีมาก
เท่าใดยิ่งดี
ท่านหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอีกเจ็ดตน ทิ้งเคล็ดวิชาสืบทอด
ของตนไว้ ก็มีความคิดที่จะบ่มเพาะระดับ 13 ตนใหม่ขึ้นมาเช่นกัน
“สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนใหม่นามว่า ‘หลัวโหว’ รึ? ข้าเคยสังเกตการณ์
เขามาก่อน โอกาสที่จะทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลานั้นต่ำมาก ไม่นึกว่า
สุดท้ายจะทะลวงผ่านได้จริงๆ”
น้ำเสียงของท่านหมัวซวีจวินเต็มไปด้วยความรู้สึก เขาเผยแพร่เคล็ดวิชา
สืบทอดทั้งเจ็ดของตน ทุกๆ ช่วงเวลาหนึ่งก็จะตื่นขึ้นมาดูครั้งหนึ่ง พร้อมกันนั้น
ก็ดูว่าในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลมีสิ่งมีชีวิตระดับมหาปราชญ์ที่น่าทึ่ง
หรือไม่
ก็ให้ความสนใจมหาปราชญ์หลัวโหวเช่นกัน เพียงแต่ตอนนั้นมหาปราชญ์
หลัวโหว ไม่ได้มีจุดใดโดดเด่น โอกาสที่จะทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาใน
อนาคตก็ต่ำมากเช่นกัน
ตามทฤษฎีแล้ว ทุกชีวิตล้วนมีความเป็นไปได้ที่จะทะลวงผ่านวังวนแห่ง
กาลเวลา แต่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมา สิ่งมี
ชีวิตที่สามารถทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาได้อย่างราบรื่นในท้ายที่สุด ก็มี
เพียงท่านหมัวซวีจวินและอีกเจ็ดตนเท่านั้น
ขึ้
นี้
“การกำเนิดระดับ 13 ตนใหม่ขึ้นในเวลาเช่นนี้ ก็เป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้
กับมิติความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่ ของพวกเราต่อไปเช่นกัน” สิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาที่มีศีรษะเป็นมนุษย์ร่างเป็นงูกล่าว
ในมิติเทียนเหอ หัวใจเทียนเหอกำลังจะก่อกำเนิดออกมา ส่วนเหล่าสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลาแห่งมิติความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่ ก็มาถึง
นานแล้ว และกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งเจ็ดตนของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอยู่
ทั้งสองฝ่ายอยู่ในภาวะตึงเครียด ต่างก็กำลังสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคต
อยู่ตลอดเวลา เพื่อเพิ่มโอกาสในการชิงหัวใจเทียนเหอ
ในเวลานี้ การที่ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลมีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งตน แม้จะเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่
สำหรับความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลแล้ว ก็ถือเป็นความช่วยเหลือในระดับ
หนึ่ง
อย่างน้อยก็สามารถทำให้ท่านหมัวซวีจวินและสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาอีก
เจ็ดตนลดแรงกดดันลงได้บ้าง สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทั้งเก้าตนของมิติความว่าง
เปล่าอันยิ่งใหญ่นั้นประมาทไม่ได้
“จริงด้วย” ท่านหมัวซวีจวินพยักหน้า
เดิมทีเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเจ็ดตนของความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหลเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเก้าตนของมิติความว่างเปล่าอัน
ยิ่งใหญ่ ตอนนี้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแปดตนเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาเก้าตน ช่องว่างลดลงไปอีกขั้น
“มิติความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่มีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนหนึ่งต้องการ
หัวใจเทียนเหอมาหล่อหลอมเสริมสร้างร่างกาย จึงได้เกิดความคิดที่จะแย่งชิง
หัวใจเทียนเหอขึ้นมา” ท่านหมัวซวีจวินคิดในใจ
หลายปีมานี้ พวกพระองค์ก็ได้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงที่มิติความว่างเปล่า
อันยิ่งใหญ่ต้องการแย่งชิงหัวใจเทียนเหอแล้ว
หัวใจเทียนเหอ นอกจากการหลอมรวมจะสามารถสัมผัสถึงการโคจร
ผันผวนของกฎเกณฑ์แห่งวิถีในมิติเทียนเหอได้แล้ว ตัวมันเองยังเป็นสมบัติ
วิเศษชิ้นหนึ่ง สามารถหล่อหลอมร่างกายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาที่เดินบนเส้นทางสายธาตุน้ำยิ่งมีความช่วยเหลือไม่น้อย
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนนั้นของมิติความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่การบ่มเพาะ
ร่างกายเกิดปัญหาซ่อนเร้นที่ไม่อาจย้อนกลับได้ ต้องการสมบัติวิเศษเช่นหัวใจ
เทียนเหอมาหล่อหลอมอย่างเร่งด่วน จึงได้ตั้งเป้าหมายมาที่มิติเทียนเหอ
พร้อมกับการพังทลายอย่างรวดเร็วของวังวนแห่งกาลเวลา ร่างหนึ่งก็ก้าว
ออกมาจากข้างในอย่างรวดเร็ว
“เรื่องราวมากมายนับแต่อดีตจวบปัจจุบัน ทะเลเปลี่ยนเป็นนาข้าว พลิก
ผันในพริบตา”
‘หลัวโหว’ ปรากฏตัว ณ จุดสูงสุดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
มองลงไปยังสรรพชีวิตไร้สิ้นสุด สีหน้าเผยความยินดีออกมาเล็กน้อย “ข้าหลัว
โหว ในที่สุดก็ทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาได้แล้ว”
‘หลัวโหว’ ในขณะนี้ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ก่อนทีจะทะลวงสู่
ระดับ 13 เขาโดยพื้นฐานแล้วไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก
นับแต่อดีตจวบปัจจุบันมีมหาปราชญ์ไร้พ่ายกี่ตน? สุดท้ายแล้วสามารถ
กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาได้มีเท่าใดกัน?
อีกทั้งตนเองมีเพียงพลังระดับมหาปราชญ์ไร้พ่าย แต่ไม่ได้กวาดล้างความ
ว่างเปล่าแห่งความโกลาหล เทียบไม่ได้กับเหล่ามหาปราชญ์ไร้พ่ายใน
ประวัติศาสตร์ ยิ่งไม่มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
แต่ตอนนั้นหลัวโหวได้เดินมาถึงขีดสุดแล้ว ฝึกฝนเคล็ดวิชาสืบทอดระดับ
13 ประเภทนั้นสำเร็จ ถือเป็นขีดจำกัดแล้ว ต่อไปมีเพียงการทะลวงสู่ระดับ 13
เท่านั้น
ฟู่
ริ่
หลังจากทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลา แก่นแท้ชีวิตของหลัวโหวเริ่มแปร
เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นก็สูดหายใจเข้าครั้งหนึ่ง
ฉับพลัน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทั้งมวลเริ่มสั่นสะเทือน
แดนต้นกำเนิดเปิดออกโดยสมบูรณ์ พลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหลอันไร้สิ้นสุด หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของหลัวโหว
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนับตั้งแต่เข้าใจกฎแห่งเวลาเป็นต้นมา
ทุกครั้งที่ทะลวงผ่านขอบเขตใหญ่ ก็จะทำให้เกิดการหลั่งไหลของพลังต้น
กำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
จากระดับ 11 ถึงระดับ 12 ก็เป็นเช่นนี้ จากระดับ 12 ถึงระดับ 13 ก็เป็น
เช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างหลัง เป็นการแปรเปลี่ยนสู่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
พลังต้นกำเนิดเกือบครึ่งหนึ่งของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลกำลังหลั่ง
ไหลลงมา
“นี่คือสิ่งใด?”
“ปรากฏการณ์ผิดธรรมชาตินี้ คือปรากฏการณ์ของการก้าวเข้าสู่สิ่งมีชีวิต
แห่งกาลเวลาระดับ 13 ”
“การหลั่งไหลของพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลใน
ขอบเขตกว้างขวางเช่นนี้ จะปรากฏขึ้นก็ต่อเมื่อกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาเท่านั้น”
เหล่ามหาปราชญ์แห่งความโกลาหล มหาปราชญ์ไร้เทียมทานทีละคนๆ
ต่างมองดูฉากเบื้องหน้านี้ด้วยความตกตะลึง
หากกล่าวว่าแต่ละยุคสมัยยังไม่อาจกำเนิดมหาปราชญ์ไร้พ่ายได้สักตน
หนึ่ง เช่นนั้นแล้วสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา? ยิ่งหายากถึงขีดสุด
ตั้
ขึ้
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนับตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมา มหาปราชญ์ไร้
พ่ายก็ปรากฏตัวขึ้นหลายหมื่นหลายแสนตน แต่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา? มีเพียง
เจ็ดตน
มหาปราชญ์ไร้เทียมทานจำนวนมากตลอดทั้งชีวิต ก็ยังไม่เคยได้พบมหา
ปราชญ์ไร้พ่ายสักตนหนึ่ง ส่วนสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา? อย่าว่าแต่สิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาที่เพิ่งกำเนิดใหม่ ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่มีอยู่แล้วก็ยังไม่
เคยได้พบ
“ผู้ใดกันที่กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา? มหาปราชญ์หยินเหอรึ?” มี
มหาปราชญ์ไร้เทียมทานอดไม่ได้ที่จะคาดเดาในใจ
“มิใช่มหาปราชญ์หยินเหอ ข้ากับมหาปราชญ์หยินเหอมีความเชื่อมโยง
ทางเหตุและผล ผู้ที่กำลังแปรเปลี่ยนสู่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาในขณะนี้มิใช่มหา
ปราชญ์หยินเหอ”
มีมหาปราชญ์ไร้เทียมทานเอ่ยปาก เขาเคยเดินทางไปยังทวีปแห่งความ
โกลาหลหยินเหอ เยี่ยมเยียนหลินหยวน ทั้งสองมีความเชื่อมโยงทางเหตุและ
ผล สามารถยืนยันได้ว่าสิ่งมีชีวิตที่กำลังก้าวเข้าสู่ระดับ 13 มิใช่หลินหยวน
“มิใช่มหาปราชญ์หยินเหอ เช่นนั้นก็คงเป็นเฒ่าเก็บตัวตนใดตนหนึ่ง”
“คาดว่าคงเป็นเช่นนั้น”
“ไม่รู้ว่ามหาปราชญ์หยินเหอจะก้าวเข้าสู่ระดับ 13 เมื่อใด”
“เฮะๆ แม้มหาปราชญ์หยินเหอจะแข็งแกร่ง แต่สุดท้ายจะสามารถกลาย
เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาได้หรือไม่ ก็ยังบอกไม่ได้แน่”
“ใช่ ต่อให้เป็นมหาปราชญ์ไร้พ่ายที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วจะ
อย่างไร? มหาปราชญ์ไร้พ่ายที่แข็งแกร่งที่สุดก่อนหน้ามหาปราชญ์หยินเหอ
สุดท้ายได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาหรือไม่?”
เหล่ามหาปราชญ์ถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน นับตั้งแต่หลินหยวนปรากฏตัว
ขึ้นมาอย่างกะทันหัน กดดันจนมหาปราชญ์ทั้งหมดในยุคปัจจุบันหายใจไม่ทั่ว
นี้
สิ่
ขึ้
นี้
ท้อง บัดนี้มีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาตนใหม่กำเนิดขึ้น เหล่ามหาปราชญ์เหล่านี้ใน
ที่สุดก็เริ่มเปรียบเทียบกันอีกครั้ง
ท่านหยินเหอมิใช่ได้ชื่อว่าเป็นมหาปราชญ์ไร้พ่ายที่แข็งแกร่งที่สุดใน
ประวัติศาสตร์หรอกรึ?
แต่สุดท้ายจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับ 13 กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ได้เหมือนมหาปราชญ์ไร้เทียมทานผู้นี้หรือไม่?
หากไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ต่อให้พลังแข็งแกร่งเพียงใดก็เป็น
เพียงภาพลวงตา จะถูกนำเข้าไปจมอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลาชั่วนิจนิรันดร์
เท่านั้น
“นี่คือสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลารึ?”
หลัวโหวที่เพิ่งก้าวขึ้นสู่ระดับ 13 สัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
พลังต้นกำเนิดเกือบครึ่งหนึ่งของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลหลั่งไหลเข้า
มา ทุกชั่วขณะพลังของเขากำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อแก่นแท้ชีวิตยกระดับสูงขึ้นถึงระดับหนึ่ง หลัวโหวก็ก้มหน้ามองลงไป
เห็นเส้นเวลาทีละเส้นคลี่ออกแผ่ขยายอย่างรางเลือน
“ยังไม่ค่อยคุ้นเคยนัก”
หลัวโหวพบว่าตนเองมองดูเส้นเวลาได้ค่อนข้างลำบาก ก็ไม่ได้รู้สึกแปลก
ใจอะไร สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่เพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่ แม้แต่พลังยังควบคุมได้ไม่
สมบูรณ์ การมองดูเส้นเวลาอนาคตรึ? ย่อมไม่คุ้นเคยเป็นธรรมดา
ก็เหมือนกับทารกแรกเกิด ไม่สามารถเดินวิ่งได้ แม้การเดินวิ่งจะเป็น
สัญชาตญาณ แต่เพิ่งเกิด พลังยังไม่เติบโตถึง จะเดินได้อย่างไร
หลัวโหวในขณะนี้ก็เป็นเช่นนี้ การมองดูเส้นเวลาสำหรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาแล้ว ก็คือสัญชาตญาณ แต่สัญชาตญาณก็ต้องค่อยๆ คุ้นเคยเช่นกัน
เป็นเวลานานหลังจากนั้น
ลั่
การหลั่งไหลของพลังต้นกำเนิดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
ค่อยๆ สิ้นสุดลง
หลัวโหวไม่ได้เก็บตัวเพื่อย่อยสลายพลังต้นกำเนิดที่สะสมอยู่ในร่างทันที
แต่ความคิดไหววูบ ก้มหน้ามองไปยังที่ต่างๆ ในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล
“มหาปราชญ์หยินเหอ…”
ในใจของหลัวโหวบังเกิดความคิดที่อยากจะพบมหาปราชญ์หยินเหอขึ้นมา
ความคิดนี้รุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
มิใช่ว่ามีความคิดร้ายอะไร อยากจะแก้แค้นอะไรทำนองนั้น แต่เป็นเพียง
ความต้องการที่จะพบหน้าเท่านั้น
ในขณะนี้หลัวโหวก็ตระหนักได้เช่นกันว่า การที่ตนเองสามารถทะลวงผ่าน
วังวนแห่งกาลเวลาได้อย่างราบรื่นเช่นนี้ ก็เกี่ยวข้องกับมหาปราชญ์หยินเหอ
หากมิใช่มหาปราชญ์หยินเหอลงมือ ทุบทำลายความยึดติดที่จะพิสูจน์
‘นามไร้พ่าย’ ของตนเอง ด่านสุดท้ายในวังวนแห่งกาลเวลาของตนเองนั้น ก็ไม่
แน่ว่าจะสามารถทนฝืนผ่านมาได้จริงๆ
หากทนฝืนผ่านไปไม่ได้ ยิ่งยืดเยื้อนานวัน โอกาสที่จะทะลวงผ่านวังวน
แห่งกาลเวลาก็ย่อมต่ำลงโดยธรรมชาติ
“ตอนนี้ข้าเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแล้ว แม้จะเพิ่งก้าวขึ้นมาใหม่ ก็ไม่ถึง
กับต้องหวาดกลัวสิ่งมีชีวิตระดับ 12 เพียงตนเดียว”
หลัวโหวมีความมั่นใจในใจอย่างมาก ในฐานะสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่เพิ่ง
ก้าวขึ้นมาใหม่ ถึงแม้ตอนนี้พลังของเขายังไม่มั่นคงแม้แต่การสังเกตการณ์เส้น
เวลายังติดๆ ขัดๆ
แต่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาก็คือสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ต่อให้เป็นพลังเพียง
หนึ่งในร้อยล้านส่วน ก็สามารถบดขยี้มหาปราชญ์ไร้พ่ายได้ นี่คือความแตกต่าง
ของแก่นแท้ชีวิต
“อยู่ที่นั่น…”
หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับ 13 หลัวโหวมีความเข้าใจในเต๋าแห่งเหตุและผล
ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อาศัยเหตุและผลกับมหาปราชญ์หยินเหอ ก็สามารถระบุตำแหน่ง
ของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่า นี่ก็เกี่ยวข้องกับการที่หลินหยวนไม่ได้จงใจปกปิดเหตุและผล
ของตนเองด้วย
ฟุ่บ!
วินาทีต่อมา
ร่างของหลัวโหวหายไป
ปรากฏตัวขึ้นในความว่างเปล่าอันรกร้างแห่งหนึ่ง
“หยินเหอ…”
หลัวโหวหันไปมองข้างหน้า
เพียงเห็นหลินหยวนยืนกอดอกอยู่กลางความว่างเปล่า กำลังมองเขาด้วย
รอยยิ้ม ราวกับเตรียมพร้อมสำหรับการมาถึงของเขาไว้นานแล้ว
สิ่งนี้ทำให้หลัวโหวตกใจในใจ ในขณะที่เผชิญหน้ากับหลินหยวนโดยตรง
เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันไพศาลที่แฝงอยู่ในร่างของมหาปราชญ์หยินเหอผู้นี้ พลัง
อันไพศาลที่แม้แต่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเช่นเขาก็ยังเทียบไม่ได้
นอกจากนี้ หลัวโหวพยายามสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตของหลินหยวน
โดยสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่ามันไม่ใช่แค่ติดๆ ขัดๆแต่เป็นความมัวเลือนว่าง
เปล่า
“หลัวโหว ยินดีด้วยที่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา”
ยิ้
หลินหยวนมองหลัวโหวพลางยิ้ม
“เจ้า…”
ในใจของหลัวโหวกลับรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง เขาสามารถยืนยันได้ว่าหลิน
หยวนมิใช่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
แต่มิใช่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา เหตุใดจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?
“ระหว่างเจ้ากับข้าไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบ”
หลินหยวนเหลือบมองหลัวโหวแวบหนึ่ง
“หากเจ้าไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ก็เพียงรู้สึกว่าข้าเป็นมหาปราชญ์
ไร้พ่ายที่แข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย เห็นข้าดุจเงยหน้ามองจันทร์”
“แต่เมื่อเจ้าได้เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา เจ้าจักเห็นข้าดุจเห็นฟ้าคราม”