สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 731 ‘โปรแกรมช่วยเล่น’
ผมขอเปลี่ยนจาก ลัทธิบัวแดง เป็นนิกายบัวแดงนะครับ เจ้านิกาย เป็น
ประมุขด้วยงับบ
รับชมให้สนุกน้าาาาา
…………
“นายน้อย ท่านตื่นแล้วหรือ?”
ขณะที่หลินหยวนกำลังครุ่นคิด เสียงประหลาดใจก็ดังขึ้นข้างหู
หลินหยวนเงยหน้าขึ้นมอง ชายชราหลังค่อมเล็กน้อยคนหนึ่งกำลังมอง
ตนเองด้วยความประหลาดใจอย่างเต็มเปี่ยม
ผมสีดอกเลาของชายชราหลังค่อมยุ่งเหยิงผิดปกติ ดวงตาเต็มไปด้วย
เส้นเลือดฝอย เห็นได้ชัดว่าไม่ได้พักผ่อนมานาน แต่ทั่วทั้งร่างกลับแผ่กลิ่นอาย
เย็นยะเยือกออกมา ราวกับอสรพิษร้ายที่เลือกคนกัดกิน
เพียงแต่ในสายตาที่ชายชราหลังค่อมมองมายังหลินหยวน กลับไม่มีความ
เย็นยะเยือกใด ๆ แต่เต็มไปด้วยความยินดี
“ท่านสาม”
หลินหยวนพยักหน้าให้ชายชราหลังค่อม
ชายชราหลังค่อมตามชื่อแล้วคือบ่าวเก่าของบิดาหลินหยวน ซึ่งก็คือ
ประมุขนิกายบัวแดง
อันที่จริงความสัมพันธ์ของทั้งสองลึกซึ้งนัก โดยส่วนตัวแล้วเรียกขานกัน
ฉันพี่น้อง หลินหยวนยิ่งเรียกชายชราหลังค่อมว่า ‘ท่านสาม’
รั้
นี้ที่
ครั้งนี้ที่หลินหยวนสามารถหนีรอดจากการล้อมปราบของกองทัพราช
สำนักได้ นอกจากบิดาของร่างเดิมจะดึงดูดความสนใจส่วนใหญ่ไปแล้ว
ก็ยังเป็นผลมาจากการที่ชายชราหลังค่อมลงมือช่วยชีวิตอย่างสุดกำลัง
สุดท้ายยิ่งใช้ตนเองเป็นเหยื่อ ล่อกองทหารไล่ตามของราชสำนักออกไปโดย
สมัครใจ
หากไม่มีชายชราหลังค่อม ร่างเดิมโดยพื้นฐานแล้วไม่มีทางตื่นขึ้นมาได้
“นายน้อย ท่านประมุขสิ้นแล้ว”
สายตาของชายชราหลังค่อมเต็มไปด้วยความโศกเศร้า กล่าวเสียงต่ำ
“อืม”
หลินหยวนพยักหน้า
สีหน้าก็ค่อนข้างหนักอึ้งเช่นกัน
เมื่อประมุขนิกายบัวแดงตาย เป้าหมายการไล่ล่าของราชสำนักต่อไป ก็จะ
ตกอยู่ที่เขาโดยสมบูรณ์
ต่อให้มีชายชราหลังค่อมคุ้มครองอย่างสุดชีวิต ต่อไปการต้องการมีชีวิต
รอด ก็ย่อมไม่ง่ายดายอย่างแน่นอน
“แต่มีข้าอยู่ นายน้อยโปรดวางใจ”
ชายชราหลังค่อมกล่าวอย่างเคร่งขรึม: “ต่อให้ข้าต้องตาย ย่อมต้องตาย
ก่อนนายน้อย”
“อย่าพูดจาเหลวไหลเช่นนี้เลย”
หลินหยวนส่ายหน้า ถามว่า: “ต่อไปท่านคิดจะทำอย่างไร?”
เมื่อเทียบกับร่างเดิมแล้ว ชายชราหลังค่อมย่อมมีประสบการณ์มากกว่า
อย่างแน่นอน
ที่
“ข้าคิดจะพานายน้อยไปเข้าร่วมกับสาขาย่อยยงโจวของนิกายบัวแดง ที่
นั่นน่าจะยังปลอดภัยอยู่ ราชสำนักคงไล่ตามไปไม่ถึงชั่วคราว”
ชายชราหลังค่อมกล่าวเสียงทุ้ม
“สาขาย่อยยงโจวของนิกายบัวแดงรึ?”
หลินหยวนพยักหน้าเล็กน้อย
ในความทรงจำของเขา เจ้าสาขาย่อยของสาขานี้ ภักดีต่อบิดาอย่างที่สุด
บัดนี้ประมุขนิกายบัวแดงตายในการล้อมปราบของราชสำนักเหล่าสาวก
นิกายบัวแดงต่างตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
ในเวลานี้การไปเข้าร่วมกับสาขาย่อยยงโจว นับเป็นทางเลือกที่ดีอย่าง
แท้จริง
“เช่นนั้นนายน้อยพักผ่อนสักครู่ก่อน รอฟ้ามืดแล้วพวกเราค่อยออกเดิน
ทาง”
ชายชราหลังค่อมกล่าวจบ ก็ลุกขึ้นจากไป เขายังต้องตรวจตราบริเวณโดย
รอบ ป้องกันกองทหารไล่ตามเข้ามาใกล้
มองดูชายชราหลังค่อมหายไป
หลินหยวนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
เริ่มสำรวจตนเอง
“บรรพชนวรยุทธ์”
“บรรพชนวรยุทธ์”
“บรรพชนวรยุทธ์”
เสียงเรียกขานแผ่วเบาทีละเสียงดังแว่วมา
นี้
“เสียงเรียกขานเหล่านี้ มาจากผู้บ่มเพาะหรือบำเพ็ญเพียรทีฝึกฝนเส้นทาง
วิวัฒนาการวรยุทธ์? ตอนนี้พวกเขาได้ก่อตัวเป็น ‘ป้ายบอกทาง’ ที่มั่นคงแล้ว
ทำให้เรารู้ได้อย่างชัดเจนว่าขณะนี้อยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา?”
หลินหยวนใจสงบลง
อันที่จริง หากไม่มีเสียงเรียกขานที่เหมือนมีเหมือนไม่มีเหล่านี้ ผู้บรรลุ
ขอบเขตโกลาหลขั้นสมบูรณ์แบบบางส่วนเมื่อติดอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา สูญ
เสียพลังทั้งหมดไป สูญเสียความเข้าใจในกฎเกณฑ์แห่งเต๋าไป(วิถี) ก็มีความ
เป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะเกิดภัยพิบัติจากการหลงทาง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวังวนแรกสิ้นสุดลง เริ่มต้นวังวนที่สองความทรงจำ
ที่เกี่ยวข้องกับวังวนแรกถูกลบไป ไม่มี ‘ป้ายบอกทาง’ หรือ ‘สมอ’ จากภายนอก
มายืนยัน โดยพื้นฐานแล้วก็จะเริ่มการวนซ้ำที่ไม่สิ้นสุด
และบัดนี้ อย่างน้อยหลินหยวนก็สามารถยืนยันได้ผ่านเสียงเรียกขานพร่า
เลือนจากภายนอกเหล่านี้ ว่าสิ่งที่ตนเองกำลังประสบอยู่ตอนนี้ยังคงเป็นวังวน
แรก
ยืนยันจุดนี้ได้
หลินหยวนก็แบ่งจิตสำนึกส่วนหนึ่งจมดิ่งลงสู่ส่วนลึกของจิตใจทันที
ในส่วนลึกของจิตใจที่ว่างเปล่า ประตูสู่ภพหมื่นอันโอ่อ่าตระหง่านตั้ง
ตระหง่านอยู่ที่นั่น
“เป็นไปตามคาด แม้แต่วังวนแห่งกาลเวลาก็ไม่อาจขัดขวางการเชื่อมต่อ
ระหว่างประตูสู่ภพหมื่นกับเราได้”
หลินหยวนใจผ่อนคลายลง
วังวนแห่งกาลเวลาขัดขวางทุกสิ่ง ปัจจุบันมีเพียงการเผยแพร่เส้นทาง
วิวัฒนาการของตนเองเท่านั้น จึงจะสามารถติดต่อกับสิ่งมีชีวิตภายในวังวนได้
อย่างยากลำบาก ตัวอย่างเช่นเสียงเรียกขานพร่าเลือนที่หลินหยวนได้ยิน
นี้
ที่
สิ่
นอกเหนือจากนี้ ไม่มีวิธีการใดที่จะสามารถติดต่อกับสิ่งมีชีวิตภายในวังวน
แห่งกาลเวลาได้เลย
แต่ประตูสู่ภพหมื่นเห็นได้ชัดว่าไม่ได้อยู่ในข่ายนี้
หลินหยวนยังคงสามารถมองเห็นประตูสู่ภพหมื่นในส่วนลึกของจิตใจได้
และเมื่อเทียบกับเสียงเรียกขานพร่าเลือนแล้ว ประตูสู่ภพหมื่นไม่เคย
ปรากฏความลวงตาใด ๆ เลย
ราวกับว่าไม่มีความแตกต่างใด ๆ ระหว่างการอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา
และการอยู่นอกวังวนแห่งกาลเวลาเลย
“ลองดูว่าพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตจะใช้ได้หรือไม่”
หลินหยวนเริ่มลอง
ในชั่วพริบตา ประตูสู่ภพหมื่นก็เริ่มส่องแสงอย่างเลือนราง
กลิ่นอายลึกลับทีละสายไหลเวียน ต้องการจุติลงมายังโลกแห่งวังวนนี้
“ใช้ได้”
หลินหยวนพยักหน้า ในใจปรากฏความคิดขึ้นอีกครั้ง——
สังหารฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าเฟิ่ง
พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต คือพลังอันทรงอานุภาพชนิดเดียวที่หลิน
หยวนเคยสัมผัสมา
ตามทฤษฎีแล้ว หลินหยวนสามารถอาศัยพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต
ทำทุกสิ่งทุกอย่างได้
รวมถึงการสังหารสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาโดยสิ้นเชิง
งื่
ที่นี้
แน่นอนว่า เงื่อนไขในที่นี้คือ ปริมาณของพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต
ต้องมีมากพอ
ภายใต้พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตในปริมาณที่มากพอ อย่าว่าแต่การ
สังหารสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาโดยสิ้นเชิงเลย ต่อให้เป็นการสังหารจ้าวแห่งกาล
เวลาโดยสิ้นเชิง ก็สามารถทำได้
เพียงแต่พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตที่ต้องใช้ในการสังหารจ้าวแห่งกาล
เวลาโดยสิ้นเชิง คาดว่าคงจะมากมายดุจภูเขาและทะเลเกินกว่าการสะสมใน
ปัจจุบันของหลินหยวนไปมาก
ต่อให้เป็นการสังหารสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาโดยสิ้นเชิง พลังต้นกำเนิด
ทำลายขอบเขตที่หลินหยวนสะสมไว้ในปัจจุบันก็ยังไม่เพียงพอ
เพียงแต่บัดนี้ สิ่งที่หลินหยวนต้องการสังหารไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ระดับ 13
แต่เป็นปุถุชนคนหนึ่งในโลกใบนี้ อย่างเก่งก็คือปรมาจารย์ฟ้าแห่งเต๋า
ไม่น่าจะสิ้นเปลืองพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตมากนัก
หึ่งๆ~ ประตูสู่ภพหมื่นมีกลิ่นอายลึกลับไหลเวียนอย่างต่อเนื่องในไม่ช้าก็มี
ข้อมูลหนึ่งส่งเข้ามาในสมองของหลินหยวน
“พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต 4 ล้านสาย”
สีหน้าของหลินหยวนน่าเกลียด “มากขนาดนี้เลย?”
การสังหารเพียงปุถุชนคนหนึ่ง กลับต้องสิ้นเปลืองพลังต้นกำเนิดทำลาย
ขอบเขตมากถึงเพียงนี้รึ?
“เป็นเพราะปุถุชนคนนี้ไม่ธรรมดา หรือเป็นเพราะวังวนแห่งกาลเวลาขัด
ขวาง? ทำให้ราคาที่ต้องจ่ายในการสังหารเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก?”
หลินหยวนคิดอย่างรวดเร็วในใจ
ทั้
ที่
พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตทั้งหมดที่เขาสะสมมาจนถึงบัดนีรวมกัน ก็
เพิ่งจะเกิน 4 ล้านสายมาเล็กน้อยเท่านั้น
ในจำนวนนี้รวมถึงการประสบกับการแตกดับครั้งใหญ่ของจักรวาลหนึ่ง
ครั้ง ดูดซับการสะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตปริมาณมหาศาล
หากไม่ประสบกับการแตกดับครั้งใหญ่ของจักรวาล คาดว่าคงต้องใช้เวลา
เป็นล้านปีสิบล้านปี จึงจะสามารถสะสมพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตได้มาก
ถึงเพียงนี้
“รอไปก่อน”
หลินหยวนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้เลือกที่จะใช้สมบัติพลังต้นกำเนิดทำลาย
ขอบเขตทั้งหมดไปสังหารฮ่องเต้ต้าเฟิ่งในทันที
พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตในประตูสู่ภพหมื่น คือไพ่ตายและรากฐาน
สุดท้ายของหลินหยวน ย่อมต้องไม่ใช้หากไม่จำเป็นอย่างแน่นอน ในช่วงเวลา
สำคัญคือใช้เพื่อช่วยชีวิต
ส่วนวังวนแห่งกาลเวลา?
ต่อให้ไม่พึ่งพาประตูสู่ภพหมื่น เขาหลินหยวนจะไม่สามารถผ่านพ้นไปได้?
ต่อให้ผ่านพ้นไปไม่ได้จริงๆ ก็ต้องรอจนถึงวินาทีสุดท้ายจึงจะใช้
อย่างน้อยตอนนี้ หลินหยวนก็สามารถมองเห็นความเป็นไปได้ทีจะสังหาร
ฮ่องเต้ต้าเฟิ่งด้วยตนเองได้
“ด้วยรากฐานของเรา โอกาสที่จะทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาย่อมสูง
กว่าผู้บรรลุขอบเขตโกลาหลระดับ 12 ตนอื่น ๆ อย่างมากอยู่แล้ว”
หลินหยวนมีความมั่นใจนี้
พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตในประตูสู่ภพหมื่น ทำได้เพียงใช้เป็นวิธีการ
สุดท้ายเท่านั้น
เว้นแต่ตนเองจะทะลวงผ่านวังวนแห่งกาลเวลาไม่ได้จริงๆ จึงจะนำออกมา
ใช้
และตอนนี้?
หลินหยวนคิดจะลองใช้วิธีการของตนเอง เพื่อทะลวงผ่านวังวนแห่งกาล
เวลาที่กักขังตนเองอยู่
“อักขระ…”
หลินหยวนเกิดความคิดขึ้น อักขระที่เล็กละเอียดอย่างหาทีเปรียบมิได้ทีละ
ตัวๆ ก็รวมตัวกันสานต่อกันอยู่เบื้องหน้า
ในฐานะที่เป็นมรดกที่จ้าวแห่งกาลเวลาทิ้งไว้ ฝึกฝนจนถึงขอบเขตสุดท้าย
แม้จะอยู่ในวังวนแห่งกาลเวลา ก็สามารถใช้งานได้ทำลายกฎเกณฑ์ของวังวน
แห่งกาลเวลาได้ในระดับหนึ่ง
“ถูกกดข่ม”
หลินหยวนมองดูอักขระทีละตัวๆ เบื้องหน้า เขาสามารถสัมผัสได้ว่า เต๋า
แห่งอักขระถูกกดข่ม(วิถีแห่งอักขระ)
แต่เรื่องนี้ก็อยู่ในความคาดหมายของหลินหยวนอยู่แล้ว กระทั่งจ้าวเทียนก
วงก็เคยเตือนไว้แล้ว
การฝึกฝนมรดกอักขระจนถึงระดับที่ 5 สามารถใช้อักขระในวังวนแห่งกาล
เวลาได้จริง แต่ย่อมต้องถูกจำกัดมากมายอย่างแน่นอน
แต่เมื่อเทียบกับผู้บรรลุขอบเขตโกลาหลระดับ 12 ตนอื่น ๆ ที่ไม่สามารถ
ใช้วิธีการใด ๆ ได้เลยแม้แต่น้อยในวังวนแห่งกาลเวลา การสามารถใช้อักขระได้
เล็กน้อย ก็ถือเป็นการ ‘เปิดโปรแกรมช่วยเล่น’ แล้ว
“อนาคต…”
หลินหยวนลองใช้อักขระทีละตัวๆ เบื้องหน้า สังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคต
ของโลกวังวนแห่งกาลเวลานี้
หึ่
นื่
นื่
หึ่งๆๆๆ~ อักขระจำนวนมากสานต่อกันปะทะกันอย่างต่อเนื่องเนื่องจาก
ถูกกดข่มอย่างหนักจากโลกแห่งวังวน ทำให้หลินหยวนแทบจะมองไม่เห็นภาพ
ในอนาคต ทำได้เพียงรับข้อมูลเล็กน้อยจากอนาคตเท่านั้น
อีกทั้งข้อมูลเหล่านี้ ยังอยู่ในรูปแบบตัวอักษร ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา
ในสายตาของหลินหยวน ตัวอักษรลวงตาเป็นแถวๆ สาดส่องผ่านไปอย่าง
ต่อเนื่อง
[อายุสิบแปดปี เจ้าประสบกับการไล่ล่าของราชสำนัก หลบซ่อนตัวอยู่ใน
ภูเขาลึก ภายใต้การขัดขวางของท่านสาม จึงรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด]
[หนึ่งวันต่อมา เจ้ากับท่านสามออกเดินทางไปยังยงโจว คิดจะไปเข้าร่วม
กับสาขาย่อยยงโจว]
[ครึ่งเดือนต่อมา เจ้ากับท่านสามเดินทางถึงยงโจวได้อย่างราบรื่น]
[เจ้าสาขาย่อยนิกายบัวแดงยงโจวให้การต้อนรับเจ้าอย่างอบอุ่น]
[หนึ่งเดือนต่อมา เจ้าสาขาย่อยนิกายบัวแดงยงโจวร่วมมือกับราชสำนักทั้ง
ภายในและภายนอก ลงมือล้อมสังหารเจ้า]
[ท่านสามของเจ้าตายในการต่อสู้ เจ้าหนีออกมาได้]
[หนึ่งปีต่อมา เจ้าตายด้วยน้ำมือของปรมาจารย์ฟ้าแห่งเต๋าสามคน]
ตัวอักษรเป็นแถวๆ สาดส่องผ่านไป
หลินหยวนมองเห็นเส้นเวลาอนาคตเส้นหนึ่งของตนเองโดยคร่าว
“เจ้าสาขาย่อยยงโจวกลับเข้าร่วมกับราชสำนักไปแล้ว?”
หลินหยวนขมวดคิ้วแน่น เสียแรงที่ท่านสามเชื่อใจเจ้าสาขาย่อยยงโจวอ
ย่างยิ่ง ร่างเดิมก็มีความประทับใจต่ออีกฝ่ายดีมาก
“ท่านประมุขสิ้นชีพ ราชสำนักมีอำนาจแข็งแกร่ง ก็เป็นเรื่องปกติ”
นึ่
หลินหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พยักหน้าเล็กน้อย
จากนั้นก็สังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตทีละเส้นต่อไป
แน่นอนว่าเป็นรูปแบบตัวอักษร
ผ่านไปค่อนวัน
หลินหยวนหยุดลง นวดขมับ
ภายใต้การกดข่มอย่างหนักของโลกวังวนแห่งกาลเวลา
เวลาค่อนวันเขาก็สังเกตการณ์เส้นเวลาไปแล้วกว่าพันเส้น
ในที่สุดก็พบเส้นเวลาเส้นหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุด
“ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าถึงเต๋า กลายเป็นผู้เข้าถึงเต๋า”
หลินหยวนสงบสติลง ในเส้นเวลาอนาคตจำนวนมากทีสังเกตการณ์ได้
พลังของตนเองยิ่งแข็งแกร่ง สถานการณ์ทีเผชิญหน้าก็จะยิ่งผ่อนคลายมากขึ้น
“เข้าถึงเต๋า ใช้พลังจิตใจเป็นสื่อกลาง ชักนำพลังฟ้าดิน…”
ในสมองของหลินหยวนนึกถึงเคล็ดวิชาลับเข้าถึงเต๋าของนิกายบัวแดง
อันที่จริง ขั้นตอนแรกของเคล็ดวิชาลับเข้าถึงเต๋าทั้งหมดในใต้หล้า โดยพื้น
ฐานแล้วคล้ายคลึงกัน
สำหรับผู้ที่มีตัวตนเช่นหลินหยวนแล้ว การเข้าถึงเต๋านั้นง่ายดายอย่างหาที่
เปรียบมิได้
ตูม!
พร้อมกับการที่หลินหยวนแผ่พลังจิตใจออกไปอย่างต่อเนื่อง
สี่
ริ่
พลังฟ้าดินจากสี่ทิศแปดทางเริ่มรวมตัวกันอย่างช้าๆ ไหลเข้าสู่ร่างของ
หลินหยวน
ไกลออกไป
ชายชราหลังค่อม ‘ท่านสาม’ กำลังตรวจตราอย่างระแวดระวังตรวจสอบ
ร่องรอยทุกอย่างอย่างละเอียด
ในเวลานี้เอง
จิตใจของชายชราหลังค่อมสั่นสะท้าน เขามองกลับไปยังด้านหลัง ที่นั่นคือ
สถานที่พักผ่อนของนายน้อย
บัดนี้พลังฟ้าดินทีละสายๆ กำลังรวมตัวกัน ไหลทะลักเข้าไปยังทีนั่นอย่าง
รวดเร็ว
“นี่คือ?” จิตใจของชายชราหลังค่อมสั่นสะท้าน ไม่อยากจะเชื่อ:
“จิตใจชักนำฟ้าดิน นี่คือการเข้าถึงเต๋ารึ?”
“นายน้อย นายน้อยเข้าถึงเต๋าแล้ว กลายเป็นผู้เข้าถึงเต๋าแล้วรึ?”
“ท่านประมุข ท่านเห็นหรือไม่? นายน้อยของท่านกลายเป็นผู้เข้าถึงเต๋า
แล้ว” ขอบตาของชายชราหลังค่อมชื้นแฉะ