สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 757 วิถีแห่งขอบเขต 2 ชนิดแรก
การตรัสรู้แจ้ง(悟证道) มักจะหมายถึงการ บรรลุความเข้าใจอย่างถ่องแท้
ในหลักการ, เต๋า (道), กฎเกณฑ์, หรือเคล็ดวิชาใดๆซึ่งนำไปสู่การยกระดับพลัง
หรือขอบเขตพลัง
ในที่นี้หมายถึงการบรรลุความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในมหาเต๋าต่างๆนะครับ
………….
“เข้าสู่เส้นทางเซียน?”
ร่างจำนวนมากหน้าวิหารเซียนทองสัมฤทธิ์ไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจแต่
อย่างใด
ช่วงปลายยุคบรรพกาล ก่อนที่เซียนจักรพรรดิสามองค์จะนำเหล่าเซียน
ราชาและเซียนโลกิยะทะลวงเข้าสู่เส้นทางเซียน
ได้ทิ้งวิหารเซียนทองสัมฤทธิ์ไว้เป็นพิเศษนั้น นอกจากจะรับประกันความ
มั่นคงของโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างแล้ว ยังมีจุดประสงค์ในการนำทางเซียน
โลกิยะที่เพิ่งก้าวขึ้นมาในยุคหลังเข้าสู่เส้นทางเซียนอีกด้วย
การที่จะทะลวงผ่านโลกที่ปลายสุดของเส้นทางเซียนและโลกต้นกำเนิด
มหาอ้างว้างให้เชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์นั้น ยากราวกับปีน
ป่ายสวรรค์ ทุกครั้งที่มีเซียนโลกิยะเพิ่มขึ้นหนึ่งองค์ โอกาสสำเร็จก็จะยิ่ง
มากขึ้นหนึ่งส่วน
เมื่อสองหมื่นปีก่อน หลินหยวนกวาดล้างเขตต้องห้ามทีละแห่งๆแสดงพลัง
ที่เริ่มต้นจากระดับจักรพรรดิไร้เทียมทานออกมา
ในตอนนั้น ร่างจำนวนมากของวิหารเซียนทองสัมฤทธิ์ ยังไม่แน่ใจว่าหลิน
หยวนได้กลายเป็นเซียนโลกิยะแล้วหรือไม่
มื่
ที่
ทว่าเมื่อแปดพันปีก่อน หลินหยวนกลับมาหาถึงที่ และเกือบจะทลายวิหาร
เซียนทองสัมฤทธิ์ทั้งหลัง
เป็นการพิสูจน์โดยไร้ข้อโต้แย้งว่าตนเองได้อยู่เหนือกว่าเซียนโลกิยะแล้ว
ในตอนนั้น ร่างจำนวนมากของวิหารเซียนทองสัมฤทธิ์ ก็ได้สอบถามหลิน
หยวนว่าจะเข้าสู่เส้นทางเซียนหรือไม่
คำตอบที่ได้รับกลับเป็นเพียงว่ายังไม่รีบ
“เส้นทางเซียน…”
หลินหยวนสายตาลุ่มลึก มองไปยังส่วนลึกของห้วงเวลาอันซ้อนทับ
บัดนี้ตนเองได้ดูดซับสสารอมตะจนถึงขีดสุดแล้ว การอยู่ในโลกต้นกำเนิด
มหาอ้างว้างต่อไปก็ไม่มีความหมายมากนัก
กลับสามารถไปสำรวจเส้นทางเซียนที่ดึงดูดเหล่าเซียนโลกิยะเซียนราชา
กระทั่งเซียนจักรพรรดิจำนวนมากได้แล้ว
การที่สามารถดึงดูดสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาจำนวนมากให้มุ่งหน้าไปอย่าง
ไม่หยุดยั้งได้นั้น คุณค่าของเส้นทางเซียน ย่อมไม่ใช่เพียงแค่สามารถปั้นแต่ง
โลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างให้กลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำเพ็ญเพียรที่ไม่
เคยมีมาก่อนได้ง่ายดายเพียงนั้น
ต่อตัวสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเอง แน่นอนว่าย่อมมีบทบาทที่ไม่สามารถ
ทดแทนได้เช่นกัน
“เส้นเวลาที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางเซียน จะกลายเป็นคลุมเครือบิดเบี้ยว
ยากที่จะสังเกตการณ์”
หลินหยวนคิดในใจ ตลอดสองหมื่นปีมานี้ เขาพยายามสังเกตการณ์เส้น
เวลาที่เกี่ยวกับเส้นทางเซียนมาแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง
ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมาไม่ค่อยสมบูรณ์นัก
ที่
แต่ต่อให้เป็นเพียงข้อมูลข่าวสารที่ไม่สมบูรณ์ ก็ทำให้หลินหยวนใจเต้น
ระรัว
โลกที่ปลายสุดของเส้นทางเซียน สำหรับจ้าวแห่งกาลเวลาแล้วล้วนเป็น
วาสนาอันยิ่งใหญ่
“ท่านเทียนหยวน วิหารเซียนทองสัมฤทธิ์ผนึกทางเข้าที่เชื่อมต่อกับเส้น
ทางเซียนไว้ ต้องการเข้าไป จำเป็นต้องใช้พลังระดับเซียนโลกิยะทลาย” ร่าง
ผู้นำหน้าวิหารเซียนทองสัมฤทธิ์กล่าวเสียงเบา
นี่ก็เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำในการเข้าสู่เส้นทางเซียน
หากไม่ถึงระดับเซียนโลกิยะ ต่อให้หาวิหารเซียนทองสัมฤทธิ์พบค้นพบ
ทางเข้าที่เชื่อมต่อกับเส้นทางเซียน ก็ทำอะไรไม่ได้
อันที่จริงแล้ว หากแม้แต่เซียนโลกิยะยังไม่ใช่ ต่อให้เข้าสู่เส้นทางเซียน ก็ไม่
ได้ช่วยอะไรมากนักต่อการทะลวงผ่านโลกที่ปลายสุดของเส้นทางเซียน
“ข้ารู้”
หลินหยวนพยักหน้า
เกี่ยวกับข้อมูลต่างๆ ในการเข้าสู่เส้นทางเซียน เขาก็เข้าใจเกือบหมดแล้ว
ก่อนที่จะมา เขาก็ได้เตรียมการต่างๆ ในโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างไว้
พร้อมแล้ว เผ่ามนุษย์จะไม่กลายเป็นเป้าหมายการรุมล้อมของเผ่าพันธุ์ต่าง
แดนอีกครั้งเพราะการหายตัวไปของเขา
ผ่านกาลเวลาสองหมื่นปี ภายใต้การบ่มเพาะผลักดันอย่างตั้งใจของหลิน
หยวน
เผ่ามนุษย์แม้จะไม่มีมหาจักรพรรดิองค์ต่อไปถือกำเนิด แต่กลับปรากฏกึ่ง
จักรพรรดิพิเศษที่เทียบเท่ามหาจักรพรรดิขึ้นมาไม่น้อย
บวกกับหลินหยวนได้กวาดล้างเผ่าพันธุ์ต่างแดนและเขตต้องห้ามต่างๆ ไป
หลายรอบแล้ว จอมราชันย์จักรพรรดิที่มีความแค้นต่อเผ่ามนุษย์เหล่านั้นล้วน
สิ้
ุ
ตายสิ้น
สถานะของเผ่ามนุษย์ในโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างไม่อาจสั่นคลอนได้ ต่อ
ให้หลินหยวนเข้าสู่เส้นทางเซียน ก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงนัก
พูดง่ายๆ ก็คือ เผ่ามนุษย์ในปัจจุบัน ต่อให้ไม่มีหลินหยวน ก็สามารถมอง
ลงมายังโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างได้
“อืม”
ร่างจำนวนมากหน้าวิหารเซียนทองสัมฤทธิ์พร้อมใจกันหลีกทาง
ครืน ครืน ครืน!
วิหารเซียนทองสัมฤทธิ์เริ่มสั่นสะเทือน เคลื่อนที่ไปยังทิศทางอื่นอย่างช้าๆ
ณ ตำแหน่งเดิมที่วิหารเซียนทองสัมฤทธิ์เคยตั้งตระหง่านอยู่สามารถมอง
เห็นห้วงมิติอันบิดเบี้ยวผืนหนึ่งได้รางๆ
นี่คือทางเข้าที่เชื่อมต่อกับเส้นทางเซียนนั่นเอง
ยุคบรรพกาล เซียนจักรพรรดิสามองค์สังเกตการณ์อดีตอนาคต
จึงได้ค้นพบร่องรอยของเส้นทางเซียน ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งก็คือต้นกำเนิดของ
สสารอมตะในระหว่างฟ้าดินนั่นเอง
ก่อนหน้านี้ ผู้ที่แข็งแกร่งดั่งเซียนจักรพรรดิสามารถชักนำสสารอมตะได้
แต่กลับไม่อาจจับต้นกำเนิดของสสารอมตะได้ว่ามาจากทีใด
หลินหยวนมองดูห้วงมิติอันบิดเบี้ยวผืนนั้นอย่างเงียบๆ
พลันยื่นมือออกไปข้างหนึ่ง
ตบไปข้างหน้า
ฟ้าดินกัมปนาท มหาเต๋าบิดเบี้ยว
นี้
นั้
ฝ่ามือนี้ของหลินหยวน เป็นเพียงการลงมืออย่างเรียบง่าย ถึงกระนั้น พลัง
อำนาจที่ปะทุออกมา ก็คือระดับเซียนโลกิยะขั้นสูงสุดใกล้เคียงกับการโจมตี
ของเซียนราชาแล้ว
จากจุดที่หลินหยวนยืนอยู่ ห้วงเวลาพังทลายอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลัง
เปิดฟ้าดินใหม่อีกครั้ง
หลินหยวนทะลวงเปิดทางเข้าเส้นทางเซียน ไม่ได้ปิดบัง พลังอำนาจอันน่า
สะพรึงกลัวสั่นสะเทือน แพร่กระจายไปทั่วทั้งโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างอย่าง
รวดเร็ว
“พลังอำนาจเช่นนี้?”
ณ มุมลับแห่งหนึ่งในโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้าง ชายท่าทางซอมซ่อผู้หนึ่ง
พลันเงยหน้ามองฟ้า “เส้นทางเซียน นี่คือกลิ่นอายของเส้นทางเซียนที่ถูก
ทะลวงเปิด มีเซียนโลกิยะกำลังเข้าสู่เส้นทางเซียนอีกแล้วรึ?”
ความเคลื่อนไหวของการทะลวงเปิดเส้นทางเซียน ยิ่งผู้แข็งแกร่งยิ่งสัมผัส
ได้ลึกซึ้ง โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตระดับมหาจักรพรรดิ พวกเขาสามารถสัมผัสถึง
สสารอมตะได้ ย่อมสามารถสัมผัสถึงความผันผวนของต้นกำเนิดสสารอมตะได้
โดยธรรมชาติ
“เป็นผู้ใดกัน? มหาจักรพรรดิเทียนหยวนผู้นั้นรึ?”
ชายท่าทางซอมซ่ออดไม่ได้ที่จะคิดในใจ เมื่อสองหมื่นปีก่อนมหาจักรพร
รดิเทียนหยวนกวาดล้างโลกปัจจุบัน เขาเคยสัมผัสกลิ่นอายเพียงเล็กน้อยของ
มหาจักรพรรดิในยุคปัจจุบันผู้นี้จากระยะไกล
เพียงแต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นเซียนโลกิยะ?
“เซียนโลกิยะ อา…”
ชายท่าทางซอมซ่อถอนหายใจในใจ กาลเวลาที่เขาผ่านมานั้นยากที่จะ
ประเมินได้ มีชีวิตอยู่มาตั้งแต่ยุคบรรพกาลแล้ว เพียงแต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มี
ความมั่นใจที่จะบุกทะลวงสู่เซียนโลกิยะ
ที่
ที่
ที่
การที่จะกลายเป็นเซียนโลกิยะ เกณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดคือการทะลวงผ่าน
วัฏจักรแห่งกาลเวลา
เหล่าจักรพรรดิไร้เทียมทานดูดซับสสารอมตะจำนวนมหาศาลอายุขัย
ยืนยาวอย่างยิ่ง มีชีวิตอยู่รอดมาแล้วชาติแล้วชาติเล่า ล้วนกำลังเตรียมพร้อม
สำหรับการทะลวงผ่านวัฏจักรแห่งกาลเวลา
“เซียนโลกิยะ โลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างของข้าให้กำเนิดเซียนโลกิยะขึ้น
มาองค์หนึ่งรึ?”
“คือมหาจักรพรรดิเทียนหยวน มหาจักรพรรดิเทียนหยวนกำลังทะลวง
เปิดเส้นทางเซียน”
จอมราชันย์ทีละองค์ในโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้าง สัมผัสได้ถึงบางสิ่งรางๆ
ในใจตกตะลึงอย่างยิ่ง
จอมราชันย์ที่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ โดยพื้นฐานแล้วล้วนไม่มีความเป็น
ปฏิปักษ์ต่อเผ่ามนุษย์ และล้วนเคยพบเจอหลินหยวน ดังนั้นจึงสัมผัสได้ในทันที
ว่าตัวตนที่กำลังทะลวงเปิดเส้นทางเซียนก็คือมหาจักรพรรดิเทียนหยวนนั่นเอง
“น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว”
“โชคดีที่ข้าไม่เคยลงมือกับเผ่ามนุษย์”
“ผู้ใดจะคาดคิดว่ามหาจักรพรรดิเทียนหยวนจะเป็นเซียนโลกิยะกัน?”
ความคิดของจอมราชันย์จำนวนมากผันผวน เมื่อสองหมื่นปีก่อนมหาจักร
พรรดิเทียนหยวนกวาดล้างทุกสิ่งอย่างแข็งกร้าว การประเมินของพวกเขาต่อ
อีกฝ่ายก็คือจักรพรรดิไร้เทียมทาน
ส่วนเซียนโลกิยะ?
จักรพรรดิไร้เทียมทานสามารถเทียบเคียงเซียนโลกิยะได้ในระดับหนึ่ง แต่
ท้ายที่สุดก็ไม่ใช่เซียนโลกิยะ
ต่อให้มีจอมราชันย์คาดเดาว่ามหาจักรพรรดิเทียนหยวนอาจจะเหยียบย่าง
เข้าสู่ระดับเซียนโลกิยะแล้ว นั่นก็เป็นเพียงการคาดเดาไม่ได้รับการยืนยัน
นอกวังจักรพรรดิเทียนหยวน
ร่างหลายสิบถึงหลายร้อยร่างที่ติดอยู่หน้าวังจักรพรรดิก็สัมผัสได้ถึงความ
ผันผวนอันน่าสะพรึงกลัวที่ปะทุขึ้นขณะทะลวงเปิดเส้นทางเซียนเช่นกัน
“มหาจักรพรรดิเทียนหยวน…เป็นเซียนโลกิยะแล้วรึ?”
ชายหนุ่มผมดำในใจตกตะลึงอย่างอธิบายไม่ถูก เริ่มแรกคือประสบกับการ
ที่ตนเองแม้แต่ก้าวแรกในสามสิบสามก้าวนอกวังจักรพรรดิก็ยังก้าวข้ามไปไม่
ได้
บัดนี้ยิ่งค้นพบว่ามหาจักรพรรดิเทียนหยวนที่ตนเองมองเป็นเป้าหมาย ได้
ก้าวข้ามขอบเขตจักรพรรดิไปแล้ว สิ่งนี้ทำให้จิตใจของ
ชายหนุ่มผมดำที่เพิ่งจะสงบลงได้ไม่นานกลับเกิดคลื่นลมขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่ใช่เพียงแค่ชายหนุ่มผมดำ
ร่างอื่นๆ อีกหลายสิบถึงหลายร้อยร่างในบริเวณนั้นก็มีความรู้สึกคล้ายคลึง
กัน
ร่างเหล่านี้ล้วนเป็นกึ่งจักรพรรดิที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงสองหมื่นปีมานี้
ไม่ใช่กายหยาบพิเศษ ก็คือสายเลือดแข็งแกร่ง เพียงพอที่จะต่อกรกับจอม
ราชันย์ทั่วไปได้
สำหรับพวกเขาแล้ว ขอบเขตมหาจักรพรรดิยังพอที่จะแหงนมองได้ มี
ความหวังที่จะสัมผัสถึงได้
แต่เซียนโลกิยะ?
มหาจักรพรรดิที่ถือกำเนิดขึ้นตลอดกาลสมัยมีมากเพียงใด แต่สุดท้ายผู้ที่
กลายเป็นเซียนโลกิยะได้มีเท่าใดกัน?
บี้
นั้
ที่
หลินหยวนชักมือขวากลับ มองดูห้วงมิติอันบิดเบี้ยวผืนนั้นที่ถูกฉีกขาดโดย
สมบูรณ์แล้ว
ช่องทางห้วงมิติที่ไม่เป็นรูปเป็นร่างสายหนึ่งปรากฏขึ้น เชื่อมต่อกับห้วง
เวลาลึกลับแห่งหนึ่ง นั่นก็คือเส้นทางเซียน
“ข้าเข้าไปก่อนล่ะ”
หลินหยวนมองดูทางเข้าเส้นทางเซียน กวาดตามองร่างจำนวนมากหน้า
วิหารเซียนทองสัมฤทธิ์แวบหนึ่ง ก้าวออกไปหนึ่งก้าว หายลับไป
“ท่านเทียนหยวนเข้าไปแล้วรึ?”
วิหารเซียนทองสัมฤทธิ์ค่อยๆ กลับคืนสู่ตำแหน่งเดิม ร่างกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่
นอกวิหารสีหน้าทอดถอนใจอย่างอธิบายไม่ถูก
นับตั้งแต่ที่มหาจักรพรรดิเทียนหยวนแสดงพลังที่แท้จริงออกมาก็เป็นเวลา
เพียงสองหมื่นปีเท่านั้น แต่ช่วงเวลาสองหมื่นปีนี้ ได้ทิ้งความประทับใจที่ยากจะ
ลบเลือนไว้ในใจของร่างจำนวนมาก
ภายในทางเข้าเส้นทางเซียน
กลิ่นอายไร้รูปแผ่กระจาย กลิ่นอายเพียงเส้นใยเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้
แข็งแกร่งระดับมหาจักรพรรดิบาดเจ็บสาหัสกระทั่งร่างสลายวิญญาณดับได้
“ที่นี่คือเส้นทางเซียน?”
หลินหยวนสังเกตการณ์โดยรอบ จุดที่เขายืนอยู่ ห้วงเวลาทั้งสีทิศแปดทาง
ล้วนมั่นคงอย่างยิ่ง กลิ่นอายไร้รูปที่พัดถาโถมเข้ามา เมื่อเข้าใกล้ก็พลันกลาย
เป็นเชื่องอย่างยิ่งยวด
“พลังมหาดับสูญของโลกต้นกำเนิดแห่งนี้?”
หลินหยวนคิดในใจ บัดนี้กลิ่นอายไร้รูปที่แผ่กระจายอยู่โดยรอบก็คือพลัง
มหาดับสูญนั่นเอง (大破灭之力 – Dà Pòmiè Zhī Lì)( พลังแห่งการล่มสลาย
ครั้งใหญ่)
นี้
ทั่
ขึ้
ที่
พลังมหาดับสูญระดับนี้ โดยทั่วไปจะปรากฏขึ้นเฉพาะในห้วงมิติที่กำลังจะ
เข้าสู่มหาดับสูญเท่านั้น
ถึงตอนนั้น ภายใต้การพัดถาโถมของกลิ่นอายมหาดับสูญสรรพสิ่งสรรพ
ชีวิตล้วนจะถูกทำลาย ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาก็ทำได้เพียงล่าถอยออก
จากห้วงมิติเพื่อหลบหนี
หากฝืนอยู่ในห้วงมิติต่อไป สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาก็ไม่อาจต้านทานได้ จะ
ถูกพลังมหาดับสูญกัดกร่อนจนกายเนื้อพังทลายดับสูญไป
“โลกต้นกำเนิดแห่งนี้ยังไม่ได้เข้าสู่มหาดับสูญ แต่กลับเต็มไปด้วยพลังมหา
ดับสูญระดับนี้?”
หลินหยวนสีหน้าครุ่นคิด นี่อาจจะเป็นความพิเศษของส่วนลึกแห่งเส้นทาง
เซียน? และยังเป็นเป้าหมายการสำรวจของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีละองค์ๆ ?
“พลังมหาดับสูญ…”
หลินหยวนสังเกตการณ์พลังมหาดับสูญทีละสายๆ
ในสมองเกิดประกายความเข้าใจต่างๆ ผุดขึ้นมาไม่หยุดยั้ง
【ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ สังเกตการณ์พลังมหาดับสูญความเข้าใจใน
มหาเต๋าต้นกำเนิดทำลายล้างแห่งความโกลาหลเพิ่มพูนขึ้น】
【ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ สังเกตการณ์พลังมหาดับสูญ ตรัสรู้แจ้งมหา
เต๋าต้นกำเนิดทำลายล้างแห่งความโกลาหล】
มหาเต๋าต้นกำเนิดทำลายล้างแห่งความโกลาหล คือหนึ่งในมหาเต๋าพื้น
ฐานต้นกำเนิดของมิติอันไร้สิ้นสุด แข็งแกร่งกว่ามหาเต๋าต้นกำเนิดสุริยันจันทรา
แห่งความโกลาหลเดี่ยวๆ มากนัก (混沌本源 毁灭大道 – Hùndùn Běnyuán
Huǐmiè Dàdào)
นี่คือมหาเต๋าต้นกำเนิดแห่งการสังหารทำลายล้างสุดขั้ว ส่งผลกระทบต่อ
การทำลายล้างของห้วงมิติทีละแห่งๆ
เดิมทีหลินหยวนก็มีการสะสมในมหาเต๋าต้นกำเนิดทำลายล้างแห่งความ
โกลาหลสูงมากอยู่แล้ว การมหาดับสูญของจักรวาลในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล ก็ถือเป็นรูปแบบเริ่มต้นของการมหาดับสูญของห้วงมิติ
หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับ 13 กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแล้วหลิน
หยวนยิ่งสัมผัสถึงความกว้างใหญ่ไพศาลของมหาเต๋าต้นกำเนิดทำลายล้างแห่ง
ความโกลาหลมากยิ่งขึ้น
บัดนี้เข้าสู่เส้นทางเซียน สัมผัสพลังมหาดับสูญในระยะใกล้ภายใต้การกระ
ตุ้น การเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณนำไปสู่การ
เปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ ตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าต้นกำเนิดทำลายล้างแห่ง
ความโกลาหล จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
มหาเต๋าต้นกำเนิดทำลายล้างแห่งความโกลาหล อยู่ในระดับความเข้าใจ
ของระดับ 13 ขอบเขต 2 เทียบเท่ากับวิถีไท่จี๋ต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล (混
沌本源太极之道 – Hùndùn Běnyuán Tàijí Zhīdào)
แน่นอนว่า มหาเต๋าต้นกำเนิดทำลายล้างแห่งความโกลาหล คือมหาเต๋าต้น
กำเนิดที่มีอยู่แล้วในมิติอันไร้สิ้นสุด ส่วนมหาเต๋าไท่จี๋ต้นกำเนิดแห่งความ
โกลาหล คือมหาเต๋าต้นกำเนิดของตนเองที่หลินหยวนบุกเบิกขึ้นมา
นี่ก็เป็นเหตุผลที่หลินหยวนตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าต้นกำเนิดทำลายล้างแห่ง
ความโกลาหลก่อน มีการอ้างอิงเปรียบเทียบจากพลังมหาดับสูญที่สมบูรณ์ เมื่อ
เทียบกับการสำรวจในความมืดมิด การสร้างจากความว่างเปล่าของวิถีไท่จี๋ต้น
กำเนิดแห่งความโกลาหล ย่อมง่ายกว่ามากโดยธรรมชาติ
แต่ต่อให้ง่ายเพียงใด ก็ยังเป็นวิถีแห่งระดับ 13 ขอบเขต 2
“ไม่คิดว่า การเข้าสู่เส้นทางเซียนจะมีประโยชน์เช่นนี้ด้วย”
หลินหยวนเผยรอยยิ้มบนใบหน้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มหาเต๋าต้นกำเนิด
ทำลายล้างแห่งความโกลาหลคือวิถีแห่งระดับ 13 ขอบเขต 2
นี้
พิ่
การตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าต้นกำเนิดชนิดนี้ ทำให้พลังของหลินหยวนก็เพิ่มสูง
ขึ้นอีกระดับหนึ่ง
“นี่ก็นับเป็นวิถีแห่งขอบเขต 2 ชนิดแรกที่เราเชี่ยวชาญ?”
หลินหยวนคิดในใจ
ตั้งแต่ก่อนที่จะมาเยือนโลกต้นกำเนิดแห่งนี้ หลินหยวนก็สามารถเทียบ
เคียงกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาระดับ 13 ขอบเขต 2 ได้แล้ว
แต่การเทียบเคียงเช่นนั้น อาศัยการสะสมรากฐานของตนเองโดยสมบูรณ์
การสะสมรากฐานที่เหนือกว่าขอบเขต 1 อย่างมาก
ส่วนในด้านวิถี ยังคงอยู่ในระดับขอบเขต 1
“เข้าไปต่อเถอะ”
หลินหยวนไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่ตรงไปยังส่วนลึกของเส้นทางเซียน
เหล่าเซียนราชาและเซียนโลกิยะที่เข้าสู่เส้นทางเซียนในยุคบรรพกาล
บัดนี้น่าจะสำรวจไปจนเกือบถึงปลายสุดของเส้นทางเซียนแล้ว
เรื่องนี้ สามารถมองเห็นได้จากกลิ่นอายเพียงเล็กน้อยทีหลงเหลืออยู่โดย
รอบ ล้วนเป็นกลิ่นอายที่เซียนโลกิยะและเซียนราชาในอดีตอันไกลโพ้นทิ้งไว้
ในเส้นทางเซียนที่เต็มไปด้วยพลังมหาดับสูญ ความเร็วของสิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาทั่วไปย่อมจะได้รับผลกระทบ ต้องคอยต้านทานพลังมหาดับสูญอยู่
ตลอดเวลา
แต่สำหรับหลินหยวนที่ได้ตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าต้นกำเนิดทำลายล้างแห่ง
ความโกลาหลแล้ว พลังมหาดับสูญสำหรับเขา ราวกับน้ำสำหรับปลา ไม่เพียง
ไม่มีผลกระทบแม้แต่น้อย กลับยังเป็นตัวช่วยอีกด้วย
ปลายสุดของเส้นทางเซียน
ที่นี่พร่าเลือน เต็มไปด้วยพลังมหาดับสูญทีละสายๆ
ที่
ขึ้
ลิ่
ส่วนในระยะไกล คือโลกใบใหม่ที่ควบแน่นขึ้นมาจากกลิ่นอายทีตรงข้าม
กับพลังมหาดับสูญโดยสมบูรณ์
โลกใบนี้ราวกับภาพลวงตา เห็นได้ชัดว่ายังไม่ได้บ่มเพาะออกมาโดย
สมบูรณ์ ถึงกระนั้น ความหมายเพียงเล็กน้อยที่เผยออกมา ก็ทำให้เหล่าเซียน
โลกิยะลุ่มหลง
ทว่า
ยิ่งเข้าใกล้โลกแห่งภาพลวงตาใบนี้ ก็จะยิ่งประสบกับการพัดถาโถมของ
พลังมหาดับสูญมากขึ้น ต่อให้เป็นเซียนราชา ก็ไม่อาจอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้เกิน
ไปได้เป็นเวลานาน
“วิเศษ วิเศษ วิเศษ” เซียนราชาผมขาวองค์หนึ่งกำลังจมดิ่งอยู่กับการ
สังเกตการณ์โลกแห่งภาพลวงตาใบนั้น ข้างกายพระองค์ก็นั่งอยู่สองร่าง ล้วน
เป็นผู้แข็งแกร่งระดับเซียนราชา
“น่าเสียดาย หากสามารถเข้าสู่โลกแห่งภาพลวงตาใบนั้นเพื่อทำความ
เข้าใจได้ ความช่วยเหลือต่อพวกเราจะยิ่งใหญ่กว่านี้” เซียนราชาทางซ้ายกล่าว
เสียงเบา สายตาค่อนข้างปรารถนา
“เข้า? ต่อให้เป็นเซียนจักรพรรดิ ก็เข้าไปไม่ได้”
เซียนราชาทางขวาส่ายหน้า โลกแห่งภาพลวงตาได้รับการคุ้มครองจากต้น
กำเนิดของโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้าง และด้วยความแข็งแกร่งของต้นกำเนิด
ของโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้าง เซียนจักรพรรดิก็ไม่กล้าต่อต้านโดยตรง
“หืม?” ในขณะนี้เอง เซียนราชาผมขาวสีหน้าขยับ มองไปยังทิศทางเริ่ม
ต้นของเส้นทางเซียน “มีเซียนโลกิยะเข้ามาแล้ว”
คำพูดนี้ออกมา
เซียนราชาอีกสององค์ก็มองไปเช่นเดียวกัน
นิ่
ชี่
การอาศัยอยู่ในเส้นทางเซียนมาเนิ่นนานนับยุคสมัย พระองค์เชี่ยวชาญ
การเปลี่ยนแปลงของกลิ่นอายในเส้นทางเซียนอยู่ในใจ
การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยใดๆ ก็ไม่อาจปกปิดพระองค์ได้
“ในเส้นทางเซียนเต็มไปด้วยกลิ่นอายมหาดับสูญ เซียนโลกิยะทีเพิ่งก้าว
ขึ้นมาอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคย จะส่งคนไปรับมาหรือไม่?”
เซียนราชาทางซ้ายเอ่ยปากกล่าว
เซียนโลกิยะที่เพิ่งก้าวขึ้นมาในโลกต้นกำเนิดมหาอ้างว้างเท่ากับเป็นรุ่น
หลังของพระองค์ ดังนั้นเซียนราชาทั้งสามจึงค่อนข้างให้ความสำคัญ
“ข้าไปรับเอง”
เซียนโลกิยะองค์หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลก้าวออกมา
การอยู่ในเส้นทางเซียนมานานหลายปีเช่นนี้ พระองค์ได้ตรัสรู้แจ้งวิถีใน
การต้านทานพลังมหาดับสูญนานแล้ว การเผชิญหน้ากับพลังมหาดับสูญอันไร้
สิ้นสุด อย่างน้อยก็คล่องตัวกว่าเซียนโลกิยะทีเพิ่งก้าวขึ้นมามากนัก
“อืม…”
เซียนราชาผมขาวตรงกลางกำลังจะพยักหน้า
ทันใดนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป
สายตาจ้องมองไปยังทิศทางเริ่มต้นของเส้นทางเซียน
เซียนราชาทางซ้ายและขวาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งเช่นกัน
สีหน้าเผยความเหลือเชื่อออกมา
“เซียนราชา เช่นนั้นให้ข้าไปตอนนี้เลยรึ?”
ที่
ริ่
เซียนโลกิยะที่ก้าวออกมากำลังจะมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งเริ่มต้นของเส้น
ทางเซียน
“ไม่ต้องแล้ว”
เซียนราชาผมขาวเงียบไปหลายลมหายใจ ส่ายหน้ากล่าว
“ไม่ต้องแล้ว?”
เซียนโลกิยะที่ก้าวออกมาสงสัย
ไม่คิดจะรับเซียนโลกิยะที่เพิ่งก้าวขึ้นมาผู้นั้นแล้วรึ?
ต้องการให้พระองค์ฝ่าฟันพลังมหาดับสูญอันไร้สิ้นสุด มาถึงที่นีด้วยตนเอง
ถือเป็นการทดสอบ?
ความคิดของเซียนโลกิยะผู้นี้หมุนวน คาดเดาความเป็นไปได้นีออกมา
“เขามาถึงแล้ว”
เซียนราชาผมขาวลุกขึ้นยืน หันหน้าไปยังทิศทางเริ่มต้นของเส้นทางเซียน
“มาถึงแล้ว?”
เซียนโลกิยะที่ก้าวออกมาสีหน้าตกตะลึง
วินาทีถัดมา
ภายใต้การจับตามองของเซียนโลกิยะและเซียนราชาทีละองค์ๆ
ณ ทิศทางเริ่มต้นของเส้นทางเซียนที่เต็มไปด้วยพลังมหาดับสูญอันไร้สิ้น
สุด ร่างหนึ่งเดินมา พลังมหาดับสูญที่เพียงพอจะกัดกร่อนกายเนื้อของเซียน
โลกิยะได้ กลับสานรวมกระทบกันอยู่บนผิวร่างนั้นเชื่องอย่างผิดปกติ…