สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 763 บรรจบเส้นเวลา (จบบท)
“ชีวิตสมบูรณ์แบบ, อนันตภาวะกำเนิด, อนันตทุกข์!”
หลินหยวนสีหน้าครุ่นคิด
สิ่งที่เหล่าจ้าวแห่งกาลเวลาแสวงหาคือการหลุดพ้น ส่วนการแปรสภาพ
เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบระดับ 14 ?
เป็นเพียงวิธีหนึ่งในการบรรลุการหลุดพ้น ไม่ใช่ว่ามีเพียงการกลายเป็นสิ่ง
มีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบเท่านั้นถึงจะสามารถหลุดพ้นได้
การหลุดพ้นเป็นเพียงจุดหมายปลายทางสุดท้าย แต่เส้นทางที่มุ่งสู่จุด
หมายปลายทางสุดท้ายนั้นกลับมีอยู่หลายสาย
และหลายสายในที่นี้ หมายถึง ชีวิตสมบูรณ์แบบ, อนันตภาวะกำเนิด,
อนันตทุกข์
ชีวิตสมบูรณ์แบบเข้าใจได้ง่ายมาก ก็คือการกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาล
เวลาที่สมบูรณ์แบบ
อนันตภาวะกำเนิด คือการไปถึงต้นกำเนิดของเวลา จุดเวลาแรกสุดของ
การวิวัฒนาการของมิติอันไร้สิ้นสุด
“สามวิธีนี้ คือวิถีที่พวกเราเหล่าจ้าวฯ ได้จากการทำความเข้าใจมิติอันไร้
สิ้นสุด แล้วอนุมานออกมาว่าเป็นไปได้ที่สุดที่จะหลุดพ้น”
เซียนจักรพรรดิซานซื่อหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อ:
“นอกจากนี้ ยังมีจ้าวฯ บางองค์ที่สำรวจเส้นทางหลุดพ้นนอกเหนือจาก
สามวิธีนี้ แต่สุดท้ายล้วนถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถหลุดพ้นได้”
“เป็นเช่นนี้”
หลินหยวนเข้าใจในใจ
สิ่งที่เรียกว่าถูกพิสูจน์แล้ว ก็คือมีจ้าวฯ ที่ทำตามข้อกำหนดในวิธีนั้นสำเร็จ
แล้ว แต่กลับยังคงไม่สามารถทลายมหาชะตาของตนเองได้
ส่วนชีวิตสมบูรณ์แบบ, อนันตภาวะกำเนิด, อนันตทุกข์ คือจนถึงบัดนี้ยังไม่
มีจ้าวฯ คนใดทำสำเร็จ บวกกับการที่ผ่านการอนุมานอย่างต่อเนื่องจากเหล่า
จ้าวฯ ทีละองค์ๆ ถึงได้กลายเป็นสามเส้นทางหลุดพ้นกระแสหลักในปัจจุบัน
จ้าวแห่งกาลเวลามองดูอดีตอนาคต พวกตนเชื่อว่าสามวิธีนี้ขอเพียงทำ
สำเร็จ ก็จะสามารถหลุดพ้นได้ ย่อมต้องมี ‘หลักฐาน’ ที่แน่ชัดบางอย่าง
“แม้ว่าจะมีวิธีอยู่ตรงนั้น แต่การที่จะทำสำเร็จ มันยากเกินไปจริงๆ”
เซียนจักรพรรดิซานซื่อกล่าวเสียงเบา น้ำเสียงซับซ้อน
เส้นทางหลุดพ้นที่พระองค์เลือก ก็คืออนันตภาวะกำเนิด ใช้ร่างปัจจุบัน
และร่างอนาคตยึดเหนี่ยวร่างอดีต แล้วใช้ร่างอดีตมุ่งหน้าสู่ต้นกำเนิดของเวลา
เส้นทางหลุดพ้นสายนี้ ไม่สุดโต่งเหมือนชีวิตสมบูรณ์แบบ ที่หากไม่สำเร็จก็
คือตาย
แต่การมุ่งหน้าสู่อดีตกาลที่ลึกซึ้งเกินไป จะก่อให้เกิดภัยพิบัติ ‘หลงทาง’ขึ้น
ได้ แม้ว่า《วิถีสามภพ》ของเซียนจักรพรรดิซานซื่อจะมีข้อได้เปรียบมากกว่าจ้าว
แห่งกาลเวลาคนอื่นๆ ที่สำรวจเส้นทางหลุดพ้นสายนี้
แต่ก็ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวด อดีตกาลก็เต็มไปด้วยอันตรายเช่นกัน
หากหลงทางไปแล้ว จ้าวแห่งกาลเวลาก็จะไม่สามารถกลับมาสู่ปัจจุบันกาลได้
ติดอยู่ในอดีตกาลตลอดไป
ถึงตอนนั้น ก็ไม่มีความแตกต่างใดๆ กับการดับสูญ จ้าวแห่งกาลเวลาที่หลง
ทางในอดีตกาล จะแยกแยะทิศทางของเวลาไม่ได้แม้แต่การมุ่งหน้าสู่จุดกำเนิด
ของเวลาก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้
“ยากจริงๆ”
หลินหยวนพยักหน้า
แม้ว่าเขายังไม่เคยลองเส้นทางหลุดพ้นทั้งสามสายนี้ แต่ก็มีบทเรียนจาก
จ้าวเทียนกวงอยู่
ย่อมทราบถึงความยากลำบากในนั้นโดยธรรมชาติ
และสามวิธีที่สามารถทำให้เหล่าจ้าวแห่งกาลเวลาในอดีตปัจจุบัน และ
อนาคตทีละองค์ๆ ไม่สามารถทำสำเร็จได้ จะง่ายได้อย่างไร?
หลินหยวนมองดูเซียนจักรพรรดิซานซื่อ: “อนันตทุกข์คือวิธีใดรึ?”
ชีวิตสมบูรณ์แบบและอนันตภาวะกำเนิดเขาทราบว่าเป็นอะไร
แต่อนันตทุกข์?
“เส้นทางหลุดพ้นสายอนันตทุกข์นี้ มาจากการทดสอบของจิตสำนึกกฎ
เกณฑ์มหาเต๋าสูงสุดแห่งมิติ” (维度次元至高大道规 则意识 – Wéidù
Cìyuán Zhìgāo Dàdào Guīzé Yìshì)
เซียนจักรพรรดิซานซื่อกล่าว: “เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับจ้าวแห่งกาลเวลา
ขอบเขต 3 จิตสำนึกของตนเองก็จะสามารถรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของจิตสำนึก
กฎเกณฑ์มหาเต๋าสูงสุดได้ ขณะเดียวกันก็จะสามารถเปิดเส้นทางหลุดพ้นสาย
‘อนันตทุกข์’ นี้ได้”
“การทดสอบของจิตสำนึกกฎเกณฑ์มหาเต๋าสูงสุด?”
หลินหยวนในใจขยับ
“เป็นเช่นนั้น”
เซียนจักรพรรดิซานซื่อพยักหน้า: “เหตุผลที่เส้นทางสายนี้ถูกนับว่าเป็น
เส้นทางหลุดพ้น ก็เพราะจิตสำนึกกฎเกณฑ์มหาเต๋าสูงสุดจะไม่ทำเรื่องไร้ความ
หมาย การทิ้งการทดสอบเช่นนี้ไว้โดยเฉพาะ ทั้งยังเป็นการทดสอบที่มุ่งเป้าไปที่
จ้าวแห่งกาลเวลาเท่านั้น มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเกี่ยวข้องกับการหลุดพ้น”
นั้
หลินหยวนได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย
มีหลายสิ่งที่สามารถทำให้จ้าวแห่งกาลเวลาตื่นเต้นปรารถนาได้แต่การ
หลุดพ้นย่อมเป็นเป้าหมายร่วมกันของจ้าวแห่งกาลเวลาทุกคนอย่างแน่นอน
“เส้นทางหลุดพ้นสายอนันตทุกข์ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ระดับแรกคือ
3,602,000,000 ทุกข์ ระดับที่ 2 คือ 1,008,000,000 ทุกข์ระดับที่ 3 คือ
303,000,000 ทุกข์” (三十六亿两千劫 – Sānshíliù Yì Liǎngqiān Jié) (十亿
八千劫 – Shí Yì Bāqiān Jié) (三亿三千劫 – Sān Yì Sānqiān Jié)
“ผ่านพ้น 3,602,000,000 ทุกข์ของระดับแรก ก็จะสามารถไปผ่าน
1,008,000,000 ทุกข์ของระดับที่ 2 ได้ หลังจากนั้นก็คือ 303,000,000 ทุกข์
ของระดับที่ 3”
“ทุกครั้งที่ผ่านพ้นทุกข์หนึ่งครั้ง พลังของตนเองก็จะยกระดับขึ้นส่วนหนึ่ง
ขณะเดียวกันความยากของทุกข์ครั้งถัดไปก็จะเพิ่มขึ้นส่วน
หนึ่ง หากผ่านไปไม่ได้ก็คือตาย การดำรงอยู่ของตนเองจะถูกจิตสำนึกกฎ
เกณฑ์มหาเต๋าสูงสุดลบล้างไป”
“และขอเพียงผ่านพ้นทุกข์ทั้งหมด ก็ถือว่าผ่านการทดสอบทีจิตสำนึกกฎ
เกณฑ์มหาเต๋าสูงสุดทิ้งไว้ บรรลุการหลุดพ้น”
เซียนจักรพรรดิซานซื่อกล่าว
หลินหยวนสีหน้าตะลึงไปครู่หนึ่ง เขานึกถึงตอนที่ตนเองติดอยู่ในโลก
วัฏจักรแห่งกาลเวลา จักรพรรดิต้าเฟิ่งที่เป็นเป้าหมายนั้น
เห็นได้ชัดว่า จักรพรรดิต้าเฟิ่งผู้นั้นทราบถึงการมีอยู่ของหลินหยวนล่วง
หน้า ทั้งยังทราบชัดเจนว่าหลินหยวนจะลงมือต่อเขา ดังนั้นจึงทอดทิ้งรา
ชวงศ์ต้าเฟิ่งโดยตรง ดำดิ่งสู่ก้นทะเลลึก ต้องการหลบหนีการไล่ล่า
ตามพฤติกรรมของอีกฝ่ายแล้ว โดยพื้นฐานไม่เหมือนคนพื้นเมืองของโลก
วัฏจักรแห่งกาลเวลา กลับคล้ายคลึงกับผู้มาเยือนจากภายนอกอย่างหลินหยวน
มากกว่า
ที่
ฟิ่
ขึ้
พื่
ดิ่
นั้
และวิชาแสร้งตายที่จักรพรรดิต้าเฟิ่งสร้างขึ้นเพื่อดำดิ่งสู่ทะเลลึกนั้น ก็
ไม่ใช่สิ่งที่สิ่งมีชีวิตระดับ 12 ขั้นสมบูรณ์แบบในระดับเดียวกันจะสามารถสร้าง
ขึ้นมาได้
แม้แต่หลินหยวน การที่จะสร้างเคล็ดวิชาลับที่สามารถแสร้งตายได้นาน
กว่าร้อยปีโดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งภายนอกใดๆ ภายใต้ข้อจำกัด
ของกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดอย่างยิ่งยวดในโลกวัฏจักรแห่งกาลเวลานั้นก็ไม่ใช่
เรื่องง่าย
ตอนนี้ดูเหมือนว่า จักรพรรดิต้าเฟิ่งผู้นั้น มีความเป็นไปได้มากกว่าว่าจะ
เป็นจ้าวแห่งกาลเวลาคนใดคนหนึ่งที่กำลังประสบกับ ‘อนันตทุกข์’ อยู่?
ท้ายที่สุด โลกวัฏจักรแห่งกาลเวลาถูกสร้างขึ้นโดยจิตสำนึกกฎเกณฑ์มหา
เต๋าสูงสุด และ ‘อนันตทุกข์’ ก็เป็นการทดสอบทีจิตสำนึกกฎเกณฑ์มหาเต๋า
สูงสุดทิ้งไว้เช่นกัน หลินหยวนจึงเชื่อมโยงทั้งสองเข้าด้วยกันได้ง่ายมาก
“ทุกข์ในอนันตทุกข์นั้น ผ่านพ้นด้วยรูปแบบใดรึ?”
หลินหยวนถาม
“รูปแบบใดก็เป็นไปได้ทั้งนั้น” เซียนจักรพรรดิซานซื่อกล่าว:
“ตัวอย่างเช่น จิตสำนึกกฎเกณฑ์มหาเต๋าสูงสุดอาจจะให้เจ้ามุ่งหน้าไปยัง
จุดเวลาที่กำหนดในอดีตกาล ทำการทดสอบบางอย่างให้สำเร็จบางทีอาจจะดึง
เจตจำนงค์จิตใจของเจ้าเข้าไปในโลกพิเศษแห่งใดแห่งหนึ่ง ผ่านการทดสอบให้
ได้ เป็นต้น”
“อืม”
หลินหยวนพยักหน้า
ในใจแทบจะยืนยันได้แล้วว่าจักรพรรดิต้าเฟิ่งผู้นั้น คือจ้าวแห่งกาลเวลา
คนหนึ่งที่กำลังประสบกับ ‘อนันตทุกข์’ อยู่
เพียงแต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังประสบกับทุกข์ในระดับใดอยู่?
นั้
มื่
รู้
ุ
ยู่
“ตอนนั้นเราก็ไม่อาจออมมือได้” หลินหยวนคิดในใจ ในเมื่อตนเองผ่าน
การทดสอบได้สำเร็จ เช่นนั้นอีกฝ่ายคาดว่าคงจะล้มเหลวแล้ว
และตามความหมายของเซียนจักรพรรดิซานซื่อแล้ว จ้าวแห่งกาลเวลาที่
ไม่ผ่านพ้นทุกข์ จะถูกจิตสำนึกกฎเกณฑ์มหาเต๋าสูงสุดลบล้างไป หรือก็คือ
ต้องตายอย่างแน่นอน
หลินหยวนตอนนั้นอยู่ในระหว่างการทดสอบวัฏจักรแห่งกาลเวลา ต่อให้
ทราบที่มาของอีกฝ่าย ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะออมมือเป็นพิเศษ ใครจะรู้ว่าการ
ปล่อยให้จ้าวแห่งกาลเวลาผู้นั้นผ่านพ้นทุกข์นีไป ตนเองจะต้องเผชิญกับความ
ผันแปรใดบ้าง
แม้ว่าจะมีพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตเป็นไพ่ตาย แต่หากคู่ต่อสู้เปลี่ยน
ไป ทำให้การสังหารอีกฝ่ายส่งผลให้พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตเพิ่มขึ้นอย่าง
มาก ไหนเลยจะไม่ขาดทุนย่อยยับ
และหลินหยวนจนถึงที่สุดก็ไม่ได้ใช้พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขต อาศัย
ตนเองผ่านการทดสอบวัฏจักรแห่งกาลเวลาโดยสมบูรณ์
“สำหรับจ้าวแห่งกาลเวลาแล้ว 3,602,000,000 ทุกข์ของระดับแรก นับว่า
ไม่ยากเกินไปนัก ขอเพียงระมัดระวังเล็กน้อย ก็ล้วนสามารถผ่านไปได้” เซียน
จักรพรรดิซานซื่อเผยรอยยิ้มบนใบหน้า:
“และจ้าวแห่งกาลเวลาที่ผ่านพ้น 3,602,000,000 ทุกข์ โดยพื้นฐานแล้วก็
นับว่าแข็งแกร่งมากแล้ว”
ทุกข์แต่ละอย่างในอนันตทุกข์ ขอเพียงผ่านไปได้ พลังก็จะเพิ่มขึ้นส่วน
หนึ่ง
“ที่ยากลำบากอย่างแท้จริงคือทุกข์ระดับที่ 2 1,008,000,000 ทุกข์ โดย
เฉพาะ 8,000,000 ทุกข์สุดท้าย การทดสอบของแต่ละทุกข์ล้วนน่าสะพรึงกลัว
อย่างยิ่ง”
เซียนจักรพรรดิซานซื่อราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมา กล่าวว่า:
ที่
ที่
ที่
“ข้าหยุดอยู่ที่ทุกข์ที่ 1,000,000,000 ใน 1,008,000,000 ทุกข์ของระดับที่
2 8,000,000 ทุกข์หลังจากนั้นไม่กล้าข้ามผ่าน”
ในบรรดาสามเส้นทางหลุดพ้น จ้าวแห่งกาลเวลาเกือบทุกคนล้วนเคยลอง
‘อนันตทุกข์’ ท้ายที่สุดทุกครั้งที่ผ่านพ้นทุกข์หนึ่งครั้งการยกระดับพลังนั้นเป็น
ของจริง ขอเพียงทำตามกำลัง ไม่ได้มีความเสี่ยงใหญ่โตอะไร
เส้นทางหลุดพ้นสาย ‘อนันตทุกข์’ นี้ สามารถเลือกที่จะ ‘เปิด’ โดยสมัคร
ใจได้ ไม่ใช่การบังคับ
“จนถึงบัดนี้ จ้าวฯ บนเส้นทางหลุดพ้นสายอนันตทุกข์นี้ ผู้ที่ไปได้ไกลที่สุด
คือทุกข์ใดรึ?” หลินหยวนสงสัย
“เท่าที่ข้ารู้ มีจ้าวแห่งกาลเวลาที่เดินไปถึงทุกข์ระดับที่ 3 แล้วจ้าวฯ เช่น
นั้นพลังน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด จ้าวฯ ทั่วไปโดยพื้นฐานไม่ใช่คู่ต่อสู้” เซียน
จักรพรรดิซานซื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“เข้าใจแล้ว”
หลินหยวนพยักหน้า
เส้นทางหลุดพ้นสายอนันตทุกข์ยิ่งเดินไปไกล ผ่านพ้นทุกข์ได้มากเท่าใด
พลังย่อมแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นโดยธรรมชาติ
จ้าวแห่งกาลเวลาทั่วไปหยุดอยู่ที่ทุกข์ระดับแรก ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจ้าว
แห่งกาลเวลาที่อยู่ในทุกข์ระดับที่ 3 โดยธรรมชาติ
“เทียนหยวน รอจนเจ้ากลายเป็นจ้าวฯ ก็สามารถลองเส้นทางหลุดพ้นสาย
‘อนันตทุกข์’ นี้ดูได้เช่นกัน แน่นอนว่า ในสายตาของพวกเรา มหาเต๋าไท่จี๋ต้น
กำเนิดแห่งความโกลาหลที่เจ้าตรัสรู้แจ้งออกมานั้นสมบูรณ์แบบมาก เหมาะ
สมอย่างยิ่งที่จะบุกทะลวงสู่ชีวิตสมบูรณ์แบบ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องลองดูสัก
หน่อย”
เซียนจักรพรรดิซานซื่อแนะนำ
ทั่
รื่
กระทั่งหากหลินหยวนสามารถฝึก《วิถีสามภพ》ได้สำเร็จโดยราบรื่น ก็
สามารถลองเส้นทางหลุดพ้นสาย ‘อนันตภาวะกำเนิด’ ได้เช่นกัน
《วิถีสามภพ》ของเซียนจักรพรรดิซานซื่อ มีข้อได้เปรียบในการสำรวจอดีต
เหตุผลที่เซียนจักรพรรดิซานซื่อไม่ได้ลองทุกข์หลังจากนั้นใน ‘อนันตทุกข์’
ต่อไป ไม่ใช่เพราะแน่ใจว่าจะผ่านไปไม่ได้ แต่เพราะไม่มีความจำเป็น
การฝืนไปผ่าน เซียนจักรพรรดิซานซื่อเชื่อว่าตนเองมีความหวังที่จะเดินไป
ถึงไม่กี่สิบทุกข์สุดท้ายใน 1,008,000,000 ทุกข์ได้ แต่ความเสี่ยงใหญ่เกินไป ต่อ
ให้ผ่านไปได้แล้วจะอย่างไร? ยังมีทุกข์ระดับที่ 3 ที่ยากลำบากยิ่งกว่ารอ
พระองค์อยู่
แทนที่จะเป็นเช่นนั้น สู้ทุ่มเทกำลังไปกับเส้นทางหลุดพ้นที่มีความมั่นใจ
มากกว่าดีกว่า
“อืม”
หลินหยวนพยักหน้า
ไม่ว่าจะเป็นเซียนจักรพรรดิซานซื่อ หรือเซียนจักรพรรดิเต้าโยว, เซียน
จักรพรรดิอู๋อวี้ ล้วนคิดว่าเส้นทางหลุดพ้นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับหลินหยวน
คือชีวิตสมบูรณ์แบบ
ท้ายที่สุด การกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบขึ้นอยู่กับเส้น
ทางที่เดินเท่านั้น และวิถีไท่จี๋ต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลของหลินหยวน ใกล้
เคียงกับมหาเต๋าต้นกำเนิดดั้งเดิมแห่งความโกลาหล ความเป็นไปได้ที่จะกลาย
เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีสมบูรณ์แบบย่อมมากกว่าจ้าวแห่งกาลเวลาคน
อื่นๆ นับไม่ถ้วน
แต่ทว่า…
“เส้นทางหลุดพ้นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเรา คือ ‘อนันตทุกข์’ ต่างหาก…”
หลินหยวนคิดในใจเงียบๆ
จี๋
วิถีไท่จี๋ต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลต่อให้เทียบเท่ากับมหาเต๋าต้นกำเนิด
ดั้งเดิมแห่งความโกลาหลแล้วจะอย่างไร? ใครสามารถรับประกันได้ว่าจะ
สามารถแปรสภาพเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีสมบูรณ์แบบได้อย่างแน่นอน?
แต่ ‘อนันตทุกข์’…ตามประสบการณ์ในโลกวัฏจักรแห่งกาลเวลาแล้ว
สามารถใช้พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตฝืนผ่านการทดสอบได้
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ
สำหรับจ้าวแห่งกาลเวลาคนอื่นๆ แล้ว ทุกข์แต่ละอย่างในอนันตทุกข์ อาจ
จะผ่านได้ หรืออาจจะผ่านไม่ได้ และผลของการผ่านไม่ได้ก็คือตาย
แต่สำหรับหลินหยวนแล้ว ต่อให้ประสบกับทุกข์ที่ผ่านไม่ได้สุดท้ายก็
สามารถใช้พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตฝืนผ่านไปได้
ข้อเสียเพียงอย่างเดียว ก็คือสิ้นเปลืองพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตมาก
เกินไป
ทุกข์สามระดับในอนันตทุกข์ รวมกันแล้วต้องผ่านทุกข์หลายพันล้านครั้ง
ต้องสิ้นเปลืองพลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตเท่าใดกัน?
เพียงแต่พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตสามารถสะสมได้อย่างต่อเนื่อง
พลังต้นกำเนิดทำลายขอบเขตที่มากเพียงใด ก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลา
เท่านั้น
และในสายตาของสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแล้ว สิ่งที่ไม่ขาดแคลนที่สุดก็คือ
เวลา
…
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ สัมผัสการแปรสภาพอย่างรอบด้านภายในร่าง
กายเนื้อและวิญญาณเจตจำนงค์ และอื่นๆ ล้วนเริ่มพุ่งทะยานขึ้นหลังจาก
ตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าไท่จี๋ต้นกำเนิดแห่งความโกลาหล
รู้
“ร่างอนาคต…”
หลินหยวนสายตาลึกซึ้ง มองไปยังอนาคตในเส้นเวลาทีละสายๆ
หลังจากตรัสรู้แจ้งมหาเต๋าไท่จี๋ต้นกำเนิดแห่งความโกลาหลแล้วการ
สังเกตการณ์อนาคตของหลินหยวนก็ชัดเจนขึ้นมากโดยพื้นฐานความยากใน
การควบแน่นร่างอนาคตลดลงอย่างฮวบฮาบ บวกกับการได้รับ《วิถีสามภพ》
จากเซียนจักรพรรดิซานซื่อ โดยเฉพาะคำชี้แนะเกี่ยวกับการควบแน่นร่าง
อนาคตในนั้น
ทำให้หลินหยวนก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดในการควบแน่นร่างอนาคต
ไม่นาน
บนเส้นเวลาอนาคตทีละสายๆ ของหลินหยวน ร่างอนาคตทีละร่างๆ ก็
ควบแน่นออกมาอย่างรวดเร็ว
ร่างอดีตมีเพียงร่างเดียว ส่วนร่างอนาคต กลับมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน
เพราะอนาคตมีตัวแปรนับไม่ถ้วน ขยายออกเป็นเส้นเวลาอนาคตนับไม่ถ้วน จึง
ต้องการร่างอนาคตนับไม่ถ้วน
นี่ก็คือเหตุผลที่ความยากในการควบแน่นร่างอนาคตเหนือกว่าร่างอดีต
อย่างมาก
“ร่างอดีต, ร่างปัจจุบัน, ร่างอนาคต”
หลินหยวนแววตาเป็นประกาย หลังจากร่างอนาคตควบแน่นออกมา เขาก็
สัมผัสได้ถึงการควบคุมเส้นเวลาในทันที
หลังจากควบแน่นร่างอนาคตออกมาแล้ว เส้นเวลาทีละสายๆ ทีหลินหยวน
อยู่ราวกับเป็นหนึ่งเดียวกัน ขณะเดียวกันการสำรวจอดีตกาลของร่างอดีตก็
แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก
“มิน่าเล่าเซียนจักรพรรดิซานซื่อถึงเลือกเส้นทางหลุดพ้นเป็น ‘อนันต
ภาวะกำเนิด’” หลินหยวนคิดในใจ 《วิถีสามภพ》มีผลในการยึดเหนี่ยวอดีตกาล
มั่
อย่างมั่นคง
และเส้นทางหลุดพ้นสาย ‘อนันตภาวะกำเนิด’ นั้น อันตรายใหญ่ที่สุดคือ
การ ‘หลงทาง’ สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาจำนวนมากหายไปอย่างเงียบเชียบในชั่ว
ขณะหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วก็คือประสบกับภัยพิบัติหลงทางในอดีตกาล
“แต่ถึงแม้จะเป็น《วิถีสามภพ》 ก็เพียงแค่สามารถยึดเหนี่ยวร่างอดีตได้
หลีกเลี่ยงภัยพิบัติหลงทางให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ส่วนท้ายที่สุดจะ
สามารถมุ่งหน้าสู่ต้นกำเนิดของเวลาได้หรือไม่ ใครก็ไม่รู้”
หลินหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับทุกข์สามระดับในอนันตทุกข์แล้ว อย่างน้อยก็มีเป้าหมาย
ผ่านพ้นทุกข์ทั้งหมดก็จะสามารถหลุดพ้นได้
เส้นทางหลุดพ้นสาย ‘อนันตภาวะกำเนิด’ นี้ แม้แต่เป้าหมายก็ไม่มี การไป
ถึงต้นกำเนิดของเวลา? ใครจะรู้ว่าต้นกำเนิดของเวลาอยู่ทีไหน?
“ในเมื่อร่างอนาคตสำเร็จแล้ว ก็สามารถบรรจบเส้นเวลาได้แล้ว”
หลินหยวนจิตใจขยับเล็กน้อย เส้นเวลาของตนเองเริ่มเข้าใกล้รวมเป็นหนึ่ง
สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ต้องการกลายเป็นจ้าวฯ ก็คือต้องบรรจบ
เส้นเวลาของตนเอง
เพียงแต่สำหรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาขอบเขต 2 ปกติแล้ว การบรรจบเส้น
เวลาของตนเองนั้นยุ่งยากอย่างยิ่ง เส้นเวลาอนาคตไร้สิ้นสุด ต้องการบรรจบที
ละสายๆ ต้องใช้กำลังใจเท่าใดกัน?
แต่ในสายตาของหลินหยวนผู้ควบแน่นร่างอนาคตแล้ว ด้วยการมีร่าง
อนาคตทีละร่างๆ คอยควบคุมเส้นเวลา การบรรจบเส้นเวลาจึงเป็นเรื่องที่
ดำเนินไปตามลำดับโดยสมบูรณ์
ต่อให้หลินหยวนไม่พยายามบรรจบเส้นเวลา ร่างอนาคตทีละร่างๆ ก็จะ
เข้าใกล้เส้นเวลาสายใดสายหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
แน่นอนว่า การอาศัยสัญชาตญาณบรรจบเส้นเวลา ต้องการเวลาอัน
ยาวนาน
แต่ภายใต้การบรรจบอย่างมีสติของหลินหยวน เส้นเวลาทีละสายๆ ของ
ตนเอง กำลังบรรจบเข้าด้วยกันด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด